ความในใจของอสูรกาย (๑)ทดสอบคน-ผี-เทพในธรรมกาลยุคขาวให้ตกหล่น

423 Views

(๑)ทดสอบคน-ผี-เทพในธรรมกาลยุคขาวให้ตกหล่น

ข้ารับหน้าที่ควบคุมทหารมารอสูรมากมาย เป็นหมื่นแสน ทำหน้าที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้บำเพ็ญธรรม หากว่าจิตใจของผู้บำเพ็ญ ขยับเขยื้อนหวั่นไหว เมื่อนั้นมารอสูรก็ย่อมเข้ามาประชิด โดยไม่ เห็นแก่หน้าใคร จึงกล่าวได้ว่า “หากบำเพ็ญโดยไม่มีมาร ไร้การ ทดสอบทั้งดีทั้งชั่วล้วนได้สำเร็จเป็นพุทธะ”

ผู้ที่รู้จักบำเพ็ญ จะต้องประคองปณิธานความมุ่งมั่นเอาไว้ รอเมื่อข้าทำการทดสอบแล้ว ก็จะรู้ได้ว่าจะเป็นพุทธะหรือ จะเป็นภูตผี? ตอนนี้ได้ประสบกับยุคท้ายปลายกัป จิตใจผู้คน โหดเหี้ยมต่ำทราม วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามจึงตกต่ำลงทุกวี่ วัน เป็นการก้าวย่างไปสู่ความเลวร้ายอันตราย ประเทศชาติ สังคม สับสนวุ่นวาย ยากที่จะปกครองจัดการได้และยังเห็นได้อีกว่า ผู้บำ เพ็ญในปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยมีความศรัทธาจริงใจ หลักคุณสัมพันธ์ห้า และคุณธรรมแปดถูกทำลายสูญสิ้น ได้รับธรรมะแต่กลับให้ร้าย ทำลายธรรมะ

ดังนั้นข้าจึงได้นำพาทหารมารอสูร อาศัยของปลอมทำให้ของจริงวุ่นวายปั่นป่วน เพื่อทดสอบจิตใจที่จะบรรลุสำเร็จมรรคผลของผู้บำเพ็ญยุคขาว หากผ่านการทดสอบของข้าได้ ก็ย่อมสำ เร็จเป็นพุทธะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหากไม่ผ่านการทดสอบก็จะกลาย เป็นภูตผีในนรกภูมิหรือไม่ก็ที่คุกสวรรค์ หากผู้ใดได้รับธรรมะ และบำเพ็ญสิ่งจริง แต่ผิดต่อปณิธานความมุ่งมั่น ให้ร้ายทำลาย สัมมาธรรม และเข้าสู่มิจฉาธรรมผิดต่อหลักธรรมความดีงาม รวมทั้งผู้ที่กำเริบเสิบสาน ในที่สุดก็ย่อมถูกข้าตีตกไปสู่วิถีมาร โดนมารกลืนกิน และทำลายวิญญาณ ไม่อาจกลับมาเกิดกาย เป็นคนได้อีก หากไม่ผ่านการทดสอบของมารอสูรอย่างข้า ความ มุ่งมั่นไม่หยัดยืน เมื่อถูกทดสอบย่อมท้อถดถอยไปก็จะพลาด ผิดต่อความโชคดีสามชาติ ส่วนผู้ที่ได้รับธรรมะ แต่บำเพ็ญครึ่งๆ กลางๆ บุญกุศลที่ค้างมาก่อนหน้าสูญสิ้นหมด บัญชีสวรรค์ ก็ย่อม คัดชื่อออกและส่งไปลงโทษยังนรกภูมิหรือคุกสวรรค์ ตามแต่ผิด บาปหนักเบาที่ได้ก่อเอาไว้

บำเพ็ญธรรมแบ่งเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง พระอริยะเหลาจื่อได้กล่าวไว้ว่า “คนในระดับสูง ได้ฟังธรรมก็มานะปฏิบัติตาม คนในระดับกลางได้ฟังธรรม คง อยู่บ้างหายไปบ้างคนในระดับล่างได้ฟังธรรม ก็หัวเราะใหญ่ ผู้ที่รับการทดสอบและไม่ร่วงหล่น คือคนในระดับสูง เป็นอริยะ เป็นปราชญ์เมธี ส่วนผู้ที่เมื่อได้ยินได้ฟังธรรมะแล้ว เกิดความ สงสัยคลางแคลงใจ เดี๋ยวก้าวไปข้างหน้าเดี๋ยวถอยไปข้างหลัง เหมือนคงอยู่เหมือนหายไป ก็เป็นแค่เวไนยชนคนสามัญ ส่วนผู้ที่เมื่อได้ยินได้ฟังธรรมะแล้ว แต่ไม่มีความเชื่อมั่นศรัทธา ทั้งยังให้ ร้ายต่อธรรม และผิดต่อคุณธรรมความดีงาม ก็จะเป็นเพียงภูตผี ในนรกภูมิ

ดังนั้น การทดสอบของยานระดับสูง เอาไว้ทดสอบคนใน ระดับสูง (มีปัญญาสูงส่ง) การทดสอบของยานระดับกลาง เอาไว้ ทดสอบคนในระดับกลาง (มีปัญญากลางๆ) ส่วนการทดสอบของ ยานระดับล่างเอาไว้ทดสอบคนในระดับล่าง (มีปัญญาต่ำทราม) ถ้าสามารถผ่านการทดสอบได้ ก็จะเป็นคนระดับสูง คนระดับกลาง และ คนระดับล่าง แต่หากไม่ผ่านการทดสอบทั้งสามนี้ได้ ก็จะมี ส่วนในคุกสวรรค์หรือไม่ก็ในนรกภูมิ โดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเลย

ข้าได้รับบัญชาจากเบื้องบน จึงไม่อาจไม่ทำการทดสอบ หากข้าไม่ทดสอบอย่างดุร้ายเหี้ยมโหด ข้าเองก็มีความผิด มหาเทพไม่อาจแบกรับภาระหน้าที่นี้ได้ เป็นเพราะพระพุทธมีความเมตตากรุณาพระองค์ จึงไม่อาจแบกรับหน้าที่ทำการทด สอบได้ มีแต่พวกทหารมารของข้าที่ทดสอบด้วยความโหดเหี้ยม จึงหวังว่าทุกๆ ขณะจิต ทุกๆ คน จะได้จดจำและรู้แจ้งกัน

ทางธรรมะและหมู่มารมีอยู่คู่กัน จึงยิ่งต้องเพิ่มพูนความเชื่อ มั่นศรัทธาและใจดั่งเหล็กกล้าให้แข็งแกร่ง เพื่อนำมากำราบสยบ การทดสอบใหญ่ได้ ผู้ที่ผ่านการทดสอบ ก็จะได้บันทึกชื่อในบัญชี สวรรค์แต่ถ้าไม่ผ่านการทดสอบ ก็จะถูกลบชื่อออกจากบัญชี สวรรค์ และมีส่วนได้ในนรกภูมิ ถึงแม้จะเข้าใจแทงตลอด ในวัชร สูตรทั้ง ๓๒ บท ก็ไม่สู้มีจิตญาณอันเป็นจริง พึงพิจารณาโดย อาการอย่างนี้เถิด