การใช้บุญสร้างความสำเร็จในปัจจุบัน

483 Views

พวกเราชาวพุทธแต่ละคนล้วนเคยทำบุญ ให้ทานมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งในชาตินี้และในชาติก่อน ถ้าจะนับบุญ ก็คงจะใหญ่เท่าภูเขาเลากา หรือ เท่าก้อนโลก แต่ไม่รู้จักใช้บุญของตนเองให้เกิด ประโยชน์ในปัจจุบันชาติ จึงต้องรอตายแล้วจึง ไปรับบุญในสรวงสวรรค์ คนทำบุญจึงชอบบ่นว่า “ทำแต่บุญไม่เห็นได้ดีสักที” ที่เป็นเช่นนี้เพราะ เขาไม่เคยให้บุญแก่เทวดา ที่รักษาตัวเอง ไม่เคย ให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจ้องกันอยู่ ไม่เคยให้ เทวดาและญาติทิพย์ ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้านเขต เรือน ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาเจ้านายของตัว เทวดาเหล่านั้น บางองค์อาจมีบุญน้อยฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้า เขาได้รับบุญจากเราบ่อยๆ เขาจะกลายเป็น เทวดาที่มีฤทธิ์อำนาจ สามารถช่วยเหลือให้เรา ประสบความสำเร็จได้ดั่งใจหมาย บางคนอ้างว่า ทำบุญทุกครั้ง ก็กรวดให้เทวดาและเจ้ากรรม นายเวรทุกครั้ง ก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง โปรด เข้าใจว่าท่านให้ไม่เป็นเขาจึงไม่ได้รับ เช่นให้ ไม่เจาะจง หรือแสงบุญหมดแล้วจึงมากรวดน้ำ ให้เขาก็ไม่ได้รับ

เมื่อกำลังให้ของแก่ใคร ไม่ว่าจะถวายของแก่สงฆ์ให้ของแก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติมิตร แม้เอาข้าวให้หมากิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน เอาเศษอาหารโปรยให้มดกินย่อมเกิดกระแสบุญขึ้นเป็นแสงเรืองรอง แผ่ออกจากตัวผู้กำลังให้ เพียงไม่กี่วินาที แสงนี้จะพุ่งหายไปเบื้องบน แล้ว สะสมเป็นกองบุญของผู้ให้บนเทวโลก ดังนั้น ขณะให้ของแก่ใครจึงควรอธิฐานจิต คิดทันทีว่า “บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้า” หรือ “บุญนี้จงเป็นของเทวดา–ภูติ–ผี–ปีศาจ–เปรต– ครุฑ–นาค–ยักษ์–ที่อาศัยอยู่ในเรือกสวนไร่นา หรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้า” หรือ “บุญนี้ จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตรของข้า จงเป็นของ เทวดาผู้รักษาบิดา มารดา ของข้า” เป็นต้น

ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ไขในจุดไหน เช่น

บุตรของเราเกเรเหลือเกิน ชอบสร้างแต่ ความเดือดร้อนสั่งสอนไม่ฟัง แบบนี้ต้องให้เทวดา ผู้รักษาตัวเขาเป็นผู้ขนาบตักเตือน วิธีที่เทวดาตัก เตือนนั้น ท่านจะสั่งสอนไปที่ความรู้สึกนึกคิด จิตใจของเขา ถ้าเทวดาประจำตัวเขาเป็นมิจฉา ทิฏฐิ เมื่อได้รับบุญบ่อยๆ เทวดารู้สึกถึงความ เปลี่ยนแปลงในตัวเอง มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นมีฤทธิ์ อำนาจขึ้น เขาจะทราบได้เองว่าสิ่งที่เขาได้รับ นั้นมาจากไหน เมื่อเราอุทิศบุญให้ท่านก็อธิฐาน ว่า “เมื่อเทวดาได้รับบุญแล้ว ขอให้มีความสุข มีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าที่อยู่อาศัย และขอให้อบรม ตักเตือนลูกของข้าให้เป็นคนดีด้วย” ดังนี้ไม่นาน หรอกจะเกิดกรณีพิสดารขึ้นกับบุตรเกเรคนนั้น จนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีแน่นอน

สามีหรือภรรยา ที่คู่ครองของตนเป็นที่น่า เอือมระอาเหลือเกิน อยากให้คู่ครองดี รักเรา ละเลิกความประพฤติชั่วเหลวไหล ก็ให้ทำแบบ เดียวกันกับที่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาบุตร

กิจการค้าของท่านล้มเหลวซบเซา เมื่อท่าน ทำบุญทุกครั้ง ควรอุทิศให้เทวดาประจำตัวของ ท่าน และเทวดาที่ดูแลกิจการค้าด้วยพร้อมกัน ไป แล้วอธิฐานว่า “เทวดารับบุญของเราแล้วโปรดช่วยเหลือกิจการธุรกิจของเรา ให้ประสบ ความสำเร็จด้วยเถิด ถ้าร่ำรวยขึ้นจะทำบุญให้ ท่านยิ่งๆ ขึ้นไปอีก” จะใช้คำเรียกตนเองว่า “ข้า” ว่า “เรา” ก็ได้ทั้งนั้น

ร้านค้าขาย จะเป็นร้านอะไรก็แล้วแต่ เมื่อ ทำบุญก็ให้อุทิศแก่เทวดาที่รักษาร้านค้านั้นด้วย แล้วบอกว่า “เทวดาเมื่อได้รับบุญแล้วโปรดเรียกลูกค้ามาอุดหนุนให้มากๆ ด้วย”

การอุทิศบุญไม่ต้องพูด ไม่ต้องกรวดน้ำ ให้ใช้การคิดต้องรีบคิดทันทีอย่าชักช้า เพราะแสง บุญที่เกิดขึ้นจะดำรงอยู่ไม่กี่วินาทีแล้วจะหายไปอยู่สวรรค์ ถ้าฝึกบ่อยๆ เราจะชำนาญในการคิด เพราะมีกระแสแรงกว่าพูดออกจากปาก เวลา หย่อนก้อนข้าวลงในบาตร ให้คิดส่งบุญทันที และคิดให้ชัดเจนอย่าลางเลือนให้ของแก่ใครเมื่อของหลุดจากมือเราก็ให้คิดทันทีอย่าช้า

การรักษาโรคภัย ที่เกิดกับตัวเราสืบเนื่อง มาจากเจ้ากรรมนายเวรผู้เคียดแค้นชิงชังกระทำ ทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้ฆ่าสัตว์ย่อมอายุสั้น ผู้เบียดเบียนสัตว์ย่อมสุขภาพไม่ดี” ดังนั้นการรัก ษาต้องส่งบุญไปให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้ เกิดอาการเจ็บป่วยนั้นๆ และเทวดาผู้รักษาตัวเรา ในขณะเดียวกันโปรดอธิฐานว่า “หมอใด ยาใดที่รักษาอาการนี้ให้หายขาดได้ ขอให้เทวดาจงนำ หมอนั้นมารักษาตัวเรา เจ้ากรรมนายเวรได้รับ บุญของเราแล้ว จงอโหสิกรรมให้เราด้วย ถ้าเรา หายเราจะทำบุญให้แก่ท่านยิ่งๆ ขึ้นไป” การ อธิฐานเบิกบุญเก่าอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่ รบกวน ควรทำวันละหลายๆ ครั้ง จนเขาพอใจ อาการป่วยของเราจะหายเร็วขึ้น

วิธีการให้บุญเจ้ากรรมนายเวร ควรทำดังนี้ เป็นตัวอย่างเช่น คนป่วยมะเร็งจุดไหน เมื่อส่ง บุญให้คิดว่า “บุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อ ให้เกิดการเจ็บป่วยตรง พวกเชื้อโรคมะเร็งเมื่อได้ รับบุญแล้วขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะชีวิตชั้นต่ำเดี๋ยวนี้ เมื่อเราหาย แล้วเราจะทำบุญให้แก่พวกเจ้า ส่งชีวิตให้พวก เจ้าสูงขึ้นเรื่อยๆ พวกเจ้าจงเลิกจองเวร จอง กรรมในเราเสียที ตั้งแต่นี้เราจะตั้งตนอยู่ในศีล ในธรรม เลิกการเบียดเบียนเข่นฆ่าชีวิตสัตว์อื่น ขอส่งบุญที่เกิดจากการรักษาศีลแก่เจ้าด้วย”

ผู้มีอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการฆ่า หรือเบียด เบียนสัตว์อื่น คนเหล่านี้ต้องสร้างบาปกรรม ทุกๆ วัน จึงก่อความเคียดแค้นชิงชังให้แก่สัตว์ที่ถูกฆ่าอยู่ทุกวี่ทุกวัน เขาก็พยายามจองล้าง จองผลาญ แต่ในขณะที่บุญเก่าของผู้นั้นยังมีอยู่ เจ้ากรรมนายเวรก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากว่าเจ้ากรรมนายเวรได้ช่องทางเมื่อไหร่ วิญญาณสัตว์ที่เคียดแค้นเหล่านั้น (นายเวร) จะตามมาทวง และให้ร้ายทันที ดังนั้นต้องพยายามไถ่ถอนกรรม ของตัวด้วยการทำบุญ แล้วอุทิศให้วิญญาณ สัตว์ที่ตัวเองทำบ่อยๆ ส่งบ่อยๆ เอาเนื้อสัตว์ที่ เราขายนั้นทำถวายพระหรือเลี้ยงผู้อื่น อธิฐานว่า “บุญนี้ให้สัตว์ทั้งหลายที่เราได้ฆ่า หรือผู้อื่นฆ่า เพราะคำสั่งเรา เหล่าสัตว์เหล่าใดได้รับบุญแล้ว ขอให้มีความสุข ความเจริญ มีชีวิตวิญญาณ ที่ดีขึ้น จงหลุดพ้นจากกรรมเวรที่ตนเองสร้าง ไว้ จงมีภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็น เทวบุตร เทวดาในสรวงสวรรค์ เมื่อได้รับบุญแล้ว จงอโหสิกรรมให้เราด้วย”

คาถาบริกรรมและปฏิบัติเพื่อปลดหนี้

ต่อเจ้ากรรมนายเวร ตั้งแต่อดีตชาติ

เนื่องเพราะเราทุกๆ คน เคยมีหนี้สิน (หนี้ กรรม) มาตั้งแต่อดีตทั้งโดยเจตนา และไม่เจตนา พอมาในชาตินี้ จึงปรากฎว่าเกือบทุกคนที่ต้อง เสียเงินทอง เสียทรัพย์สินไปโดยไม่ได้กลับคืน มา เช่น มีผู้มาขอยืมเงินไป แล้วไม่เอามาคืน โดนลักทรัพย์ โดนอุบัติเหตุในทรัพย์สินทุกชนิด เสียหาย บางคนขายของโดยสินเชื่อแล้วยังไม่ได้ เงิน บางคนโดนโกงแชร์ ฯลฯ เป็นต้น และเกือบ ทุกคนๆ ทำบุญทำทาน ถวายพระมากมายแต่ ไม่เคยคิดที่จะนำเงินที่มีมาใช้หนี้เก่าที่ติดค้างมาตั้งแต่อดีตชาติ เจ้ากรรมหนี้ จึงมาทวงคืนตาม เวลาและจังหวะที่เหมาะสมของเขา จึงเกิดเรื่อง ขึ้นว่า ทำไมเราเป็นคนถือศีลทำทานแล้ว ยังมีเหตุการณ์โกงหนี้สินเกิดขึ้นไม่เว้นเลย

ฉะนั้น เพื่อเป็นการปลดหนี้กรรม และได้ รับอโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรดังกล่าวเสีย แต่บัดนี้ เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเอง ครอบ ครัวและสกุล จึงขอให้ท่านบริกรรม–ปฏิบัติ ดังนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ

(สวด ๓ จบ)

“ท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า (นาย,นาง) ได้ติดหนี้ท่านเท่าใด เวลาใด ตั้งแต่ อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ทั้งโดยเจตนาและ โดยไม่เจตนา ข้าพเจ้าขอปวารณาว่า ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะขอทยอยใช้หนี้คืนให้ ทุกบาททุกสตางค์จนกว่าจะหมด และขออโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าเพื่อความสุขความเจริญของข้าพเจ้าและครอบครัวด้วยเทอญ”

(นั่งบริกรรมโดยถือเหรียญ ๑ บาท ไว้ใน มือ เสร็จแล้วเอาเหรียญหย่อนกระปุกหรือถ้วยไว้ทุกๆ วัน จนครบ ๔ เดือน แล้วเอาเหรียญทั้งหมด ไปทำบุญทำทาน ห้ามนำไปซื้อของกลับมา) ให้ท่านทำตอนเช้าก่อนที่จะใช้เงินต่างๆ ในทุกๆ วัน

ปฏิบัติธรรมอย่าข้ามขั้นตอน อย่าย้อน ความหมาย

พระพุทธองค์ ทรงประกาศหลักสำคัญ หรือที่เรียกว่า “หัวใจของพระพุทธศาสนา” ดังนี้คือ

ขั้นที่ ๑ ไม่ทำชั่วทั้งปวง

ขั้นที่ ๒ เพียรสร้างความดีให้ถึงพร้อม

ขั้นที่ ๓ ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส

นั้นก็คือ อยากเป็นคนปกติต้องละชั่วให้ได้ เสียก่อน เมื่อละชั่วแล้ว ก็ต้องเร่งหมั่นเพียรพยา ยามสร้างสมคุณงามความดี