คาถาแก้ววิเศษ อานุภาพไร้ขอบเขต-ได้เห็นสามอริยเจ้าแห่งทิศทักษิณกอบกู้ความทุกข์ยากในแดนนรก

451 Views

วันนี้อาอวี้ขออาศัยฤทธานุภาพ และพลังจากพรของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เดินทางไปชมพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ฉุดช่วยเวไนยในนรกภูมิเพื่อบันทึกเหตุการณ์จริง

นาโมตี้จั้งผูซ่า นาโมตี้จั้งผูซ่า นาโมตี้จั้งผูซ่า

(ขอนอบน้อมต่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์)

นาโมต้าเอวี้ยนตี้จั้งผูซ่า นาโมต้าเอวี้ยนตี้จั้งผูซ่า

นาโมต้าเอวี้ยนตี้จั้งผูซ่า

(ขอนอบน้อมต่อพระมหาปณิธานกษิติครรภ์โพธิสัตว์)

อาอวี้ต้องเลียนแบบพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ คอยฉุดช่วยเวไนยที่ทุกข์ยากออกจากทะเลทุกข์ (กฎนรกไร้ความปรานี) จะต้องตีพิมพ์ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ชาวโลกผู้หลงผิดหันหลังกลับคืนสู่ฝั่ง ละทิ้งความชั่วฝักใฝ่ความดี ฟื้นฟูความสว่างไสวของจิตญาณแห่งฟ้าปางก่อน

สำนึกคุณพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ประทานพร ขึ้นดอกบัวขาวออกเดินทาง ถึงนรกแล้ว! คุกเข่ากราบพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เมตตาเผยยิ้มเล็กน้อย เปล่งรัศมีแห่งความเมตตาสว่างไสวตราบชั่วกาลนาน

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์สำแดงกายในรูปลักษณ์ของพระภิกษุที่มีความเมตตา นั่งขัดสมาธิเพชร ครั้งนี้พระกษิติครรภ์ประทับนั่งอยู่บนดอกบัวสีเขียว เป็นครั้งแรกที่เห็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์นั่งบนดอกบัวเขียว มือซ้ายถือแก้ววิเศษสีชมพู ส่วนมือขวาถือคทาบรรพชิตสีทอง ข้างกายมีสัตว์พาหนะชื่อตี้ทิง ด้านซ้ายของพระกษิติครรภ์คือเต้าหมิงฝ่าซือ ด้านขวาคือหมิ่นกงฮู่ฝ่า

อาอวี้คุกเข่ากราบเต้าหมิงฝ่าซือและหมิ่นกงฮู่ฝ่า

ครั้งนี้ข้าพเจ้าอาศัยฤทธานุภาพ และพลังจากพรของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เข้าสู่นรกโดยตรง ไม่ได้เข้าสู่นรกโดยผ่านเส้นทางอื่นๆ ขณะนี้พวกเราทั้งหมดอยู่กลางอากาศ ข้าพเจ้ายืนอยู่เบื้องใต้ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ยินเสียงร้องตะโกนที่โศกเศร้า และได้เห็นพระกษิติครรภ์เปล่งรัศมีประทานพร

เต้าหมิงฝ่าซือบอกว่านรกขุมนี้คือ “นรกร้องลั่น” วันนี้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มาที่นี่ เพื่อฉุดช่วยวิญญาณบาปคนหนึ่งให้ได้ไปผุดไปเกิด สามารถได้รับความเมตตากรุณาจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เป็นสิ่งที่โชคดีขนาดไหน

เต้าหมิงฝ่าซือบอกว่า ลูกของวิญญาณบาปคนนี้ได้สวด (กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร) ตลอดทั้งวันทั้งคืน ทำให้พระกษิติครรภ์มาที่นี่ มีอยู่ชาติหนึ่งที่วิญญาณบาปเคยเกิดเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่ออกบวช เนื่องจากในชาตินั้นรักษาศีลวินัยไม่ค่อยบริสุทธิ์นัก จึงไม่สามารถเข้าถึงวิมุตติ(ความหลุดพ้น) ต่อมาได้ไปเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย จิตญาณก็เริ่มตกต่ำ ประพฤติผิดในกาม จิตญาณก็ยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ จนต้องตกสู่นรก

ตอนนี้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ให้หมิ่นกงฮู่ฝ่าลงไปก่อน หมิ่นกงฮู่ฝ่าลงไปคุยกับนายนิรยบาล 2 นายว่าพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ต้องการพบวิญญาณชื่อ...... หลังจากนั้นแป๊บหนึ่งนายนิรยบาลก็นำนักโทษชายออกมา นักโทษชายมีลักษณะที่แสดงออกถึงความทุกข์ทรมาน ตัวสั่นเทิ้ม ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด เขาเจ็บปวดทรมานจนพูดไม่ออก สรุปคือเป็นผีก็ไม่เหมือนผี จะบอกว่าเป็นคนก็ยิ่งไม่เหมือนคน ช่างเป็นวิญญาณที่ดูอ่อนแอและเปราะบาง สภาพของเขาในตอนนี้ถ้าหากว่ามีลมพัดมา เขาคงจะถูกลมพัดไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พูดกับวิญญาณชายว่า: “วันนี้มีมนุษย์โลกชื่อว่าซั่งกวนอวี้ฮว๋ามาเยี่ยมชมนรกภูมิ เพื่อเขียนหนังสือธรรมะชื่อว่า (กฎนรกไร้ความปรานี) เพื่อฉุดช่วยชาวโลก ให้พวกเขารักษาศีล 5 ปฏิบัติตามกุศลกรรมบถ 10 ชำระล้างจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ทำความดีสะสมบุญกุศล จะได้ไม่ต้องประสบพบเจอกับเคราะห์กรรมที่ทุกข์ทรมานในนรกเมื่อสิ้นอายุขัยลง ตอนนี้ให้ประสกเล่าให้อาอวี้ฟังซิว่า ประสกตกนรกได้อย่างไร? แล้วตอนนี้ประสกรู้สึกอย่างไร?

วิญญาณชายพยักหน้าแต่ยังคงพูดไม่ออก เวลานี้เต้า หมิงฝ่าซือรับเอาแก้ววิเศษสีชมพูจากมือของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แล้วลงไปหาวิญญาณชาย เต้าหมิงฝ่าซือท่องมนตร์ “กษิติครรภ์โพธิสัตว์ธรรมกายมุทรา” อย่างรวดเร็ว “อม ปรามารตะเน สวาหา” ทันใดนั้นแก้ววิเศษก็เปล่งแสงสว่าง สาดส่องไปทั่วทุกอณูพื้นที่ของนรกร้องลั่นแห่งนี้ ความทุกข์ทรมานต่างๆ ในนรกขุมนี้ก็หยุดลงทันที กายใจของวิญญาณบาปทั้งหลายต่างเงียบสงบลง วิญญาณชายก็ไม่ทุกข์ทรมานแล้ว คล้ายกับว่าร่างกายมีความแข็งแรง รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่ว ในที่สุดก็สามารถพูดออกมาได้แล้ว แม้แต่ข้าพเจ้ายังรู้สึกได้ถึงพลังจากพรนี้

วิญญาณชายบอกว่า เมื่อชาติที่แล้วเขาประพฤติผิดในกามและเนื่องจากมีจิตที่อิจฉาริษยาผู้บำเพ็ญปฏิบัติในสัมมาธรรมคนหนึ่ง ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมคนนี้เป็นฆราวาสที่ไม่ได้ออกบวช เขาไม่พอใจที่ฆราวาสคนนี้สามารถแผ่ขยายพระสัทธรรมออกไปให้เจริญรุ่งเรือง และได้รับความเคารพนบนอบจากผู้คน เขาจึงใส่ร้ายป้ายสีฆราวาสผู้บำเพ็ญธรรมคนนี้ว่าศีลวินัยไม่สะอาดบริสุทธิ์ เพราะการใส่ร้ายป้ายสีนี้ ทำให้ผู้คนที่ศรัทธาจำนวนมากหมดความศรัทธาลง และตีตัวออกห่างจากฆราวาสผู้บำเพ็ญคนนี้ ซึ่งเป็นการตัดขาดชีวิตปัญญาญาณของผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมคนอื่นๆ ยามปกติถึงแม้ตัวเองจะเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติในพุทธธรรม แต่เมื่อสิ้นอายุขัยลงก็ยังต้องตกนรก ทุกๆเวลาทุกๆนาที มีแต่ความทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด ตอนนี้โชคดีที่ลูกชายโตขึ้นก็เริ่มศึกษาพุทธธรรม และที่โชคดีเป็นอย่างยิ่งก็คือลูกชายมีความพากเพียรวิริยะ ทุกๆวันสวดท่อง (กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร) เพื่ออุทิศให้กับเขา

เวลานี้วิญญาณชายคุกเข่าลงกับพื้นร้องห่มร้องไห้ด้วยเสียงอันดังและพูดว่า: “พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ผู้มีมหากรุณาได้โปรดช่วยข้าพเจ้าออกไปด้วยเถิด ในนี้ทุกข์ทรมานเหลือเกิน หากข้าพเจ้าได้เกิดเป็นคนอีกครั้ง ข้าพเจ้าจะทำความดีชดใช้ความผิด ข้าพเจ้าสาบานว่าทุกภพทุกชาติจะบำเพ็ญปฏิบัติอยู่ในสัมมาธรรม ปกป้องพระสัทธรรม ได้โปรดช่วยข้าพเจ้าออกไปที ตอนนี้แม้แต่ลูกชายของข้าพเจ้าก็ยังรู้จักมีความกตัญญูกตเวที ทุกๆวันสวด (กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร) อุทิศให้ข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ากลับสร้างบาปกรรมให้ต้องตกนรก หากข้าพเจ้าได้เกิดเป็นคนอีก ทุกภพทุกชาติ ข้าพเจ้าจะต้องรักษาศีลวินัยให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นคนดีอุทิศตนเพื่อสังคม”

เพราะวิญญาณชายได้รับพร จากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ทำให้เขาหวนนึกถึงอดีตขึ้นมาได้ว่าในสมัยก่อนตัวเขาเองก็เคยสวดท่องพุทธนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เวลานี้เขาจึงสวดพุทธนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไม่หยุด “นาโมตี้จั้งผูซ่า นาโมตี้จั้งผูซ่า นาโมตี้จั้งผูซ่า” แสงแห่งจิตญาณของเขาเปลี่ยนเป็นแสงสว่างขึ้นมาแล้ว วิญญาณชายรู้สึกว่าตัวเริ่มเบาขึ้น เขาก็ยิ่งสวดท่องพุทธนามอย่างไม่หยุดยั้ง วิญญาณก็เริ่มลอยขึ้นสู่ด้านบน

อาอวี้ขอถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์: “เพราะเหตุใดวิญญาณชายคนนี้จึงสามารถได้ไปผุดไปเกิดไวเช่นนี้?”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะว่า: “วิญญาณชายคนนี้เคยเกิดเป็นผู้ออกบวช ถึงแม้ว่าศีลจะไม่ค่อยบริสุทธิ์นัก แต่ก็เคยรักษาภิกษุศีลได้บริสุทธิ์มาก่อน เพราะผลบุญนี้จึงทำให้เขาได้เกิดในครอบครัวที่มั่งคั่งร่ำรวยบนโลกมนุษย์ถึง 7 ชาติ มีลูกที่กตัญญูกตเวที แต่ทว่าในชาติที่ 7 เขาประพฤติผิดในกามและยังใส่ร้ายป้ายสีผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม จึงต้องตกนรกรับการลงโทษ ครั้งนี้ที่เขาได้ไปเกิดใหม่ก็เป็นเพราะลูกของเขามีความกตัญญู ทำความดีสะสมบุญกุศลเพื่อพ่อของตน และยังบังเกิดจิตมหาโพธิที่มีพลานุภาพมากอุทิศมาให้ บวกกับตัวของวิญญาณบาปเอง ก็สามารถบังเกิดจิตที่สำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พระพุทธะโพธิสัตว์จะไม่ยอมทอดทิ้งเวไนยที่สามารถฉุดช่วยได้ไปแม้แต่คนเดียว”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ยังบอกว่า: วิญญาณชายคนนี้จะได้ไปเกิดเป็นผู้หญิง และจะต้องรับเศษกรรมส่วนที่เหลือจากบาปกรรมของการประพฤติผิดในกาม และใส่ร้ายป้ายสีผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ผลของเศษกรรมทำให้เกิดการหย่าร้าง พูดความจริงแต่ก็จะไม่มีใครเชื่อถือ หลังจากที่เขาได้เกิดเป็นผู้หญิงแล้ว เขาจะได้บำเพ็ญปฏิบัติในพุทธธรรม ถ้าหากเขามีจิตศรัทธาที่หนักแน่นมั่นคงเพียงพอ บำเพ็ญปฏิบัติอยู่ในสัมมาธรรมจริงๆ ปกป้องพระสัทธรรมจริงๆตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้เมื่อครู่นี้ จิตญาณของเขาก็จะฟื้นฟูกลับมาสว่างไสวทีละขั้นๆตามลำดับ

ดูวิญญาณหญิงอีกคนหนึ่งในนรกขุมนี้ นายนิรยบาลได้นำวิญญาณหญิงอีกคนหนึ่งออกมา เมื่อเต้าหมิงฝ่าซือท่องมนตร์ แก้ววิเศษก็เปล่งแสงประทานพรแก่วิญญาณหญิง สภาพของวิญญาณหญิงเกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเพียงเล็กน้อย เต้าหมิงฝ่าซือต้องใช้เวลาท่องมนตร์นานหน่อย เมื่อได้รับพลังจากพร สภาพของวิญญาณหญิงก็เริ่มฟื้นฟูขึ้นจนเขาสามารถพูดได้

วิญญาณหญิงพูดว่า เมื่อชาติที่แล้วเขาชอบพูดจาเหน็บแนมให้คนอื่นเกิดความเจ็บปวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขามีความอิจฉาริษยาลูกของสามีที่เกิดจากภรรยาคนก่อน เขามักจะดุด่าและทุบตีลูกเลี้ยงให้ได้รับบาดเจ็บจนเลือดตกยางออก ทำให้ลูกเลี้ยงหิวข้าวจนเป็นลมแล้วยังตีลูกเลี้ยงจนตาย ต่อแม่สามีนั้น เขาก็ไม่มีความกตัญญู อีกทั้งยังปฏิบัติต่อแม่สามีอย่างชั่วร้าย ชอบตีหัวแม่สามี บางครั้งตีจนแม่สามีหัวแตกเลือดไหล แต่เพราะแม่สามีเห็นแก่ความสามัคคีปรองดองภายในครอบครัว จึงไม่กล้าพูดว่าถูกลูกสะใภ้ตี สุดท้ายก็ทำให้แม่สามีโมโหตาย แม่สามีและลูกเลี้ยงได้นำเรื่องนี้ร้องเรียนต่อท่านพญายม ให้ท่านพญายมช่วยพิจารณาตัดสิน เมื่อเขาสิ้นอายุขัยลงแล้วนอกจากจะถูกตัดสินให้รับโทษในนรกร้องลั่นยังถูกตัดสินให้รับโทษในนรกขุมอื่นๆต่อ ตอนนี้เพียงแค่เพิ่งจะเริ่มต้นมารับการลงโทษที่นรกร้องลั่นเท่านั้น ทุกข์ทรมานอย่างสุดขีดจนไม่รู้ว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้อย่างไร

วิญญาณหญิงคุกเข่าลงกับพื้น วอนขอให้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ช่วยเขาออกไปจากนรก พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะต่อวิญญาณหญิงว่า: “ถ้าหากวันนั้นรู้ก่อนตั้งแต่แรก วันนี้ก็จะไม่ต้องมีสภาพเช่นนี้ นี่คือคำพิพากษาของพญายม ความดีทั้งมวลกตัญญูมาเป็นอันดับแรก พญายมเคารพเลื่อมใสคนที่มีความกตัญญูกตเวทีที่สุด ตลอดชีวิตกตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่ ก็ยังไม่สามารถตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ที่ให้กำเนิด คอยเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอน มิกล้าที่จะปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างหยาบคาย อกตัญญูคือบาปที่กฎนรกไม่สามารถให้อภัยได้ ตามหลักเหตุผล สีกาควรจะสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปอย่างสุดกำลัง ฟ้ามีบุญคุณต่อทุกชีวิต รักทะนุถนอมทุกชีวิต มีคุณธรรมไม่เข่นฆ่า ลูกของสามีที่เกิดจากภรรยาคนก่อนต้องสูญเสียแม่แท้ๆผู้ให้กำเนิดไปแล้ว ในจิตใจของเขาย่อมมีจุดบกพร่องขนาดใหญ่เกิดขึ้น สีกาควรจะดูแลเอาใจใส่ลูกเลี้ยงอย่างสุดชีวิตจิตใจ ปฏิบัติตัวให้เหมือนกับว่าตัวเองเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ช่วยชดเชยสิ่งที่ขาดตกบกพร่องภายในจิตใจของลูกเลี้ยง ให้ได้รับการเติมเต็ม แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสีกาจะดุด่าทุบตีลูกเลี้ยง ทำให้เขาหิวจนหน้ามืดเป็นลมแล้วยังตีเขาจนถึงแก่ความตาย ตีเด็กน้อยที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้จนถึงแก่ความตาย มีจิตใจที่ชั่วร้ายอำมหิตจริงๆ สร้างเหตุเช่นนี้ก็ต้องรับผลเช่นนี้ จะต้องสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปอย่างถึงที่สุด คนที่จะสามารถช่วยสีกาได้ก็มีแต่ตัวสีกาเองเท่านั้น”

วิญญาณหญิงผู้ทุกข์ทรมานคุกเข่าอยู่บนพื้น วอนขอให้ตัวเองได้รับการให้อภัยพร้อมทั้งพูดว่า: “พระโพธิสัตว์ได้โปรดช่วยเจ้าด้วย ข้าพเจ้าก้มกราบท่านแล้ว ได้โปรดเถอะ ชาติที่แล้วแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่มีใครเลยที่จะสามารถพูดถึงจุดบกพร่องของข้าพเจ้าได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าพูดว่าข้าพเจ้าผิดแม้แต่คำเดียว ข้าพเจ้าก็จะโต้ตอบกลับไปด้วยคำหยาบคายในทันที ยิ่งกว่านั้นก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือทุบตีคนที่กล้าพูดจาตำหนิข้าพเจ้า เวลาที่ข้าพเจ้าตีคนชอบตีที่หัวมากที่สุด ตีที่หัวสามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามมึนและสลบได้ ข้าพเจ้าก็จะเป็นฝ่ายชนะ ข้าพเจ้าชอบชัยชนะและไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ วันนี้ได้รับฟังคำสั่งสอนของพระโพธิสัตว์ทำให้รู้ว่าตัวเองได้ทำผิดอย่างร้ายแรง ข้าพเจ้ารู้สำนึกผิดแล้ว พระโพธิสัตว์ได้โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด ข้าพเจ้าต้องการออกไปจากนรก” เวลานี้นายนิรยบาลได้นำตัวของวิญญาณหญิงกลับไปรับโทษตามเดิม ข้าพเจ้ามองเห็นแสงแห่งจิตญาณของวิญญาณหญิงไม่มืดมัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยสว่างนัก

ข้าพเจ้าขอเรียนถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์: “วิญญาณหญิงคนนั้น จะต้องรับการลงโทษในนรกทั้งหมดก่อน จึงจะสามารถหลุดพ้นออกไปจากนรกได้ใช่หรือไม่?”

พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ชี้แนะว่า: “เหตุบุญปัจจัยในวันนี้จะทำให้ต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อเขาได้ไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์สามารถได้พบเจอกับพระสัทธรรม และได้บำเพ็ญปฏิบัติในสัมมาธรรม แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตอันไกลโพ้นที่ไกลแสนไกล ตอนนี้คือการปลูกเพาะเหตุปัจจัยบุญสัมพันธ์ที่ดีลงไปก่อน”

ขอสำนึกคุณพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ที่ชี้แนะ คำชี้แนะของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ดุจดั่งน้ำทิพย์ที่ชโลมกายใจให้ชุ่มชื่น

อาอวี้คุกเข่ากราบลาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์

คุกเข่ากราบเต้าหมิงฝ่าซือ

คุกเข่ากราบหมิ่นกงฮู่ฝ่า

ขึ้นดอกบัวขาวกลับ