โอวาทข้อที่ 4 ความถ่อมตน

421 Views

โอวาททั้งสามข้อที่กล่าวจบไปแล้วนั้น ล้วน แต่สอนให้ทำความดี ส่วนโอวาทข้อสุดท้ายนี้ ท่านสอนให้รู้จักวางตน ในการคบหาสมาคม กับบุคคลทั่วไป โดยให้ยึดคุณธรรมข้อนี้ไว้คือ การถ่อมตน ไม่อวดดีว่าตนเองวิเศษกว่าผู้อื่นจะ ได้ไม่มีเรื่องกับใคร ไม่กล้าทำความชั่ว สำนึกอยู่ เสมอว่าตนเองยังทำความดีไม่เพียงพอ แล้วจะมี ความก้าวหน้าในการฝึกตน และไม่เพียงแต่จะหา ความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา แต่ยังต้องรู้จักฝึก ตนให้เข้ากับคนในสังคมได้ จะได้ไม่มีศัตรูทั้งต่อหน้า และลับหลัง ไม่มีอุปสรรคในการสั่งสมคุณธรรม ความดีงาม

คัมภีร์เอ็กเก็งได้กล่าวไว้ว่า ผู้ใดยกตนข่มท่าน อวดวิเศษกว่าผู้อื่น ย่อมต้องประสบความเสียหาย ผู้ใดอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่จองหองลำพองตน ย่อม ต้องประสบความสุขความเจริญ

แม้แต่แผ่นดินก็หนีกฎนี้ไม่พ้น ดูแต่ขุนเขาที่ สูงตระหง่าน ยืนทะมึนเย้ยฟ้าท้าดิน ก็ยังต้องพัง ทลายอยู่เนืองๆ ส่วนแอ่งน้ำที่ต่ำต้อยนั้น กลับมีน้ำ ขังอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ปีศาจก็ชอบให้ร้ายคน ทระนง และอภิบาลคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน วิชา โป๊ยก่วยนั้นได้แบ่งออกเป็น 64 หน่วย หน่วยอื่นๆ ล้วนสอนให้เห็นผลดี และผลชั่วในพฤติกรรมของ มนุษย์ แต่หน่วยแห่งการอ่อนน้อมถ่อมตนนี้ ไม่มีผล ชั่วเลย มีแต่ผลดีทั้งสิ้น จึงเห็นได้ว่าฟ้าดินเทพยดา ผี ปีศาจ และมนุษย์ ล้วนนิยมชมชอบความอ่อนน้อม ถ่อมตนกันทั้งสิ้น

ในคัมภีร์อื่นๆ ก็กล่าวเหมือนกันว่า ทระนงตน อยู่นำมาซึ่งความวิบัติ ถ่อมตนย่อมนำมาซึ่งความ เจริญ พ่อได้ไปร่วมสอบไล่กับนักศึกษาอื่นๆ ตั้ง หลายครั้ง ทุกครั้งพ่อสังเกตเห็นนักศึกษาที่ยากจนบางคน บนใบหน้ามักทอประกายแห่งความถ่อมตน จนบางครั้ง พ่อคิดอยากจะเอามือทั้งสองของพ่อไป ประคองประกายแห่งความถ่อมตนนั้น มาประดับ บน ใบหน้าของพ่อเสียบ้าง และไม่ต้องสงสัยเลยพวก เขาเหล่านี้สอบไล่ได้ทุกทีไป

เมื่อตอนที่พ่อเข้ามาสอบในเมืองหลวง มี เพื่อนนักศึกษาร่วมเดินทางมาด้วย รวมทั้งหมดสิบ คนด้วยกัน พ่อสังเกตดูเห็นมีคนที่อายุน้อยที่สุด มีชื่อว่าปิง เป็นคนเดียวที่มีความสงบเสงี่ยมเจียมตน มีความถ่อมตนอยู่เป็นนิจ พ่อจึงบอกกับเพื่อนว่า คนๆ นี้ต้องสอบไล่ได้แน่นอน เพื่อนถามว่าทำไม พ่อจึงรู้ล่วงหน้าได้เล่า พ่อบอกเขาว่า ความถ่อมตน ย่อมนำมาซึ่งความเจริญ ในหมู่พวกเราทั้งสิบคนนี้ มีใครบ้างที่ซื่อและจริงใจเหมือนเขา คอยเอาใจ เพื่อนฝูงไม่เคยเอาเปรียบใครเลย แม้ใครจะหยอก ล้อก็ไม่โกรธตอบ ใครนินทาว่าร้าย ก็ไม่โต้เถียง สำรวมระวัง ไม่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ เหมือนคนอื่น คนเช่นนี้แม้แต่ผีสางเทวดาฟ้าดินก็ยังต้องให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือ เมื่อผลการ สอบไล่ครั้งนั้นปรากฏออกมา ก็เป็นจริงดังที่พ่อ คาดไว้ทุกประการ

เมื่อปี พ.ศ. 2120 พ่ออยู่ในเมืองหลวงพักกับ เพื่อนชื่อไคจ่ื่อ แซ่เผิง พ่อสังเกตดูรู้สึกเขาเปลี่ยน แปลงไปมาก เมื่อเด็กๆ เขาขี้เล่นซุกซน และเจ้า อารมณ์ แต่บัดนี้ดูเขามีสติควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก เขามีเพื่อนอยู่คนหนึ่งเป็นคนดีมาก ฉลาด ซื่อตรง ชอบช่วยเหลือเพื่อน คุณธรรมสามประการนี้ สม แล้วที่จักขนานนามเขาว่ากัลยาณมิตร เขามักจะติ เตียนไคจื่อต่อหน้า ไคจื่อไม่เคยโกรธหรือโต้ตอบ เขาเลย รับฟังอย่างอารมณ์ดีเสมอ พ่อจึงบอกเขาว่า นิสัยอันดีงามของเขานี้ ย่อมเป็นปัจจัยนำเขาไปสู่ ความมีบุญวาสนา ส่วนคนที่ต้องประสบเคราะห์ กรรม ก็เป็นเพราะเขาสร้างนิสัยไม่ดีงามเป็นเหตุ ปัจจัยนำเขาไปสู่ความหายนะเช่นกัน สำหรับเพื่อน นั้น แม้ฟ้าดินก็ต้องประทานความช่วยเหลือ ปีนี้ เพื่อนจะต้องสอบไล่ได้อย่างแน่นอน ต่อมาก็เป็น จริงดังที่พ่อพูดกับเขาไว้

มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งแซ่จ้าว สอบไล่ได้ในภูมิลำเนาของตนเมื่ออายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่ต่อจากนั้นไปจะสอบกี่ครั้งก็ไม่เคยสอบไล่ได้อีกเลย ต่อมาได้ติดตามท่านบิดาที่ต้องย้ายไปรับราชการที่อำเภออื่น ในอำเภอนั้น มีบัณฑิตมีความรู้สูงอยู่ท่านหนึ่งแซ่ เฉีย เด็กหนุ่มได้ทราบข่าวก็รีบนำบทประพันธ์ของ ตนไปหาเพื่อขอคำแนะนำ โดยไม่คาดฝันท่านบัณ ฑิตจับพู่กันได้ ก็ตวัดข้อความในบทประพันธ์นั้นทิ้ง เกือบหมด ถ้าเป็นบางคนก็จะโกรธมาก แต่เด็กหนุ่ม คนนี้นอกจากจะไม่โกรธแล้ว ยังขอบพระคุณท่าน บัณฑิต รีบแก้ไขบทความแล้วนำมาให้ท่านแก้ไขให้อีกด้วย ความอ่อนน้อมถ่อมตนนี้ เป็นสิ่งที่หาได้ยาก ยิ่ง พอรุ่งขึ้นอีกปีหนึ่ง เด็กหนุ่มนี้ก็สอบไล่ได้

เมื่อปี พ.ศ. 2135 พ่อได้ไปเมืองหลวงเพื่อเข้า เฝ้าฮ่องเต้ได้พบกับเพื่อนคนหนึ่ง ดูเขาช่างมีความ จริงใจ และอารมณ์ดีเสียนี่กระไร ประกายแห่งความ อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ทั่วบรรยากาศ ที่รอบๆ ตัวเขา ทำให้พ่อได้สัมผัสกับประกายนี้ ด้วยความชื่นชมพ่อ กลับจากเข้าเฝ้า ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่า หากฟ้าจะ ประทานความเจริญรุ่งเรืองแก่ใคร มักจะประทาน สติปัญญาให้ก่อน เมื่อมีสติปัญญาแล้ว คนที่เจ้า อารมณ์ก็จะเปลี่ยนเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ คน ที่อวดดีก็กลายเป็นคนถ่อมตนได้เอง พัฒนาตน เองได้แล้ว ฟ้าย่อมประทานบุญวาสนามาให้ และ ก็เป็นจริงดังว่า เขาสอบไล่ได้ในปีนั้นเอง

เมื่อปี พ.ศ. 2077 มีนักศึกษาแซ่จางคนหนึ่ง มีความรู้ดี เขียนบทความก็ดี เป็นคนเด่นคนหนึ่ง ในบรรดานักศึกษาทั้งหมด เขาเดินทางมานานกิง เพื่อเข้าสอบ พักอยู่ที่วัดๆ หนึ่งเมื่อผลการสอบ ประกาศออกมา ปรากฏว่าสอบตก แทนที่จะโทษตนเองว่าความรู้ยังไม่ถึงจึงสอบไม่ได้ กลับโกรธกรรม การคุมสอบหาว่าไม่ยุติธรรม มีตาก็หามีแววไม่ บท ประพันธ์ดีๆ ก็หาว่าไม่ดี หลวงจีนในวัดท่านหนึ่งได้ ยินเข้า จึงยืนยิ้มอยู่ เขาก็เลยพาลโกรธท่านหลวงจีน ไปด้วย หลวงจีนจึงกล่าวกับเขาว่า ดูดูแล้วเห็นทีบทประพันธ์ของท่านไม่ดีจริง เขายิ่งโกรธใหญ่ ตวาดหลวงจีนว่ายังไม่ทันเห็นบทประพันธ์ จะรู้ว่าดีไม่ดี ได้อย่างไร หลวงจีนจึงพูดว่า การประพันธ์ต้องอาศัย ความสงบทางใจ จิตเป็นสมาธิจึงจะเขียนได้ดี ท่าน ควบคุมอารมณ์ไม่ได้หวั่นไหวอยู่ตลอดเวลา จะ เขียน บทประพันธ์ได้ดีอย่างไรได้ นักศึกษาจางได้สติ จึงคุกเข่าขอขมา และมอบตัวเป็นศิษย์

หลวงจีนจึงสอนว่า การสอบไล่ได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับชะตาชีวิต ถ้าชะตาไม่ดี แม้จะเขียน บทประพันธ์ได้ดีอย่างไรก็สอบไม่ได้ จึงต้องแก้ไข ที่ตนเองเสียก่อน นักศีกษาจางกราบถามท่านว่า หากขึ้นอยู่กับชะตาชีวิตแล้ว จะแก้ไขได้หรือ หลวง จีนพูดว่า ฟ้าประทานชีวิตให้เรา แต่ชะตาชีวิต เราต้องสร้างสมเอง หากกระทำแต่กรรมดี มีศีล มีธรรม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ยิ่งไม่มีผู้รู้เห็น ก็ยิ่งเป็น กุศลมหาศาล เมื่อเราสั่งสมความดีจนเต็มเปี่ยมแล้ว เราจะต้องการชะตาชีวิตอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น นักศึกษาจางจึงปรารภว่า ข้าพเจ้าเป็นคนจนจะมี ปัญญาช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไร ท่านชี้แจงว่า การทำความดีต้องเริ่มที่ใจ มุ่งแก้ไขตนเองเสียก่อน เช่นการอ่อนน้อมถ่อมตนก็ไม่ต้องใช้เงินเลย ทำไม ท่านไม่ตำหนิตนเองว่าความรู้ยังไม่เพียงพอ จึงสอบ ตก แต่กลับไปด่ากรรมการควบคุมสอบเล่า

นักศึกษาจางเพิ่งได้คิด จึงเริ่มปฏิบัติตนเสีย ใหม่ ลดความหยิ่งผยองลงไปทุกวันๆ เพิ่มคุณ ธรรมให้กับตนเองมากยิ่งขึ้นทุกวันๆ ครั้นอีกสาม ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2080 ในคืนวันหนึ่งได้ฝันไปว่า ได้ไปในตึกสูงใหญ่หลังหนึ่ง เห็นบัญชีรายชื่อนักศึกษาที่สอบไล่วางอยู่เล่มหนึ่ง พอเปิดออก ดูเห็นทุกหน้ามีช่องว่าง เกิดความสงสัยจึงถาม คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ว่า ทำไมบัญชีรายชื่อนักศึกษา ที่สอบไล่ได้แล้ว จึงมีการคัดออกอีกเล่า ได้รับ คำตอบว่า เนื่องจากผู้ที่สอบไล่ได้แล้ว จะต้อง ผ่านการตรวจสอบในยมโลกทุกๆ 3 ปี ถ้าใครมี ความประพฤติไม่ดี ไม่อยู่ในธรรมก็จะถูกคัดชื่อออก จะสอบอีกอย่างไรก็สอบไม่ได้ แล้วชี้ไปที่ว่างบน สมุดบัญชีนั้นว่า สามปีมานี้เจ้าตั้งใจฝึกตน ให้ก้าว หน้าไปมาก จะเอาชื่อเจ้าไว้ตรงนี้ ขอให้เจ้ารักตน สงวนตัว อย่าได้วู่วามทำผิดเหมือนดังแต่ก่อนอีก ปีนั้นเขาก็สอบไล่ได้ที่ 105

เมื่อดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ย่อมจะเห็นได้ ว่า สูงจากศีรษะมนุษย์ไปเพียง 3 ฟุต ก็มีเทพเจ้า คอยเฝ้าดูอยู่แล้ว เราจะต้องทำแต่สิ่งที่เป็นมงคล หลีกเลี่ยงการกระทำอันเป็นอัปมงคลเสีย จะดีจะ ชั่วจึงอยู่ที่ตัวเราเอง ถ้าควบคุมจิตใจ และความ ประพฤติของเราให้ดี ไม่ทำสิ่งที่ฟ้าดินและผีสาง เทวดาไม่พอใจ ไม่หยิ่ง ไม่โอหัง ไม่วู่วาม อดทน ในสิ่งที่ทนได้ยาก ฟ้าดินและผีสางเทวดาก็ย่อมจะ สงสารเราเห็นใจเรา ประทานความช่วยเหลือแก่เรา คนที่จะเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต ย่อมไม่ทำจิตใจ คับแคบเห็นแก่ตัว ย่อมไม่เป็นผู้ทำลายความสุข ความเจริญของตนเอง ความถ่อมตนทำให้มีโอกาส ที่จะได้รับการอบรมสั่งสอนจากท่านผู้รู้ ได้รับ ประโยชน์จากท่านเหล่านั้นไม่จบสิ้น นักศึกษาจึง ควรทำตัวเช่นนี้ ลูกจงจำไว้ว่า คนที่ยกตนข่มท่าน ถือดีอวดเบ่งนี้ แม้จะได้ดิบได้ดีก็ไม่ยั่งยืนนาน

โบราณท่านว่าไว้ ปรารถนาชื่อเสียงย่อมได้ ชื่อเสียง ปรารถนาความร่ำรวย ก็ย่อมได้เป็น เศรษฐี ความปรารถนาของมนุษย์เปรียบประดุจรากแก้วของต้นไม้ เมื่อหยั่งลึกลงดินแล้ว ต้นไม้ ก็จะมีกิ่งก้านไพศาล ออกดอกออกผล ตาม ฤดูกาล รากแก้วของมนุษย์ก็คือการอ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ เราจะต้องยึดมั่นในคุณธรรมข้อนี้ ถ่อมตนไว้เสมอ ให้ความสะดวกแก่ผู้อื่น เมื่อไม่ทำให้ผู้อื่นสะเทือน ใจเพราะความอวดดีของเราแล้ว ฟ้าดินย่อมประทับ ใจในความดีของเรา พวกนักศึกษามักบนบวง เทพยดาฟ้าดินขอให้สอบไล่ได้ แต่พวกนี้ไม่ค่อย มีความจริงใจ การบนบวงจึงไม่ได้ผล ท่านนัก ปราชญ์เมิ่งจื่อ พูดกับพระเจ้าฉีเซวียนอ๋องว่าพระ องค์โปรดดนตรี ถ้าโปรดด้วยความจริงใจแล้วไซร้ ชะตาของประเทศฉี ก็จักรุ่งเรืองสุกใสเป็นแน่ แต่นี่พระองค์โปรดดนตรี เพื่อความสุขของพระองค์ เอง หากพระองค์สามารถขยายความสุขส่วน พระองค์นี้ ให้แผ่ไพศาลไปในดวงใจของราษฎรทุกคนแล้วไซร้ ราษฎรก็จะมีความสุขเหมือนดั่ง พระองค์ และทุกคนก็จะจงรักภักดีต่อพระองค์ อย่างสุดหัวใจ เมื่อนั้นชะตาของบ้านเมืองฉี จะไม่ รุ่งเรืองสุกใสอย่างไรได้ เมื่อลูกต้องการสอบไล่ได้ เป็นขุนนาง ลูกก็จะต้องตั้งความปรารถนาไว้ดุจ รากแก้วของต้นไม้ แน่วแน่ที่จะทำความดีไม่ท้อถอย สั่งสมความดีงามให้ได้ทุกๆ วัน ลดความถือดีอวด ดีให้หมดสิ้นไป สร้างอนาคตด้วยตัวลูกเอง ชะตา ชีวิตจักทำอะไรได้ ขอให้ลูกจงเพียรพยายามต่อไป เถิด ความสำเร็จย่อมรอลูกอยู่แล้วอย่างแน่นอน