องค์พระศรีอาริยเมตไตรยจะปรากฏ

508 Views

สองขุนพลจอมทัพ ผู้พิทักษ์ด่านประตู สวรรค์ ลงสู่แดนมนุษย์นับจากปีจอ เริ่มต้น ด้วยโรคระบาด จนถึงปีกุน ประชาราษฎร์ในเก้า คนรอดตายเพียงหนึ่ง!

๑.ภัยจากแรงลมมหาศาล

๒.ภัยจากไฟโหมลุกไหม้

๓.ภัยจากน้ำท่วมใหญ่

๔.ภัยจากการทำศึกสงคราม

๕.ภัยจากโรคร้ายที่ไม่เคยมีมาก่อน

๖. ภัยจากสัตว์ร้ายมีพิษขบกัด

๗.ภัยจากกระแสไฟฟ้า ฟ้าผ่า

๘.ภัยจากอาหารขาดแคลน อดอยาก

๙.ภัยจากการคลอดบุตร ทารกร่างกาย ผิดปกติ

๑๐.ภัยจากการสูญสิ้นของมวลมนุษยชาติ

องค์สมเด็จพระศากยมุนีพระพุทธเจ้า ทรงครองธรรมกาล ๓,๐๐๐ ปี ลุถึงปัจจุบันครบ บริบูรณ์ พระศรีอาริยเมตไตรยทรงสืบทอดครอง ธรรมกาลต่อ

เริ่มเข้าเกณฑ์ ปีวอก จนถึงปีชวด พืชพันธุ์ ธัญญาหารจะไม่สมบูรณ์ ผู้คนอดอยากตาย มีภัยสงครามยากจะหลีกหนี!

หากมีคนนำคัมภีร์นี้ ออกไปเผยแผ่ถึงพัน ถึงหมื่น จะรอดพ้นจากภัยพิบัติเข้าถึงยุคบรรพ กษัตริย์เหยาและซุ่น อันเป็นยุคที่บ้านเมืองเจริญ รุ่งโรจน์ สังคมมีความยุติธรรม ผู้คนได้ประสบสุข เกษมสันต์อยู่ร่วมกันในโลกดอกบัว แห่งมหา สันติเบ่งบาน

คนพาลสันดานหยาบ แม้ล่วงรู้คัมภีร์กลับ ลบหลู่ปกปิดมุ่งทำลาย ย่อมประสบกับเภทภัยทั้งสิบประการ ตายแล้วก็ยากจะได้กลับมาเกิดอีก

สาธุชนคนดี ประกอบด้วยเมตตาจิตตั้งใจ เผยแผ่คัมภีร์ออกไป เขาเหล่านั้นย่อมประสบแต่ ความเป็นสิริมงคล ทุกคนในครอบครัวจะร่มเย็น เป็นสุข สามารถรอดพ้นจากมหันตภัยทั้งหลายได้

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ได้เข้าเฝ้าพระผู้ เป็นเจ้าเบื้องบนสูงสุด เพื่อกราบบังคมทูลราย งานถึงความดี ความชั่ว ที่มนุษย์ได้กระทำ ครั้นองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ทรงทราบข่าวสภาพ ความเลวร้ายบนโลกมนุษย์ ก็ทรงพิโรธยิ่งนัก และตรัสบริบาษต่อว่า เหล่าเทพยดาทั้งหลายว่า “เสียแรงเปล่าที่ชาวโลกพากันจุดธูปเทียนบูชา กราบไหว้ แต่กลับไม่ยอมอบรมสั่งสอนเวไนย สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น มาจนบัดนี้ ในโลกมนุษย์ จึงเนืองแน่นไปด้วยคนใจบาปหยาบช้า ผู้คนไม่มีมโนธรรมสำนึกหลงเหลืออยู่เลย ดังนั้นจึงต้องมีราชโองการโทษทัณฑ์ ให้เกิดภัยพิบัติต่อเนื่องกัน มาหลายปี เพื่อกำหราบคนชั่วช้าสามานย์ และ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจิตใจชาวโลกเสียใหม่!”

ในเวลานั้น บรรดาเหล่าทวยเทพทั้งหลายได้กราบทูลวิงวอน แม้องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม แห่งทะเลทักษิณ ถึงกับพระวรกายทรุดหมอบ ลงกับพื้นพระบรมวิมาน ทรงพร่ำทูลขอให้โปรด กรุณาชาวโลกเป็นหลายครั้งว่า

ผู้ชั่วร้ายสมควรดับ ผู้ดีงามควรคัดออก

องค์เง็กเซียนองค์เต้ จึงทรงพระบัญชาชี้ ขาดว่า

“ดีชั่ว สองฝ่ายแยกกัน!

ให้สงครามเจาะจงเลือกที่เกิด!

ให้โรคระบาดเจาะจงเลือกคนเป็น!”

และให้จอมเทพพิทักษ์ธรรม จงรับราชโองการกวาดล้างมนุษย์ที่กระทำชั่วร้าย ดังต่อไปนี้

๑.พวกที่กล่าวโทษ ด่าว่าฟ้าดิน

๒.พวกที่ดำเนินชีวิต ปฏิบัติตนผิดหลักฟ้า ฝืนหลักธรรม

๓.พวกที่ไม่กตัญญูต่อพ่อแม่

๔.พวกที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฆ่าเป็นอาชีพ ฆ่าเป็นกีฬา

๕.พวกที่ลักขโมย ปล้นชิง หยิบฉวยทรัพย์ สมบัติของผู้อื่น

๖. พวกที่โกหกมดเท็จ พูดจาหลอกลวงให้ คนหลงเชื่อ

๗.พวกที่ประพฤติผิดในกาม มักมากใน ตัณหาราคะ

๘.พวกที่ชอบดื่มสุรา ยาเมา สูบบุหรี่ หลง ใหลในสิ่งเสพติด ของมอมเมาสติทุกประเภท

๙.พวกที่ไม่ยึดถือศีลธรรม จิตใจขาด หิริโอตัปปะ ไม่สำนึกละอายใจในการทำชั่ว ไม่เกรงกลัวบาปกรรม

๑๐.พวกที่ทำลายพระศาสนา บิดเบือน หลักธรรม หลอกลวงเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

๑๑.พวกที่เหยียบย่ำทำลาย พระคัมภีร์ หลักธรรม อักษรหนังสือ

๑๒.พวกที่ใจเหี้ยมโหด เข่นฆ่าเบียดเบียน ชีวิตผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ของตน

๑๓.พวกที่ทำลายผู้อื่น เพื่อมุ่งผลกำไร และความสุขส่วนตน

๑๔.พวกที่ค้าขายใช้เล่ห์เหลี่ยม ขูดรีด คดโกงตาชั่ง

๑๕.พวกที่ค้าขายสินค้าปลอม ยาปลอม หลอกลวงชาวบ้าน

๑๖.พวกที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย ค้าขาย เอาเปรียบคนอื่น

๑๗.พวกที่หาประโยชน์จากผู้อื่น ด้วยการ หลอกลวงต้มตุ๋น

๑๘.พวกที่พูดจาหยาบคาย ทุบตีด่าว่า บุพการี ปู่ ย่า ตา ยาย

๑๙.พวกที่ชอบพูดจาให้ร้ายป้ายสีผู้อื่น

๒๐.พวกที่อารมณ์ร้าย โมโหโกรธา ด่าว่า คนอื่นไปทั่ว

๒๑.พวกที่ชอบว่ากล่าว ชอบตำหนิโทษผู้อื่นด้วยใจอคติไม่เที่ยงธรรม

๒๒.พวกผู้ชายที่ไม่จริงใจต่อภรรยา พวกผู้หญิงที่ไม่เคารพซื่อสัตย์ต่อสามี

๒๓.พวกที่ชอบยุแหย่ ทำลายชีวิตครอบ ครัวผู้อื่นให้แตกแยกล่มสลาย

๒๔.พวกพี่น้อง ที่ไม่รักใคร่ปรองดองกัน คอยแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นฟ้องร้องแย่งชิงทรัพย์สมบัติมรดก

๒๕.พวกที่วงศ์ตระกลูเดียวกัน แต่กลับทะเลาะเบาะแว้งไม่สามัคคีกลมเกลียว

๒๖.พวกที่ชอบยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่น ฟ้อง ร้องคดีความ

๒๗.พวกที่ไม่มีความจริงใจ เป็นคนลวงโลก สวมหน้ากากเข้าหากัน

๒๘.พวกหน้าเนื้อใจเสือ ภายนอกแต่งกาย ให้ดูดี แต่ภายในสกปรกโสมม

๒๙.พวกที่อาศัยอำนาจหน้าที่ ใช้อิทธิพล ในทางที่ผิด

๓๐.พวกที่กดขี่ราษฎร ยักยอก ฉ่อราษฎร์ บังหลวง โกงกินบ้านเมือง

๓๑.พวกที่ชักศึกเข้าบ้าน ล้างผลาญ ประเทศชาติ เพื่อผลประโยชน์ของตน

๓๒.พวกผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของ ตนให้ดี กลับใช้อุบายวางแผนแก่งแย่งชิงกัน เป็นใหญ่

๓๓.พวกที่ชอบประจบสอพลอ พะเน้า พะนอยกย่องเชิดชูรับใช้คนเลว

๓๔.พวกที่คอยมุ่งร้าย รังแกคนทำงานที่ ซื่อสัตย์สุจริต

๓๕.พวกคนพาลสันดานบาป ที่คอยก่อกวน ให้ผู้คนเดือดร้อนอยู่ไม่เป็นสุข

๓๖.พวกคนร่ำรวย แต่ใจร้ายข่มเหงคน ยากไร้

๓๗.พวกที่ชอบยกย่องคนรวย เหยียบย่ำ คนจน

๓๘.พวกที่เห็นคนตกทุกข์ได้ยาก ไม่อยาก ช่วยเหลือ

๓๙.พวกที่พบเห็นคน อยู่ในฐานะลำบาก ได้รับความทุกข์แต่กลับเฉยแล้งน้ำใจ

๔๐.พวกที่เห็นผู้อื่นร่ำรวย ก็เกิดความ อิจฉาริษยา

๔๑.พวกที่เห็นผู้อื่นในฐานะสูงส่ง ด้วยชื่อ เสียงเกียรติยศก็เกิดความโกรธแค้นชิงชัง

๔๒.พวกที่มีจิตใจอาฆาตมาดร้าย ใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำสาปแช่งผู้อื่น

๔๓.พวกที่ร่ำเรียนคาถาอาคมทำร้ายผู้อื่น ทำเสน่ห์ยาแฝดฝังรูปฝังรอย

๔๔.พวกที่ชอบฝึกวิชามาร ทำพิธีใช้ภูตผี กลั่นแกล้งทำลายล้างผู้อื่น

๔๕.พวกที่ชอบเผาป่า ทำลายสุสานบุกรุก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

๔๖.พวกที่กินทิ้งกินขว้าง ไม่รู้จักพระคุณ ข้าว น้ำ อาหาร

๔๗.พวกที่ทุบตีเด็กเล็กไร้เดียงสาด้วย โทสะ ข่มเหง รังแกเด็กๆ ผู้ที่ไม่สามารถจะช่วย ตนเองได้

๔๘.พวกที่อกตัญญู ไม่รู้คุณคน

๔๙.พวกที่ประพฤติตน คิดแบบอย่างชี้นำ สอนให้เด็กอนุชนรุ่นหลัง กระทำตามจนต้อง กลายเป็นคนเลว ชีวิตไร้แก่นสาร

๕๐.พวกที่ถือตัวว่าอาวุโสสูงอายุ ใครว่า กล่าวไม่ได้ ทำผิดไม่ยอมรับ ตักเตือนไม่ยอม แก้ไข

๕๑.พวกอนุชนรุ่นหลัง ไม่รู้จักเด็ก ไม่รู้จัก ผู้ใหญ่ ไม่ยึดถือหลักคุณสัมพันธ์

๕๒.พวกที่ไม่พิจารณาสำรวจดูกรรมดี กรรมชั่วของตนเอง

๕๓.พวกที่เคยตักเตือนให้ทำความดี กลับ ทุ่มเถียงดื้อด้านไม่ยอมฟัง

๕๔.พวกที่คอยเสาะแสวงหาแต่ช่องทาง กระทำชั่วอยู่ไม่ว่างเว้น

“นี่คือ ๕๔ ข้อกรรมชั่ว ที่ผู้ใดประพฤติ ผู้นั้นจะต้องถูกตรวจตรา ควบคุมเก็บกวาดให้ เรียบร้อย ไม่ให้เหลือไว้ในโลก! เมื่อตายลงไปก็ ต้องถูกเหวี่ยงเข้าสู่หนทางเปรต สัตว์นรก อสุรกาย ยามยังมีชีวิตอยู่ให้พวกเขาเหล่านั้น มีอันเป็นไป สูญพันธุ์ทั้งตระกูล ให้บ้านแตก สาแหรกขาด ให้นองเลือดท่วมแผ่นดิน ให้กระดูก ทับถมในพงพี บ้านเรือนของพวกเขาให้ถูกผู้อื่น อยู่อาศัย ที่นาของพวกเขาให้ไร้คนจะเพาะปลูก ทำกินได้! หากมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตน ให้ละเว้นความชั่ว สร้างสมคุณความดีผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะหาย อายุจะยั่งยืน”

ครั้นครบกำหนดเวลา ๓ ปี ที่ให้มนุษย์เร่ง ปฏิบัติแต่สิ่งดีงาม เมื่อกระแสความคิดจิตใจและ การกระทำของเหล่าเวไนยสัตว์ ถูกนำขึ้นกราบ ทลูรายงานเบื้องบน ทันทีที่องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงทราบ พระองค์ทรงมีพระราชโองการดังนี้

“ข้าฯ จะลงมาตระเวนตรวจตราดูทุกแห่ง อย่างละเอียดถี่ถ้วน ข้าฯ จะดำเนินการพิพากษา ตัดสินให้เกิดภัยสงครามอีกระลอกหนึ่ง ภายใน เวลาไม่กี่เดือนให้เกิดโรคระบาดขึ้นอีก บางส่วน ทุกหนทุกแห่งจะถูกเก็บกวาดให้หมดสิ้น! ต่อ ให้วิงวอนถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มิตอบ สนอง ต่อให้กินยารักษาโรค ยาก็ไม่ได้ผล ถึงแม้ ตำราเสินหนงยังอยู่ ยาวิเศษแค่ไหน ดีชั่วมีผล ต่างกัน คนดีมีคุณธรรม กินยารักษาโรคก็สัมฤทธิ์ ผล คนชั่วช้าสามานย์กินยาแล้วก็ไม่อาจรอด

บัดนี้ ข้าเห็นสภาพการณ์ว่า น่าเวทนา ไม่มีวิธีการใด สามารถช่วยเวไนยสัตว์ได้ทัน ต่อให้จุดธูปบูชาข้าฯ ก็เสียแรงเปล่าที่เห็นข้า เป็นเทพยดา น่ากราบไหว้สักการะแต่ปัจจุบันมี ทุกข์ไม่ยอมช่วย ใช่ว่าข้าฯ จะบิดเบือนต่อเบื้อง บน ข้าฯ ก็ได้กราบบังคมทูลวิงวอน ด้วยความ เร่งรีบร้อนรนอย่างยิ่ง และต่อชาวโลกเบื้องล่าง ข้าฯ ก็ให้ป่าวประกาศเผยแผ่สัจธรรม ชี้นำย้ำ เตือนให้ผู้คนได้รับรู้

บัดนี้ ถึงวาระเข้าสู่ปลายกัป เกณฑ์มหันตภัย ยุคสุดท้ายปุถุชนธรรมดาให้เก้าคนตายเหลือไว้ เพียงหนึ่ง ให้เกิดสงครามอาวุธหอกดาบมีขึ้น รอบด้าน โรคระบาดจู่โจมบุกรุกทุกแห่งหน อสุนีบาดสายฟ้าฟาด ผ่าดังสนั่นสะเทือน เลื่อนลั่น อุทกภัยใหญ่น้ำไหลหลากท่วมท้นบ้านเรือน วาตะภัยลมพายุผกผันกวาดไปทุก หนแห่งธรรมชาติแห้งแล้ง ชีวิตทั้งหลายยากจะ อยู่รอด พญามารมาเคาะประตูบ้านในยามค่ำคืน โรคระบาดเข้าประชิดตัวในเวลากลางวัน เสือร้ายจากป่าเขาออกอาละวาด จะหลบหนีกัน อย่างไร อสรพิษเลื้อยเต็มถนนหนทางจนยาก จะเดิน!

มหันตภัยทั้งสิบนี้ ยากจะหลีกหนีพ้น! หากสามารถผ่านพ้นไปได้ จึงจะนับว่าเป็นยอด คน นี่แหละคือสิบมหันตภัยอันใหญ่หลวง ข้าฯ มีเพียงคำเตือนให้มนุษย์ทั้งหลายปรับปรุง เปลี่ยน แปลงจิตใจยังพอมีโอกาส จงรีบแก้ไขสำนึก ในความผิดบาป เมื่อได้ยินได้รู้ข่าวนี้ให้เร่งกลับ ตัวกลับใจโดยทันที! อย่ามัวรีรอจนกระทั่งภัย พิบัติมาประชิดตัว ถึงตอนนั้นจะวิงวอนร่ำร้องให้ ช่วยเหลืออย่างไรก็ไร้ผล จงสร้างบุญทำกุศล สะสมคุณความดีกันเสียแต่เนินๆ เพื่อหลบหลีกและเป็นเกราะกำบังวิบัติภัย

เหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลายเอย จงรีบเร่งตั้ง จิตศรัทธาเคารพกตัญญูต่อฟ้าดิน บิดามารดา จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง ประชาราษฎร์ คนยากจนให้รู้จักเจียมตน ตั้งมั่นอยู่ในความ มัธยัสถ์ ผู้มากมีมั่งคั่งจงรีบเร่งช่วยเหลือเกื้อกูล แก่ผู้ยากไร้ ผู้ปราดเปรื่องเรืองปัญญา จงพยายาม ตักเตือนช่วยชี้แนะผู้ต้อยต่ำด้อยความรู้ ให้ได้ ผ่านพ้นโลกีย์ไปด้วยกัน บุคคลใดไร้บุญบารมี จะตกจมลงสู่ทะเลทุกข์ แต่ผู้มีสัมพันธ์สะสมมาดี ย่อมจะได้พบกับความสงบสุขและสันติในที่สุด”

“บัดนี้ข้าฯ แฝงธรรมญาณ ยืมปากกาท่าน ไหว้วานบรรดาผู้รู้จักตัวอักษรหนังสือ คัดเขียน ถ่ายทอดให้ข้าฯ แม้หนึ่งเล่ม จะช่วยปกป้อง รักษาให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง

ถ่ายทอดให้ข้าฯ สิบเล่ม ทั้งครอบครัวจะพ้น เคราะห์ภัยอันตราย

เผยแพร่ออกไปให้ข้าฯ ร้อยเล่ม จะปกปักษ์ รักษาให้อายุยั่งยืน

อีกทั้งโชคลาภ วาสนาเพิ่มพูนทวี รีบแจกจ่ายธรรมทานคัมภีร์นี้โดยทันทีทันใด จะปกป้องรักษาให้เกียรติศักดิ์รุ่งโรจน์มียศฐา

หากพบผู้ใดไม่รู้หนังสือ จงใช้วาจาเมตตา บอกต่อให้เขาได้ฟังได้เข้าใจ ถ้าแม้นมีคนโฉด เขลาชั่วร้ายไม่ศรัทธา เคราะห์ภัยจะมาถึงตัว จะประสบวิบัติให้ปวดเศียรเวียนหัว หน้ามืดตา ลาย เจ็ดทวารเลือดไหล ถึงที่ต้องไปเมืองผี ด้วย สิบเหตุเภทภัยร้ายนั้น

ข้าฯ ไม่อาจกล่าวให้ละเอียดมากความ ไปกว่านี้ คิดอยากจะเผยความลับสวรรค์ ก็เกรง ด้วยเบื้องบนจะลงทัณฑ์

หากคนทั้งหลายไม่เชื่อไม่ศรัทธา ดูหมิ่น ดูแคลนว่าไม่จริง ไม่นานมหันตภัยที่กล่าวไว้จักมาถึงตัว

ผู้มีใจศรัทธา น้อมจิตเชื่อฟังตั้งมั่นอยู่ใน คุณธรรมความดีถือศีลกินเจ เบื้องบนย่อมทรง โปรดเมตตา ปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาด มิให้เภทภัยใดๆ เข้าใกล้ถึงตัวได้เลย”