มนุษยธรรมไม่บรรลุ ต้องขัดเกลาอยู่ที่จิ่วหยังกวน

612 Views

เลี่ยวอี๋ซินเจี่ยงซือ

ข้าพเจ้า “เลี่ยวอี๋ชิน” เป็นเจี่ยงซือวิ่งเต้นช่วยงานธรรมอยู่ ๑๕ ปี ได้รับวิถีธรรมเมื่ออายุ ๒๕ ปี ข้าพเจ้าเป็นผู้บำเพ็ญพรหม จรรย์คนหนึ่งละกายสังขารตอนอายุได้ ๔๐ ปี ได้วิ่งเต้นอยู่ ในอาณาจักรธรรมอยู่ ๑๕ ปี นักธรรมอาวุโสได้บ่มเพาะข้าพเจ้า ให้โอกาสข้าพเจ้า ให้การอบรมสั่งสอนข้าพเจ้า แต่เป็นเพราะจิต ใจของข้าพเจ้าสับสนวุ่นวาย จิตใจของข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่ ได้จงรักภักดี และกตัญญูอย่างเต็มที่ จึงไม่ผ่านการทดสอบเกี่ยว กับ “คุณสัมพันธ์ห้า-คุณธรรมแปด” จึงต้องไปอยู่ที่ “ด่านจิ่วหยัง กวน” ถูกทดสอบเรื่องคุณธรรมแปด ข้าพเจ้าจะบรรยายธรรมตลอดทั้งวันประกาศธรรมแทนฟ้าไปทุกที่ สักกี่คนที่เข้าใจว่า อนุตตรธรรม (ธรรมของฟ้า) ก็คือต้องปฎิบัติมนุษยธรรม (ธรรม ของคน) ด้วย ข้าพเจ้าวิ่งช่วยงานธรรมอยู่ภายนอกทุกๆวัน ทอด ทิ้งบิดามารดาไว้เพียงลำพัง ไม่ได้ถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ทุกข์สุข ของพวกท่าน ไม่ได้ส่งเงินให้พวกท่านได้ใช้ ในช่วง ๑๕ ปี ที่ได้ ไปทั่วสารทิศโดยไม่เคยถดถอย ได้ฉุดช่วยพี่น้องชายหญิงและผู้มีบุญสัมพันธ์ให้ขึ้นเรือธรรม ทุกขณะมีแต่จิตใจที่ประกาศธรรมแทนฟ้า ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะได้บรรยายธรรมะ แต่สิ่งที่บรรยาย ไปกลับเป็นแค่หลักว่างเปล่า มนุษยธรรมไม่ได้ปฏิบัติให้สมบูรณ์ ต่อบิดามารดา

ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ส่งข่าวคราวให้พวกท่านได้รับรู้ ต่อเพื่อนฝูง ข้าพเจ้าก็ได้แต่ปฏิบัติแพร่ธรรม จึงขาดการติดต่อส่งข่าวกัน ดังนั้นเรื่องมนุษยธรรมจึงยังไม่สมบูรณ์ จึงต้องฝึกหัดคุณธรรม ที่ด่านจิ่วหยัง เบื้องบนตัดสินว่าข้าพเจ้าปฏิบัติคุณธรรมแปดได้ ไม่สมบูรณ์ ถึงแม้จะสมบูรณ์ทางอนุตตรธรรม แต่มนุษยธรรม กลับไม่สมบูรณ์ดีงาม

ในวันนี้ได้มาถึงพุทธสถาน เบื้องบนเมตตา ตอนที่อายุ ได้ ๔๐ ปี ข้าพเจ้าได้รับพิษจากยาที่รับประทาน ซึ่งไม่ได้เป็น การตั้งใจฆ่าตัวตาย เบื้องบนตรวจสอบแล้วว่า ข้าพเจ้าไม่มีชื่อ ในนรกภูมิ จึงได้นำข้าพเจ้าไปยังสามด่านเก้าทวาร จะต้องไป ทุกๆ ด่าน ยังดีที่ได้บำเพ็ญปฏิบัติมาแต่ว่ามนุษยธรรมยังไม่สมบูรณ์ที่สามด่านเก้าทวาร จึงทดสอบข้าพเจ้าประเมินคะแนน ในข้อกตัญญู-พี่น้องปรองดอง-จงรักภักดี-มีสัจจะ เพียงมีชื่อว่า เป็นเจี่ยงซือ ดำเนินงานธรรมไปทั่ว แต่ไม่ได้ฉุดช่วยบิดามารดา เมื่ออยู่ต่อหน้าพระอาจารย์ ข้าพเจ้ากล่าวว่า ในชาตินี้จะขอ กตัญญูต่อพระแม่องค์ธรรม พระอาจารย์เคยกล่าวกับข้าพเจ้า ว่า “หลักมนุษยธรรมควรทำให้สมบูรณ์ พ่อแม่พี่น้องก็ควรต้องฉุดช่วยนำพา” ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า บิดามารดายึดมั่นถือมั่นมากเกินไป พวกพี่น้องก็ไม่เข้าใจพวกเขาไม่มีรากบุญและปัจจัยหนุนนำ ในช่วง ๑๕ ปีของข้าพเจ้า ก็ได้นักธรรมอาวุโสอบรมสอนสั่ง ข้าพเจ้ามีนักธรรมอาวุโส มีอาณาจักรธรรมข้าพเจ้าจึงละทิ้ง ครอบครัวไป และยังคงคิดว่า ที่ทำเช่นนี้จะสามารถสร้างบุญ กุศลที่มากมายได้ และจะมีมรรคผลที่ใหญ่ขึ้น เป็นเพราะข้าพเจ้า ทุ่มเทใจทั้งหมดให้กับอาณาจักรธรรม ถึงบิดามารดาจะไม่ได้รับ วิถีธรรมก็ไม่เป็นไร ทั้งบรรพบุรุษเจ็ดชั้นและลูกหลานเก้าชั่ว คน ขอเพียงแค่ข้าพเจ้าบรรลุธรรม ทุกคนก็จะได้กลับคืนเบื้อง บนแน่นอน ใครจะรู้ว่าต้องไปถูกทดสอบคุณธรรมแปดอยู่ที่ด่าน จิ่วหยัง ต้องมาวิเคราะห์ตัดสินเรื่องความหมายของคุณธรรมแปด ท่านขุนพลได้กล่าวกับข้าพเจ้าว่า “กตัญญู-พี่น้องปรองดอง-จงรัก ภักดี-มีสัจจะ นั้น เจ้าทำไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เจ้าจะต้องไปบำเพ็ญ เคี่ยวกรำอยู่ที่สถานบำเพ็ญขัดเกลา ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีบุญกุศลอยู่ แต่ก่อน แต่เจ้าก็ควรจะรู้ถึงบุญคุณของพ่อแม่ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูเจ้า มา เจ้าด่าว่าว่าพ่อแม่ยึดมั่นถือมั่นเกินไป เจ้าด่าว่าว่าพี่น้องของ เจ้าไม่มีรากบุญและปัจจัยหนุนนำเจ้าไม่มีความเชื่อมั่น ไม่กล้า ทำสิ่งใดๆ จึงผิดพลาดต่องานของฟ้าและยังผิดพลาดต่อกาลเวลาของฟ้าอีกด้วย”

ขณะยังมีชีวิตอยู่ในช่วง ๑๕ ปีนั้น ข้าพเจ้าไปบรรยายธรรม ทุกหนแห่ง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณของเบื้องบน ได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากนักธรรมอาวุโสทั้งหลาย พวกท่านทะนุถนอมรักใคร่ข้าพเจ้าเป็นเกียรติเป็นศรีของข้าพเจ้า และด้วยความที่เป็นผู้บำ เพ็ญพรหมจรรย์จึงวางตัวสูงส่งกว่าใครๆ มีความยโสโอหังอยู่บ้าง หลักมนุษยธรรมก็ไม่ได้ทำอย่างสมบูรณ์

ดังนั้น จึงถูกทดสอบเรื่องคุณธรรมแปดอยู่ที่สามด่าน เก้าทวาร ข้าพเจ้าจึงขอเตือนศิษย์พี่น้องชายหญิงทั้งหลายว่า การบำเพ็ญธรรมนั้นอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ควรปฏิบัติตาม หลักมนุษยธรรมให้สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นเมื่อกลับคืนไปแล้ว ทุกๆ คน ทุกๆ ที่ก็จะวิพากษ์วิจารณ์ หากบำเพ็ญธรรมแล้ว แต่ไม่ได้ ก้าวย่างกระทำจริง ไม่ได้ปรนนิบัติเลี้ยงดูบิดามารดา ไม่ได้ฉุดช่วย พวกท่านให้ขึ้นเรือธรรม ถ้าไม่เคารพบิดามารดา แล้วจะไป เคารพใคร? ด้วยเหตุที่ความคิดของข้าพเจ้าเอนเอียงผิดพลาด จึง เป็นเหตุให้ต้องรับทุกข์อยู่ที่สถานบำเพ็ญขัดเกลา เมธีทั้งหลาย ถ้าพวกท่านมีความตั้งใจ อาจใช้ความศรัทธาฉุดช่วยนำพาบิดา มารดาได้ อย่าได้ด่าว่าว่าบิดามารดายึดติดเกินไป ถึงบิดามารดา จะไม่กระจ่างแจ้งต่อหลักธรรม แต่ผู้ที่เป็นลูกก็ไม่ควรที่จะมีความคิดอย่างที่กล่าวมานี้ ไม่เช่นนั้นก็จะนำมาซึ่งกรรมปาก ถ้าผิดพลาดต่อกาลเวลาของฟ้า ก็จะเป็นเช่นเดียวกับข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณเบื้องบน และบารมีคุณ พระอาจารย์ ยังดีที่ไม่ได้ถูกทวงหนี้เวรกรรมจากหลายๆ ชาติที่ ผ่านมาในช่วง ๑๕ ปีนี้ เบื้องบนเมตตาสงสาร ให้ข้าพเจ้าได้เบิก เปิดญาณทวารหนึ่งจุดนั้น เพียงแต่เรื่องคุณธรรมแปด ข้าพเจ้าไม่ สามารถผ่านการทดสอบได้ ในวันนี้พระแม่องค์ธรรมเมตตา พระอาจารย์เมตตา จึงให้ข้าพเจ้ามาปรากฏกายที่พุทธสถาน แห่งนี้ เพื่อบอกกล่าวตักเตือนผู้บำเพ็ญทั้งหลาย พวกท่านควร จะสมบูรณ์ด้านมนุษยธรรม เพื่อจะได้สำเร็จอนุตตรธรรม หาก มนุษยธรรมไม่สมบูรณ์ แล้วจะบรรลุอนุตตรธรรมได้อย่างไร อย่าได้ให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากละกายสังขารไปแล้ว บำเพ็ญธรรมต้องเต็มกำลังกายใจ อย่าได้อวดดื้อถือดี อย่าได้ ยโสโอหัง ข้าพเจ้าบอกกล่าวด้วยถ้อยความง่ายๆ ข้างหลังยังจะมีนักธรรมอาวุโสอีกหลายท่าน ข้าพเจ้าจึงไม่ขอรบกวนเวลาอีก ขอบพระคุณในพระคุณของพระแม่องค์ธรรม หวังว่าศิษย์พี่น้อง ชายหญิงทั้งหลายที่ได้บำเพ็ญธรรม คุณธรรมทั้งแปดจะต้องทำให้ พร้อมสรรพ ถึงแม้จะอุทิศตนเพื่องานธรรม แม้จะไม่ได้กตัญญู อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ก็ต้องเป็นห่วงเป็นใยบิดามารดาด้วย อย่าได้ให้คนบนโลกพูดถึงความไม่ดีของเรา เพราะจะเป็นการใส่ ร้ายทำลายมหาธรรม บาปเวรกรรมของเราเองก็จะมีไม่น้อย