Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
การลงทัณฑ์ในนรกอเวจีโหดเหี้ยมจนไม่อาจทนมองดูได้-สัตว์เทวะตี้ทิงชี้แนะให้บำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่น | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

การลงทัณฑ์ในนรกอเวจีโหดเหี้ยมจนไม่อาจทนมองดูได้-สัตว์เทวะตี้ทิงชี้แนะให้บำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่น

469 Views

สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง ขึ้นดอกบัวขาวออกเดินทาง

อาหมีถัวฝอ! อาอวี้คารวะสวัสดีผู้พิพากษา!

ขอถามผู้พิพากษา: “เป็นไปได้หรือไม่ค่ะที่วันนี้อาอวี้จะขอเข้าชมพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ปลดเปลื้องความทุกข์ยากให้กับเวไนยทั้งหลายในนรก?”

ผู้พิพากษาพูดว่า: “พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้แบ่งพระภาคออกมามากมายหลายพระภาค เพื่อฉุดช่วยเวไนยทั้งหลายในนรกขุมต่างๆ ทั้งขุมน้อยขุมใหญ่ ไม่ทราบว่าท่านจะเข้าชมการโปรดสัตว์ในนรกขุมไหนดี?”

“ข้าพเจ้าได้ยินคนบนโลกมนุษย์พูดว่าพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีนิรมาณกายอยู่ 3 กาย แบ่งเป็น นิรมาณกายในนรกภูมิ 1 กาย บนโลกมนุษย์1 กาย และบนสวรรค์อีก 1 กาย เป็นแบบนี้จริงๆใช่ไหมค่ะ? ”

ผู้พิพากษาพูดว่า: “พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีกายเดียว บังเกิดมหาปณิธานที่ยิ่งใหญ่ว่า “หากนรกไม่ว่างเว้นจากหมู่สัตว์ที่ทุกข์ทรมานจะไม่ขอสำเร็จเป็นพระพุทธะ” จนถึงตอนนี้นรกก็ยังเต็มไปด้วยวิญญาณบาป ยังไม่ว่างเว้นจากหมู่สัตว์ที่ต้องรับทุกข์ทรมาน แต่แท้ที่จริงนั้นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีมรรคผลพร้อมสมบูรณ์จนสำเร็จเป็นพระพุทธะแล้ว พระกษิติครรภ์ไม่เพียงฉุดช่วยเวไนยในนรกภูมิ โลกมนุษย์ และสวรรค์เท่านั้น พระกษิติครรภ์ยังแบ่งพระภาคไปฉุดช่วยเวไนยที่ทุกข์ยากในนรกของโลกธาตุอื่นๆ ด้วย นรกของโลกธาตุอื่นๆ ก็เช่นกัน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จะฉุดช่วย เวไนยเหล่านั้นจนกว่าจะฉุดช่วยได้จนหมดทั้งนรก บางทีก็อาจจะเป็นเวไนยในพื้นที่อื่นๆ โลกธาตุอื่นๆ พระกษิติครรภ์ก็แบ่งพระภาคไปฉุดช่วยด้วยเช่นกัน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไม่ได้แบ่งพระภาคออกมาแค่ 3 พระภาคเท่านั้น แต่แบ่งพระภาคออกมาถึงร้อยพันหมื่นโกฏิ แต่ละพระภาคก็ฉุดช่วยเวไนยในโลกธาตุต่างๆที่แตกต่างกัน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีเหตุปัจจัยบุญสัมพันธ์กับชาวโลกเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเวไนยที่ตกนรกโดยส่วนใหญ่ก็คือเวไนยจากโลกมนุษย์นี่เอง ด้วยเหตุนี้พวกเราจะต้องสำนึกคุณของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ที่เมตตากล่อมเกลาสั่งสอน

บนโลกมนุษย์นั้น มีนิรมาณกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อยู่มากมาย บางนิรมาณกายก็เพิ่งจะไปเกิดอายุยังไม่ถึง 3 ขวบ บางนิรมาณกายก็ยังเรียนหนังสืออยู่ บางนิรมาณกายก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งต่อไปในภายภาคหน้านิรมาณกายต่างๆเหล่านั้น จะทำงานสานต่อพุทธกิจและชีวิตปัญญาญาณของเวไนยอย่างเงียบๆ ฉุดช่วยเวไนยตามเหตุปัจจัยบุญสัมพันธ์ บางนิรมาณกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็ฉุดช่วยเวไนยอย่างเงียบๆตลอดชีวิต โดยที่ไม่มีใครรู้จัก บางนิรมาณกายก็อยู่ในอาณาจักรธรรมนำพระสัทธรรมเผยแพร่ให้กว้างไกลออกไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนิรมาณกายแบบไหนก็ตามล้วนเป็นการจัดการวางแผนจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในโลกที่มองไม่เห็นทั้งสิ้น นิรมาณกายเหล่านั้นอาจจะอยู่ข้างกายของพวกเรา ทำให้ความคิดและอุปนิสัยของพวกเราค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยที่นิรมาณกายเหล่านั้นจะใช้การกระทำปฏิบัติออกมาให้พวกเราเห็นเป็นแบบอย่างอย่างเงียบๆ รวมทั้งสั่งสอนศีลธรรมจรรยาให้พวกเราสามารถแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้ถูกต้อง เพียงแต่พวกเราไม่สามารถมองออกและจำได้ ว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่อยู่ข้างกายของพวกเรา ก็คือนิรมาณกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ คิดว่าเขาคือปุถุชนคนธรรมดาทั่วๆไป แล้วพระกษิติครรภ์เองก็ไม่ได้เปิดเผยฐานะของท่าน พวกเราจะต้องศึกษาเลียนแบบปณิธานที่กว้างใหญ่ของพระกษิติครรภ์ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตั้งปณิธานที่จะฉุดช่วยเวไนย ก็เพราะดำเนินปฏิบัติตามปณิธาน ดังนั้นจิตอันเมตตาของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จึงแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วทั้ง 10 ทิศ ปณิธานก็ครอบคลุมไปทั่วอากาศธรรมธาตุทั้ง 10 ทิศ ถึงแม้จักรวาลจะสิ้นสุดแต่ปณิธานของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไม่มีที่สิ้นสุด สมมติว่าพวกเราเกิดปณิธานขึ้นมา 1 ข้อว่าจะทำทานให้ขอทาน นั่นก็คือมีปณิธานเกิดขึ้นแล้ว 1 ครั้ง แต่การให้ทานนั้นจะต้องไปทำอย่างต่อเนื่องนับไม่ถ้วนทุกภพชาติ ภายในใจก็จะปลูกเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการทำทานไว้ทุกภพชาติ ถ้าหากมีเพียงครั้งเดียวที่พบเห็นขอทาน แล้วไม่ให้ทานนั่นก็คือไม่ได้ไปดำเนินปฏิบัติตามแรงปณิธาน พวกเราจะต้องศึกษาเลียนแบบพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ บังเกิดปณิธานที่ดีฉุดช่วยเวไนย ทุกๆความคิดของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ล้วนดำเนินปฏิบัติตามแรงปณิธาน หากทุกความคิดดำเนินปฏิบัติตามแรงปณิธานก็จะมีผลสำเร็จคณานับ ผลสำเร็จที่คณานับก็จะบังเกิดอภินิหาร ฉุดช่วยเวไนยยิ่งมากอภินิหารก็ยิ่งเยอะ พลังของบุญกุศลก็จะมีมาก ทุกความคิดไม่ขาดจากการฉุดช่วยเวไนย อภินิหารก็มากมายไร้ขอบเขตประมาณ อาศัยอภินิหารที่มากมายอย่างไร้ขอบเขตประมาณนี้ ก็สามารถแบ่งพระภาคได้มากมายอย่างไม่มีขอบเขตจำกัดไปฉุดช่วยเวไนยในโลกธาตุต่างๆ ได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด

ในนรกภูมิของพวกเรา ก็มีนิรมาณกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อยู่มากมาย ครั้งที่แล้วที่ท่านได้เข้าชมสถานที่ประชุมธรรม “หมิงกวงชูจ่วนถัง” พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ที่อยู่ที่นั่นจะแสดงพระธรรมเทศนาวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น หลังจากที่วิญญาณบาปได้สดับฟังธรรมกุศลมูลก็จะแตกหน่อ อาศัยกุศลมูลและการบังเกิดจิตที่สำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปนี้ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็จะช่วยให้พวกเขาได้พ้นออกไปจากนรก และยังมีอีกประเภทหนึ่งคือวิญญาณบาปที่มีบุญมากพอ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็จะแบ่งพระภาคไปอยู่ข้างกายของพวกเขาเหล่านั้น เพื่อคอยฉุดช่วย นี่คือหนึ่งในวิธีการฉุดช่วย วิญญาณบาปในนรกภูมิของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ซึ่งในแต่ละวันสามารถฉุดช่วยวิญญาณบาปออกจากนรกได้สำเร็จจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าหากวิญญาณบาปทั้งหลายในนรกไม่ได้รับการปกโปรดฉุดช่วยจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ จำนวนตัวเลขของวิญญาณบาปจะเพิ่มขึ้นอีกมากมายซักเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้

นอกจากนี้ยังมีอีกประเภทหนึ่ง พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จะดูว่าลูกหลานของวิญญาณบาปมีความกตัญญูแค่ไหน ลูกหลานได้ทำอะไรบ้างเพื่อฉุดช่วยวิญญาณบรรพชนของพวกเขา ถ้าหากลูกหลานบนโลกมนุษย์สวดท่อง (กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร) สวดท่องพุทธนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ สวดมนตร์ไหว้พระ ถวายสักการะ ปล่อยชีวิตสัตว์ พิมพ์พระสูตรคัมภีร์รวมทั้งหนังสือธรรมะเพื่อกล่อมเกลาจูงใจผู้คน ช่วยเหลือคนที่โดดเดี่ยวยากจนข้นแค้น สั่งสอนคนให้ทำความดีสะสมบุญกุศล แล้วนำบุญกุศลเหล่านี้อุทิศให้แก่วิญญาณบรรพชน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็จะฉุดช่วยวิญญาณบาปประเภทนี้ออกจากนรกภูมิ

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ยังสำรวจดูอีกว่าวิญญาณบาปมีเหตุบุญปัจจัยเพียบพร้อมที่จะได้รับการฉุดช่วยหรือไม่ มีวิญญาณบาปบางส่วนที่ไม่มีญาติพี่น้อง หรือลูกหลานสร้างบุญกุศลมาฉุดช่วย แต่ทว่าในชาติที่ผ่านๆมาของพวกเขาเองก็มีรากบุญและเหตุปัจจัยบุญวาสนาอยู่ส่วนหนึ่ง อย่างเช่น มีบางคนที่เป็นผู้ออกบวช ถึงแม้พวกเขาจะผิดศีลและตกนรก แต่ก็เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่ทำความดี และสามารถรักษาศีลได้อย่างสะอาดบริสุทธิ์ หรือในชาติที่ผ่านมาบางคนอาจจะเคยมองรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยความเคารพ ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ชั่วแวบหนึ่ง หรืออาจจะเคยสงบจิตตั้งใจสดับฟังหรือสวดท่องพุทธนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เพียงแค่ชั่วขณะหนึ่ง พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็จะมาช่วยวิญญาณบาปประเภทนี้เอง ถึงแม้จะไม่ได้เชิญให้ท่านมาช่วยก็ตาม”

ข้าพเจ้าพูดว่า: “ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราก็ไปนรกอเวจีที่ทุกคนได้ยินแล้วหวาดกลัวกันเถอะ ไม่รู้ว่าวันนี้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จะไปที่นรกอเวจีไหมค่ะ?”

ผู้พิพากษาบอกว่า: “พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จะไปโปรดสัตว์ที่นรกทุกขุม ท่านยังไม่เคยเข้าชมนรกอเวจีงั้นตามเรามาเถอะ”

ต้องเดินทางผ่านเส้นทางสัญจรจึงจะสามารถทะลุไปถึงนรกอเวจีได้ ระหว่างทางได้ยินเสียงร้องตะโกนอย่างน่าเวทนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ในนรกเต็มไปด้วยความน่าเวทนา ทุกข์ทรมานและน่าหวาดกลัวอย่างที่สุด ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใด ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเริ่มเขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) พระโพธิสัตว์ถึงต้องการให้ข้าพเจ้ามีความพากเพียรวิริยะอย่างจริงจังในการบำเพ็ญปฏิบัติ เป็นเพราะว่าถ้าพลังสมาธิน้อยเกินไป ก็จะถูกกลืนจมดิ่งลงด้วยพลังสนามแม่เหล็กด้านลบที่มีพลังรุนแรง ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ๆมนุษย์ทั่วไปจะเข้ามาเลยจริงๆ หวังว่าเวไนยที่ทุกข์ยากในนรกภูมิจะสามารถได้ไปผุดไปเกิดในเร็ววัน หากไม่ใช่พลังแห่งพุทธานุภาพเป็นเกราะกำบังห่อหุ้มกายไว้ พลังก็จะต้องสิ้นเปลืองหมดไปมากเกินกว่าครึ่ง สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง ข้าพเจ้าจะต้องทำงานนี้ให้ดีเพื่อตอบแทนพระคุณของพระพุทธะ

เวลานี้จังหวะการเต้นของหัวใจข้าพเจ้าเริ่มไวขึ้น เสียงที่น่าหวาดกลัวมากๆ ดังแพร่สะพัดไปทั่วบริเวณ ที่นี่ไม่เหมือนกับนรกกามาที่ดูทันสมัยกว่า นรกขุมนี้มีประตูเหล็กที่ใส่กุญแจอย่างหนาแน่น เป็นการปิดล้อมที่แน่นหนามาก อ่า! อุณหภูมิสูงมาก รู้สึกร้อนโคตรๆ

ผู้พิพากษาบอกว่า: “วิญญาณบาปที่อยู่ในนี้เข้าได้แต่ออกไม่ได้ วิญญาณที่มาถึงนรกขุมนี้ทั้งหมดเป็นพวกที่ก่อกรรมทำชั่วนับไม่ถ้วน บาปหนาสาหัสชั่วร้ายมาก ที่อยู่ใต้พื้นคือหินแม็กมาอุณหภูมิสูงเกินกว่า 1,000 องศาเซลเซียส นรกอเวจีก็คือโทษสูงสุดในนรกของพวกเรา”

ฮ้า! 1,000 องศาเซลเซียส น่ากลัวเกินไปแล้ว! ข้าพเจ้าสามารถมองลอดลูกกรงหน้าต่างเข้าไปด้านในของนรกอเวจี นรกอเวจีขุมนี้ไม่ใหญ่นัก ลักษณะภายนอกดูคล้ายกับจมูกของคน ส่วนภายในเป็นถ้ำมืด ถ้ำมืดนี้ทะลุไปถึงหินแม็กมาที่อยู่ใต้พื้น หินแม็กมาเหล่านั้นกำลังพ่นควันออกมาราวกับว่ากำลังร้อนไหม้อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ วิญญาณบาปถูกควันจากหินแม็กมานึ่งจนสุกเต็มที่ หลังจากนั้นก็ถูกโยนขึ้นไปบนหินแม็กมาที่กำลังพ่นควันอันร้อนระอุออกมาโดยที่วิญญาณบาปไม่ได้รับการฟื้นฟูสภาพใดๆ ยังคงอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานอย่างที่สุด เสียงกรีดร้องนั้นช่างน่าเวทนานัก จากนั้นวิญญาณบาปก็ถูกหินแม็กมาที่กำลังร้อนระอุเดือดปุดๆดูดกลืนเข้าไปรับโทษอีกครั้ง ตอนนี้วิญญาณบาปก็ร้องอย่างน่าเวทนาออกมาอีก 1 ครั้ง นรกอเวจีก็คือการรับโทษวนเวียนไปเรื่อยๆ แบบไม่ขาดตอนอย่างนี้นี่เอง ช่างน่าเวทนาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ

เมื่อครู่นี้ยังรู้สึกทั้งมืดทั้งร้อนอยู่เลยแท้ๆ ทำไมอยู่ๆถึงได้รู้สึกชุ่มชื่นฉ่ำเย็นขึ้นมาอย่างฉับพลันนะ? เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองดู ที่แท้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มาแล้ว คุกเข่ากราบพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ วันนี้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไม่ได้สำแดงกายด้วยรูปลักษณ์ที่มีความเมตตา แต่สำแดงกายเป็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ที่ยืนโกรธกริ้วมีรัศมีวงกลมสีทองขนาดใหญ่ เท้าเหยียบยืนอยู่บนดอกบัวสีเขียว เบื้องล่างของดอกบัวสีเขียวมีไฟที่ลุกโชน แต่ไฟนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อน ตรงกันข้ามกลับเป็นไฟที่ขจัดความคิดมิจฉาอันไม่ถูกต้อง มือซ้ายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ถือแก้ววิเศษสีแดงเพลิง มือขวาถือคทาบรรพชิตสีทองบนยอดคทามีดอกบัวสีแดงเพิ่มขึ้นมา 1 ดอก วันนี้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีฤทธานุภาพกำราบมาร มองแล้วทำให้คนไม่กล้ามีความคิดมิจฉาใดๆที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นภายในจิตใจ มองแล้วทำให้เกิดความศรัทธายำเกรง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์สำแสงกายด้วยรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขามเช่นนี้ ส่วนเต้าหมิงฝ่าซือและหมิ่นกงฮู่ฝ่าก็ไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก เต้าหมิงฝ่าซือสำแดงกายด้วยรูปลักษณ์ของภิกษุที่สง่างามน่าเกรงขาม มือทั้ง 2 ข้างไขว้สลับกันทำมุทราสยบมาร ส่วนหมิ่นกงฮู่ฝ่าก็ยืนพนมมืออยู่ข้างๆ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ สัตว์พาหนะตี้ทิงวันนี้ดูตัวใหญ่ขึ้นและแสดงอาการที่โกรธกริ้วออกมา

ทันใดนั้นก็มีข้าราชการจากทำเนียบนรกเข้ามารายงานว่าที่ห้องพิจารณา และตัดสินคดีมีเรื่องให้ผู้พิพากษาต้องไปจัดการแก้ไข ครั้นแล้วผู้พิพากษาก็บอกให้ข้าพเจ้าอยู่ดูเหตุการณ์ต่อไปด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยให้ขอคำชี้แนะจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ข้าพเจ้าพนมมือขึ้นกราบขอบคุณผู้พิพากษา

เวลานี้ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ให้ข้าพเจ้าเหาะขึ้นไปด้านบน เพราะว่าอีกเดี๋ยวจะเปิดประตูนรกอเวจี ท่านเป็นห่วงว่าหินแม็กมาที่ร้อนจัด จะทำให้ข้าพเจ้าได้รับบาดเจ็บ ข้าพเจ้าจึงอาศัยฤทธานุภาพของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เหาะขึ้นมายืนอยู่กลางอากาศ ส่วนหมิ่นกงฮู่ฝ่าก็เหาะลงไปที่หน้าประตูเหล็กของนรกอเวจี นายนิรบาล 2 นายเปิดประตูออกมาแล้วรีบปิดประตูอย่างระมัดระวัง พวกเขากลัวว่าหินแม็กมาจะกระเด็นใส่หมิ่นกงฮู่ฝ่า หมินกงฮู่ฝ่าแจ้งแก่นายนิรยบาลว่าจ้าวแห่งยมโลกพญายมราชฟงตู มีบัญชาสามารถปล่อยวิญญาณบาปจำนวนหนึ่งออกมา เพื่อนำเสนอข้อมูลเป็นกรณีตัวอย่างให้อาอวี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเขียนหนังสือ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กำชับว่าต้องการหยิบยกตัวอย่างจากวิญญาณบาป 3 คน ยามปกตินรกอเวจีไม่มีทางปล่อยวิญญาณบาปออกมาเด็ดขาด จากนั้นนายนิรยบาลก็เข้าไปนำวิญญาณบาปออกมา 3 คน เป็นชาย 2 คนและหญิงอีก 1 คน พวกเขาเจ็บปวดทรมานจนยืนไม่ขึ้น พูดไม่ได้แม้แต่คำเดียว ทั้งตัวเน่าเปื่อยพุพองและเต็มไปด้วยโคลนเลนเปรอะเปื้อน น่าสงสารอย่างที่สุด ข้าพเจ้ามองเห็นแล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมา

ในเวลานี้เต้าหมิงฝ่าซือรับเอาแก้ววิเศษสีแดงเพลิงจากมือของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มา แล้วเริ่มท่องมนตร์ แก้ววิเศษเปล่งแสงสว่างไสวสาดส่องไปทั่วทั้งนรกอเวจี ทันใดนั้นทั่วทั้งนรกอเวจีก็บังเกิดความชุ่มฉ่ำเย็น และเงียบสงบอย่างหาที่เปรียบมิได้ ไม่มีเสียงร้องที่ทุกข์ทรมาน หินแม็กม่าก็ไม่ร้อนแล้ว ความตื่นเต้นและอาการหัวใจเต้นเร็วของข้าพเจ้าก็หายไป รู้สึกจิตใจสงบอบอุ่นและสบายใจ เมื่อลองตั้งใจฟังอย่างละเอียดที่แท้เป็นมนตร์(กษิติครรภ์โพธิสัตว์ธารณี) ข้าพเจ้าชอบมนตร์บทนี้มาก เต้าหมิงฝ่าซือท่องมนตร์ไปได้ประเดี๋ยวเดียว วิญญาณบาปทั้ง 3 ก็เริ่มค่อยๆ ฟื้นฟูสติกลับคืนมา สมองปลอดโปร่งขึ้น วิญญาณชายก็เริ่มสามารถคุกเข่าลงบนพื้นได้แล้ว

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พูดว่า: “มนุษย์โลกซั่งกวนอวี้ ฮว๋าต้องการเขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) เพื่อกล่อมเกลาชาวโลกชักจูงให้ชาวโลกกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ตอนนี้ประสกบอกกับอาอวี้ซิว่า ประสกมาอยู่ที่นรกอเวจีได้อย่างไร ชาติก่อนทำผิดบาปอย่างไร?” วิญญาณชายทุกข์ทรมานจนร้องไห้เล่าออกมาว่า เมื่อชาติที่แล้วเขามุ่งศึกษาค้นคว้าและพัฒนายากระตุ้นความต้องการทางเพศ (ยาปลุกเซ็กซ์) แล้วตนเองยังสร้างหนังสือและซีดีลามกประเภทสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง (ชักว่าว) สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองมีเงินเป็นกอบเป็นกำ ตลอดชีวิตมีเพียงทำผิดเรื่องเหล่านี้ ตอนนี้รู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว ขอให้พระโพธิสัตว์โปรดช่วยชีวิตด้วย พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะแก่วิญญาณชายว่า: “ยากระตุ้นความต้องการทางเพศรวมทั้งหนังสือและซีดีลามก เป็นสิ่งที่ทำลายจิตใจที่ดีงามของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีดีสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง ทำให้จิตใจของเด็กหนุ่มเกิดความหวั่นไหว เมื่อเลียนแบบทำตามก็จะเป็นการทำลายพลังหยางบริสุทธิ์ของร่างกาย ถ้าหากจิตใจแปดเปื้อนนิสัยความเคยชินที่ไม่ดีจากสิ่งเหล่านี้ ก็เท่ากับเป็นการทำร้ายร่างกายทำลายชีวิตของตัวเอง เป็นการตัดขาดจากชีวิตปัญญาญาณและต้องรับผลกรรมในนรก กฎนรกจะไม่ยกโทษให้ แน่นอนว่าจะต้องรอจนกว่าสิ่งลามกที่สร้างขึ้นมาทั้งหมดจะสูญสิ้นไปจากโลกมนุษย์ ประสกจึงจะสามารถหลุดพ้นไปจากนรกได้” เมื่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะเสร็จ วิญญาณชายก็ถูกผลักกลับเข้าไปในนรกทันที”

ต่อมาคือวิญญาณหญิง วิญญาณหญิงเล่าว่า: “เป็นเพราะชาติที่แล้วข้าพเจ้าหน้าตาสวย การศึกษาสูง พูดเก่ง แต่เป็นคนที่หยิ่งยโสและมีจิตใจที่ละโมบโลภมาก มีจิตอิจฉาริษยาที่รุนแรง ถึงแม้จะแต่งงานแล้วแต่ก็มองไม่เห็นหัวของสามี ไม่มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ของสามี ใช้คำหยาบคายกับฝ่ายตรงข้ามเสมอๆ ชอบพูดแดกดันให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกเจ็บปวด ข้าพเจ้าใช้ประโยชน์จากความสวยของตัวเองไปทำเรื่องนอกใจสามีอย่างลับๆ ใช้ความสามารถในด้านการพูด ทำให้ฝ่ายตรงข้ามนำเงินมามอบให้ข้าพเจ้าจนหมด หลังจากนั้นก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความอัปยศ จนกระทั่งโมโหตาย คิดว่าตัวเองฉลาดไม่มีใครรู้ทัน ผู้ชาย 3 คนที่ถูกข้าพเจ้าทำให้โมโหตาย ได้ไปร้องเรียนกับพญายมให้ลงโทษข้าพเจ้า พญายมจึงมีคำสั่งให้พวกเขาทั้ง 3 คน ขึ้นมาบนโลกมนุษย์เพื่อดึงวิญญาณของข้าพเจ้าลงไปรับโทษในนรก ก่อนที่ข้าพเจ้าจะมารับโทษที่นรกอเวจี ข้าพเจ้าได้รับการลงโทษต่างๆนานาจากนรกขุมอื่นๆมาแล้ว ขอให้พระโพธิสัตว์ได้โปรดช่วยข้าพเจ้าออกไปด้วยเถิด ถ้าหากข้าพเจ้าได้ไปเกิดเป็นคนใหม่อีกครั้งข้าพเจ้าจะไม่หลอกลวงคนอีกแล้ว”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กล่าวว่า: “สีกามีหน้าตาสวยเพราะชาติก่อนเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระ ด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ สามารถพูดเก่งและมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดก็เพราะชาติก่อนอ่านพระสูตรคัมภีร์และสดับฟังธรรม แต่เพราะสีกามีความหยิ่งยโสจึงทำให้ชะตาชีวิตตลอดชีวิตของสีกาตกต่ำ สีกาจะต้องสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปและพิจารณาใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งถึงบุญคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง4 สีกาก็อยู่ที่นรกอเวจีนี้ แล้วตั้งใจสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปให้ดีๆ” เมื่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พูดจบ วิญญาณหญิงก็ถูกนายนิรยบาลใช้หอกง่ามทิ่มให้กลับเข้าไปในนรก ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องที่น่าเวทนา”

ต่อมาเป็นวิญญาณชายอีกคนหนึ่ง วิญญาณชายคนนี้พูดว่าชาติที่แล้วเขาขายยาปลอม ขายเหล้าปลอม และแอบค้าอาวุธสงครามอย่างลับๆ สามารถมีกำไรหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ บริษัทยิ่งเปิดก็ยิ่งใหญ่ขึ้น และยังใส่ร้ายป้ายสีทำลายชื่อเสียงคนอื่น เพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับบริษัทของตัวเอง ตอนนี้มารับโทษในนรกอเวจี รู้ตัวว่าทำผิดก็สายเกินไปซะแล้ว

วิญญาณชายพูดว่า: “พระโพธิสัตว์ได้โปรดช่วยข้าพเจ้าออกไปด้วย ได้โปรดเถิด ในนี้ทุกข์ทรมานจริงๆ ให้ข้าพเจ้าเป็นสุนัขอยู่ข้างกายท่านก็ได้ ข้าพเจ้าสามารถอยู่กับสุนัขตัวนี้ของท่านได้ ให้ข้าพเจ้าเป็นสุนัขข้างกายท่านอีกตัว ข้าพเจ้าจะอดทนต่อความยากลำบาก โดยไม่ปริปากบ่นเลย โพธิสัตว์ โปรดช่วยข้าพเจ้าออกไปที”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะว่า: “ขายยาปลอมและเป็นพ่อค้าๆ อาวุธสงคราม คือการทำร้ายทำลายชีวิตของผู้อื่นอย่างร้ายแรง นี่เป็นกฎต้องห้ามอย่างเด็ดขาดของโลกมนุษย์ ว่ากันตามกฎของนรกแล้วก็ต้องตกนรกอเวจีตลอดกาลไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ประสกจำเป็นจะต้องอยู่ที่นรกอเวจีนี้ แล้วสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปให้ดีๆ และที่อยู่ข้างกายของอาตมาตัวนี้ไม่สุนัข เขาชื่อตี้ทิง ตี้ทิงตัวนี้เขาเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม เขาคือร่างอวตารที่เกิดจากพุทธจิตของอาตมา ไม่ใช่สัตว์ที่มาจาก 6 ภูมิวิถีแห่งการเวียนว่าย”

“เรียนถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ อาอวี้คุยกับตี้ทิงได้ไหมค่ะ?”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์บอกว่า: “อาอวี้คุยเถอะ”

ข้าพเจ้าพูดว่า: “อาหมีถัวฝอ! ตี้ทิง! ที่แท้ท่านก็เป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม เดิมทีแล้วข้าพเจ้าคิดว่าตี้ทิงเพียงแค่ติดตามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไปวันๆ เท่านั้นเอง ช่างน่าเลื่อมใสตี้ทิงจริงๆ ที่สามารถได้ติดตามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไปฉุดช่วยเวไนยทั่วทุกๆ พื้นที่ อาอวี้ขออนุโมทนาบุญกับตี้ทิง ด้วย”

ตี้ทิงพูดว่า: “อาอวี้ท่านถ่อมตนเกินไปแล้ว! พวกเราต่างก็กำลังบำเพ็ญปฏิบัติ อยู่ในฐานะตำแหน่งหน้าที่ไหนก็ทำเรื่องราวนั้นๆ เวไนยสรรพสัตว์ทั้งหลายควรที่จะสำแดงความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาอย่างเต็มที่ ภาระหน้าที่อันพึงกระทำของตนก็ต้องทำออกมาให้ดี และในขณะเดียวกันก็จะต้องสอดคล้องกับหลักธรรม ไม่ทำในสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรม การช่วยเหลือผู้อื่นทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น แท้ที่จริงแล้วก็คือช่วยเหลือตัวเองสะสมบุญกุศล พวกเรายังไม่ประจักษ์และเข้าถึงในพุทธผล การทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นก็คือการทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง เพราะว่าบุญกุศลของพวกเรายังไม่ถึงพร้อมสมบูรณ์ เมื่อบุญกุศลยังไม่ถึงพร้อมสมบูรณ์ พวกเราก็จะต้องสะสมบุญกุศลไว้เป็นเสบียงบุญให้กับตัวเอง ดังนั้นการช่วยเหลือผู้อื่น ยังประโยชน์ให้กับผู้อื่นก็คือสะสมเสบียงบุญให้กับตัวเอง มีเพียงพระพุทธะเท่านั้นที่มีบุญกุศลเพียบพร้อมสมบูรณ์ ฉะนั้นจึงสามารถพูดได้ว่าพระพุทธะคือผู้ที่ยังประโยชน์ให้กับผู้อื่นโดยสมบูรณ์อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ตี้ทิงโชคดีได้เป็นองครักษ์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทำให้ตี้ทิงมีโอกาสได้ฝึกฝนเรียนรู้”

ข้าพเจ้าพูดว่า: “ตี้ทิงช่างสมกับเป็นผู้พิทักษ์ธรรมที่อยู่ข้างกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จริงๆ คำพูดที่ตี้ทิงพูดออกมานั้นไม่ใช่ธรรมดาเลย อาอวี้ขออนุโมทนาๆ”

อาอวี้ขอเรียนถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์: “วิญญาณหญิงเมื่อครู่นี้ พระโพธิสัตว์บอกว่า ชาติที่ผ่านมาเขาเคยศึกษาพุทธธรรม แต่ตอนนี้เขาตกนรกอเวจีตลอดกาลไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด นั่นก็เท่ากับว่าเขาไม่มีความหวังใดๆอีกต่อไปแล้วใช่ไหมค่ะ?”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะว่า: “เมื่อครู่นี้อาตมาบอกกับเขาว่า จะต้องสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาป ถึงแม้เขาบอกว่าจะแก้ไขความผิดบาป แต่ความจริงแล้วในขณะนี้ จิตใจของเขายังไม่ได้เข้าถึงการสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปอย่างจริงใจ แต่เป็นเพราะว่าเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากนรกอเวจี เลยทำให้เขาอยากจะรีบๆ ออกไปให้พ้นๆ จากนรกขุมนี้เร็วๆ เท่านั้นเอง รอให้เวลาผ่านไปอีกซักระยะ เมื่อจิตใจของเขาสะอาดบริสุทธิ์กว่านี้ อาตมาจะกลับมาฉุดช่วยเขาที่นี่อีกครั้ง ตอนนี้เขายังต้องฝึกฝนจิตอยู่ในนรกอเวจีแห่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ”

ข้าพเจ้าพูดว่า: “พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ปฏิบัติได้ถึงมหาปณิธานที่ว่า “หากนรกไม่ว่างเว้นจากหมู่สัตว์ที่ทุกข์ทรมานจะไม่ขอสำเร็จเป็นพระพุทธะ” อย่างแท้จริง อาอวี้จะต้องฝึกฝนเรียนรู้ตามแบบอย่างของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์”

อาอวี้สำนึกพระคุณอันไร้ขอบเขตของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ที่ชี้แนะสั่งสอน ศิษย์อาอวี้ ขอก้มกราบอย่างสุดใจ ทศจักรถอดถอนออกมาซึ่งความทุกข์ยาก ยังประโยชน์ทั้งยมโลกและเมืองมนุษย์

มหาอริยา มหาเมตตา มหาปณิธานพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์

ขึ้นดอกบัวขาวกลับ