เกริ่นนำโอวาท 4 ท่านเหลี่ยวฝาน

413 Views

ลัทธิที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งในประเทศจีน ก็คือลัทธิของท่านขงจื่อกับท่านเหล่าจื่อ

ท่านขงจื่อ ท่านดึงคนให้เข้ามาอยู่ในกรอบ แห่งจริยธรรม ประเพณี และพิธีกรรม เพื่อให้สังคม อยู่เย็นเป็นสุขชั่วนิรันดร์

ท่านเหลาจื่อ ท่านแก้คนให้หลุดจากขอบข่าย ทั้งมวลในสังคม ให้ดำรงชีวิตผสมกลมกลืนเป็นอัน หนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติอันเสรี ให้ชีวิตเป็นอมตะ ชั่วนิรันดร์

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวพุทธ ทรงเห็นว่า แม้จะร้อยรัดชีวิตให้อยู่ในขอบเขตได้ดี เพียงไร หากเกิดความขัดแย้งทางจิตใจ ซึ่งเป็นปกติ วิสัยของชาวโลก ความทุกข์ย่อมเข้าครอบงำทันที ครั้นเมื่อแก้คนให้หลุดพ้น จากพันธนาการของสัง คมได้แล้ว ก็ยังหนีความทุกข์อันเป็นไปตามกฎแห่ง ไตรลักษณ์หาพ้นไม่ ตราบใดที่ยังต้องเวียนว่ายตาย เกิดในวัฏสงสาร ตราบนั้นก็ย่อมหนีความทุกข์ใน วัฏจักรแห่งกรรมไปมิได้เลย นอกจากจะพัฒนาตนเองตามขบวนการของศีล สมาธิ และปัญญา ด้วย วิปัสสนากรรมฐาน จึงจะหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวลได้โดยสิ้นเชิง

ท่านเหลี่ยวฝานเป็นผู้หนึ่ง ที่เข้าใจและเข้า ถึงคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา ท่านจึงนิพนธ์ หนังสือนี้อันเป็นประสบการณ์ของท่านเอง เพื่อชี้ให้ ลูกท่านเห็นว่า ชีวิตที่อยู่ในกรอบแห่งจริยธรรมก็ดี หรือจะหลุดจากขอบข่ายทั้งมวลในสังคมก็ดี ล้วน แต่เกิดจากเจตนารมณ์ของตนเองทั้งสิ้น มิได้ขึ้น อยู่กับลิขิตของฟ้าดิน ชะตาชีวิตมิใช่ข้อชี้ขาดที่ จะแก้ไขมิได้ จะดีจะชั่วมิใช่ฟ้าดินจะบันดาลให้โดย ไม่คำนึงถึงเหตุผล ตัวเราเองต่างหาก คือผู้กำหนด อนาคตของตนเอง ปุถุชนมักมองชีวิตว่าถูกลิขิต มาแล้วแน่นอนก่อนเกิดเสียอีก ความจน ความรวย ความสูงศักดิ์ ความต่ำต้อย ความบุญมั่นขวัญยืน หรือไม่ ล้วนแต่เกิดจากผลแห่งกรรมอันเป็นการกระทำด้วยเจตนาที่ดีบ้างชั่วบ้าง ที่ตนเองได้สร้าง สมไว้แต่ชาติปางก่อน วิบากย่อมส่งผลของชาติ ที่แล้วมาบ้าง ที่ย้อนขึ้นอีกหลายๆ ชาติบ้าง ทัศนคติ ที่มีต่อกรรมเช่นนี้ แม้จะถูกต้อง แต่ก็มิใช่ทั้งหมด

ท่านเขียนหนังสือนี้ เพื่อสั่งสอนอบรมบุตร ของท่าน ต่อมาท่านเห็นควรพิมพ์แจกเป็นธรรม ทาน หนังสือนี้จึงแพร่หลายมาจนทุกวันนี้ คำว่า “พ่อ” ในหนังสือนี้ จึงหมายถึงท่านเหลี่ยวฝานนั่นเอง เจือจันทน์ อัชพรรณ (มิสโจ)
อังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2524