มูลเหตุในการเขียนหนังสือ เข้าพบพญายมราชฟงตูผู้บัญชาการสูงสุดในยมโลก

425 Views

        สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง! ขึ้นดอกบัวขาวออกเดินทาง!

        อาหมีถัวฝอ! อาอวี้พนมมือสวัสดีผู้พิพากษาคดีความในนรกภูมิ

        “ขอเรียนถามผู้พิพากษา อาอวี้อยากทราบว่าการเขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) ในช่วงแรกสุดควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีค่ะ?”

        ผู้พิพากษา: “ช่วงก่อนหน้านี้นรกของพวกเราได้เรียกประชุมเร่งด่วนไปแล้วครั้งหนึ่ง พญายมรวมทั้งข้าราชการในนรกทั้ง 12 ขุม ต่างได้รับหนังสือราชการสารด่วนยมโลกที่พญายมราชฟงตูส่งมา ผู้บัญชาการสูงสุดในนรกของพวกเราคือพญายมราชฟงตู พญายมราชที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดมีเพียงท่านเดียวเท่านั้น ผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของพญายมราชยังมีพญายมจากนรกอีก 12 ขุม ในสมัยก่อน นรกมีเพียง 10 ขุม มีพญายมเพียง 10 ท่าน ปัจจุบันได้มีการสร้างนรกขุมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา ที่นรกขุมใหม่มีพญายมเพิ่มขึ้นอีก 2 ท่าน นรก 12 ขุมมีพญายมทั้งหมด 12 ท่าน แบ่งออกเป็นผู้บัญชาการ 12 ขุม มีนรกน้อยใหญ่ต่างๆ อยู่ภายใต้บังคับบัญชา และพญายมทั้ง 12 ขุมนี้ก็รับคำสั่งจากพญายมราชฟงตู

        สาระสำคัญภายในหนังสือราชการสารด่วนยมโลกคือ พญายมราชฟงตูเห็นว่านรกเต็มจนล้นทะลักแล้ว ขณะนี้ต้องสร้างนรกขุมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่รวมทั้งพนักงาน ที่ทำงานในนรกตอนนี้กำลังขาดแคลนอย่างหนัก ยิ่งไปกว่านั้น ทนไม่ได้ที่จะเห็นเวไนยบนโลกมนุษย์จะต้องตกนรกครั้งแล้วครั้งเล่า จึงกราบทูลเง็กเซียนฮ่องเต้ให้จัดส่งมนุษย์โลก ที่ถือศีลสะอาดบริสุทธิ์ 1 คน มาเข้าชมการลงโทษในนรก แล้วกลับไปเขียนหนังสือชื่อว่า (กฎนรกไร้ความปรานี) อาศัยหนังสือเล่มนี้มากล่อมเกลาชำระล้างจิตใจคนให้สะอาดบริสุทธิ์ กอบกู้จิตวิญญาณของเวไนยที่กำลังหลงทางให้รู้จักทำความดีสะสมบุญ ทำให้สามารถได้รับความสงบสุขตลอดอายุขัย เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ได้ไปเกิดในแดนสุขาวดีไม่ต้องตกนรก และมนุษย์ที่รับภาระหน้าที่นี้ก็คือท่าน “ซั่งกวนอวี้ฮว๋า” ยมโลกได้มอบคทาอาญาสิทธิ์ให้ท่านไว้ติดตัวในระหว่างที่เขียนหนังสือ เพื่อให้ท่านสามารถเข้าออกนรกได้ตามใจปรารถนา อีกทั้งได้จัดผู้พิพากษาไว้เป็นกรณีพิเศษ 1 ท่านเพื่อมาคอยนำพาท่าน “ซั่งกวนอวี้ฮว๋า” หรือก็คือ “อาอวี้” เข้าชมนรกอย่างใกล้ชิด และคอยตอบปัญหาข้อสงสัยของท่าน ถ้าหากว่าผู้พิพากษามีงานยุ่งมากไม่สามารถปลีกตัวได้ ข้าราชการทั้งหลายในนรกก็จะให้ความกรุณาช่วยเหลือท่าน เพราะว่านรกนั้นกว้างใหญ่ไพศาลการจะเข้าชมให้หมดทุกส่วนจะต้องใช้เวลาที่ยาวนานมาก แต่หนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) นี้จะต้องเผยแพร่ในโลกมนุษย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ด้วยเหตุนี้จึงให้ท่านไปเข้าชมเฉพาะกรณีที่มีความเหมาะสม และสามารถที่จะใช้เป็นตัวแทนในการหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อเปรียบเทียบให้ทุกคนได้เห็น และเข้าใจอย่างชัดเจน

        ในหนังสือราชการสารด่วนยมโลกยังได้กล่าวถึง คนที่มีสภาวะตื่นแจ้ง มีสติสามารถเข้าใจอะไรๆ ได้กระจ่าง และมีความสามารถในการใช้ฌานสมาธิถอดจิตมาเข้าชมนรก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่มีอยู่ในตัวท่าน “อาอวี้” หวังว่าเมื่อหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) นี้ ตีพิมพ์ออกมาเผยแพร่แล้ว จะทำให้เวไนยจำนวนมาก ที่ต้องตกนรกในแต่ละวันสามารถลดจำนวนลง แล้วปริมาณงานที่มากเกินพิกัดในแต่ละวันของพวกเราในขณะนี้ก็จะลดลงไปด้วย ตอนนี้ข้าราชการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ และพนักงานที่ทำงานในนรกภูมิของพวกเราต่างต้องทำงานกันอย่างหนักมาก แต่ขอเพียงท่านมาปฏิบัติภารกิจ พวกเราก็จะเจียดเวลามาต้อนรับท่าน นำข้อมูลทั้งหมดที่ท่านต้องการมาแจ้งให้ท่านทราบ สำหรับมูลเหตุในการเขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) คือคำบัญชาของพญายมราชฟงตู ถ้าหากท่านต้องการรู้รายละเอียดที่มาก กว่านี้ เราจะพาท่านไปเข้าพบท่านพญายมราช ท่านพญายมราชจะอธิบายข้อสงสัยนี้ให้ท่านฟัง”

        “ดีจังค่ะ! อาอวี้สำนึกคุณผู้พิพากษาเป็นอย่างยิ่ง”

        พวกเราเริ่มเดินไปข้างหน้า นรกช่างกว้างใหญ่จริงๆ แต่ละครั้งที่เข้ามา เส้นทางก็จะแตกต่างกันไป ถึงแม้จะบอกว่ามานรก แต่ก็มาด้วยอาศัยแรงปณิธานที่จะฉุดช่วยเวไนย ขอเพียงสรรพชีวิตทั้งหลายไม่ต้องตกสู่นรกภูมิ

        ตอนนี้ทิศทางที่พวกเราเดินไป ไม่มีเสียงร้องอันเจ็บปวดทุกข์ทรมาน และก็ไม่มีความรู้สึกที่น่าหวาดกลัว เบื้องหน้ามีสะพานเล็กๆ มีน้ำไหล มีป่าขนาดย่อมๆ ทำให้รู้สึกดีจริงๆ ผู้พิพากษาบอกว่าที่นี่คือสถานที่ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของพญายม ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปพบพญายมราชที่ห้องประชุมปรึกษาหารืองานราชการ ความจริงแล้วที่อยู่อาศัยของข้าราชการในนรกภูมิก็ไม่เลวเหมือนกันนะ ก็เหมือนกับข้าราชการในโลกมนุษย์ที่รัฐมีสวัสดิการให้

        เดินต่อไปข้างหน้ามีตึกอาคารใหญ่อยู่ ภายในอาคารมีการตกแต่งและติดตั้งประตูหน้าต่างที่งดงามและสุภาพแบบสมัยโบราณ ด้านบนสุดของห้องโถงใหญ่มีป้ายแนวขวางเขียนอักษร 4 ตัวคือ “เที่ยงตรง เปิดเผย” (正大光明เจิ้งต้ากวงหมิง) พญายมราชก็นั่งอยู่ที่ใต้ป้ายนี้ บนกำแพงทั้ง 2 ข้างแขวนภาพคนสมัยโบราณที่ทำความดี ทั้ง 2 ฟากข้างมีข้าราชการจากทำเนียบนรกส่วนหนึ่งนั่งอยู่ พญายมราชฟงตูกับเหล่าข้าราชการกำลังศึกษาปัญหาเรื่องการก่อสร้างนรกเพิ่มเติม ยุ่งเป็นอย่างมาก

        ตอนนี้ข้าพเจ้าคุกเข่าลงทันทีพร้อมทั้งพูดว่า: “หญิงสามัญชนจากโลกมนุษย์ซั่งกวนอวี้ฮว๋า กราบคารวะพญายมราชฟงตู! สำนึกคุณพญายมราชที่ให้เขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) ทำให้หญิงสามัญชนคนนี้สามารถได้เปิดหูเปิดตาได้พบเห็นอะไรมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีโอกาสได้สลายบาปกรรมเพิ่มพูนบุญกุศล หญิงสามัญชนคนนี้อยากเรียนถามท่านพญายมราชฟงตูว่า มีเหตุปัจจัยเช่นไรจึงต้องเขียนหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี) เล่มนี้?”

        พญายมราชฟงตูตอบกลับมาว่า: “โลกมนุษย์ในสมัยโบราณแรกเริ่มนั้นจิตธรรมญาณของทุกคนล้วนดีงาม ทุกคนต่างรักษาศีล 5 และกุศลกรรมบถ 10 ในเวลานั้นฟ้าดิน อินและหยางมีความสมดุลกัน แสงสีรุ้งทอประกาย ธัญพืชอุดมสมบูรณ์ โลกมนุษย์ปรากฏบรรยากาศที่เป็นมงคล ไม่มีทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากน้ำมือของมนุษย์ ทุกคนอยู่กันอย่างผาสุกตลอดจนสิ้นอายุขัย เมื่อสิ้นอายุขัยก็ได้กลับคืนสู่สวรรค์ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อจิตธรรมญาณเดิมของมนุษย์ถูกแปดเปื้อนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง นับวันก็ยิ่งตกต่ำถลำลึก มูลเหตุนั้น มาจากกามตัณหาในอสงไขยกัปที่ไม่อาจประมาณได้ในอดีต จนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีของมนุษย์ ทำให้ต้องตกอยู่ในวัฏสงสาร และ 6 ภูมิวิถีแห่งการเวียนว่าย เหตุที่มนุษย์ไม่ยอมหยุดพฤติกรรมที่ต่ำทราม ทุศีล สร้างอกุศลกรรมบถ 10 จนถึงช่วงยุคโบราณตอนกลาง ฟ้าเบื้องบนจึงเริ่มสร้างนรกขึ้นมา เพื่อใช้ลงโทษสั่งสอนมนุษย์ที่ฝ่าฝืนทำผิดศีลวินัย ให้พวกเขาได้ย้อนสำรวจตนอยู่ในนรก

        ตอนนั้นนรกมีขนาดเล็กมาก และมนุษย์ที่ตกนรกก็มีไม่เยอะ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความแปดเปื้อนสกปรกโสมมก็เพิ่มมากยิ่งขึ้นตามกาลเวลา จิตธรรมญาณเดิมที่ดีงามของมนุษย์ในสมัยโบราณแรกเริ่มก็ค่อยๆสูญสิ้นไปจนเกือบหมด ปัจจุบันจิตใจของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เลวร้ายอย่างมาก บรรยากาศของความคิดอันชั่วร้ายพวยพุ่งขึ้นสู่สวรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรยากาศอันอัปมงคลของกามตัณหาลามกนั้น ยิ่งทำลายกฎความสมดุลของธรรมชาติอย่างร้ายแรง ทำให้บรรยากาศของฟ้าดินขุ่นมัวไม่ใสสะอาด จนในที่สุดก็ไม่สามารถแยกออกได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างฟ้ากับดิน สูญเสียความสมดุลของอิน-หยางในอดีต ทำให้เกิดภัยธรรมชาติในโลกมนุษย์ครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่ง ในภายภาคหน้ายังจะมีภัยธรรมชาติที่ทยอยเกิดขึ้นตามกันมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยที่มนุษยชาติไม่สามารถที่จะใช้วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีใดๆมาสกัดกั้นภัยธรรมชาติที่กำลังเยื้องกรายเข้ามาได้เลย

        สามารถช่วยเวไนยให้พ้นจากภัยธรรมชาติได้นั้นไม่ใช่วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีชั้นสูง แต่เป็นการประคองรักษาศีล 5 อย่างจริงใจ บำเพ็ญปฏิบัติในกุศลกรรมบถ 10 มีความจริงใจที่จะสำนึกขอขมาแก้ไขความผิดบาปในอดีต บำเพ็ญธรรมอย่างสะอาดบริสุทธิ์ หากปฏิบัติได้เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นี่ก็คือวิธีการที่จะทำให้จักรวาล และธรรมชาติกลับคืนสู่ความสมดุลได้ด้วยตัวของมันเอง โลกมนุษย์จะต้องพบเจอกับมหันตภัยทั้งจากธรรมชาติ และจากน้ำมือของมนุษย์ มนุษย์ที่ทำชั่วทั้งหมดจะต้องตกนรกอย่างแน่นอน

        ตอนนี้นรกเต็มจนล้นทะลักแล้ว งานของพวกเราในนรกนี้ก็มีมากมายจนเกินพิกัด ตัวเรานั้นไม่อาจทนดูโลกมนุษย์เดินเข้าไปสู่ความหายนะได้ เพราะจริยธรรมของมนุษย์ตกต่ำเสื่อมทราม ด้วยเหตุนี้จึงได้แพร่งพรายความลับสวรรค์ครั้งใหญ่ กราบทูลเง็กเซียนฮ่องเต้ให้ส่งมนุษย์โลกที่ถือศีลสะอาดบริสุทธิ์ มีความตื่นแจ้ง มีสติสามารถเข้าใจอะไรๆ ได้กระจ่าง มาเข้าชมการลงโทษในนรกขุมต่างๆ แล้วกลับไปเขียนหนังสือ เพื่อตักเตือนกล่อมเกลาชาวโลกให้ละทิ้งความชั่วหันมาทำความดี ฟื้นฟูจิตธรรมญาณเดิมอันสว่างไสวของฟ้าปางก่อนให้กลับคืนมาในเร็ววัน

        หากชาวโลกได้อ่านหนังสือ (กฎนรกไร้ความปรานี)แล้ว สามารถกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ ทั้งยังบอกต่อหรือพิมพ์หนังสือนี้แจกฟรี เพื่อเป็นการเผยแพร่ออกไปให้กว้างขวาง และความคิดของตัวเขาเองก็เป็นความคิดที่สะอาดบริสุทธิ์ปรารถนาวอนขอในสิ่งที่ดี ทุกความปรารถนาของเขาก็จะสมหวัง และยมโลกจะจดบันทึกเป็น 1 มหากุศลลงในบัญชีเกิดตายของพวกเขาแต่ละคน สามารถได้รับการงดเว้นโทษในนรกจากผลกรรมชั่วในอดีตที่เคยทำไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยผู้ที่ดำเนินปฏิบัติตามมหากุศลนี้ก็จะได้ขึ้นสู่สวรรค์

        หากใครใส่ร้ายป้ายสี หรือขัดขวางการเผยแพร่หนังสือธรรมะ (กฎนรกไร้ความปรานี) ก็จะถูกยมโลกจดบันทึกเป็น 1 มหาอกุศลในบัญชีเกิดตายของพวกเขาแต่ละคน เมื่อสิ้นอายุขัยจะต้องไปรับการลงโทษในนรกร้องตะโกน นรกดึงลิ้น นรกควักตา และนรกขุมอื่นๆ ถึงแม้ยังไม่สิ้นอายุขัยก็จะได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บจนตายในที่สุด ซึ่งผลกรรมที่เป็นรูปธรรมนั้น จะต้องพิจารณาตัดสินจากรายละเอียดของการใส่ร้ายป้ายสี หรือขัดขวางการเผยแพร่หนังสือธรรมมะ (กฎนรกไร้ความปรานี) แล้วจึงตัดสินว่าจะลงโทษอย่างไร ถ้าหากมีเวไนยจำนวนมาก หลงเชื่อคำใส่ร้ายป้ายสีนั้น ผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีนอกจากจะถูกตัดสินให้รับโทษต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องตกนรกอเวจี ยากยิ่งนักที่จะได้ไปผุดไปเกิด

        เอาล่ะ! ตอนนี้พวกเรากำลังยุ่งมาก วันนี้เธอก็กลับไปเขียนเหตุปัจจัยในการเขียนหนังสือธรรมะที่เราได้พูดไว้ข้างต้นลงไปในหนังสือก่อน หวังว่าชาวโลกจะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

        กลับเนื้อกลับตัวบอกต่อซึ่งกันและกัน บำเพ็ญกายหล่อเลี้ยงจิตธรรมญาณให้ดีๆ ทำความดีสะสมบุญกุศล”

        อาหมีถัวฝอ! อาอวี้กราบขอบคุณพญายมราชฟงตู!

        ขอขอบคุณผู้พิพากษาและข้าราชการทุกๆท่าน!

        ขึ้นบัวขาวเดินทางกลับ