Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เก็บสถานธรรมเลิกราเสียก่อน ผิดบาปที่มียากให้อภัย | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เก็บสถานธรรมเลิกราเสียก่อน ผิดบาปที่มียากให้อภัย

579 Views

หงไฉ่ลี่เจี่ยงซือ

ข้าพเจ้า “หงไฉ่ลี่” ละกายสังขารเมื่ออายุ ๖๒ ปี รับวิถี ธรรมเมื่ออายุ ๑๒ ปี ตั้งพุทธสถานในครัวเรือนเมื่ออายุ ๓๒ ปี พออายุ ๓๗ ปี ได้เป็นเจี่ยงเอวี๋ยนผู้ฝึกหัดบรรยาย เป็นเจี่ยงซือ อาจารย์บรรยายธรรมเมื่ออายุ ๔๐ ปี อายุ ๖๒ ปีจึงละกายสังขาร ได้ตั้งพุทธสถานในครัวเรือนเป็นเวลา ๙ ปีแล้ว จำได้ว่าตอนที่มี อายุ ๔๗ ปี ได้ติดตามนักธรรมอาวุโสไปปฏิบัติแพร่ธรรม ขับรถ จักรยานยนต์แล้วถูกรถบรรทุกขนาดใหญ่ชนเข้า ถูกชนอย่างน่า เวทนามาก เตี่ยนฉวนซือที่ไปด้วยกันแค่บาดเจ็บเล็กน้อย ใบหน้าของข้าพเจ้าเองจึงมีร่องรอยของแผลเป็นใหญ่ขาขาดใช้การไม่ได้ อยู่ที่โรงพยาบาลเยียวยารักษาอยู่ปีกว่า แต่ใบหน้าก็ไม่อาจกลับเป็นเหมือนก่อนได้ ยังคงมีแผลเป็นใหญ่อยู่ เวลาเดินก็ไม่สะดวก ในใจก็คิดว่า ข้าพเจ้าเองซึ่งมีศรัทธาขนาดนี้ ปฎิบัติแพร่ธรรม เพื่อเบื้องบน เดินทางไปทั่วสารทิศ แต่กลับต้องมาประสบเหตุ การณ์นี้ใบหน้าต้องมีแผลเป็นขนาดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึง หายหน้าหายตาไป ไม่กล้าไปบรรยายธรรม ไม่ว่านักธรรมอาวุโสจะบอกเตือนขนาดไหนข้าพเจ้าก็ได้แต่หลบเลี่ยง เพราะว่าทั้งมือทั้งเท้ายังใช้การได้ไม่คล่องจึงไม่กล้าเจอะเจอเผชิญหน้ากับคนอื่น นักธรรมอาวุโสก็กระวนกระวายใจต่อเรื่องนี้มาก พวกท่านกลัว ว่าจะเป็นการทดสอบจนบุคลากรคนหนึ่งอย่างข้าพเจ้าร่วงหลุด ไป จึงได้ไปสอบถามสืบข่าวข้าพเจ้าจากผู้อื่น

ในการประชุมธรรมครั้งหนึ่ง พระบรรพพุทธาแห่งทะเลใต้ (พระโพธิสัตว์กวนอิม) ได้เมตตาประทับทรง เตี่ยนฉวนซือจึงขอให้ พระองค์โปรดเมตตา โดยได้ถามพระองค์ถึงเหตุต้นผลกรรมของ ข้าพเจ้า ได้ถามว่าเหตุใดข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ได้ พระองค์ได้กล่าว ว่า “นั่นเป็นเพราะมีอยู่สองชาติได้เกิดเป็นคนอเมริกัน เที่ยวรังแก ระรานคนอื่นไปทั่วฆ่าคนตายไปไม่น้อย แต่ในยุคท้ายปลายกัปนี้ก็ยังโชคดีได้เกิดกายเป็นคน และเกิดในเกาะวิเศษไต้หวันด้วย จึงได้รับรู้มหาธรรม ประจวบโอกาสเป็นปีคิดบัญชีอย่างชัดเจน หกหมื่นกว่าปีมา มีแค่ชาตินี้ชีวิตนี้ที่ได้บำเพ็ญธรรม จึงจะลบล้างมลายหนี้เวรกรรมจากชาติก่อนๆ หน้าได้”

เบื้องบนจึงได้เมตตาให้เกิดเหตุรถชนกันในครั้งนี้ เพื่อให้ หนี้เวรกรรมสามชาติของข้าพเจ้าได้มลายหมดสิ้นในคราวเดียว จึงทำให้เสียโฉม จึงมาเอาขาของข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าจึงพิการ ขาขาดหนึ่งข้าง และไม่กล้าที่จะเดินไปยังที่ไหนๆ รวมทั้งไม่ กล้าไปบรรยายธรรมด้วย จากนั้นเป็นต้นมาจึงสูญเสียความ มั่นใจในตนเอง ผิดต่อปณิธานใหญ่ที่ได้ตั้งเอาไว้ ทุกๆ วัน ก็จะ เก็บตัวอยู่ที่บ้าน ดูแลจัดการเรื่องทางโลก และเลี้ยงดูลูกๆ เท่า นั้น เมื่อสามีเห็นข้าพเจ้าเป็นอย่างนี้ จึงทุกข์ใจเศร้าใจเป็นอย่าง มาก ด้วยว่าทำไมจึงเกิดเหตุร้ายนี้ขึ้นกับข้าพเจ้า ทั้งๆ ที่ที่บ้าน ก็ตั้งพุทธสถาน และข้าพเจ้าเองก็ยังไปบรรยายธรรมทุกแห่งหน เขาจึงได้สูญสิ้นศรัทธาที่เคยมีต่อเบื้องบนและวงการธรรม กลาย เป็นคนท้อแท้ ข้าพเจ้าเองก็เป็นไปตามสามีด้วย ข้าพเจ้าไม่กล้า ไปเจอะเจอกับญาติธรรมทั้งหลาย เมื่อผ่านไปนานวันเข้า พุทธ สถานกลายเป็นว่านานๆ จึงจะทำความสะอาดสักครั้ง และก็ไม่ ค่อยได้ทำความสะอาดเท่าไรนัก รวมทั้งนานๆ ครั้งจึงจะถ่าย ทอดธรรมสักครั้งหนึ่ง

มีเตี่ยนฉวนซือมาที่บ้านของข้าพเจ้า สามีของข้าพเจ้าจึง พูดไปด้วยอารมณ์โมโหว่า “ภรรยาของฉันจะไม่กราบไหว้อีกแล้ว จะไม่เอาพุทธสถานแล้ว พวกคุณมาเก็บกลับไปเสียเถอะ” เตี่ยน ฉวนซือก็ได้ส่งเสริมให้กำลังใจหลายครั้งหลายคำ แต่สามีของข้าพ เจ้าก็ไม่ยอมรับฟังคำพูดเหล่านั้น เป็นเพราะข้าพเจ้าเดินเหินไม่ สะดวก แล้วยังรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ การกระทำของสามีข้าพเจ้าเช่น นี้ ทำให้เตี่ยนฉวนซือกลัวว่าจะทำให้สามีของข้าพเจ้าหลุดร่วง ไปอีกคน เพราะเขาเป็นคนนิสัยแข็งกร้าว ระเบิดอารมณ์บ่อยๆ ถึงบอกถึงเตือนก็ไม่รับฟัง ทำได้แต่เพียงเก็บพุทธสถาน จะได้ไม่ ต้องรบกวนให้พระแม่องค์ธรรมประทับอยู่ ณ ที่นั้น จะได้ไม่ต้องรบกวนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และศิษย์พี่องค์ประธานสอบสาม โลกต้องมาตรวจตราชั้นประชุมเสมอๆ เสียแรงที่ข้าพเจ้ารับวิถี ธรรมตั้งแต่แรกๆ ไปปฏิบัติแพร่ธรรมฉุดช่วยผู้คนทุกหนแห่ง แค่ วันนี้วันเดียวก็ทำลายไปเสียหมดสิ้น

ข้าพเจ้าละกายสังขารเมื่ออายุ ๖๒ ปี ถึงแม้ว่าจะรักษา ปณิธานกินเจได้ตลอด แต่การเก็บพุทธสถานนั้น ผิดบาปยาก ที่จะให้อภัยได้ พระอาจารย์เมตตานำพาข้าพเจ้าไปยังด่านจื่อ หยัง และด่านจิ่วหยังกวน เพื่อให้บำเพ็ญขัดเกลาให้ดี เพื่อกำจัด ใจโลกีย์ทิ้งไปให้ได้ แล้วจึงค่อยไปยัง “สถานบำเพ็ญขัดเกลา” ข้าพเจ้าบำเพ็ญขัดเกลาด้วยความจริงใจอยู่หลายปี จึงปรากฏจิต เมตตากรุณาขึ้น ดังนั้นใครที่ตั้งพุทธสถานแล้วเก็บไปไม่กราบไหว้อีกแล้วนั้น บาปหนักมาก จึงต้องสำนึกขมาด้วยความจริงใจให้ดีๆ

ขอให้เตี่ยนฉวนซือเมตตาสงสาร ขอให้พระอาจารย์เมตตา เพื่อให้ข้าพเจ้าได้ออกมาช่วยงานธรรมในเร็ววัน ข้าพเจ้ารู้ว่า ผิดพลาดไปแล้ว ทุกสิ่งอย่างมันสายเกินการณ์ ข้าพเจ้าขอเตือน เจี่ยงซือถันจู่ทั้งหลายว่า เมื่อเบื้องบนเมตตาปัดเป่าช่วยเหลือให้ พวกเราได้ลบล้างมลายบาปหนี้เวรกรรมจากหลายๆ ชาติก่อน แล้ว พวกเราจะต้องสำนึกพระคุณของเบื้องบน และบารมีคุณ พระอาจารย์ แม้ว่าตัวเราเองอาจต้องสูญเสียแขนขา หรือมี แผล เป็นใหญ่บนใบหน้า ก็อย่าได้โทษฟ้าด่าคนแต่ยิ่งจะต้อง ศรัทธาจริงใจ เพื่อตอบแทนในพระคุณอันยิ่งใหญ่ของเบื้องบน และยังคงต้องออกมา สร้างบุญสะสมคุณธรรมอีก ยกระดับความ เชื่อมั่นศรัทธา ก้าวเดินไปในมหาธรรมสว่างไสวนี้ต่อเนื่องไป อย่า ได้เป็นเหมือนกับข้าพเจ้า ที่เมื่อประสบกับเหตุร้ายครั้งนั้น แล้วก็ไม่กล้าที่จะออกมาช่วยงานธรรมะอีก ในวันนี้เตี่ยนฉวนซือเมตตา ให้ข้าพเจ้าได้พูดออกมา ข้าพเจ้าจึงได้บอกเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้ทุกท่านได้ฟังกัน