ร่วมฟังการไต่สวนพิพากษาคดี-ได้พบเห็นท่านสุวรรณ และท่านสุวานด้วยตาของตัวเอง

411 Views

สำนึกคุณพลังพรแห่งพุทธานุภาพ ขึ้นดอกบัวขาวออกเดินทาง

อาอวี้คารวะผู้พิพากษาค่ะ!

ผู้พิพากษาบอกว่า: “วันนี้มีการพิจารณาและตัดสินคดีที่ห้องโถงใหญ่ วิญญาณบาปชายหญิงทั้ง 2 คนที่มารับการไต่สวนพิจารณาคดี ผู้ชายคือคนที่ล่อลวงผู้หญิงไปขายตัว ส่วนผู้หญิงเป็นแม่เล้า”

ข้าพเจ้าพูดว่า: “ขอบคุณผู้พิพากษาที่ให้อาอวี้เข้าไปร่วมฟังในฐานะผู้สังเกตการณ์”

อ่า! ถึงแล้ว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตบโต๊ะบนบัลลังก์พิพากษาอย่างแรง

เห็นแล้ว! พญายมขุมที่ 7 ไท่ซันหวัง ลักษณะท่าทางกำลังโมโหอย่างมาก โมโหจนแทบจะลุกเดินออกมาจากเก้าอี้บนบัลลังก์พิพากษาอยู่แล้ว พญายมลุกขึ้นยืนแล้วโน้มตัวลงมาที่วิญญาณบาป พร้อมทั้งตวาดด้วยเสียงอันดังว่า “วิญญาณบาป! เจ้าบังอาจมากช่างใจกล้าจริงๆ อยู่ในนรกยังกล้าเถียงออกมาได้ข้างๆ คูๆ อะไรคือเธอกับฉันต่างยินยอมพร้อมใจกันทั้ง 2 ฝ่าย อะไรคืออาหารและความกำหนัดในกามเป็นเรื่องธรรมชาติ แก้ไขความกลัดกลุ้มของชีวิต ฉวยโอกาสพูดจาส่งเดช! พวกเจ้า 2 คนผัวเมียเดิมทีเมื่อสมัยมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ครอบครัวมีอันจะกิน ให้ชีวิตผ่านไปอย่างมั่นคง ดังนั้นจึงไม่ประกอบอาชีพที่สุจริต เพราะเห็นแก่เงินทอง จึงโกหกหลอกลวงผู้หญิงและเด็กสาววัยรุ่นที่โง่เขลาขาดความรู้ให้มาประกอบอาชีพขายตัวเป็นโสเภณี นี่คือความผิดข้อแรก ต่อมายังวางแผนหลอกลวงให้ผู้หญิงเหล่านั้นตกสู่กับดักหลุมพรางของพวกเจ้าทั้ง 2 คน เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ขูดรีดเงินทองที่พวกเขาเหล่านั้นแลกมาด้วย เลือดเนื้อและร่างกาย นี่คือความผิดข้อที่2 พวกเจ้าเจตนาให้ผู้หญิงและเด็กสาววัยรุ่นเหล่านั้นเสพสิ่งเสพติด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน เพื่อที่จะให้พวกเขาเหล่านั้นติดหนี้สินเป็นจำนวน มากๆ และอาศัยหนี้สินเหล่านั้นมาเป็นข้อผูกมัดในการควบคุมพวกเขาทั้งหลาย ให้พวกเขาไม่สามารถหลุดพ้นจากอาชีพขายตัวและต้องเป็นโสเภณีต่อไป นี่คือความผิดข้อที่3 เมื่อผู้หญิงและเด็กสาววัยรุ่นเหล่านั้นโชคไม่ดีเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา พวกเจ้าก็เจตนาจัดการให้พวกเขาทำแท้ง ทำลายชีวิตที่ไม่มีความผิด นี่คือความผิดข้อที่4 พฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมอำมหิตไม่ใช่จิตของมนุษย์ เป็นสิ่งที่น่าอัปยศอดสูอย่างยิ่ง”

ข้างๆของพญายมไท่ซันหวัง มีข้าราชการชั้นสูงของทำเนียบนรกอยู่ 2 ท่าน

ท่านหนึ่งคือท่านสุวรรณ ท่านสวมชุดคลุมยาวสีม่วงดำ หน้าตาอ่อนโยน ค่อนข้างจะมีสีหน้ายิ้มๆ เล็กน้อย อยู่ในนรกพูดได้เลยว่าเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะสามารถพบเห็นสีหน้าแบบนี้ เพระว่าข้าราชการในนรกที่อาอวี้ได้พบเห็นล้วนมีลักษณะท่าทางที่น่าเกรงขามน่าสะพรึงกลัว และยังโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง

อีกท่านหนึ่งคือท่านสุวาน ท่านสวมชุดยาวสีเขียวเข้ม ลักษณะท่าทางโมโหร้าย ตาของท่านส่งประกายแสงสลัวๆสีขาวมัวๆออกมา ท่านมองมาแวบหนึ่งก็ทำให้รู้สึกไม่สบายไปทั่วทั้งตัว

ทั้ง 2 ท่านสวมหมวกยาวเหมือนกัน หมวกกับชุดมีสีสันที่เข้าชุดกัน

ตอนนี้ได้ยินพญายมไท่ซันหวังพูดว่า: “รีบเอาบัญชีบาปอ่านออกมา!”

ท่านสุวานหยิบสมุดบันทึกออกมา โอ้โห! สมุดบันทึกยาวมากๆ ท่านสุวานมีลักษณะที่ดุดันเป็นอย่างยิ่ง เริ่มอ่านความผิดบาปทั้งหมดของวิญญาณบาปทั้ง 2 คนออกมา วิญญาณบาปทั้ง 2 ชั่วร้ายมากจริงๆ ก่อกรรมชั่วมากมายเต็มไปหมด ข้าพเจ้าจะอธิบายเพียงส่วนหนึ่งออกมาให้ทุกท่านได้เข้าใจดังนี้

วิญญาณบาปทั้ง 2 เมื่อสมัยที่มีชีวิตอยู่ เพื่อที่จะควบคุมเด็กสาววัยรุ่นที่หน้าตาสะสวยจำนวนหนึ่งเอาไว้เป็นเครื่องมือในการหาเงินให้กับตัวเอง จึงให้เด็กสาวเหล่านั้นทำแท้งเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเสี้ยมสอนให้ติดสิ่งที่ไม่ดีไม่ว่าจะเป็นสิ่งเสพติด เหล้า บุหรี่และการพนัน ต่อมาภายหลังมีเด็กสาวจำนวนหนึ่ง ได้พบเจอกับผู้ชายที่มีบุพเพสันนิวาสต่อกัน ผู้ชายเหล่านั้นก็พาพวกเธอกลับไปที่บ้านแล้วแต่งพวกเธอเป็นภรรยา บ้างก็แต่งพวกเธอเป็นภรรยาหลวง บ้างก็แต่งพวกเธอเป็นภรรยารอง แต่ทว่าเป็นเพราะพวกเธอที่แต่งออกไปแล้วนั้น ส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะมีลูกได้ จึงทำให้เกิดปัญหาครอบครัวร้าวฉาน และเป็นเพราะว่าพวกเธอส่วนหนึ่ง เคยเสพสิ่งเสพติดและเคยทำแท้งมาก่อนทำให้ร่างกายเกิดโรคแทรกซ้อนที่รักษาไม่หายไปตลอดชีวิต เช่น โรคเรื้อรังบางโรคที่เป็นโรคเฉพาะในผู้หญิง อาการระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ รวมทั้งเกิดอาการมือเท้าชาเป็นต้น บางคนถึงขั้นวิกลจริตจึงทำให้ถูกสามีทอดทิ้ง ต่อมายังถูกคนในครอบครัวเอาไปทิ้ง ปล่อยให้พวกเธอเป็นคนเร่ร่อนเที่ยวซัดเซพเนจรตามข้างถนน และยังมีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายที่ไม่สามารถทนฟังต่อไปได้

พญายมไท่ซันหวัง: “เจ้าหน้าที่! ลากวิญญาณบาปทั้ง 2 คนไปที่นรกเกลือกกลิ้งประเวณี ให้รับการลงโทษหนึ่งแสนปีก่อน ลองดูซิว่าจะมีจิตใจที่สำนึกผิดหรือไม่ หลังจากนั้นค่อยมาทำการตัดสินใหม่” เวลานี้วิญญาณบาปทั้ง 2 เกิดอาการขาสั่นตัวสั่นอย่างแรง แต่ทว่าทั้งหมดนี้มันสายเกินไปแล้ว

ผู้พิพากษาพูดว่า: “วิญญาณบาปประเภทนี้ ตามปกติจะต้องอยู่ในนรกรับการลงโทษที่ยาวนานมากๆ ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และจะต้องรอจนกว่า คนที่พวกเขาเคยทำลายทั้งหมดจะสามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรม และผลกระทบต่างๆที่เป็นผลพวงมาจากการกระทำของพวกเขาได้ เป็นเพราะว่าพวกเขาทั้ง 2 คนเสี้ยมสอน และยุยงส่งเสริมให้คนอื่นเสพสิ่งเสพติด ทำแท้ง และอื่นๆเป็นเหตุให้คนอื่นทำบาปและยังเกิดโรคแทรกซ้อนที่รักษาไม่หาย บาปกรรมและผล กระทบต่างๆเหล่านี้ทั้งหมดจะต้องหมดไปเสียก่อน พวกเขาจึงจะสามารถพ้นออกไปจากนรกได้”

อาอวี้ขอถามผู้พิพากษา: “ถ้าหากว่าพฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่างมันส่งผลกระทบอยู่ในความคิดและจิตใจของคนที่ถูกทำลายเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งผลกระทบต่างๆจากการเสพยา การทำแท้ง ก็เป็นพิษร้ายที่เรื้อรังและยาวนาน อาจจะต้องใช้เวลาหลายภพชาติ จึงสามารถหายดีเป็นปกติ อย่างนี้วิญญาณบาปทั้ง 2 ก็ต้องรออย่างยาวนานหลายภพชาติเลยสิค่ะ”

ผู้พิพากษาตอบกลับมาว่า: “ถูกต้อง! แต่ละคนที่ถูกทำลายต่างก็ได้รับความเสียหายในลักษณะที่ต่างๆกัน ระยะเวลาในการฟื้นฟูจนกลับคืนสู่สภาพเดิมก็ต่างกัน บ้างใช้เวลาสั้น บ้างก็ใช้เวลาที่ยาวนาน ระยะเวลายิ่งสั้นก็ยิ่งดี แต่ก็มีวิญญาณบางส่วนที่มีความยึดติดที่รุนแรง และความยึดติดนี้ทำให้วิญญาณเหล่านั้นอาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆไม่ยอมจากไปไหน ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีโสเภณีวัยรุ่นคนหนึ่งรูปร่างหน้าตาดี โสเภณีคนนี้โชคดีที่ไม่ได้ติดสิ่งเสพติด และสิ่งที่ไม่ดีอื่นๆเป็นพิเศษ มีเพียงแค่หัดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เท่านั้น ความจริงแล้วโสเภณีคนนี้ ก็ไม่ได้ชอบดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่เลย แต่เพื่อทำงานหาเงินจึงต้องมาหัดเรียนรู้สิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ ต่อมายังถูกแม่เล้า และคนที่ล่อลวงผู้หญิงมาขายตัวเสี้ยมสอนและยุยงส่งเสริมให้ทำแท้ง คิดไม่ถึงเลยว่าในช่วงเวลาเพียงแค่ 1 ปีครึ่งจะทำแท้งไปแล้วถึง 6 ครั้ง ภายหลังมีพ่อค้าคนหนึ่งพาโสเภณีคนนี้กลับบ้าน และแต่งเข้าเป็นภรรยา พ่อค้าไม่รู้ว่าโสเภณีคนนี้อายุยังน้อยยังเป็นวัยรุ่นอย่างนี้จะเคยทำแท้งมาแล้วถึง 6 ครั้ง เพราะการทำแท้งทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนรวมทั้งโรคที่เป็นเฉพาะในผู้หญิง ทำให้โสเภณีคนนี้ไม่สามารถมีลูกได้ตลอดชีวิต ต่อมาไม่นานพ่อค้าก็แต่งงานใหม่กับคนอื่น เพื่อให้กำเนิดทายาทสืบทอดวงศ์ตระกูล เพราะว่าโสเภณีคนนี้ไม่สามารถมีลูกได้ จึงถูกทอดทิ้งโดยที่ในใจไม่ยินยอม เมื่อสิ้นอายุขัยวิญญาณจึงอยู่ในภพภูมิผีนานถึง 1,000 ปีไม่ยอมจากไปไหน จนกระทั่งได้พบเจอกับผู้มีบุญสัมพันธ์ที่มีสัมมาธรรมจึงยอมไปจากภพภูมิผี”

ผู้พิพากษายังกล่าวต่อไปอีกว่า: “ที่พูดให้ท่านฟังนี้เป็นสภาพเนื้อหาอย่างคร่าวๆให้พอเข้าใจ เพราะว่าวิญญาณบาปแต่ละคนที่มารับการลงโทษในนรกต่างก็มีความพัวพันเกี่ยวเนื่องกัน เมื่อวิญญาณบาปทำลายเวไนยกลุ่มหนึ่ง เวไนยกลุ่มนั้น ก็จะส่งผลกระทบถึงเวไนยกลุ่มอื่นๆพัวพันกันเป็นลูกโซ่ โดยพื้นฐานแล้ว ไม่ว่าเวไนยที่ถูกวิญญาณบาปทำลายนั้นจะอยู่ในภพภูมิใดของ 6 ภูมิวิถีแห่งการเวียนว่ายก็ตาม ก็จะต้องรอให้เวไนยเหล่านั้นพ้นจากความทุกข์เสียก่อน วิญญาณบาปจึงสามารถพ้นไปจากนรกได้ สำหรับวิญญาณบาปทั้ง 2 คนเมื่อครู่จะต้องรับโทษในนรกเป็นระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปแน่นอนได้ นี่เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้น”

“เอาล่ะ! วันนี้ก็พอเพียงเท่านี้ กลับไปก่อนเถอะ”

อาอวี้กราบลาผู้พิพากษา สำนึกคุณผู้พิพากษา

ขึ้นดอกบัวขาวกลับ