ไม่รู้จักถนอมบุญวาสนา ตัวเองจึงถูกขังคุกสวรรค์

435 Views

หลินชิงฮวาเจี่ยงซือ

ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุในปณิธาน ซึ่งถูกกักขังอยู่ใน คุกสวรรค์ ข้าพเจ้าไม่เคยลืมความยิ่งใหญ่ของพระมหากรุณาธิ คุณเบื้องบน ข้าพเจ้ากราบขอบพระคุณพระอาจารย์ที่เมตตาสง สาร ขอบพระคุณพระแม่องค์ธรรมที่ทรงเมตตากรุณาเป็นอย่าง มากที่ได้ให้ข้าพเจ้า “หลินชิงฮวา” ได้มาปรากฎกายบอกเล่าถึง เหตุปัจจัยช่วงหนึ่งให้กับทุกท่านได้ฟัง ในวันเฉลิมฉลองแห่งพระ แม่องค์ธรรมในวันนี้ และเพื่อเตือนใจพี่น้องชายหญิงทั้งหลายว่า อย่าได้เดินตามอย่างข้าพเจ้า

ข้าพเจ้า “ชิงฮวา” แซ่ “หลิน” เป็นคนซั่งไห่ (เซี่ยงไฮ้) ได้ ติดตามบำเพ็ญปฏิบัติธรรมกับเตี่ยนฉวนซือ เป็นเจี่ยงซือคนหนึ่ง และเป็นถันจู่ของตำหนักพระแห่งหนึ่งด้วย ข้าพเจ้าได้กินเจและ ฝึกหัดพุทธระเบียบกับบิดามารดาตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี ได้รับความ รักใคร่เอ็นดูจากบิดามารดาเป็นอย่างมาก ทุกๆ เรื่องก็ได้บิดา มารดาเป็นธุระจัดการให้ ตัวเองเป็นเหมือนกับคุณหนูอยู่ที่บ้านพี่ชายก็รักข้าพเจ้า ยอมข้าพเจ้าทุกอย่างทำให้ข้าพเจ้า สบายไปทุกๆ เรื่อง จึงได้ศึกษาอริยธรรมอย่างสบายๆ และได้ เป็นเจี่ยงซือประกาศธรรมแทนฟ้า และยังได้รับความเมตตา จากเบื้องบนให้เป็นถันจู่ แต่ข้าพเจ้าเองไม่รู้จักถนอมรักษาเอาไว้ และยิ่งไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน มักจะวางท่าเขื่องยโสโอหัง กับเจี่ยงชือ-ถันจู่อื่นๆ เสมอๆ มักจะออกคำสั่งให้ญาติธรรม เป็นธุระจัดการงานต่างๆ ให้ หากพบเจอกับผู้ที่ไม่ถูกโฉลก ข้าพเจ้าก็ จะด่าว่าเสียงดัง จึงมักจะทดสอบจนญาติธรรม ร่วงหล่นไปด้วย ความที่ข้าพเจ้าเป็นคนหัวไว ปฏิกิริยาตอบสนอง ไวและพูดจาคล่อง แคล่ว ฉะฉาน สามารถพูดธรรมะได้ ตอนหลัง จึงได้รับความเมตตาจากเตี่ยนฉวนชือ ยกระดับให้เป็นเจี่ยงซือ ได้ติดตามอยู่ข้างกาย เตี่ยนฉวนซือปฏิบัติแพร่ธรรมไปทั่วทุกแห่ง ประกาศธรรมแทนฟ้าอยู่ได้ ๔-๕ ปี จากการที่ข้าพเจ้าพูดธรรมะ ได้และอายุก็ยังไม่มากนัก จึงได้รับการชมเชย และให้ความสำคัญจากเตี่ยนฉวนซือเป็นอย่างยิ่ง ได้ติดตามช่วยงานธรรมกิจอยู่ตลอด เวลา เรื่องราวใหญ่น้อยทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็จะยื่นมือเข้าไปจัดการ รู้สึกกว่าตัวเองช่างน่าเลื่อมใสจนเกิดความยโสอวดดีขึ้นมา ด้วย เหตุนี้ เมื่อประสบกับเรื่องราวที่ไม่ถูกใจเป็นไปตามความคิดของ ตนเอง ข้าพเจ้าก็จะระเบิดอารมณ์โมโหขึ้นมาทันที จะใช้อำนาจ บาตรใหญ่ด้วยความอวดดื้อถือดี ไม่เข้าใจหลักแห่งการสนอง รับเบื้องสูง-นำพาเบื้องล่าง มักจะเป็นเหมือนเวลาอยู่ที่บ้านที่ เป็นคุณหนูใหญ่ อยากจะโมโหฉุนเฉียวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ จึงได้ ทดสอบให้ญาติธรรมตกหล่นไปไม่น้อย ทุกครั้งเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วข้าพเจ้าก็จะไปสารภาพผิดและยอมรับผิดกับเตี่ยนฉวนซือ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก นิสัยอย่างเดิมๆ ก็มีขึ้นมาอีก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่สะใภ้ของข้าพเจ้ากำลังอยู่ไฟหลังคลอดลูก ข้าพเจ้าจึงออกคำสั่งให้ญาติธรรม มาช่วยปัดกวาดทำความสะอาด ทั้งภายในภายนอกบ้านสกุลหลินของข้าพเจ้า โดยไม่ได้คิดว่าผิด พลาดแถมยังพูดกับญาติธรรมเหล่านั้นว่า “นี่เป็นโอกาสให้พวก เธอได้เจริญปณิธานแรงกายเป็นทาน” ข้าพเจ้าไม่ชัดเจนเรื่อง ทางโลกและทางธรรม รวมทั้งไม่รักษาสามบริสุทธิ์และสี่เที่ยงตรง จึงถูกศิษย์พี่องค์ประธานสอบสามโลกจดบันทึกไว้ทุกข้อทุกตอน ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นจะเป็นการกระทำที่ผิด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ ได้ประทับทรงบอกกล่าวชี้แนะข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ากลับพาลโกรธ เอาเสียดื้อๆ และได้บอกกับญาติธรรมว่าเรื่องที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาพูดนั้นเป็นเรื่องไม่จริง

ข้าพเจ้าศรัทธาติดตามปฏิบัติงานธรรม อยู่ข้างกายเตี่ยน ฉวนซือทุกๆ วันไปทั่วสารทิศโดยไม่เคยหยุดพัก เหตุใดจึงเกิด เรื่องเช่นนี้ขึ้นกับข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าจึงโมโหด่าทอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างลับๆ แต่ในใจก็ละอายไม่เป็นสุขนัก ตอนดึกสงัดจึงได้แอบมา คุกเข่าอยู่ต่อหน้าโต๊ะพระ แล้วพูดต่อพระแม่องค์ธรรมด้วยน้ำตานองหน้าว่า จากนี้ไปจะบำเพ็ญให้ดีและจะไม่ทำผิดอีก แต่ก็พูดไป อย่างนั้นสองสามครั้ง หลอกลวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยไม่ได้กระทำจริงอย่างที่ได้พูดไป

ตอนที่ข้าพเจ้าอายุ ๒๒ ปี ด้วยว่าเตี่ยนฉวนซือเหน็ดเหนื่อย จึงได้ช่วยดูแลจัดการเงินส่วนรวมให้ แต่ทุกครั้งที่นำเงินส่วนรวม ไปใช้จะไม่เคยรายงานให้เตี่ยนฉวนซือและเฉียนเหยินได้รับทราบ ด้วยเหตุนี้จึงผิดต่อเรื่อง “เงินทองไม่ชัดเจน” โดนศิษย์พี่ฯจดบัน ทึกเอาไว้อย่างละเอียด ตอนนี้ไม่มีกายสังขารแล้วจึงถูกคิดบัญชี อย่างละเอียดทุกข้อไป

ถึงตอนนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงได้รู้ว่า ในตอนนั้นได้ตั้งปณิธาน ใหญ่ว่า จะช่วยเหลือพระศรีอาริย์บรรพจารย์ปรกโปรดสามโลก เบื้องบนจึงเมตตาให้ข้าพเจ้ามาเกิดในครอบครัวที่มั่งมีศรีสุข เพื่อ บำเพ็ญได้อย่างราบรื่นสบายๆ ข้าพเจ้าไม่เพียงไม่รู้จักทะนุถนอม แต่ยังเกิดความยโสโอหังด้วย ให้ข้าพเจ้ามีทรัพย์สินเงินทองใช้ จ่ายอย่างสะดวก ข้าพเจ้าจึงใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ข้าพเจ้ารู้แล้วว่า ข้าพเจ้าผิดไป! ปณิธานของตนเองยังไม่บรรลุ โชคดีที่ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากเบื้องบน และบารมีคุณของพระอาจารย์ ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ถูกตีให้ตกไปสู่นรกภูมิ แต่ก็ได้นำข้าพเจ้าไปยังคุก สวรรค์

ด้วยเหตุที่บิดามารดาของข้าพเจ้า ให้วัตถุทานทรัพย์เป็น ทานอยู่เสมอๆ บุญกุศลศเหล่านั้นได้แผ่มาถึงข้าพเจ้า เป็นเพราะ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระแม่องค์ธรรม และพระอาจารย์ จี้กงเมตตาสงสารข้าพเจ้า จึงได้มาปรากฏกายบอกเล่าความเป็น มาของตนเอง ในวันเฉลิมฉลองพระแม่องค์ธรรมในวันนี้ เพื่อให้ ศิษย์พี่น้องชายหญิงทั้งหลายได้รู้ว่า อย่าได้เป็นอย่างข้าพเจ้าเด็ด ขาดต่อปณิธานที่ตนเองได้ตั้งไว้จะต้องจดจำและรักษาให้ดี

การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมนั้น ต้องก้าวย่างกระทำจริง อย่าได้ เป็นคนยโสโอหังและใช้อำนาจบาตรใหญ่ จะต้องรักษาทำตาม หลัก “เคารพอาจารย์เทิดทูนงานธรรม” และ “สนองรับเบื้องสูง นำพาเบื้องล่าง” ให้ดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ นิสัยอารมณ์ ที่ไม่ดีทั้งหลายจะต้องกำจัดทิ้งให้ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น เมื่อไม่มีกาย สังขารแล้ว ค่อยมาตีอกชกหัวก็จะสายเกินการณ์ แก้ไขไม่ได้ อีกแล้ว

ขอให้พระอาจารย์เมตตาสงสารศิษย์ด้วย ที่คุกสวรรค์ นั้นทั้งหนาวทั้งร้อนทรมานจริงๆ เลย ขอให้พระอาจารย์เมตตา สงสารให้ศิษย์ได้มีโอกาสเกิดเป็นคนอีกครั้งหนึ่ง ศิษย์จะบำเพ็ญ ให้ดีได้อย่างแน่นอน ศิษย์จะไม่กล้ามีจิตใจและวาจาที่ผยอง ลำพองอีกแล้ว ขอให้พระอาจารย์เมตตาสงสารนำพาศิษย์กลับคืนสู่พระนิพพานด้วยเถิด ศิษย์ไม่อยากอยู่ที่คุกสวรรค์อีกแล้ว ศิษย์ไม่อยากอยู่ที่นั่นอีกแล้ว ที่คุกสวรรค์นั้นมันแสนจะทรมาน มันแสนจะทุกข์ทนเหลือเกิน

เมื่อข้าพเจ้าอายุ ๒๔ ปี ในใจก็คิดว่าเส้นทางบำเพ็ญธรรม นั้นช่างอ้างว้างโดดเดี่ยว จึงได้ไปบอกกับเตี่ยนฉวนซือว่าจะ ไปแต่งงานมีครอบครัว ไม่เช่นนั้นถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีก ข้าพเจ้าจะต้องประสาทกินแน่ๆ เนื่องจากทนไม่ได้กับจิตใจที่ อ้างว้างโดดเดี่ยว จึงได้แต่งงานกับเจี่ยงซือผู้ชายคนหนึ่ง แต่งงาน ไปได้สามปีแล้ว แต่นิสัยอารมณ์อย่างเดิมๆ ของข้าพเจ้า ไม่ได้ เปลี่ยนแปลง ข้าพเจ้ากับสามีจึงทะเลาะขัดแย้งกันเสมอๆ ในที่สุด จึงหย่าขาดจากกัน

ตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าก็มองเยื่อใยสัมพันธ์ลูกหญิงชายอย่างจืดจางวางเฉย และเมื่อพระอาจารย์ได้ประทับทรง ข้าพเจ้าจึงได้บอกกับพระอาจารย์ว่า แต่นี้ไปข้าพเจ้าจะรักษาปณิธาน ไม่กล้าที่จะโลเลสองจิตสองใจอีกแล้ว จะบำเพ็ญหล่อเลี้ยงจิตญาณให้ดี รวมทั้งสำนึกผิดในสิ่งที่แล้วๆ มา ตั้งแต่นั้นมาญาติธรรมก็ได้เห็น ว่าข้าพเจ้ามีใจนึกแก้ไขสิ่งผิดจริงๆ ต่างจึงให้ความเห็นอกเห็น ใจข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักสำนึกพระคุณ จึงเริ่มนิสัยเดิมๆ ที่วางท่าเขื่องใหญ่โตกับเจี่ยงชือ-ถันจู่ทั้งหลาย และยังบอกกับญาติ ธรรมทั้งหลายอีกว่า “ฉันเป็นมือซ้ายขวาอยู่ข้างกายเตี่ยนฉวน ซือ ดังนั้นพวกเธอถันจู่ทั้งหลายจะต้องฟังคำสั่งของฉัน” ข้าพเจ้า เอง ยังเกียจคร้านกับการส่งผ้าเช็ดหน้าเช็ดมือให้ญาติธรรม เกียจ คร้านในการทำความสะอาดตำหนักพระพุทธสถาน และนำสิ่ง ของที่ญาติธรรมทำบุญมา เอามาเป็นของส่วนตัวหรือส่งมอบ ให้กับคนอื่นๆไป ข้าพเจ้าได้ใช้ชีวิตที่ทำผิดแล้วผิดอีกอยู่อย่างนี้ จนกระทั่งอายุ ๓๖ ปี ได้ปะทะกับอากาศเย็นโดยไม่ทันระวัง จึงเจ็บป่วยและลาจากโลกนี้ไป เมื่อละกายสังขารแล้ว วิญญาณ ของข้าพเจ้าก็ล่องลอยไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าควรจะไปยังที่แห่ง ใด? ตอนหลังจึงถูกศิษย์พี่ฯนำพาวิญญาณไปยังคุกสวรรค์ มือ เท้าของข้าพเจ้าหมดสิ้นเรี่ยวแรง คุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระอาจารย์จี้กง กราบขอให้พระอาจารย์เมตตาสงสาร ด้วยว่าตอนมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เจริญปณิธานที่ตั้งเอาไว้ และไม่รู้ที่จะบำเพ็ญขัดเกลาตน เอง ทำผิดต่อหลัก “สามบริสุทธิ์” และ “สี่เที่ยงตรง” รวมทั้งไม่ ได้กำจัดทิ้งซึ่งนิสัยอารมณ์ที่ไม่ดีทั้งหลาย ด้วยเหตุเหล่านี้เอง จึงต้องถูกกักขังอยู่ในคุกสวรรค์

ในวันนี้ ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชาให้เข้ามาปรากฏกายยังตำหนักพระนี้ เพื่อบอกเตือนกับศิษย์พี่น้องชายหญิงทั้งหลายว่า จะ ต้องกำจัดนิสัยอารมณ์ที่ไม่ดีทั้งหลายให้สิ้นไป อย่าได้ยึดติดอยู่กับทิฐิความคิดเห็นของตนเอง ไม่เช่นนั้น เมื่อถึงเวลาพิพากษาความ ของสามโลก ความผิดทุกข้อทุกตอนไม่มีทางที่จะเล็ดรอดหายไป ได้ จึงอย่าได้ทำตามอย่างข้าพเจ้า

บำเพ็ญธรรมแล้ว หากไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงนิสัยอารมณ์ ที่คุกสวรรค์ย่อมมีคนเป็นของพวกท่านด้วย หากตั้งปณิธานแต่ไม่ ไปเจริญบรรลุปณิธาน ก็ยากที่จะกลับคืนพระนิพพานบ้านเดิมได้ อย่างแน่นอนเป็นเพราะความระเริงเหลิงใจใน ตอนแรกไม่เชื่อ ว่าหลักของฟ้านั้นแจ่มชัด เบื้องบนรู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง คิดแต่ เพียงว่า ข้าพเจ้าตั้งปณิธานกินเจแล้ว พูดธรรมะก็ได้ และยังเป็น เจี่ยงซือติดตามอยู่ข้างกายเตี่ยนฉวนซือ แล้วจะกลับคืนสู่เบื้อง บนไม่ได้หรืออย่างไร เพียงเพราะข้าพเจ้ามีจิตใจอย่างนี้อยู่เสมอๆ จึงทดสอบญาติธรรมตกหล่นไป ตัวเองก็ยังผิดในเรื่อง “ทางโลก-ทางธรรมชัดเจน” กับทั้งผิดต่อหลัก “สามบริสุทธิ์สี่เที่ยงตรง” ก่อบาปสร้างกรรมมากมาย ในวันนี้ได้มาปรากฎกายข้าพเจ้าจึงไม่กล้าเรียกร้องอะไรได้อีก ทุกสิ่งอย่างที่เป็นไปนี้ ก็มีสาเหตุมาจาก ผิดบาปของข้าพเจ้าเอง จึงสมควรยอมรับด้วยตนเอง

เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยมั่งมี แต่กลับไม่รู้พากเพียรบำ เพ็ญขัดเกลาจิตญาณ ไม่รู้จักประหยัดอดออม กลับกลายเป็นว่าชอบที่จะกินแต่เกียจคร้านที่จะทำ ใช้จ่ายเงินทองอย่างสุรุ่ยสุร่าย ตัวเองมีภาระเป็นถึงเจี่ยงซือ เมื่อขึ้นแท่นบรรยายก็จะบอกกับผู้ อื่นว่า เงินทองต้องชัดเจนต้องกระทำตามหลักสามบริสุทธิ์สี่เที่ยงตรง ต้องบำเพ็ญอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ตัวเองกลับทำผิดทุกๆ เรื่องทุกๆ อย่างเสียเอง

ข้าพเจ้าสำนึกขอขมาด้วยความจริงใจ ข้าพเจ้าวอนขอให้ พระอาจารย์เมตตาสงสาร ให้ข้าพเจ้ามีโอกาสมาปรากฏกาย บอกเล่าเหตุได้สร้างและผลที่ได้รับของตนเอง หวังว่าศิษย์พี่น้อง ชายหญิงทั้งหลาย ในเมื่อทุกคนได้รับรู้อนุตตรธรรมวิถีแล้ว เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย จึงยิ่งต้องจับฉวยรักษาโอกาสที่ตนเองยังมี กายสังขารอยู่ บำเพ็ญใจหล่อเลี้ยงญาณให้ดีๆ ปฏิบัติตามหลัก สามบริสุทธิ์สี่เที่ยงตรง อย่าได้ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและพระอา จารย์จี้กงต้องประทับทรงครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อตักเตือนสอนสั่ง ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่อาจปลุกมโนสำนึกอันดีงามให้ตื่นขึ้นมาได้ กลับผิดแล้วผิดอีก ผิดต่อไปเรื่อยๆ จนเมื่อไม่มีกายสังขาร แล้วค่อยมาตีอกชกหัว เช่นนี้ย่อมสายเกินการณ์ไปแล้ว

หวังว่าทุกท่านจะได้นำเรื่องราวของข้าพเจ้าเป็นข้อเตือนใจ จะได้ไม่ผิดพลาดตาม รักษาโอกาสที่ดีนี้เอาไว้ การพิพากษาสาม โลกนั้น ไม่ตกหล่นผิดไปแม้แต่นิดเดียว และศิษย์พี่น้องชายหญิงทั้ง หลายจะต้องยกระดับคุณธรรมความประพฤติของตนเองให้สูงส่ง อย่าได้ก่อบาปสร้างกรรมอย่างเลอะเลือนกันอีกเลย