พระโอวาทผู้เฒ่าคุณฟ้า นำญาณเดิมแสดงหลักฐาน

441 Views

พระโอวาทผู้เฒ่าคุณฟ้า เทียนเต๋อเหล่าเหยิน

ชั้นวิริยะตน (จื้อหลวี่ปัน)
วันที่ 9-10 มกราคม พ.ศ. 2543
ณ วิหารเทียนเซิ่งฝอเอวี้ยน ฮวาเหลียน ไต้หวัน

ข้าควบคุมคุกสวรรค์เผยความลับ
จดบุญบาปดวงเนตรฟ้าพิศชัดหนา
จองจำด้วยไม่บำเพ็ญคุณปัญญา
โทษนานาลงอาญามากมายมี

เราคือ

ผู้คุมคุกสวรรค์เทียนเต๋อเหล่าเหยิน รับบัญชาจาก
พระองค์ธรรมมารดา ลงสู่ธรรมสถานน้อมกายกตัญชลี
องค์ชคัตตรยาพดงส์ เมธีทั้งหลายสราญฤๅ

พระโอวาทผู้เฒ่าคุณฟ้า

เมธีทั้งหลายบัดนี้ ข้าได้สนองรับพระบัญชาจากพระองค์ ธรรมมารดามาไขความลับสวรรค์ เพื่อตักเตือนเจ้าทั้งหลาย หน้าที่ของข้าก็คือคุมคุกสวรรค์ เจ้าทั้งหลายควรรู้ว่า มีนรกก็ต้อง ย่อมมีคุกสวรรค์เช่นกัน คุกสวรรค์อยู่ที่ไหน? อยู่ติดกับพุทธาลัย มีทางอยู่เส้นหนึ่ง เชื่อมผ่านได้ทั้งสองที่ ที่หนึ่งมืดมิดเยือกเย็น อีกที่หนึ่งสว่างและเป็นสุขยิ่ง ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เจ้าทั้งหลาย จะก้าวย่างอย่างมั่นคงและระวังสำรวม กาลนี้หากไม่บำเพ็ญจริง ปฎิบัติแท้ ก็จะต้องไปรายงานตัวที่ๆ ข้าควบคุมอยู่อย่าได้คิดว่า พุทธระเบียบหรือ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไม่สำคัญ อีกทั้งไม่เคารพ อาจารย์เทิดทูนธรรมะ นิสัยความเคยชินมากมาย หากเป็นเช่นนี้ บำเพ็ญไปก็เปล่าประโยชน์ กล่าวแก่เจ้าทั้งหลาย หากเจ้าผิดต่อ กฎแห่งฟ้า จะผ่านด่านของข้าก็ไม่ง่ายเลย!...

จะบัญชาให้ขุนนางผู้คุม นำพาญาณเดิมเข้ามายังธรรม สถาน เพื่อกล่าววาจาสักเล็กน้อย (หลังจากที่ท่านผู้เฒ่าเทียนเต๋อ เหล่าเหยินกล่าวจบ ท่านได้กระแทกไม้เท้าลงพื้นหนึ่งครั้ง ญาณ เดิมก็ได้ประทับร่างของสามคุณอีกท่านหนึ่งล้มลงกับพื้น สะอื้น ไห้คลานเข้ามายังห้องประชุม พุทธบริกรจึงเข้าไปช่วยพยุงเข้ามายังกลางห้องประชุม)

ผู้เฒ่าคุณฟ้า : เจ้ามีเวลาไม่มากนักจงรีบเล่าถึงความผิด ของเจ้าที่ได้กระทำไป !

ญาณเดิม : ข้าเป็นผู้ชาย ชื่อว่า “โจวจวิ้นเซิง” ละกายสังขาร เมื่อปีหมินกั๋วที่ ๗๐ (พ.ศ.๒๕๒๔) ข้าเป็นเจ้าตำหนักพระ แรก เริ่มนั้นข้าศรัทธาต่อธรรมะมาก หลังจากได้รับธรรมะ ก็ได้ติดตามนักธรรมอาวุโสบำเพ็ญปฏิบัติธรรม อาวุโสคอยส่งเสริมยก ระดับอยู่เสมอ และส่งเสริมข้าให้เป็นอรรถาจารย์ ข้าจึงเป็น ทั้งเจ้าตำหนักพระ และอรรถาจารย์ในเวลาเดียวกัน หน้าที่ เหล่านี้ไม่ธรรมดาเลย แต่ว่าข้าไม่มีความเคารพในอาจารย์เตี่ยน ฉวนซือ บางครั้งถึงกับดูถูกดูแคลน มักที่จะคิดอยู่เสมอว่า อาจารย์ ไม่รู้เรื่องในการปฏิบัติงานธรรม ไม่เข้าใจในเรื่องราวต่างๆ เขาจึง ถือดีอวดตน คิดว่าอาจารย์ด้อยกว่าข้าในทุกๆ ด้าน บางครั้ง ก็ปากอย่างใจอย่าง ข้าเป็นถึงเจ้าตำหนักพระ แต่ไม่เคารพต่อ อาจารย์เตี่ยนฉวนซือ บาปหนักเหลือเกินในยามที่ทำบุญ ให้ ทานข้าก็จะยึดติดในรูปลักษณ์ หากไม่เห็นเป็นรูปลักษณ์ ก็จะ คอยสอบถามอาจารย์ว่า เงินทำบุญเหล่านั้นสูญหายไปตรง ไหนอาจารย์ท่านบำเพ็ญดี ไม่เคยโกรธแค้น มีแต่คอยพร่ำสอน ตักเตือน ต่อมาข้าฟังคำของคนรอบข้างมากไป คิดว่าอาวุโส ทำไม่ถูก อาวุโสไม่เอาใจใส่ดูแลผู้น้อยตอนนี้แหละที่ข้าก้าว พลาด จึงปิดสถานธรรมอีกทั้งคบคนเลวๆ จึงทำให้ทุศีลเจแตก ใหม่ๆ ก็คิดว่าลองกินดูก็แล้วกัน คงไม่เป็นไร? แต่ก็ไม่สบายใจ กินแล้ว ก็กราบพระสำนึกขอขมา ทุกครั้งที่ทำผิดก็จะสำนึกขอขมาจนกลายเป็นความเคยชิน ผิดแล้วผิดอีกตอนนั้นในใจก็คิดว่า คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ภัยคงไม่มาถึงตัว และยิ่งตอนนั้นงานทางโลกก็ไปได้ดีมาก จึงคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องแล้ว อาวุโสทุกท่าน บำเพ็ญธรรมจะต้องบำเพ็ญจริงตามหลักสัจธรรม บำเพ็ญอย่างจริงจัง

ผู้เฒ่าคุณฟ้า : เมื่อรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เหตุใดจึงกล้ากระทำ! มีอะไรอีก?

ญาณเดิม : ยังถ่วงผู้คนอีกจำนวนมาก ข้าเล่าเรื่องของ ข้าให้ผู้ร่วมบำเพ็ญฟัง และยุให้เขาทุศีลเจแตกเหมือนกับข้า ด้วยเหตุที่เป็นอรรถาจารย์ มีวาทะศิลป์ ผู้คนจึงหลงเชื่อ เป็นเจ้า ตำหนักพระ แต่กลับยกเลิกสถานธรรม เลิกล้มธรรมกิจ ก็เท่า กับตัดหนทางแห่งปัญญาญาณ ของผู้คนไปมากมายเท่าใด? อยู่ในอาณาจักรธรรม ข้าก็มีจิตใจที่คับแคบกลัวคนอื่นเขาจะดีกว่า กลัวว่าจะมีบุคลากรที่เก่งกว่า กลัวว่าตนเองจะไม่มีจุดยืน บำเพ็ญธรรมอย่าได้เป็นเช่นนี้เลย ตอนนี้ข้าเพิ่งจะเข้าใจ ข้าทำ ผิดไว้มากมายเหลือเกิน ข้าต้องผ่านคุกสวรรค์ด่านแล้วด่านเล่า จิตของข้าทรมานนัก ยิ่งยึดติดมากเท่าไหร่ ก็ยากที่จะวางใจลงได้ในคุกสวรรค์หากสามารถปล่อยวางได้ ก็ไม่ต้องถูกคุมขัง ทุกอย่าง จะต้องเป็นอสังฆตะ หวังอาวุโสทุกท่านจะเห็นข้าเป็นดังกระจก ขอให้คิดให้รอบคอบและถี่ถ้วน ข้าสานึกผิดแล้วแต่มันก็สายเกินไป เมื่อทำผิดก็ต้องสำนึกด้วยใจจริง อย่าได้สำนึกแล้วสำนึกอีก อาศัยกายสมมติ เร่งรีบสร้างบุญกุศลชำระปณิธานเช่นนี้ ไม่เพียง แต่สามารถกลับคืนฐานเดิมได้ ยังสามารถบรรลุสู่มรรคผลพุทธะ ได้อีก

ปณิธานของเราล้วนแตกต่างกันไป บ้างก็มาเพื่อหนุนนำ งานธรรม แต่กลับมาลุ่มหลง ข้าสำนึกผิดแล้ว ฮือ..ฮือ..ฮือ......

ผู้เฒ่าคุณฟ้า : เมธีทั้งหลายชั้นนี้เปิดขึ้นมาก็เพื่อให้เจ้าทั้งหลายได้สำนึกผิดขอขมา เจ้าทั้งหลายมีจิตสำนึกขอขมากี่ ส่วนมิใช่ว่าทุกคนที่บำเพ็ญ จะต้องกลับไปยังคุกสวรรค์ทุกคน นี่เป็นการชี้แนะเจ้าทั้งหลาย สิ่งที่ญาณเดิมได้กล่าวไปเมื่อครู่นี้ ทุศีลเจแตก บาปนี้มหันต์นัก จะต้องตกนรกอเวจีไม่ได้ผุดไม่ได้ เกิด เมธีทั้งหลายเจ้าจะต้องระวัง อย่าได้คิดว่าไม่มีใครเห็น คิดจะ ทำอะไรก็กล้าทำ เมื่อใบเทวนาคราชได้ถวายขึ้นสู่เบื้องบน ไม่ว่า จะเป็นวาจา กริยา อาการของเจ้าทั้งหลาย ล้วนอยู่ในมือข้า สิ่งที่ญาณเดิมได้กล่าวไป หากเจ้าเองก็เคยทำผิดในส่วนนั้น จงเร่งแก้ไข และจะต้องเร่งบำเพ็ญจริงปฏิบัติแท้ อย่าได้รอจนถึง ประตูคุกสวรรค์ก่อน สายไปไม่ใช่เบื้องบนไม่เมตตา สวรรค์มี ประตูเจ้าไม่เดิน นรกไร้ประตูเจ้าก็แหวกเข้าไปเอง ข้าก็จนใจ!

วันนี้ เห็นข้ามาตักเตือนอย่างสุภาพอ่อนโยน แต่ในคุกสวรรค์ ข้ายุติธรรมและเที่ยงตรงเสมอ เวลามีจำกัด หวังเจ้าทั้งหลายจะ บำเพ็ญปฏิบัติด้วยความจริงใจ หวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก ตลอดไป ดีใหม?

นักเรียนในชั้น : ดีครับ/ค่ะ

ผู้เฒ่าคุณฟ้า : นำพาญาณเดิมคืนเบื้องบน ถอน..........