ได้พบพญายมราชฟงตูผู้บัญชาการสูงสุดแห่งยมโลก

412 Views

ถึงแม้อาอวี้จะร่ำเรียนหนังสือมาไม่มาก สำนวนที่ใช้ในการเขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) เล่มนี้ จะตื้นๆง่ายๆไม่ลึกซึ้ง แต่อาอวี้ได้ทุ่มเทพลังความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมดเขียนออกมา ในใจหวังอยู่เสมอว่าเวไนยทั้งปวง จะสามารถรักษาศีลตามคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนจริงๆ

ในระยะใกล้ๆนี้ อาอวี้ได้เห็นศิษย์พี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คอยใส่ร้ายป้ายสีอาจารย์ถันไม่หยุด ศิษย์พี่คนนี้มีความก้าวร้าว ยกตนข่มท่าน เวลาพูดก็ไม่เคยไว้หน้าใครเลย เป็นเพราะว่าอาจารย์ถันมีพระคุณต่ออาอวี้ อาอวี้ได้เรียนรู้หลักพุทธธรรมมากมายจากบทความของอาจารย์ถัน อาอวี้รู้สึกสำนึกคุณเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพญายมราชเป็นผู้แต่งตั้งให้อาจารย์ถันดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจต้นฉบับหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) ด้วยตัวเอง อาจารย์ถันก็ตอบตกลงทันทีด้วยความยินดียิ่ง เพื่องานที่จะทำให้เวไนยพ้นจากความทุกข์ ได้รับความสุข แน่นอนว่าอาจารย์ถันจะไม่ตอบปฏิเสธอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าหากเพราะเหตุว่า มีคนใส่ร้ายป้ายสีอาจารย์ถันแล้วทำให้เกิดผลกระทบต่อหนังสือ(กฎนรกไร้ความปรานี) ที่จะตีพิมพ์ออกมาเผยแพร่ละก็ นี่จะต้องเป็นปัญหาที่หนักมากทีเดียว

ดังนั้น อาอวี้จะใช้พลังความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมดในตอนนี้ ออกมาประคับประคองสนับสนุนอาจารย์ถัน ด้วยการไปเยือนเมืองนรกเพื่อขอคำแนะนำจากผู้พิพากษามาพิสูจน์ยืนยันเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง

สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง! ขึ้นดอกบัวขาวออกเดินทาง อาอวี้สวัสดีผู้พิพากษาค่ะ!

วันนี้อยากถามผู้พิพากษาว่า: “สิ่งที่อาจารย์ถันพูดนั้น เป็นสัมมาธรรมใช่หรือไม่ ”

ผู้พิพากษาตอบกลับมาว่า: “สิ่งที่อาจารย์ถันพูด คือสัมมาธรรม ไม่ต้องระแวงสงสัย มิเช่นนั้นแล้ว พญายมราชจะแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้ตรวจต้นฉบับได้อย่างไรกัน? อาอวี้!ท่านถามเช่นนี้ เท่ากับมองข้ามสติปัญญาของท่านพญายมราชนะ”

“เอ่อ! ขอโทษค่ะ! อาอวี้ไม่ควรถามเช่นนี้ ผู้พิพากษาโปรดให้อภัยด้วย”

ผู้พิพากษาพูดว่า: “ในตอนนั้นพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์กำลังจะตรัสรู้ สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พญามารได้มาสร้างสถานการณ์ก่อกวนพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ทรงใช้พลังแห่งฌานสมาธิรวมทั้งพลังแห่งบุญญา และอภิญญาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ขับไล่ขุนพลและกองทัพมารกลับไป ในตอนนั้นพญามารจำใจต้องถอยทัพกลับ แต่ตอนที่กำลังถอยทัพกลับ พญามารได้ตั้งปณิธานว่า “ตอนนี้ไม่สามารถทำลายพลังสมาธิของท่านได้ รอจนถึงภายภาคหน้า เมื่อถึงยุคท้ายปลายพระสัทธรรมเมื่อไหร่ เราจะส่งลูกหลานมารของเรามาสวมจีวรของท่าน เพื่อทำลายพระทำคำสอนของท่าน” หลังจากนั้นพญามารก็จากไปอย่างโกรธแค้น ในตอนนั้นพระพุทธองค์ได้หลั่งน้ำตาของความเมตตาสงสารออกมา แท้ที่จริงแล้วพระพุทธองค์ไม่ได้กังวลเรื่องที่มารจะมาทำลายพระธรรมคำสอน แต่กลับเวทนาสงสารลูกหลานมารทั้งหลาย เพราะเหตุจากการทำลายพุทธธรรม ใส่ร้ายป้ายสีพระธรรมคำสอน จะทำให้พวกเขาต้องตกนรกรับผลกรรมตอบสนองที่ยาวนานอย่างไม่มีขอบเขตไม่มีประมาณ ก่อนที่พระพุทธองค์จะดับขันธปรินิพพาน ก็ตรัสสอนศิษย์สาวกทั้งหลายว่า ศิษย์สาวกทั้งหลายในยุคหลังจะต้องอาศัยศีล อาศัยพระธรรมวินัยเป็นครู ยึดธรรมเป็นสรณะ อย่ายึดที่ตัวบุคคลเป็นสรณะ ที่สำคัญที่สุดต้องดูว่าธรรมะที่เขาพูดมีความสอดคล้องกับพระสูตรคัมภีร์หรือไม่ ในศุรางคมสูตรกล่าวว่า “หากเหมือนอย่างที่เราพูดก็คือพุทธะพูด หากไม่เหมือนอย่างที่เราพูดก็คือมารพูด” ช่วงเวลาที่พระสัทธรรมดำรงอยู่ มีพุทธะก็ต้องมีมารมาก่อกวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันคือยุคท้ายปลายพระสัทธรรม อาจารย์นอกรีตที่บรรยายมิจฉาธรรมมีมากมายดั่งเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา ที่ใดที่มีสัมมาธรรม ที่นั่นก็ต้องมีมารไปก่อกวน นี่คือการฝึกฝนและหล่อหลอมพุทธจิตธรรมญาณบนเส้นทางของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม และยังเป็นโอกาสในการทดสอบเพื่อยกระดับของพุทธจิตธรรมญาณให้สูงขึ้นด้วย ในตอนนั้นพระพุทธองค์ก็มีลูกพี่ลูกน้องชื่อเทวทัตคอยใส่ร้ายป้ายสี ปั้นเรื่องใส่ความไปทั่วทุกๆที่ ต่อมาภายหลังเมื่อกายสังขารของเทวทัตแตกดับแล้ว ก็มารับโทษอยู่ในนรกภูมินี้”

เวลานี้จู่ๆ ก็มีข้าราชการจากทำเนียบนรกเข้ามาอย่างกะทันหันแล้วแจ้งว่า: “พญายมราชฟงตูมีคำสั่งให้เรียกตัวมนุษย์โลก “ซั่งกวนอวี้ฮว๋า” เข้าพบเดี๋ยวนี้”

อ่า! ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจ พญายมราชฟงตูคือผู้บัญชาการสูงสุดของที่นี่ ท่านต้องการพบอาอวี้ คงจะมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าและผู้พิพากษารีบมุ่งหน้าไปพบพญายมราชฟงตูทันที

ถึงตำหนักของพญายมราชแล้ว ข้าพเจ้ารีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อแสดงการคารวะ: “หญิงสามัญชนจากโลกมนุษย์ชมพูทวีปประเทศจีน ซั่งกวนอวี้ฮว๋า คารวะจ้าวแห่งยมโลกพญายมราชฟงตู พญายมราชโปรดยกโทษให้อภัยแก่ข้าพเจ้าด้วย”

พญายมราชฟงตูสวมชุดแบบที่ขุนนางสวมเวลาเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ บนหัวสวมหมวกอันล้ำค่า นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง ใบหน้าเป็นสีดำเข้ม มีลักษณะท่าทางที่น่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกตื่นตระหนกตกใจและหวาดกลัว ข้าพเจ้าคุกเข่าอยู่อย่างนั้นตลอดโดยไม่ได้ลุกขึ้นและก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองด้วย

เวลานี้พญายมราชฟงตูก็พูดขึ้นว่า: “เรารู้ถึงจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่แล้ว ด้วยเหตุนี้เราจึงเรียกเธอเข้ามาพบ สิ่งที่ถันเซิง ฉายา เหวินซูหมอเจี๋ย พูดและอบรมสั่งสอนเวไนยในยุคท้ายปลายพระสัทธรรม เพื่อชำระล้างจิตใจของเวไนยให้ใสสะอาด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัมมาธรรม ตอนนี้โลกมนุษย์มาถึงช่วงเวลาที่ศีลธรรม จรรยา ความนึกคิด กำลังตกต่ำ และมีแต่จะยิ่งตกต่ำลงไปทุกๆวัน ชาวโลกขาดการอบรมสั่งสอนทางด้านความคิด และเหตุต้นผลกรรมอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่า อะไรที่เรียกว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ดังนั้นจึงเกิดความกำเริบเสิบสาน ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น มีความคิดที่เปิดกว้างแพร่หลายยอมรับในสิ่งที่ไม่ดี เช่น ยอมรับการเข่นฆ่าและกามตัณหาลามกเข้ามา เลียนแบบและทำตาม คนที่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นก็คิดเอาเองว่านี่เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สามารถวิพากษ์วิจารณ์ใครก็ได้ โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองนั้นได้ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นและยังได้ละเมิดความผิดบาปตามคำสอนของพระอริยเจ้า สิ่งที่ถันเซิงพูดคือการกอบกู้จิตใจคนให้มุ่งสู่สัมมาธรรม แก้ไขความผิดบาปกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ ไม่ว่าใครก็ตามที่ปกป้องพระธรรมคำสอน พูดสิ่งที่เป็นพระสัทธรรม เราก็จะพิจารณาปูนบำเหน็จให้กับเขา ถ้าหากปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธะ ยึดถือปฏิบัติตามจนสิ้นอายุขัยโดยไม่ละเมิดฝ่าฝืน ถึงแม้จะไม่ได้นำพระธรรมคำสอนเผยแพร่ออกไปให้กว้างไกล เพียงแค่บำเพ็ญเฉพาะตังเอง เพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องไปรับความทุกข์ทรมานในนรกแล้ว ถ้าหากว่าไม่เพียงแค่ตัวเองเท่านั้นที่ยึดถือปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนจนสิ้นอายุขัยโดยไม่ละเมิดฝ่าฝืน แต่ยังนำพระธรรมคำสอนออกไปเผยแพร่บอกต่อผู้อื่น ทำให้พระธรรมคำสอนแผ่ขยายออกไป ก็จะเป็นการเพิ่มบุญวาสนาและอายุขัยรวมทั้งบุญวาสนาที่จะตกทอดไปสู่ลูกหลานในรุ่นต่อๆไป ถ้าหากตนเองไม่ยึดถือปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน อีกทั้งยังมีเจตนาทำลาย ใส่ร้ายป้ายสี ในชาตินี้จะต้องถูกลดบุญวาสนาและอายุขัยลงอย่างแน่นอน เมื่อสิ้นอายุขัยก็จะต้องรับโทษในนรกดึงลิ้น นรกร้องตะโกน ทั้งยังต้องรับโทษ ถูกควักตา สังหารใจ ตัดหู และการลงโทษที่โหดร้ายทารุณจากนรกขุมต่างๆ สำหรับระยะเวลาในการลงโทษนั้น ยาวนานอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด จะต้องรอจนกว่าเวไนยที่หลงเชื่อคำวิจารณ์และคำใส่ร้ายป้ายสีในพระสัทธรรมเหล่านั้น จะสามารถยกระดับจิตใจให้กลับมาเชื่อมั่นศรัทธาในพระสัทธรรมอีกครั้ง และเริ่มต้นบำเพ็ญปฏิบัติในสัมมาธรรมใหม่ วิญญาณบาปที่ใส่ร้ายป้ายสีพระธรรมคำสอน จึงจะมีโอกาสได้หลุดพ้นออกจากนรก ภายหลังถึงแม้ว่าจะได้กลับมาเกิดเป็นคนอีก ก็จะเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับความเลวทรามต่ำช้า บ้างก็เกิดมามีอินทรีย์ไม่ครบ เป็นคนพิการ ตาบอดทั้ง 2 ข้าง หูหนวก ร่างกายผอมแห้ง บ้างก็ยากจนต่ำต้อยใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ขาดแคลนปัจจัยวัตถุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ครอบครัวไม่มีความปรองดองสมานฉันท์ และยังมีสิ่งที่จะไม่สมปรารถนาอีกมากมาย รวมทั้งความยากลำบาก อื่นๆ จากผลกรรมตอบสนอง เมื่อเธอกลับไปแล้วรีบนำคำพูดของเราเขียนออกมา หวังว่าจะสามารถช่วยแนะนำตักเตือนเวไนยที่ดื้อรั้นลุ่มหลงไม่รู้จักตื่น ให้กลับเนื้อกลับตัวสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาป และอย่าได้ใส่ร้ายป้ายสีพระธรรมคำสอน อย่าได้ใส่ร้ายป้ายสีพระสัทธรรมอีก”

อาอวี้คุกเข่ากราบขอบคุณพญายมราชฟงตู

ขอบคุณพญายมทั้งหลายรวมทั้งผู้พิพากษาทุกๆท่าน

ขึ้นดอกบัวขาวกลับ