Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตั้งปณิธานแล้วไม่บรรลุ ถูกขังนรกน้ำแข็งหนาวเน็บ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตั้งปณิธานแล้วไม่บรรลุ ถูกขังนรกน้ำแข็งหนาวเน็บ

547 Views

เจียงซิ่วเสียเจี่ยงซือ

ข้าพเจ้ารู้ถึงความผิดพลาดของตนเองแล้ว! ข้าพเจ้ารู้ถึง ความผิดพลาดของตนเองแล้ว!

ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ที่เมืองไถหนัน แซ่ “เจียง” ชื่อ “ซิ่วเสีย” นักธรรมอาวุโสของข้าพเจ้าแซ่เฉิน ในตอนที่ข้าพเจ้าอายุได้ ๒๗ ปี นั้นข้าพเจ้าได้ตั้งปณิธานบำเพ็ญพรหมจรรย์ ติดตาม ปฏิบัติอริยกิจกับนักธรรมอาวุโส พออายุได้ ๒๙ ปี ข้าพเจ้าก็ได้ ผิดต่อปณิธานนั้น เพราะว่านักธรรมอาวุโส ที่ได้ติดตามเตี่ยนฉวน ซือในช่วงเวลาเดียวกันกับข้าพเจ้านั้น ต่างได้รับการยกระดับเป็น เตี่ยนฉวนซือ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าความสามารถของตนนั้นไม่ด้อย ไปกว่าใคร และมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานมาก เป็น ทั้งบุ๋นทั้งบู๊และยังเข้าครัวทำอาหารได้ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการ ยกระดับเป็นเตี่ยนฉวนซือ จึงได้รับการเยาะเย้ยถากถางลบหลู่ เหยียดหยามจากผู้อื่น ดังนั้นเวลาบรรยายธรรมจึงขาดความมั่น ใจไป ในใจของตนเองจึงเกิดความคลางแคลงสงสัย หรือว่าใจจริง แท้ของข้าพเจ้ายังมีไม่เพียงพอ ด้วยกำลังความสามารถของคนอื่น พวกเขายังเป็นเตี่ยนฉวนซือได้ แต่เพราะเหตุใด กำลังความสามารถของข้าพเจ้านั้นแกร่งกล้าสามารถกว่ายังคงไม่ทันผู้อื่นเขา ด้วยอายุทางธรรม และการบำเพ็ญของข้าพเจ้านั้นไม่อาจทำให้ นักธรรมอาวุโสและเตี่ยนฉวนซือมองเห็นได้ ด้วยเหตุนี้ในใจจึงไม่อาจสงบเป็นปกติได้

เดิมทีข้าพเจ้าไปอาณาจักรธรรมทุกวัน แต่เมื่อข้าพเจ้าจิต ใจหวั่นไหวส่ายคลอนแล้ว เดือนหนึ่งจะไปร่วมชั้นเรียนแค่สาม ครั้ง และก็ได้พบเจอกับเพื่อนเก่าหรือเพื่อนร่วมงานมาเชื้อเชิญ อยู่บ่อยๆ เดิมทีได้รักษาปณิธานบำเพ็ญพรหมจรรย์ ไม่กล้าที่ จะมีความคิดหวั่นไหวสั่นคลอน แต่เมื่อผ่านมานานวัน ก็ถูกเรื่อง ราวทางโลกทำให้ลุ่มหลงไปแล้ว เมื่อได้ฟังว่าพระอาจารย์หญิง ได้กลับคืนรายงานพระภาระต่อเบื้องบนแล้ว จึงไม่ได้นับปณิธาน บำเพ็ญพรหมจรรย์ของตัวเองไปด้วย และยังได้เห็นว่า ในขณะนั้น ก็มีสามีภรรยามากมายหลายคู่ที่บำเพ็ญปฏิบัติร่วมกัน อยู่เคียง ข้างตามติดกันไม่โดดเดี่ยว คู่สามีภรรยาเหล่านั้นมีทั้งเยื่อใยความ รักและยังมีมโนธรรมต่อกันด้วย ไม่เพียงแต่ได้บำเพ็ญธรรมแต่ ได้เสพสุขของการครองชีวิตคู่ด้วย ดังนั้นตอนที่ข้าพเจ้าล้มลุก คลุกคลานอยู่นั้น สายตาก็ได้เห็นแต่เรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ อย่างนี้ จึงคิดเสมอๆ ว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะกล่าวบ่อยครั้งว่า ผู้บำเพ็ญในธรรมกาลยุคขาวมีภรรยาสามารถบำเพ็ญร่วมกันได้ ทั้งยังปฏิบัติ งานทางธรรมและทางโลกได้อย่างละครึ่ง” เป็นเพราะความลุ่ม หลงคิดผิดของข้าพเจ้า จึงลืมไปว่าตนเองได้เคยตั้งปณิธานบำ เพ็ญพรหมจรรย์ต่อเบื้องบน และมีความคิดอย่างปุถุชนฟุ้งขึ้น มาด้วยเหตุนี้ จึงได้รู้จักเข้ากับวิศวกรคนหนึ่งรูปร่างท่าทางดูดีมี สง่า และยังพูดคุยบอกเล่าความในใจของกันและกันได้ เรียกได้ว่า ต่างก็เป็นผู้รู้ใจของอีกคนหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงไปไหนมาไหนกับผู้ ชายคนนั้น ในระยะแรกๆ ข้าพเจ้ายังไม่กล้าที่จะผิดต่อแบบ แผนประเพณี แต่เมื่อค่อยๆ หลีกห่างออกจากอาณาจักรธรรมไป และเขาเองก็ค่อยๆ มีเยื่อใยความรักต่อข้าพเจ้า และข้าพเจ้าเอง ก็มีความรักให้กับเขาเช่นกัน ข้าพเจ้าจึงไม่อาจห่างจากเขาไปได้ ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงค่อยๆ ผิดต่อปณิธานบำเพ็ญพรหมจรรย์ ของตนไปอย่างแอบๆ และทุ่มเทความรักความรู้สึกและเวลาทั้ง หมดให้กับผู้ชายคนนั้น ข้าพเจ้าทั้งสองได้เช่าห้องอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ กล้าเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รับรู้ เพียงแต่แอบๆ ไปไหนมาไหนด้วยกัน และปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้นักธรรมอาวุโสได้รู้เห็น เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เมื่อ ผ่านไปได้สามปี ข้าพเจ้าจึงตั้งครรภ์ ข้าพเจ้าทั้งสองจึงอยู่กินกันต่อไป โดยที่ไม่กล้าแต่งงาน เพราะกลัวว่าผู้อื่นจะหัวเราะเยาะที่ข้าพเจ้าผิดต่อปณิธานของตน แต่ว่าจะไม่แต่งงานกับเขาก็ไม่ได้ เพราะข้าพเจ้ารักเขา ด้วยเหตุที่เขาเป็นวิศวกร บุคลิกท่าทางก็ดี ฐานะความเป็นอยู่ทางบ้านก็ดี เขาเองก็สงสารเวทนาต่อข้าพเจ้า ในตอนนั้น ข้าพเจ้าละโมบที่เขาให้ที่กินที่อยู่กับข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้า สามารถเสพสุขใช้เงินเป็นเบี้ยได้อย่างอิสระ สามปีให้หลังตอนที่ ข้าพเจ้าจะคลอดลูกนั้น อายุก็ปาเข้าไป ๓๒ ปีแล้ว ด้วยเหตุที่ตก เลือดหลังคลอดจึงลาจากโลกนี้ไป

เมื่อผิดต่อปณิธานแล้ว ข้าพเจ้ามักจะมีความคิดที่ไม่รู้ผิด ชอบชั่วดี ปราศจากปัญญา จนเมื่อข้าพเจ้าละกายสังขารไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงไม่อาจเข้าเฝ้าพระแม่องค์ธรรมได้ แถมยังต้องถูกกักขังในคุกสวรรค์เพื่อให้บำเพ็ญดีๆ เป็นเพราะข้าพเจ้ายังคงกินเจ ใครจะรู้ว่าข้าพเจ้าไม่เพียงกลับคืนสู่เบื้องบนไม่ได้ แต่ยังมียมทูต ขาวดำนำโซ่ตรวนเหล็กมาคล้องลากข้าพเจ้า ลงไปยังนรกภูมิ เบื้องบนเอย! ช่างไม่เป็นธรรมกับข้าพเจ้าเลย ช่างไม่เป็นธรรมเลย แม้ว่าจะผิดต่อปณิธานบำเพ็ญพรหมจรรย์ แต่ข้าพเจ้าก็ยังคง กินเจอยู่ ทำไมพระอาจารย์จึงไม่มานำพาวิญญาณของข้าพเจ้า ช่างไม่เป็นธรรมเลยจริงๆ ข้าพเจ้ากินเจมาตั้งสิบยี่สิบปีแล้ว เหตุใด จึงต้องตกไปสู่กำมือของพญายมราชด้วย พญายมราชได้ให้ข้าพ เจ้าไปยังเบื้องหน้ากระจกส่องกรรม จึงได้ส่องเห็นว่าข้าพเจ้าเอง ผิดต่อปณิธานใหญ่ที่ตั้งไว้ หลอกลวงนักธรรมอาวุโส ดูหมิ่นพระ โองการสวรรค์และไม่รู้จักรักทะนุถนอมตนเอง ถึงตอนนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงเข้าใจแจ่มชัด ผิดบาปที่ข้าพเจ้าได้ทำนั้นยากที่จะนิรโทษผ่อนผันให้ได้! ข้าพเจ้าเคยได้วิงวอนขอร้องต่อพระอาจารย์ ด้วยความลำบาก ให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตนเป็นคนใหม่อีกครั้ง แต่พระอาจารย์กล่าวว่า “ในอดีตสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ได้เตือนสติเจ้าไปแล้ว แต่เจ้าก็ฟังไปเหมือนลมผ่านหู หลายครั้งที่บอกกล่าวตักเตือน แต่เจ้าก็ไม่เข้าใจแล้วจะเคือง โกรธโทษใครได้ล่ะ?” ตอนนี้ข้าพเจ้าถูกกักขังอยู่ที่ “นรกน้ำ แข็งหนาวเหน็บ” ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ห่มคลุมกันหนาวได้ที่ต้อง เจอะเจอตลอดทั้งวัน ก็คือลมหนาวพัดกระหน่ำเข้าใส่ไม่หยุด หย่อน และบนพื้นยังเป็นน้ำแข็งด้วย เหน็บหนาวจนทั้งเนื้อทั้ง ตัวยากจะทนได้ไหว จึงกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นนั้น ช่างเจ็บปวด ทุกข์ทนเหลือเกิน ทรมานจริงๆ แถมยังอับอายด้วย ข้าพเจ้าผิด ไปแล้วข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้า ผิดไปแล้ว ข้าพเจ้าไม่กล้าอีกแล้ว พระอาจารย์โปรดช่วยเหลือศิษย์ด้วย พระอาจารย์โปรดฉุดช่วย ศิษย์ด้วย ศิษย์จะสำนึกขอขมาด้วยใจจริง ขอพระอาจารย์ได้โปรด ช่วยศิษย์ด้วยเถิด

หลังจากนั้น เมื่อสองวันก่อนหน้านี้ ขณะที่พระอาจารย์ได้ นำพาวิญญาณของสามคุณร่างทรงคนหนึ่ง ไปเยี่ยมชมนรกน้ำ แข็งหนาวเหน็บนั้น สามคุณท่านนั้นได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้า มีโอกาสบรรลุปณิธานได้อีกอย่างหนึ่ง เธอเต็มใจที่จะให้ข้าพเจ้า หยิบยืมกายสังขารของเธอ เพื่อมาปรากฏกายเป็นการชั่วคราว เพื่อบอกเล่าความเป็นมาของตนเอง ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสมาตัก เตือนชี้แนะเมธีทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ ว่าอย่าได้โง่เขลาอย่างข้าพเจ้า เป็นอันขาด ถ้าบำเพ็ญธรรมโดยไม่มีปัญญา เชื่อถือตามข่าวเล่า ลือของผู้อื่น ที่บอกว่า เมื่อพระอาจารย์หญิงกลับคืนเบื้องบนแล้วพระโองการสวรรค์ก็ถูกเก็บกลับคืนไปด้วย จึงผิดต่อปณิธาน ที่ได้ตั้งไว้ ข้าพเจ้าผิดไปแล้ว ข้าพเจ้าผิดไปแล้วจริงๆเมธีทั้งหลาย บำเพ็ญธรรมก็คือบำเพ็ญจิตญาณของตน ถึงแม้ว่ามหาธรรม (อนุตตรธรรม) จะเผยแพร่มาจากพระอาจารย์ชายและพระอา จารย์หญิง ทั้งสองพระองค์ผู้รับสนองพระโองการสวรรค์จาก เบื้องบน แต่การบำเพ็ญก็ยังเป็นเรื่องของแต่ละคนเอง การตั้ง ปณิธานนั้นก็เป็นไปเพื่อเบื้องบน และเพื่อจิตใจอันดีงามของตน เอง โดยไม่ได้เป็นการตั้งเพื่อให้พระอาจารย์ชาย พระอาจารย์หญิง เฉียนเหยิน หรือเตี่ยนฉวนซือได้ดู หากผู้ใดมีจิตใจเป็นไปอย่างนี้ ข้าพเจ้าขอบอกเตือนเมธีทั้งหลาย ว่าเราจะต้องกระจ่างแจ้งกระ จ่างชัดต่อหลักธรรมสายนี้ ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงเวลาก็จะเป็นเหมือน กับข้าพเจ้า คำพูดพกลมเพ้อฝันของผู้อื่น ก็ทำให้เราต้องผิดต่อ ปณิธานบำเพ็ญพรหมจรรย์ที่ตั้งไว้ หากเป็นเช่นนี้ เราย่อมมีส่วน อยู่ในนรกถูกภูเขาอินซันในอเวจีทับร่างอย่างแน่นอน

เมื่อข้าพเจ้าเองผิดต่อปณิธานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกไม่สบาย ที่ตรงไหน ข้าพเจ้าเองก็ยังคิดอย่างปราศจากปัญญา นั่นเป็นเพราะ ข้าพเจ้าเองได้ตั้งปณิธานกินเจ และไม่ได้ละเมิดแตกศีลเจด้วย และได้บำเพ็ญตนเองอย่างเต็มกำลัง เพียงแต่ไม่กล้าที่จะออก ไปบรรยายธรรมเจริญปณิธานเท่านั้น ทุกครั้งที่นักธรรมอาวุโส ให้โอกาสข้าพเจ้าได้ออกไปเจริญปณิธาน ข้าพเจ้าก็จะหยิบยก เหตุผลข้ออ้างมาบอกปัด รวมทั้งยังปกปิดกับนักธรรมอาวุโส ด้วยว่า ร่างกายตนเองไม่สบาย ปกปิดอย่างนี้มาได้สามปี หลัง จากนั้นตอนที่ข้าพเจ้าจะคลอดลูก เบื้องบนจึงได้ให้ข้าพเจ้า รู้สึกถึงความไม่สบาย แต่เมื่อถึงเวลานั้นก็สายเกินไปแล้ว แค่เกิด อาการตกเลือดมากหลังคลอด ก็ถูกยมทูตขาวดำลากตัวลง ไปตัดสินโทษและรับโทษยังนรกภูมิ ถึงตอนนั้นข้าพเจ้าจึงเข้าใจ ถึงแม้ข้าพเจ้าจะได้ตั้งปณิธานกินเจ แต่ก็ได้ผิดต่อปณิธานบำเพ็ญ พรหมจรรย์เบื้องบนก็ย่อมไม่ให้อภัย ไม่ว่าข้าพเจ้าจะสำนึกขอ ขมาอีก จะวิงวอนขอร้องพระอาจารย์อีกก็ไม่มีประโยชน์ เพราะ ว่าข้าพเจ้าไม่มีกายสังขารที่จะไปสร้างบุญเจริญปณิธาน เพื่อลบ ล้างความผิดพลาดผิดบาปที่ผ่านมาในอดีตได้อีกแล้ว ข้าพเจ้า ช่างโง่เขลา ข้าพเจ้าช่างเบาปัญญาจริงๆเหตุใดข้าพเจ้าจึงโลภ มากอยากได้ เหตุใดข้าพเจ้าจึงไร้ปัญญาเช่นนี้

ขอวิงวอนให้นักธรรมอาวุโสเมตตาสงสารด้วยเถิด ข้าพ เจ้าไม่กล้าที่จะผิดพลาดอีกแล้ว ข้าพเจ้าขอคารวะให้ ข้าพเจ้า ขอกราบให้ ขอให้ท่านมอบโอกาสให้ข้าพเจ้าอีกสักหน่อย ถึงจะให้ข้าพเจ้าไปเกิดในชาติกำเนิดที่ภูมิวิถีหก ข้าพเจ้าก็เต็มใจ ขอเพียงแต่ให้ข้าพเจ้า พ้นออกไปจากนรกน้ำแข็งหนาวเหน็บได้ เป็นพอ นักธรรมอาวุโสเมตตาสงสารช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วยเถิด! ที่นรกแห่งนั้นทุกข์ทนลำบากเหลือเกิน นักธรรมอาวุโสที่ได้เห็น อยู่ตรงนี้ ก็เป็นเหมือนอย่างข้าพเจ้าที่ได้ตั้งปณิธานใหญ่ หวังว่า ทุกคนจะรอบคอบระวังความคิดจิตใจของตนเองตลอดเวลา อย่า ได้ก่อเกิดจิตใจวุ่นวายสับสน จนนำมาซึ่งพันธนาการจากเหตุ ปัจจัย นักธรรมอาวุโสทั้งหลาย ขอให้รู้ถึงความร้ายกาจจริงจัง ของสิ่งที่ไร้รูปลักษณ์ เพียงแค่จิตใจของเราไม่เที่ยงตรงดีงามหรือกระเพื่อมสั่นไหว มารทั้งหลายก็จะมาช่วยเหลือ น่ากลัวเหลือเกิน ในตอนนั้นข้าพเจ้าก็ไม่คิดว่าจะลงเอยเช่นนี้ ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าจึงรู้แล้วแต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็สายเกินการณ์ วิงวอนให้นักธรรมอาวุโส เมตตาสงสาร วิงวอนให้พระอาจารย์เมตตาสงสาร ให้ข้าพเจ้ามี โอกาสพ้นจากนรกแห่งนั้นเพื่อไปเกิดกายใหม่ ต่อให้ต้องไปเกิด ในชาติกำเนิดที่ภูมิวิถีหกข้าพเจ้าก็เต็มใจ ข้าพเจ้าไม่อยากอยู่ใน นรกแห่งนั้นอีกแล้ว ไม่อยากอยู่ในนรกน้ำแข็งหนาวเหน็บอีกแล้ว ข้าพเจ้าอยู่ที่นั่นมาเป็นเวลาสองปีแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่มีกายเนื้อ แล้วก็ยากที่จะหลุดพ้นการเกิดการตายได้

ข้าพเจ้ารู้ว่าผิดไปแล้ว ในตอนนั้นคิดว่าเบื้องบนคงไม่รู้แน่ๆ ที่รู้ก็คือว่าข้าพเจ้ากินเจ และไม่ได้แตกศีลเจด้วย แม้จะได้รับการชี้แนะตักเตือนจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็คิดว่าจบอยู่แค่นั้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้พูดถึงเรื่องของข้าพเจ้า ดังนั้นจึงลุ่มหลงถลำลึกลงไปอีก ข้าพเจ้าไม่อยากอยู่ที่นั่นอีก ไม่อยากอยู่ที่นรกน้ำแข็งหนาว เหน็บอีกแล้ว.. ข้าพเจ้ายินดีที่จะไปอยู่ในคุกสวรรค์เพื่อสำนึกขอขมา ถ้าได้กลับไปอยู่ที่คุกสวรรค์ ข้าพเจ้าก็จะสำนึกขอขมา และบำเพ็ญขัดเกลาให้ได้ดี