Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2524 | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2524

463 Views

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2524
ตรงกับวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา
พระเจ้านวเวหา(เตา)
เสด็จประทับทรง กล่าวเป็นกลอนว่า
ชะตานั้นกำหนดที่ฟ้าและคน
มีหรือจนผลแห่งกรรมที่ทำไว้
ถ้าขยันมัธยัสถ์ รุ่งเรืองไว
โปรดเข้าใจทำบาปกรรมนำยากจน

หยางเซิง: พระเจ้าเตาเป็นเทพเจ้าที่ดูแลห้องครัว ยากดีมีจนดูได้จากอาหาร 3 มื้อ กล่าวกันว่า “ยากดีมีจนขึ้นกับวาสนามนุษย์กำหนดไม่ได้เลย” แท้จริงนั้นเป็นไฉน?

พระเจ้าเตา: โบราณท่านว่า “เศรษฐีหรือยาจก แล้วแต่พรหมลิขิต” นี่เป็นคำกล่าวจากประสบการณ์ของมนุษย์นับหลายศตวรรษ มนุษย์เราเกิดมาจากมารดาที่ต้องอุ้มท้องสิบเดือนมาด้วยกันทั้งนั้น บางคนมิใช่ว่าปัญญาจะสู้คนอื่นไม่ได้ คนอื่นเขาเป็นเศรษฐีเป็นขุนนาง เขาก็ขวนขวายทำมาหากิน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังโงหัวไม่ขึ้น จึงบ่นกันว่า เทพเจ้าเบื้องบนสวรรค์อยุติธรรม มีบางคน 3 มื้ออุดมสมบูรณ์ บางคนไม่มีข้าวจะกรอกหม้อ มันเป็นยังไงกันแต่เป็นเพราะวาสนาอันคำว่าวาสนา ใช่ว่าจะเป็นความเชื่อที่งมงาย คนเราเกิดมาในโลก เรียกว่า “ตกฟาก” มนุษย์มีเมล็ดพันธุ์ของมนุษย์คนเราเกิดมาในโลกมนุษย์ก็คือ เมล็ดคนหว่านลงบนดินโลกมนุษย์ แล้วก็เริ่มงอกเมล็ดพันธุ์เหมือนกัน บ้างก็ผลิดอกออกผล กลายเป็นเศรษฐี บ้างก็มีโรคมากเก็บผลไม่ได้ หรือโดนภัยธรรมชาติก่อความเสียหาย กลายเป็นคนยากจน ดังที่มนุษย์กล่าวกันว่า “ดวงไม่ดี” ส่วนข้าฯ ว่า “โชคชะตาไม่ดี” ถ้าสืบสาวถึงที่สุด จะต้องสืบถึงต้นตอของเมล็ดพันธุ์และแหล่งปลูก เมล็ดพันธุ์ก็คือบาปบุญของตนแต่ปางก่อน ส่วนแหล่งปลูกก็คือพ่อแม่และครอบครัว ผู้ให้กำเนิดในชาตินี้เมล็ดพันธุ์ก็เป็นพันธุ์ไม่ดี เป็นสาเหตุที่ชาตินี้เก็บเกี่ยวไม่ได้ผลดี พันธุ์ชนิดไหนก็หว่านลงบนพื้นดินของพันธุ์ชนิดนั้น นี่คือการแบ่งแยกชาติตระกูลเกี่ยวดองซึ่งกันและกัน เมล็ดเลวย่อมไปเกิดในครอบครัวที่บรรพบุรุษไร้ศีลธรรม ครอบครัวที่บรรพบุรุษไร้ศีลธรรมก็เสมือนหนึ่งเป็นดินเลวในปางหลัง เมื่อดินน้ำไม่ดี จะให้ธัญพืชเก็บเกี่ยวได้ผลดี ย่อมเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น หากต้องการจะเก็บเกี่ยวให้ได้ผลดีชาติปางก่อนจะต้องทำดีมีอานิสงส์ ไม่หว่านพืชจะหวังผลได้อย่างไร ไม่ได้สร้างบุญกุศลจะไปเกิดบ้านคนมีบุญวาสนาได้อย่างไร ไม่มีพันธุ์ดี ดินดีจะเก็บเกี่ยวได้ผลดีอย่างไร ดังนั้นบุญวาสนาขึ้นอยู่กับชาติปางก่อน ก็เป็นดังนี้แล

หยางเซิง:เมื่อชะตาชีวิตขึ้นอยู่กับผลบุญชาติปางก่อน ทำให้มนุษย์ไม่ว่าอะไรก็ไปโทษโชคชะตา ไม่ขวนขวายหากินมิยิ่งแย่หรือครับ?

พระเจ้าเตา: เมล็ดพันธุ์ที่ดีเมื่อปลูกในดินดี งอกต้นกล้าดีคือโชคชะตาที่ชาติปางก่อนให้มา แต่ถ้ามีเมล็ดพันธุ์ดีแล้วไม่มีคนดายหญ้าพรวนดิน และการดูแลที่ดี ก็ยากที่จะได้ผลงาม นาดีถ้าปล่อยให้วัชพืชขึ้นรก ไม่รดน้ำพรวนดิน ก็เก็บเกี่ยวไม่ได้ผล เช่นเดียวกับผู้ที่สร้างบุญกุศลในครอบครัวที่มีศีลธรรม แต่คนเราย่อมต้องออกไปทำมาหากินยังนอกบ้าน แต่สังคมมนุษย์สับสนเหมือนวัชพืชในนา ถ้าไม่กำจัดเสีย คบคนพาลย่อมพาไปหาผิด เสียผู้เสียคน แล้วจะให้ดีได้อย่างไร นาลำพังพึ่งแต่น้ำฝนย่อมไม่เพียงพอ ดังนั้นการให้การศึกษาในโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ เด็กเริ่มมีปัญญาต้องรีบส่งเข้าโรงเรียน เพื่อให้มีความรู้และรู้จักประพฤติตนเหมือนสูบน้ำในแม่น้ำให้การอบรมบ่มสอน คนโง่กลายเป็นคนฉลาด คนฉลาดก็ยิ่งปราดเปรื่องยิ่งขึ้น คนที่ชาติก่อนผลกรรมไม่ดี ชะตาชีวิตได้รับการปรับปรุงในโลกมนุษย์ ก็สามารถได้ดิบได้ดี ดังนั้น มนุษย์ไม่ควรสิ้นคิด หากนึกว่าวาสนาไม่ดี เพราะเวลาตกฟากไม่ดีแล้วสิ้นคิด ไม่ประพฤติตัวดี นั่นแหละเป็นคนดีอาภัพอับวาสนาอย่างแท้จริง

หยางเซิง: ไฟคือพลังงานของชีวิต จะต้องใช้อย่างไร จึงจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์?

พระเจ้าเตา: เวลาไม่หุงข้าว จะต้องดับไฟ หรือปิดท่อแก๊ส หรือดับฟืนในเตาเสีย เป็นการประหยัดพลังงาน ประหยัดกำลังวังชา มนุษย์เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า ต่างต้องเร่งรีบบางครั้งไม่ทันกินข้าว ก็รีบไปทำงาน เช่นกดแตรไม่หยุดเป็นการเปลืองไฟ กลางวันไม่พักผ่อน เพื่อให้เตาไฟฟ้าเย็นลง หุงข้าว 24 ชั่วโมง เตาไฟฟ้า (ร่างกายมนุษย์) ก็ชำรุดง่าย ตกกลางคืนก็เที่ยวเตร่ ทั้งสุรานารี แล้วสุขภาพจะดีอายุยืนได้อย่างไร อันว่าสุรานี้เหมือนเอาน้ำไปราดบนฟืนไฟก็ไม่ลุกไหม้ เมื่อกำลังวังชาเปียกน้ำไฟในร่างกายย่อมไม่ลุกไหม้ อีกทั้งยังเอาน้ำราดลงบนเส้นลวดที่เผาไหม้จนแดงของเตาไฟฟ้า เตานั้นก็จะเสียอย่างรวดเร็ว สุราก็เหมือนน้ำถ้าดื่มเกินขนาด เหมือนท่อระบายน้ำไม่ดี ร่างกายก็รับไม่ไหว การดื่มสุรามากก็เหมือนฝนตกหนัก จนเกิดอุทกภัย คนเมาเวลาเดินจะเซไปเซมา ถ้าเกิดกลางสายฝนมักถูกน้ำไหลพลัดไปถึงตาย ดูอย่างอาคารบ้านเรือน ต้นไม้ใหญ่ เทือกสวนไร่นา เมื่อเกิดอุทกภัย ยังถูกน้ำไหลพลัดไปเหมือนกัน นับภาษาอะไรกับคนเมา น้ำหรือจะปรานี ชีวิตมนุษย์ก็เหมือนต้นข้าวสีเขียวขจี การรดน้ำด้วยเหล้า ต้นข้าวก็ตายอย่างแน่นอน คนเราถ้ามักมากในกามตัณหา จะสูญเสียกำลังเมื่อไฟตัณหาโหมไหม้ เส้นเลือด(สายไฟ) ร้อนจัดจนไฟลุกไหม้เผาผลาญร่างกาย ดังนั้น ข้าฯ จึงหวังว่าอันความสุขสามีภรรยาไม่ควรขาด แต่ไม่ควรมักมากในตัณหาราคะ ถ้าเสพแต่พอดี ครอบครัวจะมีความสุข แต่ถ้าหัวหกก้นขวิด ก็เหมือนถือคบไฟไว้ในมือ อันตรายอย่างยิ่ง เกิดเผลอไผลเมื่อไหร่จะเกิดเพลิงไหม้ถ้าสนุกจนเพลิน จนลืมหนีไฟก็จะเผาตัวเอง

หยางเซิง: สุราเหมือนน้ำ แต่น้ำเป็นของเหลว ทำไมจึงมีอานุภาพถึงขนาดนั้น?

พระเจ้าเตา: เหล้าถึงแม้เป็นของเหลว แต่เย็นเยือกหฤโหดแรงพลังมหาศาล เนื่องจากมันแฝงไว้ด้วยไฟของแอลกอฮอล์ ดังนั้นจึงจุดไฟได้ด้วยไม้ขีด แอลกอฮอล์คือปีศาจร้ายในน้ำสายน้ำอุทกภัยที่ทรงพลัง เป็นแรงผลักดันของไฟปีศาจในน้ำ จึงมีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้ โบราณท่านว่า “น้ำไฟ ไม่ปรานี แต่เมื่อรู้นิสัยก็เป็นประโยชน์” คือเมื่อรู้จักใช้ก็เป็นประโยชน์ต่อมนุษยโลก มิฉะนั้นแล้วพระอัคนีก็กลายเป็นไฟปีศาจ มนุษย์สมควรรู้ไว้ สุรานารีให้โทษร่างกายอันตรายถึงชีวิต

หยางเซิง: แล้ว “พลังลมปราณ” มีอานุภาพเพียงไร?

พระเจ้าเตา: คนที่โมโห จะมีอาการเป็นฟืนเป็นไฟ แย่ละซิเมื่อฟืนไฟ เผาไหม้ ก็จะเกิดไฟไหม้บ้าน คนที่โมโห บางครั้งโมโหจนถึงกับช็อก เป็นเพราะไฟลุกโชนจนกลายเป็นลมมรสุม(ช็อก) ทำให้ร่างกายล้มลง ความดันไฟฟ้าสูงเกินไป สายไฟรับ ไม่ไหวทำให้ไฟรั่ว เกิดไฟไหม้บ้านเรือน (ร่างกาย) หรือฟิวส์ขาด คนจะมีอันตราย ไม่มีแสงสว่างและถึงตาย กำลังวังชาของคนมีจำกัด เหมือนดังถังแก๊ส เผาไหมทุกวัน ถ้าโมโห...ถังแก๊สระเบิดกำลังลมปราณก็หมด ฉะนั้น โมโหคือความตาย