Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2524 | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2524

498 Views

วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2524
ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา
พระเจ้านวเวหา (เตา)
เสด็จประทับทรง กล่าวเป็นกลอนว่า
เบิกรังสีที่พระเนตรมีเจตนา
เพื่อบูชาองค์พระเจ้าเข้าสถิต
ทุกเช้าค่ำเพียรบูชาพาเนรมิต
สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครองป้องกันภัย

หยางเซิง: เตาคือสัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง ได้โปรดแจงความหมายพิธีเปิดพระเนตรขององค์เทวรูป

พระเจ้าเตา: มวลเทวาองค์เจ้าสถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ ทรงมองเห็นสามภพได้ทะลุปรุโปร่ง แต่ไฉนจะต้องเบิกเนตรอีกเล่านั่นเป็นเพราะว่า เทวรูปหุ้มทองทำจากท่อนไม้ด้วยฝีมือสลักเสลาของช่าง ทำให้องค์เทวรูปเปรอะด้วยฝุ่นละออง แม้จะปิดทองตลอดทั้งองค์กลายเป็นเทวรูปอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังมิได้แสดงออกซึ่งอารมณ์ เช่นเดียวกับยานพาหนะแม้เติมน้ำมันและชาร์จไฟเต็ม แต่ถ้ามิได้เปิดสวิตช์สตาร์ทเครื่อง รถก็ยังคงอยู่กับที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร แสงไฟเป็นพลังความร้อนอันบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่าง บุคคลทั่วไปเบิกเนตรจะใช้พู่กันสีแดงแต้มที่ดวงตา สีแดงหมายถึงไฟสีเลือด ตาของเทวรูปมีสีเลือดย่อมแสดงว่าเป็นเทวาองค์เจ้าที่มีชีวิต คือมีทั้งวิญญาณและพลัง พอเทวาองค์เจ้าเบิกเนตรก็เหมือนกระจกเงาบานใหญ่ แขวนไว้เบื้องบน มองเห็นได้ละเอียดใครดีใครชั่ว คนคดคนซื่อสามารถขจัดคนพาลอภิบาลคนดีขับไล่ผีเปรตได้ ดังนั้น องค์พระเทวรูปต้องเบิกเนตรและมนุษย์เพียรบำเพ็ญธรรม จำเป็นต้องมีครูบาอาจารย์ชี้แนะให้มีปฎิภาณ เพื่อสำแดงธาตุแท้ นับวันเห็นแสงสว่างได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์หรือเทวดา

หยางเซิง: มักเห็นกระถางธูปเผาไหม้อยู่บ่อยๆ ทำให้บุคคลทั่วไปฉงนสงสัย มิทราบว่าเพราะเหตุใด?

พระเจ้าเตา: การที่กระถ่างธูปเผาไหม้ ก็เพราะว่าในกระถางธูปปักธูปไว้แน่น มีความร้อนสูงเกินไปก้านธูปเกิดเผาไหม้ ประการที่ 2 เป็นการบอกกล่าวของพระเจ้าต่อสาวกหรือของบรรพบุรุษต่อลูกหลาน โดยไม่มีทางอื่นด้วยการใช้ไฟไหม้ก้านธูป เพื่อเป็นการตักเตือน ปกตินั้น ธูปไหม้จากบนสู่ล่าง แต่ถ้าไหม้จากส่วนล่าง ก็หมายถึงราษฎรเกิดเหตุเภทภัย ถ้าประสบเหตุเช่นนี้ ขออย่าได้ตระหนกตกใจ ให้เสี่ยงเซียมซีทายร้ายดี กระถางธูปไหม้บางครั้งเป็นเรื่องดี มิใช่เรื่องร้ายบางครั้งก็ไม่สลักสำคัญอะไร ในการเพียรบำเพ็ญธรรมของมนุษย์ถ้าหากไฟแก่กล้า ก็เกิดไหม้กระถางเหมือนกัน อันแสดงถึงความบรรเจิดของชีวิต ไหม้กระถางเพื่อพิสูจน์ดีหรือชั่ว ถ้าดีแสดงว่าพระเจ้าเคี่ยวยาวิเศษในเตา พลังธรรมยิ่งใหญ่ ถ้าชั่วก็เหมือนคนที่อารมณ์ร้ายระเบิดจนเผาผลาญร่างอันมีวิญญาณของตน และการสูญเสียตนเองโดยไม่มีประโยชน์ต่อคนอื่น เช่นนี้เป็นพฤติกรรมโง่ มีคนจำนวนมากที่เพียงบำเพ็ญธรรม ถูกพันธะทางใจครอบถึงตนเองสูญเสียแต่ก็ไม่เป็นประโยชน์ทั้งตนเองและคนอื่น เป็นการกระทำที่โง่ สูญเสียพลังงาน ก็เหมือนกับนอนหลับจุดไฟสว่างไสวจะมีประโยชน์อะไร

หยางเซิง: เทวรูปหลังจากเบิกเนตรแล้วผีจะสิงได้อีกหรือไม่

พระเจ้าเตา: ภายหลังเทวรูปเบิกเนตรแล้ว บางครั้งจะถูกผีสิงปลอมเป็นเทวดาเที่ยวหลอกชาวบ้าน ฉะนั้น ผู้ประกอบพิธีเบิกเนตร ทางที่ดีควรจะเชิญเกจิอาจารย์ที่มีอิทธิฤทธิ์ดำเนินการเอง เพราะถ้าหากท่อนไม้นำมา สลักไม่สะอาด หรือผู้แต้มดวงตามีวิชาไม่แก่กล้าพอ เชื่อมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็จะอัญเชิญเทวาองค์เจ้ามาประทับได้ยาก เปรียบเหมือนกับดวงตาของคน จะล้างตาเชิญหมอไม่เก่ง ใช้ยาหยอดตาไม่สะอาด หรือใช้เครื่องมือมิได้ฆ่าเชื้อ มีฝีมือด้วย ผ่าตัดตาผู้ป่วยอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า บางรายที่อาการไม่หนักต้องกลายเป็นอาการหนัก ไม่เพียงไม่สามารถทำให้หายป่วยได้ ซ้ำร้ายกลับทำให้ตาบอด จะเบิกเนตรแก่เทพเจ้า จำต้องทำจิตใจให้สะอาด แล้วจึงอธิษฐานอัญเชิญเทพเจ้าเสด็จ แม้สาวกก็ควรจุดธูปอธิฐาน ด้วยวิธีเบิกเนตรที่ปราศจากรูปสักษณ์โดยมีวิธีดังนี้ อัญเชิญเทวรูปมา จุดธูปบูชาทุกวันแล้วท่อง “รังสีพระองค์ส่องจับพระเจ้า......ตาหูจมูกลิ้นกายใจ มองดูสามภพตลอด ช่วยมนุษย์พ้นทุกข์ปราบผีเปรตแสงทองส่องมาโดยเร็ว” (เวลาจุดธูป ให้ท่อง 3 จบ) เมื่อครบ 7 วัน เทวรูปก็จะเบิกเนตรเอง เนื่องจากไฟธูปเปล่งแสงพร้อมทั้งความร้อนเพิ่มขึ้นเสมือนหนึ่งทารกแรกเกิด ดวงตาจะค่อยๆ เบิกออกเอง

หยางเซิง: ปัจจุบันเกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก มิทราบว่าพระองค์มีความเห็นอย่างไร?

พระเจ้าเตา: ยุคไฮเทค การกินการอยู่ มุ่งแต่ความสะดวกสบายไม่รู้จักประหยัด จึงเกิดวิกฤตพลังงาน ใจมนุษย์เป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมด แต่มนุษย์ไม่รู้จักคิดค้นอาศัยแต่เครื่องจักรกล สิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป อวัยวะแขนขาเสื่อมถอย ฉะนั้นจะฟื้นฟูสมรรถภาพของมนุษย์ จะต้องใช้แรงงาน จะอยู่โดยอาศัยแต่เครื่องจักรกลไม่ได้ ทำให้เจริญแต่สมองเป็นโรคประสาท มนุษย์ต้องพึ่งตนเอง ดังสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “น้ำที่อยู่ไกลช่วยดับไฟใกล้ตัวไม่ทัน” พลังไฟของตัวเองมีอย่างโชติช่วง ควรรู้จักใช้ มิฉะนั้นแล้ว น้ำที่อยู่ไกล น้ำมันในต่างประเทศ ก็ไม่อาจช่วยเราได้