ผิดต่ออาจารย์และพระโองการฯ ต้องถูกเคี่ยวกรำยังคุกสวรรค์

381 Views

เซี่ยปินเหอเตี่ยนฉวนซือ

ตอนมีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าก็เป็นเตี่ยนฉวนซือ แต่ตอนนี้ ข้าพเจ้าอยู่ที่คุกสวรรค์รู้สึกละอายแก่ใจเหลือเกิน กระดาก อายจริงๆ ได้มารบกวนเวลาของเมธีทั้งหลาย อนิจจาตัวเป็นถึง นักธรรมอาวุโส แต่เป็นเพราะนำพานักธรรมผู้น้อยผิดพลาด ดังนั้น จึงกลับไปรับการเคี่ยวกรำอยู่ที่คุกสวรรค์ ประวัติชีวิตของข้าพ เจ้านั้นถ้าพูดแล้วยาว ขอให้เมธีทั้งหลายจงนั่งฟังโดยตั้งใจ

ข้าพเจ้าแซ่ “เซี่ย” มีชื่อว่า “ปินเหอ” มาจาก “คุกธารน้ำ แข็ง” คุกธารน้ำแข็งเป็นสถานที่ที่เหน็บหนาวมากๆ เมื่อโทษผิด บาปของตนสะสมจนถึงระดับหนึ่ง ย่อมต้องมารับการเคี่ยวกรำยัง คุกแห่งนี้แน่ๆ เป็นเพราะว่ามีชีวิตอยู่ข้าพเจ้าไม่ได้รักษาปณิธาน ให้ดี และไม่ได้เจริญปณิธานที่ตั้งไว้ด้วย จึงทำให้บรรพบุรุษเจ็ด ชั้นลูกหลานเก้าชั่วคนของนักธรรมผู้น้อย และญาติธรรมทั้งหลาย ต้องตกหล่นไปด้วยเหตุที่ข้าพเจ้านำพาผิดพลาด ข้าพเจ้าจึงต้อง มารับทุกข์ยังคุกแห่งนี้ ขณะรับโทษอยู่นั้น ด้วยมีโทษผิดบาป จึงต้องถูกภูเขาน้ำแข็งกดทับ หรือไม่ก็ถูกแช่ตัวอยู่ในธารน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บเสียดแทงถึงกระดูก หากสำนึกเสียใจ ก็จะได้รับการลดหย่อนโทษผิดบาป และได้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ได้ออกจากคุกสวรรค์ บุญคืนสู่บุญ บาปคืนสู่บาปแต่ว่าผิดบาป ของข้าพเจ้าหนักหนา ด้วยเหตุที่เกียจคร้านต่อภาระหน้าที่หลายสิบปี

ข้าพเจ้าเป็นคนปลายราชวงศ์ชิงตอนต้น ยุคสาธารณรัฐ (หมินกั๋ว) บ้านเกิดอยู่ที่มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) เดิมทีฐานะ ความเป็นอยู่ร่ำรวย และบิดามารดาให้ความสำคัญกับการ อบรมเลี้ยงดู เห็นอย่างนี้จนชินหูชินตาตั้งแต่ยังเล็ก จึงมีความ มุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่อยู่เต็มอก ถึงแม้จะไม่ได้เข้าร่วมการปฏิวัติ แต่ก็ เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยลบล้างราชวงศ์ ความรู้ที่มี อยู่ก็มีทั้งความรู้อย่างจีนและอย่างตะวันตก

เมื่ออายุ ๑๘ ปี ก็เข้าศึกษาที่มหานครเทียนจิน (เทียนสิน) หลังจากนั้นจึงได้รับวิถีธรรม ข้าพเจ้าเป็นคนจิตใจดีงาม หลังจาก รับวิถีธรรมแล้ว ก็จริงจังตั้งใจศึกษาหลักธรรม อายุ ๒๒ ปี จึง เริ่มกินเจ และยังฉุดช่วยเพื่อนร่วมเรียน และญาติมิตรหลายคน ให้ได้รับวิถีธรรมด้วย

พออายุได้ ๒๖ ปี ข้าพเจ้าก็ได้เป็นเจี่ยงซือแล้ว ข้าพเจ้าได้ เข้าชั้นเตาหลอมจึงตั้งปณิธานเจริญปณิธานอย่างตั้งใจ ขณะ ที่อยู่ในชั้นเตาหลอม ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์อยู่ไม่น้อย สภาพ การณ์ของเมธีในปัจจุบันนี้ดีกว่าสมัยของข้าพเจ้ามากนัก ข้าพเจ้า เป็นคนซื่อสัตย์ภักดี ครอบครัวของข้าพเจ้าบังคับให้ข้าพเจ้าแต่ง งานแต่ว่าข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย และไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหานั้น จึงได้หลบไปเลี่ยงมาอยู่หลายปี และได้ติดตามปฏิบัติงานธรรม กับนักธรรมอาวุโส

ข้าพเจ้าได้ประสบกับช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ฉุดช่วย กล่อมเกลาเวไนยสัตว์ท่ามกลางดงกระสุน และห่าระเบิด ถึงแม้ จะลำบากทุกข์ทน แต่ผลที่ได้รับก็มากด้วยเช่นกัน ขณะที่จีนมีชัย ชนะได้ไม่นานก็เริ่มเกิดสงครามภายใน ประชาชนจึงมีชีวิตอยู่ อย่างระเหเร่ร่อนลำบากยากแค้น เมื่อบอกกับทุกคนว่า “ภัยพิบัติ มาถึงแล้ว” พวกเขาก็จะเชื่อเป็นอย่างมาก ดังนั้นการปฏิบัติถ่าย ทอดธรรมในตอนนั้นจึงราบรื่น

หลังจากที่พระอาจารย์ชายกลับคืนเบื้องบน และพระอา จารย์หญิงสืบทอดพระโองการสวรรค์ต่อ ข้าพเจ้าก็ยังคงกระตือ รือร้นไม่ถดถอยไปจากธรรมะเลย

แล้วการทดสอบของข้าพเจ้าก็ได้มาถึง เดิมทีมีนักธรรม อาวุโส บางท่านได้รับบัญชาจากพระอาจารย์หญิง ให้ไปบุกเบิก แพร่ธรรมแต่ละที่ ในตอนนั้นข้าพเจ้าได้เป็นเตี่ยนฉวนซือแล้ว แต่กลับไม่ได้รับบัญชาให้ไปบุกเบิกแพร่ธรรม ในตอนที่จีนแผ่น ดินใหญ่ เริ่มเป็นคอมมิวนิสต์นั้นมีนักธรรมอาวุโสธรรมปริณายก และเตี่ยนฉวนซือ เพื่อจะต้านภัยช่วยโลก จึงถูกพวกคอมมิวนิสต์ ฆ่าตายไป ในขณะนั้นด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ข้าพเจ้าจึง ได้ตั๋วโดยสารเรือ และหนีตายไปยังมหานครซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ข้าพเจ้าหนีรอดไปได้ โดยทอดทิ้งญาติธรรมไว้อย่างไม่สนใจใยดี ข้าพเจ้าคิดว่า “เหลือเพียงภูเขาเขียวยังอยู่ ไม่ต้องกลัว จะไม่มีฟืนเผาไฟ” ในตอนนั้น ด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าไม่ได้รับบัญชาจากพระอาจารย์หญิงให้ไปบุกเบิกแพร่ธรรม ดังนั้นจิตใจของตน เองจึงครึ่งสว่างครึ่งอับแสง มีนักธรรมอาวุโสบางท่านไปบุกเบิก แพร่ธรรมที่สหรัฐอเมริกา พวกท่านเหล่านั้นต้องลำบากทุกข์ยากมากมาย แต่ว่าข้าพเจ้ารับความทุกข์ที่มากเกินไปไม่ได้!

ข้าพเจ้าได้บุกเบิกแพร่ธรรมยังเมืองใหญ่ๆ ในรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่ประสบความสำเสร็จสักทีหนึ่ง ในทางตรงข้ามญาติธรรม ที่ได้ช่วยเหลือข้าพเจ้าให้หนีมาได้ในตอนแรก ต่างก็แยกย้ายหาย หน้าไปจากข้าพเจ้าทีละคนๆ ส่วนญาติธรรมที่ข้าพเจ้าฉุดช่วย มาตั้งแต่แรกนั้นบ้างก็เปลี่ยนไปนับถือศาสนาพุทธ บ้างก็เปลี่ยน ไปนับถือศาสนาคริสต์ ต่างก็ไปร่วมกิจกรรมที่โบสถ์กันหมดแล้ว เมื่อไม่มีใครเชื่อฟังคำของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ยังไม่รู้ว่าตนเอง ผิดพลาดที่ตรงไหน? เดิมทีข้าพเจ้าไปถึงที่ไหนๆ บ้านนั้นๆ ก็ตั้ง เป็นตำหนักพระพุทธสถาน เป็นเพราะนี่คือการทดสอบสำหรับ ข้าพเจ้า เบื้องบนต้องการทดสอบความจริงใจของข้าพเจ้า แต่ ข้าพเจ้าไม่รู้! ข้าพเจ้าบากบั่นต่อสู้อยู่แปดปี ใจธรรมจึงเลือน หายไปหมดสิ้น ข้าพเจ้าพูดว่า ไม่ดูแลความเป็นอยู่ปากท้องของ ตนไม่ได้ ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการทำการค้า ข้าพเจ้าจึง เก็บพุทธสถาน เวลามีคนถามข้าพเจ้าว่ากินเจด้วยเหตุใด?ข้าพเจ้าก็จะตอบว่าข้าพเจ้าศรัทธากราบไหว้พระพุทธะ จึงกินเจ ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าเพียงแต่มีตำแหน่งเป็นเตี่ยนฉวนซือเฉยๆ แต่ไม่ได้เจริญปณิธานของตน เป็นเพราะความโง่เขลาไร้ปัญญา ของตนเอง และการอยู่คนเดียวไร้ที่พึ่งพิงจึงทำให้นักธรรมผู้น้อยที่ข้าพเจ้า ได้ฉุดช่วยนำพา ต่างเดินผิดหนทางกันไปหมด ต่างถลำก้าวไปในหนทางที่ผิดพลาด เมื่อพวกเขาอยู่กับข้าพเจ้าก็จะคุยกันแต่เรื่องทางโลก หรือไม่ก็เรื่องธุรกิจการค้า ข้าพเจ้า ทำการค้าที่ใหญ่มาก แต่ไม่ได้แต่งงาน จึงไปขอรับเด็กกำพร้าจาก สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเลี้ยงเป็นลูกรวมสามคน เป็นเด็กผู้หญิง สองคนและเด็กผู้ชายอีกหนึ่งคน ให้พวกเขาได้ปรนนิบัติดูแลใกล้ ชิด ข้าพเจ้าละกายสังขารเมื่ออายุ ๗๒ ปี เนื่องจากเป็นมะเร็ง ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน!

ตายแล้วก็เลือนรางเลื่อนลอย จึงถูกจับไปรับการเคี่ยวกรำ ที่คุกสวรรค์ ข้าพเจ้าละอายต่อพระแม่องค์ธรรม ละอายต่อ พระอาจารย์ชายและพระอาจารย์หญิง ละอายต่อบรรพบุรุษเจ็ด ชั้นลูกหลานเก้าชั่วคนของนักธรรมผู้น้อยของตนเอง พวกเขา คงโกรธแค้นข้าพเจ้าแน่ๆ จึงได้ตำหนิตัวเองที่ไม่ได้อยู่ที่จีน แผ่นดินใหญ่ต่อไปตั้งแต่แรก เพื่อร่วมเป็นร่วมตายร่วมทุกข์ร่วม สุขกับนักธรรมผู้น้อยทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ควรที่จะหนีจากมา ไม่ควรที่จะกระทำการใดๆ โดยไม่มีบัญชาของพระอาจารย์ไม่ ควรที่จะเปลี่ยนแปลงจิตมุ่งมั่น เมื่อเจอกับอุปสรรคขวากหนาม จึงทำให้ใจธรรมถดถอยไป ถึงตอนนี้เสียใจก็สายเกินการณ์ไปแล้ว ข้าพเจ้าอยู่ที่คุกสวรรค์ พระแม่องค์ธรรมเมตตา เห็นว่าข้าพเจ้าไม่ได้กระทำความชั่ว แต่ว่าตั้งปณิธานแล้วไม่ได้เจริญปณิธาน

ด้วยว่าข้าพเจ้ามีปณิธานต้านภัยช่วยโลก ตัวเองเป็นถึงนัก ธรรมอาวุโส ไม่ควรที่จะรักตัวกลัวตาย ตัวเองเป็นถึงเตี่ยนฉวนซือ แบกรับพระโองการสวรรค์ จึงไม่ควรที่จะไม่ตายเพื่อรักษา ธรรมไว้ ในปัจจุบันมีเตี่ยนฉวนซือมากมายของแต่ละสายธรรม ที่มีสภาพความเป็นไปเหมือนกับข้าพเจ้า มีคนมากมายเมื่อได้รับ พระโองการสวรรค์จากพระแม่องค์ธรรมแล้ว แต่ว่าไม่ได้เจริญ ปณิธานที่มีอยู่ และเพราะปัญหาปากท้องความเป็นไปในครอบครัว หรือเพราะปัญหาเกี่ยวกับสายธรรมจึงเต็มใจเก็บตัวอยู่แต่ กับบ้าน ไม่ดำเนินปฏิบัติธรรม และไม่ได้เจริญปณิธานของตนด้วย ในอนาคตก็ย่อมเป็นอย่างข้าพเจ้าแน่นอน ถึงแม้ว่าข้าพเจ้า จะมีคุณธรรมภายใน แต่ว่าบุญปัจจัยภายนอกไม่สมบูรณ์ และความคิดไม่จริงแท้ ถึงแม้ข้าพเจ้าไม่ได้ใส่ร้ายลบล้างใคร ไม่ได้ก่อกรรมปาก เพราะข้าพเจ้าระมัดระวังคำพูดเป็นอย่างมาก แต่ว่าปิดบังธรรมะไว้มิให้ปรากฏ ถึงตอนนี้ก็หลายสิบปีผ่านมา ข้าพเจ้าจึงโดนลงโทษจากจิตสำนึกอันดีงามของตน ก่อนที่จะละ กายสังขาร ข้าพเจ้ากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับพระแม่องค์ธรรม เมื่อละกายสังขารแล้ว ข้าพเจ้าก็ยิ่งไม่มีหน้าที่จะไปเข้าเฝ้าพระ แม่องค์ธรรมได้

วันนี้เพราะพระอาจารย์จี้กงเมตตา ต้องการให้ทุกคนได้รู้ว่า พระโองการสวรรค์ไม่ใช่ของเด็กเล่น ปัจจุบันเป็นการปรกโปรด สามโลกอย่างกว้างขวาง ทุกคนจะทำงานวิ่งเต้นให้กับพระโอง การสวรรค์ ไม่ง่ายอย่างนี้หรอก แต่ใจกับปากจะต้องเป็นหนึ่ง เดียวกัน ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยเหตุที่ตนเองเป็นเตี่ยนฉวนซือจึง กระหยิ่มยิ้มย่อง แต่เมื่อสูญสิ้นลมหายใจแล้ว วิญญาณจะกลับไปสู่ที่ใดยามที่ตายลงล่ะ?

เมธีทั้งหลาย เมื่อได้ตั้งปณิธานก็ต้องเจริญปณิธานด้วย ในปัจจุบันนี้ มีเตี่ยนฉวนชือมากมายเหลือเกินที่เดินผิดหนทาง เหมือนอย่างข้าพเจ้า หวังว่าข้าพเจ้าจะได้ช่วยเตือนสติทุกท่าน ได้บ้าง อย่าได้แย่งชิงกันและกัน อย่าได้เป็นเหมือนอย่างข้าพเจ้า จะต้องปฏิบัติตามบัญชาพระอาจารย์ พุทธระเบียบในอาณา จักรธรรมคือ ต้องสนองรับเบื้องสูงและนำพาเบื้องล่าง

ในตอนเริ่มแรกที่ปฏิบัติแพร่ธรรมที่จีนแผ่นดินใหญ่ ก็ต้อง ปฏิบัติตามบัญชาของพระอาจารย์ หากไม่มีบัญชาจากพระ อาจารย์ แม้เรื่องเล็กน้อยก็ยากดำเนินได้ หากผิดต่อบัญชาของ พระอาจารย์ ก็เป็นการกระทำที่ขัดต่อเบื้องบน เมธีทั้งหลาย จงจำใส่ใจไว้ให้มั่น พวกท่านเป็นถึงผู้นำของสามโลก สิ่งเหล่า นี้จะไม่รู้ไม่ได้ ยังมีเตี่ยนฉวนซืออีกมากมาย ที่ได้เดินตามธรรม กาลยุคแดงไป เพราะทำการค้าหรือธุรกิจเมื่อละกายสังขารแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะไปรายงานตัวยังสถานที่ใด?

อนุตตรธรรมสูงส่งล้ำค่า อย่าเป็นเพราะความไม่สมบูรณ์ พร้อมของคนจึงทำลายชื่อเสียงให้เสียหาย แม้ว่าข้าพเจ้า จะมีโอกาสปรากฏกาย แต่เวลาก็มีไม่มากนัก จึงขอร้องว่า ศิษย์อนุตตรธรรม ควรที่จะต้องสมัครสมานสามัคคีกัน อย่าได้ แบ่งแยกสูงต่ำใหญ่เล็ก หรือเธอเขาเราฉันถ้ามีใจเป็นคู่เปรียบ เทียบ ก็จะไม่ใช่จิตใจส่วนรวม/จิตใจยุติธรรม พูดมาก็มากมายแต่ ยังต้องให้เตี่ยนฉวนซือช่วยแจกแจงอธิบายให้ด้วย หวังว่าเมธีทั้ง หลายจะช่วยบอกเล่าความในใจของข้าพเจ้าไปสู่ผู้อื่น เพื่อจะได้ ลบล้างบาปของข้าพเจ้าลงได้บ้าง ข้าพเจ้าละอายแก่ใจจริงๆ ไม่มี หน้าที่จะมาพบพวกท่าน พวกท่านยังมีวันเวลาให้ก้าวเดินอีกมาก ทิศทางเป้าหมายต้องจับให้มั่น ทุกท่านจงจดจำทุกสิ่งอย่างที่ ข้าพเจ้าได้พูดไปไว้ด้วยจึงจะได้ไม่ก้าวถลำเดินผิดๆ อย่างข้าพเจ้า