วันพฤหัสที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2524

379 Views

วันพฤหัสที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2524
ตรงกับแรม 4 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา
พระเจ้านวเวหา(เตา)
เสด็จประทับทรง กล่าวเป็นกลอนว่า
บำเพ็ญเพียรภาวนาอานิสงส์
น้ำทิพย์จงแผ่กระจายดุจสายฝน
ถือศีลแปดเป็นประจำนำมงคล
กรรมส่งผลสุขภาพดีมีปัญญา

พระดำรัส: พระอัคนีคือสัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง เมื่อพระองค์ทรงเห็นมนุษย์ก้าวไปสู่ทุรวิถีแห่งความมืด ก็ปล่อยอัคนีมาดฟ้าแลบเตือนสติมนุษย์ ผู้ที่ยากไร้ ผู้ที่ผิดหวังย่อมต้องการน้ำใจ พระอัคนีก็หยิบยื่นความอบอุ่นให้ มนุษย์ก็สมควรต้องมีน้ำใจไปช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งหัวใจรักดวงนี้จะไม่เย็นลง เมื่อพูดถึงหลักแห่งชีวิตการช่วยเหลือผู้อื่น ก็คือการเติมพลังงานให้แก่ตนเอง นั่นก็คือยาบำรุงกำลังอันวิเศษสุดของชีวิต

หยางเซิง: การเพียรบำเพ็ญธรรมเหมือนการหุงหาอาหาร ทำอย่างไรจึงจะพอดีพอเหมาะ?

พระเจ้าเตา: 1.การพูดจาอย่าให้หฤโหดหรือเสียดสีเกินไปจึงจะมีน้ำหนัก

2.การปฏิบัติต่อผู้อื่น ควรเหมือนผัดกับข้าว ควรใส่น้ำมันลงกระทะก่อน ทำอะไรให้นิ่มนวลหน่อยจึงจะไม่ “ไหม้”

3.การหุงต้มอาหาร มีไฟก็ต้องมีน้ำ ดังนั้นบางครั้งก็ใส่น้ำบ้างให้คนอื่นได้รับประโยชน์ กลับจะเป็นการป้องกันตัว

4.ผัดกับข้าวต้องใช้ความร้อนสูง พ่อครัวแม่ครัวต้องมีความว่องไว กับข้าวจึงจะอร่อย การปฏิบัติตนและการทำงานต้องรีบเร่งหรือกระฉับกระเฉง ฉกฉวยโอกาส อย่ายืดยาดเฉื่อยชา จึงจะได้รับความสำเร็จรวดเร็ว มีผลงานที่ชื่นใจ

หยางเซิง: โบราณท่านว่า “ผู้ชายทำงานนอกบ้าน ผู้หญิงทำงานในบ้าน” ผู้หญิงมีฐานะในครัวสูงส่งมาแต่สมัยโบราณ ไม่ทราบว่าทำไมฟ้าจึงลิขิตให้ผู้หญิงมีภาระหนักในครัว?

พระเจ้าเตา: เป็นความจริงที่หญิงมีฐานะสำคัญในครัว แต่เวลากินข้าวกลับไปนั่งที่ปลายแถว ยังต้องเก็บอาหารที่กินเหลือล้างถ้วยชาม เช็ดโต๊ะ เสมือนหนึ่งมิได้รับความยุติธรรมจากสวรรค์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าจะเป็นคนผดุงความยุติธรรมในวันนี้ หญิงเป็นเพศอ่อนแอ ดังนั้น จึงเหมาะสมที่จะรับหน้าที่ในบ้าน ฉะนั้นหน้าที่ในครัว จึงเป็นธรรมดาเป็นของผู้หญิง จะยุติธรรมไหมล่ะ? หวนกลับมาดูผู้ชายเป็นเพศแข็งแรง ทำงานนอกบ้านวิ่งเต้นหาเงินเลี้ยงครอบครัว สามีภรรยาช่วยกันคนละหน้าที่ สร้างครอบครัวอันผาสุก แต่ถ้าให้ผู้ชายเข้าครัวเนื่องจากธรรมชาติฉุนเฉียว ต้องจับมีดพร้าทุกวัน เวลาบันดาลโทสะอดกลั้นไม่อยู่ คงไม่กี่วัน ก็จะได้รับบาดเจ็บจากมีดพร้า ฉะนั้น ผู้หญิงทำงานอยู่กับเตา จึงจะปลอดภัย ฉะนั้นสามีทำงานนอกบ้านเหงื่อไหลไคลย้อย ส่วนภรรยาก็ถูกไฟในเตาผิงจนเหงื่อไหลไคลย้อยเช่นกัน จึงมีความดีเหมือนกัน ฉะนั้นขอเตือนผู้ชาย อย่าเห็นว่าภรรยาเลี้ยงลูกหุงหาอาหาร 3 มื้อเป็นเรื่องง่าย ถ้าเปลี่ยนให้ผู้ชายทำงานบ้าน ไม่นานก็จะอารมณ์ระเบิดไม่เพียงลูกต้องรับกรรม แม้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็จะตึงเครียดก็คงต้องลาออกกันละ พระเจ้าสร้างโลกมา มีการจัดวางมนุษย์อย่างยุติธรรม ฉะนั้นคู่สามีภรรยาต้องเคารพเอาอกเอาใจซึ่งกันและกัน ช่วยกันขวนขวาย โบราณท่านว่า “ความสำเร็จของสามี เป็นคุณประการครึ่งหนึ่งของภรรยา” ส่วนข้ากล่าวว่า “ทุกชีวิตในกำมือของภรรยา” เช่นกัน ถ้าไม่มีอาหาร 3 มื้อ แล้วคนในบ้านจะอยู่ได้อย่างไร ฉะนั้นผู้ชายในโลกมนุษย์ จะต้องขอบใจแม่บ้านทำงานบ้าน ส่วนผู้เป็นลูกยิ่งต้องเทิดทูนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของแม่

หยางเซิง: แม่ต้องทำงานเพื่อทุกคนในบ้าน แต่ในการบำเพ็ญธรรม เนื่องจากแม่บ้านต้องทำงานบ้านตัวเป็นเกลียวตลอดปี มีเวลาน้อยที่จะออกไปทำการบุญกุศลนอกบ้าน ฉะนั้น กุศลผลบุญของแม่บ้านจะลดน้อยไปหรือไม่?

พระเจ้าเตา: เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ดังจะได้ชี้แจงต่อไปนี้ สามีออกไปทำงานหาเงิน มาใช้จ่ายในบ้านร่วมกัน เมื่อเป็นดังนี้ผู้หญิงทำงานบ้าน หุงหาอาหารเลี้ยงดูลูก ทำงานให้สามีไม่น้อย ทั้งได้บำเพ็ญธรรมสร้างบุญกุศลไม่น้อยเลย ส่วนสามีปฏิบัติหน้าที่ออกไปทำงาน เมื่อได้เงินทองมาก็มาใช้จ่ายในบ้าน ไปทำบุญกุศลนอกบ้านเผยแผ่ธรรมะ ได้รับอานิสงส์ผู้เป็นภรรยาย่อมมีสิทธิ์ได้รับอานิสงส์ไปด้วย ฉะนั้นอานิสงส์ที่ผู้หญิงได้รับย่อมไม่ลดน้อยเลย ผู้หญิงทำหน้าที่แม่บ้านเก็บกวาดทำความสะอาดหุงหาอาหาร ทำงานบ้านให้สามี รู้จักประหยัด หรือทำงานช่วยค่าครองชีพของครอบครัว ย่อมได้ผลบุญกุศลครบถ้วนรับรองจะทูลเกล้าบรรลุธรรมวิเศษได้แน่

หยางเซิง: ร่างกายมนุษย์เหมือนเตาลูกหนึ่งจะใช้ประโยชน์ของเตาได้อย่างไร

พระเจ้าเตา: เอาร่างคนเปรียบกับเตา เหมาะสมที่สุดจมูกเป็นปล่องเตา หู 2 ข้างเป็นหูยกเตา เปลือกตาสีดำก็เหมือนหม้อโบราณ ตาสองข้างก็คือตาฝาหม้อ ปากก็เป็นก้นหม้อ น้ำ ข้าว ผัก ใส่เข้าไปในปาก หน้าคนเป็นหน้าหม้อ ทั้ง 2 มือใส่ฟืน ไฟใจ ไฟตับ ไฟกระเพาะ ไฟไต ไฟปอด ความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่งน้ำเดือดปุดๆ เหงื่อไหลท่วมตัว ไอน้ำพุ่งออกจากหม้อ ความร้อนสูงเกินไปคนรู้สึกกระหายน้ำ กรอกน้ำชาดับกระหาย ความร้อนค่อยลดถอย อารมณ์ค่อยสงบลง ปลูกปทุมมาศ กลางกองเพลิงเกิดประกายไฟสุดสวย ปทุมมาศไม่โรยรา บรรลุธรรมวิเศษมนุษย์จงอย่าปล่อยเตาไฟเผาไหม้เปล่าๆ ในหม้อไม่มีอะไรเลย พอน้ำแห้งไฟก็ดับในเตามีแต่กองขี้เถ้าเหมือนคนกินข้าวแล้วไม่ทำงานกินแล้วก็ถ่ายของเสีย เสียเวลาหุงต้มเปล่าๆ ไม่สิ้นเปลืองเกินไปหรอกหรือ? ฉะนั้น คนต้องเอาอย่างเตา พอก่อไฟก็ใช้ประโยชน์ได้ มิฉะนั้น สิ้นเปลืองเปล่าตลอดชีวิต กินเสียข้าวสุก 3 มื้อ ไม่ทำอะไร ยิ่งกว่านั้นยังเล่นไฟเผาตัวเองลุกลามเป็นอัคคีภัย ไม่เพียงแต่เผาตัวเอง ยังทำให้ผู้อื่นวอดวายอีกด้วย