Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สภาพความเป็นจริงในคุกสวรรค์ พระโอวาทท่านผู้เฒ่าคุณฟ้า | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สภาพความเป็นจริงในคุกสวรรค์ พระโอวาทท่านผู้เฒ่าคุณฟ้า

482 Views

จำนวนโลกา ที่อุบัติมา นับไม่ถ้วนชัด
เวไนยสัตว์ สบกับทุกข์ภัย มากมายเช่นนี้
คุมคุกสวรรค์ กฎเหล็กที่นั่น ไร้ความปรานี
เผยความลับนี้ เพื่อร่วมช่วยงาน เก็บญาณสมบูรณ์

เนื่องจากทุกคนมีบุญสัมพันธ์จึงได้อยู่ร่วมกัน จึงได้ร่วม กันฟังอริยธรรมที่พุทธสถานนี้ได้ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผูกบุญ สัมพันธ์ร่วมกับทุกคนที่นี่ พวกเจ้าคงรู้สึกแปลกใจ ที่ผู้เฒ่าคน หนึ่งถือไม้เท้า แล้วยังเดินเอวงอๆ หลังก็งุ้มๆ เราก็คือ ผู้เฒ่าคุณฟ้า (เทียนเต๋อเหล่าเหยิน)

ใจของทุกคนได้โบยบินออกไปภายนอกหรือเปล่า อย่าได้ คิดว่าฉันมีความเมตตามาก ที่จริงแล้วฉันปฏิบัติงานใหญ่ จาก บทกลอนที่พวกเจ้าได้ดู

“จำนวนโลกา ที่อุบัติมา นับไม่ถ้วนชัด
เวไนยสัตว์ สบกับทุกข์ภัย มากมายเช่นนี้
คุมคุกสวรรค์ กฎเหล็กที่นั่น ไร้ความปรานี
เผยความลับนี้ เพื่อร่วมช่วยงาน เก็บญาณสมบูรณ์”

ฉันเองดูแลควบคุมอะไร? ในเมื่อมีนรกก็ย่อมมีคุกสวรรค์ด้วย นรกมีไว้คุมขังคนชั่ว แล้วคุกสวรรค์ล่ะ? ก็มีไว้คุมขังผู้บำเพ็ญ ที่มีความผิดบาปนั่นเอง มีผู้บำเพ็ญมากมาย เมื่อบำเพ็ญก็ต้อง ไปถึงคุกสวรรค์ที่ฉันดูแลอยู่ หมายความว่าอะไร? พวกเจ้าที่อยู่ ที่นี่ เมื่อกลับคืนไปแล้วจะไปพูดคุยกับฉันไหม? หรือจะไปดื่มชา กับฉันไหม? ฉันจะเปิดเผยความลับสวรรค์ให้พวกเจ้ารู้กันดีไหม? ได้ยินเรื่องคุกสวรรค์กันอยู่บ่อยๆ! แต่รู้ไหมว่าวิญญาณบาปที่ได้ มาปรากฏกายนั้น ได้พูดอะไรอีกบ้างหรือไม่? วิญญาณเหล่านั้น บอกแต่เพียงว่าได้รับความทุกข์ ทั้งหนาว ทั้งร้อน ฉันหวังว่าพวก เจ้าจะนำเรื่องเหล่านั้นไปบอกเล่าให้ผู้บำเพ็ญอื่นๆ ได้ฟัง อย่า ได้ละเมิดกฎของฟ้า แล้วจึงกระทำผิดพลาด แม้ว่าความผิดบาง อย่างจะไม่ได้เป็นความผิดมหันต์ก็ตาม แต่ผู้ที่ทดสอบให้ผู้อื่น ตกหล่น ผู้ที่ก่อกรรมปาก ผู้ที่ไม่ได้บำเพ็ญจริง ผู้ที่มีนิสัยอารมณ์ ที่ไม่ดี ผู้ที่นำเงินของส่วนรวมไปใช้ในเรื่องส่วนตัว ฯลฯ แต่ละ อย่าง ๆ นั้นไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาของฉันได้เลย เข้าใจ หรือไม่?

ปัจจุบันนี้อาณาจักรธรรมวุ่นวายมาก สิบแปดสายธรรม วุ่นวายเหลือเกิน วุ่นวายสับสนอย่างไร? เธอมาพุทธสถาน ของฉันไม่ได้ ฉันก็ไปฟังธรรมะที่พุทธสถานของเธอไม่ได้ ที่เป็น อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่?ไม่สัมพันธ์กัน อย่างนี้เรียกว่า “ท้องนา ไม่มีร่องน้ำ น้ำย่อมไม่อาจไหลเวียน” คือไม่มีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน ตัวเองดูแลแต่ตัวเอง ตัวเองดูแลตัวเองยังไม่ สำคัญเท่าไหร่ แต่ยังให้ร้ายทำลายผู้อื่นด้วย เมื่อพูดถึงฉัน พวกเจ้าคงจะคลางแคลงสงสัยว่า ฉันอายุเท่าไหร่กันแน่? ขอให้ ดูที่ประโยค

“จำนวนโลกาที่อุบัติมา นับไม่ถ้วนชัด”

ฉันเองแก่มากแล้ว แต่พวกเจ้าอายุยังน้อยกันอยู่เลย? ตอนที่ฉันเกิดมาบนโลก พวกเจ้าอยู่ที่ไหนกัน? ตอนที่ฉันบรรลุ ธรรมพวกเจ้าอยู่ที่ไหนกัน? พวกเจ้าช่างเล็กกระจ้อยร่อยเหลือ เกิน? ขอ ให้ฟังดีๆ คุกสวรรค์อยู่ที่ไหน? ก็อยู่ข้างๆ กับพุทธาลัยนั่น เอง ผู้ที่บำเพ็ญได้ดีสามารถผ่านไปถึงพุทธาลัยได้เลย แต่ถ้าบำเพ็ญ ได้ไม่ดีก็ต้องไปถึงคุกสวรรค์ของฉัน เส้นทางเดียวแต่แยกไปเป็น สองสถานที่

คุกสวรรค์กักขังใครบ้าง? นั่นก็คือ ศาสนิกชนในศาสนาทั้งห้า เฉียนเหยิน เตี่ยนฉวนซือ เจี่ยงซือ และญาติธรรมที่ยังบำเพ็ญได้ ไม่ดี เช่น ผิดพลาดเรื่องการเงิน ความประพฤติบกพร่อง จิตใจ เลวทราม หากได้บำเพ็ญจริงขัดเกลาจริง ก็ไม่ต้องไปรายงานตัว ถึงคุกสวรรค์ของฉัน และไม่ต้องถูกจับพาตัวให้มาพบฉัน ดังนั้น พวกเจ้าจึงไม่ต้องกลัว

พูดถึงภาระหน้าที่ของฉัน ก็เป็นพระบัญชาของพระแม่องค์ ธรรมให้ฉันไปควบคุมดูแลคุกสวรรค์ ตั้งแต่ธรรมกาลยุคเขียว ธรรมกาลยุคแดง จนถึงบัดนี้ธรรมกาลยุคขาว ในสมัยก่อนที่ฉัน บำเพ็ญก็มีลูกประคำ ๑๐๘ เม็ด หลังจากที่พระแม่องค์ธรรมทรงมีพระบัญชา ลูกประคำก็ได้ถูกใช้งานแล้ว ลูกประคำแต่ละเม็ดก็ ได้กลายเป็นถ้ำแต่ละถ้ำ ถ้ำเหล่านั้นก็คือคุกสวรรค์ นั่นเอง ลูกประ คำหนึ่งเม็ดก็คือถ้ำหนึ่งถ้ำ ในธรรมกาลยุคเขียวก็มีนรกเก้าขุม และก็มีคุกสวรรค์อีกเก้าถ้ำเช่นกัน เมื่อถึงธรรมกาลยุคแดงก็มีนรก สิบแปดขุมและคุกสวรรค์สิบแปดถ้ำ เพราะเหตุใด? นั่นก็เป็น เพราะจิตใจผู้คนต่ำทรามลง

ขณะนี้เป็นธรรมกาลยุคขาว เก้าเก้าแปดสิบเอ็ด ยังเหลือ ลูกประคำอีกแปดสิบเอ็ดเม็ด คนในสมัยก่อนยังมีจิตใจที่ดีงาม และบริสุทธิ์กว่าคนในสมัยนี้ ไม่เหมือนกับจิตใจของคนในสมัย นี้ที่ชั่วร้ายต่ำทราม และเต็มไปด้วยความระแวงสงสัย คนใน สมัยก่อนกินแต่พืชผัก ก็ยังสามารถบำเพ็ญได้อย่างสงบมั่นคง แต่ จิตใจของคนในสมัยนี้ไม่เหมือนกัน ชอบดูรูปลักษณ์ทั้งหลาย คุยกันแต่เรื่องเสพสุข ถ้าให้มาบำเพ็ญ เวลาที่ไม่ได้ทำอะไรเขาก็ จะรู้สึกว่าไร้รสชาติ ดังนั้นเบื้องบนเมตตากรุณาเป็นอย่างมาก ที่ให้ผู้บำเพ็ญในปัจจุบันนี้สะดวกสบาย แต่เมื่อสะดวกสบาย ก็ยัง เกิดปัญหาขึ้นมาได้ เมื่อสะดวกสบายนานวันเข้าก็จะสะเปะสะปะปล่อยปละละเลยแล้ว ดังนั้นเมื่อจะคบหาเพื่อนก็จะไม่รอบ คอบเหมือนคนในสมัยก่อน คบคนไม่เลือกไม่ได้แบ่งแยกว่า เป็นคนดีหรือคนชั่ว เมื่อได้คบหากับคนชั่วไปนานๆ ก็ย่อมชั่ว ช้าเลวทรามตามไปด้วย ดังนั้นผู้บำเพ็ญมากมายที่ได้รับธรรมะ และบำเพ็ญธรรมแต่กลับไม่ได้บำเพ็ญดีๆ มีผู้บำเพ็ญมากมาย ที่บำเพ็ญแล้วลุ่มหลงเลอะเลือน ทำไมจึงพูดเช่นนี้? เพราะมีบาง คนไม่ได้ศึกษาค้นคว้าหลักธรรม รู้เห็นแต่เพียงตื้นๆ แต่คิดเอา เองว่าตัวเองรู้เห็นอย่างลึกซึ้งถ่องแท้แล้ว จึงนำไปพูดกับผู้อื่น อย่างสับสนผิดพลาด พูดไปพูดมาจนตกไปสู่วิถีของมาร หน ทางอันดีงามได้เอนเอียงไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ตัว และยังไปบอก ให้ผู้อื่นต้องติดตามบำเพ็ญกับเราเองอีก ถ้าติดตามบำเพ็ญกับ เราเองจึงจะบรรลุธรรมได้ ไม่อย่างนั้นสายทองจะถูกตัดสาย ทองขาด สายทองต่อขาดแล้วก็ต่อ ขาดแล้วก็รับ ขาดแล้วก็เชื่อม ขาดแล้วก็รับ ช่างสับสนเหลือเกิน

เมื่อพูดถึงอารมณ์ความเคยชิน ฉันจะยกตัวอย่างสักเรื่อง หนึ่งนั่นคือ บำเพ็ญธรรมแล้วแย่งนักธรรมผู้น้อยกับผู้อื่น ไม่ได้ดูแลส่งเสริมนักธรรมผู้น้อยดี ๆ โลภมากอยากได้ หวังแต่จะเสพสุข ทั้งยังหลอกลวงทรัพย์สินของผู้อื่น ผิดบาปอย่างนี้หนักหนายิ่งนัก เอาชื่อเสียงทางธรรม เอาตำแหน่งทางธรรม มาหลอกลวงคนอื่นๆ อย่างนี้ก็มีผิดบาป

ตอนนี้จะพูดถึง “หนึ่งยอดเขาเก้าถ้ำ” เสียก่อน “ยอด เมฆาวายุ” เป็นชั้นที่หนึ่งยอดเมฆาวายุมีอยู่ด้วยกันเก้าถ้ำ ถ้ำแรก ชื่อ “ถ้ำเมฆาวายุ” ยังมี “ถ้ำเมฆาอัคคี” “ถ้ำเมฆาสีม่วง” ถัดไปยังมี “ถ้ำเมฆาโบยบิน” และยังมี “ถ้ำเมฆาสีเขียว” “ถ้ำเมฆาสีเหลือง” “ถ้ำเมฆาสีแดง” “ถ้ำเมฆาสีดำ” และ “ถ้ำเมฆาสีขาว”