Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
วันพฤหัสที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2524 | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

วันพฤหัสที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2524

471 Views

วันพฤหัสที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2524
ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา
พระเจ้านวเวหา(เตา)
เสด็จประทับทรง กล่าวเป็นกลอนว่า
ทางสวรรค์นั้นต้องผ่านด่านจิ่วหยาง
หมั่นเพียรสร้างบุญกุศลผลสุขสันต์
อันห้องครัวเทวัญคุ้มคอยป้องกัน
เพศหญิงนั้นต้องเชี่ยวชาญเรื่องการเรือน

หยางเซิง: โบราณท่านว่า สตรีคลอดบุตรไม่ครบเดือน ร่างกายไม่สะอาด ไม่ควรเข้าใกล้เตาไฟหุงหาอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงหยามเหยียบพระเจ้าเตา แล้วจะมีเภทภัย สมัยนี้อยู่กัน 2 ผัวเมีย ไม่มีญาติหรือคนใช้ แม่ลูกอ่อนต้องหุงหาอาหารเองแล้วจะทำอย่างไร?

พระเจ้าเตา: โบราณว่าไว้ สตรีคลอดบุตรไม่ครบเดือนร่างกายไม่สะอาด ไม่ให้เข้าใกล้เตา เพื่อหลีกเลี่ยงลบหลู่พระเจ้าเตาชาวบ้านไม่รู้ความหมาย จะได้อธิบายในวันนี้ เกิดเป็นหญิงต้องทำงานตัวเป็นเกลียว ตอนอุ้มท้องยังต้องตื่นนอนแต่เช้า หุงหาอาหารให้คนในบ้านกิน กินแล้วยังต้องล้างถ้วยชามแล้วพาลูกเต้าไปทำไร่ไถนา เช่นเดียวกับพวกผู้ชาย กลางวันแดดร้อนเหงื่อไหลโทรมกาย ยังต้องตากแดดกลับบ้านหุงข้าวพวกผู้ชายพอพักกลางวันก็จะกินข้าว ส่วนผู้หญิงยังต้องทนทรมานอยู่ในครัว ตกเย็นต่างกลับบ้าน อ่อนระโหยโรยแรง อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวกินข้าว ส่วนผู้หญิงยังต้องง่วนอยู่ในครัว สภาพเช่นนี้เป็นที่เห็นใจของพระเจ้าเตา จึงได้บอกไปว่า “สตรีหลังคลอดบุตร ไม่ต้องเข้าครัว” เพราะต้องการให้สตรีหลังคลอดบุตรได้พักผ่อน เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง สตรีหลังคลอดมักอ่อนแอ กลางคืนยังต้องให้นมลูก อดหลับอดนอน ถ้ายังต้องทำงานอีกก็น่าสงสารควรมีโอกาสพักผ่อน เป็นความเมตตากรุณาของพระเจ้าเตาแต่มิใช่กลัวเลือดแปดเปื้อนหรอก ข้าฯ ณ มีไฟวิเศษ ผีสางปีศาจยังไม่กลัว ไฉนจะไปกลัวร่างที่ประกอบด้วยเลือดเนื้อเล่านี้เป็นเพราะเห็นแก่สตรีแม่บ้าน ดังนั้นผู้ที่เป็นสามีต้องเอาใจปรนนิบัติภรรยา โดยเฉพาะระหว่างคลอดบุตร ต้องคอยดูภรรยา ช่วยทำงานบ้าน เพื่อภรรยาจะได้ไม่ต้องทรมานร่างกาย สตรีสมัยนี้ จากหญิงชาวไร่ชาวนา มาเป็นแม่ค้า แม่ขาย คนงาน พนักงาน ไม่ต้องทำไร่ทำนา บ้างก็ดูแลอาหาร 3 มื้อ ทำงานบ้าน เวลาคลอด หากไม่มีญาติช่วยทำอาหาร 3 มื้อต้องทำเอง เป็นเรื่องธรรมดาไม่เป็นการแปดเปื้อนพระเจ้าเตาหรอก

หยางเซิง: กล่าวกันว่า จะเฆี่ยนตีหรือดุด่าเด็กต่อหน้าพระเจ้าเตาไม่ได้ มีเหตุผลอย่างไร?

พระเจ้าเตา: คัมภีร์พระเจ้าเตาระบุว่า “ห้ามดุด่าเด็กหน้าเตา” เจตนามีว่า ในขณะที่แม่หั่นผักอยู่นั้น เกิดโมโหโทโสใช้มีดที่ถืออยู่ในมือหรือคว้าตะหลิวได้ไปทำร้ายเด็ก ทำให้เกิดการบาดเจ็บ การทะเลาะเบาะแว้งหน้าเตาหรือในครัว เสียบรรยากาศ ไม่สบายใจ จะทำให้ข้าวมื้อนั้นทุกคนจะกินข้าวไม่ลง ถึงกินก็ย่อยอาหารไม่ดี แต่ถ้าไม่มีเรื่อง มีความปรองดองทุกคนใจเบิกบาน อาหารมื้อนั้นก็อร่อย ครอบครัวไหนจะมีความสุขหรือไม่ จะดูได้บนโต๊ะอาหาร จึงมีการกล่าวกันว่า “พระเจ้าถือกินข้าวเป็นเรื่องใหญ่” ซึ่งแสดงถึงบทบาทและฐานะของข้าฯ ถ้ากินอาหารบนโต๊ะ หน้าเตาได้ พระเจ้าเตาคุ้มครอง จะมีคนมาทวงหนี้หรือมีเรื่องสลักสำคัญจะต้องกินข้าวก่อนแล้วค่อยพูดกัน มิฉะนั้นแล้วจะมีความผิดมหันต์ ฉะนั้น การกินเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจึงมีฐานะอันศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้

หยางเซิง: พระเจ้าเตาไฉนแปลงร่างเป็นเตา ทำไมไม่สถิตอยู่ในห้องโถง เทพยดาพระเจ้าล้วนไม่ชินต่อควันไฟมนุษยโลกแล้วเหตุไฉน พระเจ้าเตาเท่านั้นไม่หลีกเลี่ยง

พระเจ้าเตา: เทพยดาพระเจ้าอยู่นอกโลกมนุษย์ จึงไม่ชินควันไฟ แต่เทพเจ้าเตาศาลเจ้าในโลก รมควันไฟทุกวัน ใครว่าไม่ชินควันไฟ ข้าฯ มิใช่ไม่ชินควันไฟ โลกมนุษย์หากเป็นผู้ให้ควันไฟ พลังงาน เลี้ยงคนทั้งโลก ถามหน่อย มนุษย์กินเนื้อกินปลา 3 มื้อ แล้วข้าฯ เคยกินสักชิ้นไหม? ข้าฯ ต้องทนรมควันไฟทุกวัน เหงื่อโทรมกาย ไม่เพราะเห็นแก่มนุษยโลกหรอกหรือ แต่คนดีย่อมได้ดีสักวัน ปัจจุบันเข้าสู่ยุคไฮเทคมีเตาแก๊สหม้อไฟฟ้าใช้ อาหารการกิน 3 มื้อ ถูกสุขลักษณะในครัว ก็ไม่ต้องรมควันไฟอีกแล้ว ข้าฯ จึงสบายหน่อยไม่ต้องทนรมควันไฟอีกต่อไป