ลูกหลานกายเนื้อตั้งใจบำเพ็ญธรรมช่วยบรรพบุรุษ ให้พ้นทุกข์ได้อย่างไร

660 Views

“ลูกหลานกายเนื้อตั้งใจบำเพ็ญธรรม
ในเทศกาลโปรดสามโลกปลายกัป
ช่วยตายายให้พ้นทุกข์ได้อย่างไร”

พระโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ปรากฏใน พระมหาคัมภีร์มัทภควคีตา แปลเป็นภาษาไทยได้ใจความว่า ผู้ที่ ระลึกแม้ซึ่งภาวะใดๆ ละร่างไปแล้ว ในเวลาตายเขาเป็นผู้ถูก ภาวะนั้น อบรมแล้ว ทุกเมื่อย่อมไปสู่สภาวะนั้นโดยแท้

ในบทความนี้พระองค์ทรงหมายถึง ตอนมีเรากายเนื้อ เรามีความประพฤติและนิสัยความเคยชินต่างๆมีทั้งดีและไม่ดี ที่ติดอยู่ในจิตเดิมแท้มานานพอทิ้งกายสังขาร สิ่งต่างๆที่เก็บสะสมอยู่ก็จะ แสดงออกมาให้เห็นทั้งหมด สำหรับดวงวิญญาณที่ได้รับการฉุด ช่วยแล้ว ไม่ว่าจะถูกส่งไปที่ใด ไม่ว่าจะเป็นลานธรรมพระมาลัย หรือลานธรรมพระศรีอาริย์ ก็จะมีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับและคัด เลือกวิญญาณตามนิสัยความเคยชินนั้นๆแล้วส่งไปตามห้องต่างๆเพื่อจะอบรมบ่มจิตญาณให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ หลังจากนั้นถึงจะ เลื่อนขั้น ดูว่าเรามีอารมณ์อะไรบ้างก็ส่งไปตามห้องนั้นๆให้ได้รับการขัดเกลาอบรมฟื้นฟูจิตญาณให้เป็นปกติ และให้พ้นจากการ เวียนว่ายตายเกิด อย่าให้เป็นวัฏจักรหมุนเวียนที่ไม่รู้จักจบสิ้น

ขอขยายความหมายบทนี้ซึ่งหมายถึง ความเป็นไปของคน หรือสัตว์ ที่ยังเสวยทุกข์ ตามกรรมที่ทำไว้ ยังไม่บรรลุนิพพาน เดิม ทีสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นในโลกแห่งวิญญาณ อยู่ในความดูแลและควบ คุมของพญายม ตลอดถึงแม้พวกวิญญาณ ต้องเข้าไปสู่โลกมนุษย์ หรือโลกธาตุ ซึ่งประกอบด้วยอาการแห่งธรรมชาติ 3 ประการคือ คุณความดี กาม และอวิชชา ผู้ที่ตกอยู่ในอาการ หลงอวิชชา ก็จะเกิดเป็นสัตว์กระกูลต่ำ ผู้ที่ตกอยู่ในอาการของกามก็จะเกิด ในร่างของมนุษย์ชั้นต่ำ ผู้ที่ตกอยู่ในอาการของคุณความดี จะไป เกิดใหม่เป็นเทพเทวดา ร่างที่เราเห็นในความฝัน เมื่อคนนอนหลับ เขาก็ลืมกายจริง อาจจะฝันไปว่า เขาได้กลายเป็นกษัตริย์ เขาจำไม่ ได้ว่าสิ่งที่ทำก่อนนอนหลับคืออะไร ในทำนองเดียวกัน ครั้นวิญ ญาณของบุคคลหนึ่งเปลี่ยนร่างใหม่ เขาก็ลืมร่างเก่าลืม ร่างแห่ง วิญญาณที่แท้จริง วิญญาณส่วนใหญ่ในร่างมนุษย์จะเปลี่ยนร่าง ไปถึงแปดล้านสี่แสนแบบ วิญญาณแห่งชีวิตจะเปลี่ยนร่างเป็น มนุษย์ สัตว์ เทพเทวา เมื่อวิญญาณเข้าสู่ร่างมนุษย์บางครั้งก็พบ สุข บ้างครั้งก็พบทุกข์ หรือโศกเศร้า และเมื่อเกิดเป็นร่างของสัตว์ เขาก็มักจะตกอยู่ในภาวะแห่งความกลัว เขาก็พบกับความตื่นเต้น ตกใจกลัว และสัมผัสกับความจริงในเรื่อง เกิดแก่เจ็บตายหรือ เรียกว่าวัฏจักร หรือ สังสารวัฏ ที่จะทำให้มนุษย์ทั้งหลาย หลงยึด ติดว่าเป็นของจริงทำแล้วพ้นทุกข์ได้ ส่วนผู้ที่ละกายสังขารแล้ว ถึงจะรู้ความจริงว่า สิ่งที่กระทำตอนมีกายเนื้อ ได้ทำผิดพลาดไปแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงวอนขอให้กายเนื้อลูกหลาน กระทำ ความดีและเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ผิดให้ตื่นจากความหลง ความ งมงายต่างๆ สำหรับลูกหลานที่ทำความดีอยู่แล้ว บรรพบุรุษ ทั้งหลายอนุโมทนา และให้กำลังใจแก่ลูกหลานที่มีกายเนื้อ ตลอดไป ในเมื่อลูกหลานทำความดี เช่นได้ฟังธรรมบ่อยๆพร้อมทั้งสร้างบุญ อย่างเต็มกำลังด้วยใจบริสุทธิ์และความศรัทธาเลื่อม ใส ฉะนั้นผู้ที่มีความสุขและได้รับอานิสงส์มากที่สุด และนิรโทษกรรมแก่บรรพชนทั้งหลาย และได้มีโอกาสฟังธรรมที่ลานธรรม พระศรีอารย์ และลานธรรมพระมาลัย ทั้งสองที่นี้จะมีสิ่งศักดิ์ สิทธิ์มาเมตตาประทานโอวาทชี้แนะ แก่บรรพชนของเราเพื่อเป็น การขัดเกลาจิตเดิมแท้ให้ใส เพื่อที่จะขึ้นฝั่งพระนิพพาน กับลูก หลานกายเนื้อพร้อมๆกัน และจะขอยกพระโอวาทบางตอน ที่กล่าวถึงบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ดั่งต่อไปนี้คือ

พระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่ง ได้ประทานพระโอวาทเรื่อง การสร้างบุญต่างๆของลูกหลานที่มีต่อบรรพชนในแดนทิพย์ญาณ อานิสงส์ของการถวายที่ดินให้กับพระอนุตตรธรรมเจ้า เพื่อสาธารณะประโยชน์แก่สังคมให้มากที่สุด และใช้อย่างคุ้มค่าทุก ตารางนิ้ว ที่ดินที่ถวายแล้วจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาประทับดูแลอยู่ ตลอดเวลาไม่ขาดสาย ผลที่บรรพชนได้รับคือ บรรพชนที่อยู่ในนรก จะได้รับนิรโทษกรรมพิเศษ สำหรับลูกหลานรับธรรมะแล้วตั้งใจ บำเพ็ญธรรม บรรพชนจะถูกเลื่อนตำแหน่งไปบำเพ็ญที่ลานธรรม แต่ถ้าเมื่อใดลูกหลานมีกิเลสหนา คิดอกุศลต่อทรัพย์สินที่ตนกระ ทำ ด้วยเหตุบางประการทั้งปวง อย่างจิตหยาบมีผลกระทบกับ บรรพบุรุษลูกหลาน ในทางที่ไม่ดีทันที ก็คือจะหยุดชะงักในการ รับบุญบารมี มีความโศกเศร้าเสียใจ บางครั้งบางวิญาณของบรรพ ชนได้ฟังธรรมอย่างชัดเจนอยู่ดีๆ เสียงธรรมก็ขาดหายไปเฉยๆ จึงทำให้จิตหม่นหมองไม่สงบ และไม่สามารถเลื่อนชั้นได้อีกต่อ ไปแล้ว บรรพชนนั้นจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษอีกต่อไป ไม่ว่าทางลูกหลานที่มีกายเนื้อจะจัดงานอะไร ที่เป็นพิเศษอย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถรับพลังบุญนั้นได้ เพราะลูกหลานมีจิตไม่บริสุทธิ์ ถึงอย่างไรก็ตาม อยู่ที่ลูกหลานช่วยเป็นกองหนุนอีกแรงหนึ่ง ที่จะผลักดันให้บรรลุพร้อมกัน

ท้าวสักเทวะราช พระองค์ได้ประทานพระโอวาทเรื่อง การสร้างบุญว่า ในสังคมสมัยนี้ที่จะสร้างบุญให้บริสุทธิ์นั้นหายาก เพราะจิตใจคนบนโลกมนุษย์คิดที่จะเอาหน้า หรือทำให้ ผู้อื่นยกย่องสรรเสริญ จึงทำให้บุญที่ทำอยู่ไม่บริสุทธิ์ ถึงบางครั้ง บรรพชนไม่ได้รับบุญนั้น ฉะนั้นการสร้างบุญไม่ว่าจะมากหรือ น้อย ก็พยายามทำด้วยความบริสุทธิ์ จิตใจมีความสุข มีมนุษย์ บางคนทำบุญน้อยเพราะเขามีน้อย จิตคิดน้อยใจไม่สบายใจ ที่ไม่สามารถทำทำบุญมากๆ ให้เหมือนเพื่อนได้ จนบางครั้งไม่กล้า ให้เขาประกาศชื่อนามสกุล และเงินทำบุญ เพราะอายจึงทำให้ บรรพบุรุษไม่ทราบว่าลูกคนไหนทำบุญส่งมาให้ จนบางครั้งไม่ถึง บรรพบุรุษ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธ์ส่งให้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะส่งให้ตนเอง หรือลูกหลาน สามีภรรยาญาติของตัวเองที่มีชีวิตอยู่ หรือให้กับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว มันอยู่ที่แรงอธิษฐาน ส่วนมากมนุษย์ทุกคนจะ อธิษฐานให้กับตัวเองและผู้ที่มีชีวิตด้วยกัน ไม่เคยนึกถึงผู้ล่วงลับ ไปแล้ว ถ้าจะนึกก็น้อยมาก จะขอยกตัวอย่างวิญญาณที่ลูกหลาน ทำบุญแล้วไม่ได้รับแล้วยังถูกขังจองจำทรมานมากไม่มีน้ำจะกิน และไม่มีข้าวจะกินด้วย แถมไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีก

มีวิญญาณตนหนึ่งชื่อระดม ตอนมีชีวิตทำงานเป็นพัศดีเฝ้าคุกที่จังหวัดแห่งหนึ่ง อยู่เป็นเวลา 10 กว่าปี หลังจากนั้นได้ถึงแก่ความตายเมื่อปี พ.ศ.2479 ณ.ตึกที่ทำการเรือนจำ ด้วยโรคประจำตัว หลังจากเสียชีวิตแล้วเขาเป็นวิญญาณไปไหน ไม่ถูกจึงต้องอาศัยอยู่ที่ศาลพระภูมิ ข้างๆเรือนจำเป็นป้อม ร.ป.ภ. เพราะเขาไปไหนไม่ได้จนถึงบัดนี้ 68 ปีแล้ว (พ.ศ.2547) ที่ต้อง ทนเวียนอยู่ในคุกไม่ยอมไปผุดไปเกิด และยังเป็นห่วงลูกหลาน แต่ลูกหลานไม่เคยทำบุญส่งไปให้เขาเลย ไม่เคยได้กินอะไรจาก ลูกหลานเลย เพราะว่าเวลาเขาทำบุญ เขาจะนึกถึงแต่ลูกหลานที่ ยังมีชีวิตอยู่และที่สำคัญคือตัวเอง และตัวเองไม่เคยส่งบุญให้กับ บรรพบุรุษ 7 ชั้นลูกหลาน 9 ชั้น ที่เสียชีวิตไปแล้วแม้สักครั้งเดียว ฉันเสียใจเป็นอย่างมาก และน้อยใจตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ฉันเลี้ยง ลูกไม่เคยอดอยากและขัดใจลูกเลย ลูกอยากได้อะไรฉันก็ไปหามา ให้ อยากกินอะไรฉันก็หามาให้ อยากไปเที่ยวฉันก็พาไปไม่เคยขัดใจลูกเลย ลูกทุกคนที่ฉันเลี้ยงบอกว่ารักฉันมาก เวลาฉันกลับบ้าน ดึกๆทุกคนก็รอฉันด้วยความเป็นห่วง และรอฉันทานข้าวทุกวัน ที่ฉันทำทุกอย่าง ฉันทำเพื่อลูก แต่พอฉันเสียชีวิตลง ลูกๆทุกคนก็กระจัดกระจายต่างคนต่างไปคนละที่ หลังจากทำบุญเผาร่าง ฉันแล้ว พอถึงวันทำบุญครบ 100 วัน เสร็จแล้วไม่มีลูกคนไหนที่จะมาทำบุญให้ฉันอีกเลยสักคนเดียว แม้แต่วันสารทเดือนสิบของทุกปี ลูกอันเป็นสุดที่รักทั้ง 4 คนไม่มีใครเข้าวัดทำบุญสักคนเดียว ฉันเสียใจมากว่าทำไมตอนมีชีวิตอยู่ ฉันทำอะไรผิดที่ลูกทุกคน ไม่รักฉัน และลูกทุกคนไม่สบายใจจึงไม่มีใครนึกถึงฉันเลย แม้แต่ ตอนนี้ ไม่มีใครส่งบุญให้ฉันเลย ฉันทรมานมากและหิวมาก พอได้ มาอยู่ที่เรือนจำแห่งนี้ก็ยังทุกข์มาก ต้องเฝ้าและดูแลความเรียบ ร้อยทุกอย่างเวลานักโทษหนีฉันก็ช่วยจับ ใครทำผิดฉัน ก็ช่วย เตือน

มีอยู่วันหนึ่งฉันโกรธมาก เพราะมียามเฝ้าประตูคนหนึ่ง มาเข้าเวรช่วงประมาณตี 1-2 เขารู้สึกปวดท้องเบาแล้วไม่ไป ห้องน้ำ จึงมาปล่อยที่ศาลที่ฉันอยู่ เหมือนกับดูถูกเหยียดหยาม ฉัน เขาทำอย่างนั้นทุกคืนโดยไม่ต้องไปห้องน้ำ จนวันหนึ่งฉัน ทนไม่ไหวฉันเริ่มโกรธมากขึ้น ฉันจึงหลอกเขาทุกคืนที่เขาเข้าเวร เป็นการตักเตือน แต่เขาไม่มีความสำนึกแต่ประการใด ฉันจึงใช้ มาตรการเด็ดขาด คือเขาไปไหนฉันก็เดินตามหลอกหลอนจน เขาวิ่งออกไปนอกถนนรถเลยชนคอหักตายคาที จึงทำให้เป็น เรื่องแตกตื่นทั้งเรือนจำว่า ที่นี่มีผีดุ จะทำอะไรต้องระวังเพราะ ไม่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย จึงจัดการนิมนต์พระมาสวดทำ บุญแต่ฉันก็ไปไหนไม่ได้ พอเขาจัดงานเลี้ยงกัน พวกเขาไม่เคยจัดอาหารหรือแบ่งอาหารและน้ำให้ฉันเลย ไม่ว่าจะเป็นงานบุญอะไร หรือทางเรือนจำจัดงานเลี้ยงปีใหม่ หรืองานเลี้ยงต้อนรับบุคคล สำคัญไม่เคยนำอาหารหวานคาวน้ำ มาตั้งที่ศาลฉันเลยอดอยาก มากจริงๆ ฉันอยู่ที่นี่ทรมานมาก ฉันทำทุกอย่างไม่ว่าการดูแล ความปลอดภัย กลับไม่มีใครนึกถึงฉันเลย ไม่รู้ว่าฉันทำบาปเวร อะไรถึงได้เป็นอย่างนี้ ก็มีทหารของท่านพญายมมาพอดี จึงได้ สนทนากัน ท่านจึงบอกว่าเมื่อชาติก่อนไม่เคยทำบุญตักบาตร แล้วยังนำสิ่งของที่ถวายพระของญาติโยมนำกลับมาขายเวียน ไปเวียนมาอยู่อย่างนี้เป็นประจำ พอถึงงานบุญครั้งยิ่งใหญ่เป็นงานประจำปี เจ้าก็ทำบุญมากกว่าใคร เพื่อที่จะให้ประกาศชื่อร้านของเจ้าให้มีชื่อเสียงและขายของดี ลูกค้าทั้งหลายจะได้ชม ว่าแม่ค้าร้านนี้ใจบุญ ขายของก็ถูกกว่าร้านอื่นๆ แต่หารู้ไม่ว่า ของที่มาถวายพระนั้นเป็นของหมุนเวียน ตัวเจ้าเองไม่ออกเงิน ซื้อสักอย่างไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ก็จะต้องนึกถึงกำไรมากกว่า สิ่ง ที่ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นอาหารน้ำอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวตั้งแต่ไม้จิ้ม ฟัน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำตาล ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด หรือเรียกรวมกันว่า “สังฆทาน” เจ้าไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ

แม้แต่พระท่านก็ยังขาย แทนที่จะถวายให้ท่านไปใช้ ก็ไม่ทำเป็นอย่างนั้น มีอยู่วันหนึ่งเจ้าอาวาสมาที่ร้านเพื่อที่จะ ปรึกษา ที่จะสร้างศาลาวัดแต่ยังไม่มีที่ดินจะสร้าง จึงให้เจ้า ช่วยเป็นเจ้าภาพในการซื้อที่ดินถวาย แต่เจ้าพูดขึ้นมาว่า ถ้าฉันเป็นเจ้าภาพในการจัดซื้อที่ดินแปลงนี้ ฉันก็ต้องมีส่วนได้ อะไรบ้างในการสร้างศาลาในครั้งนี้ หลังจากสร้างเสร็จแล้ว ส่วนเจ้าอาวาสกล่าวว่า โยมต้องการอะไรอาตมาให้ได้ก็จะให้ โยมได้ช่วยเหลือทางวัดก็มากพอแล้ว ฉะนั้นฉันไม่เกรงใจนะ คือ ในศาลาหลังนี้ ให้มีร้านขายของชำของฉันด้วยนะ จะได้หรือไม่ได้ ถ้าได้ฉันจะเป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินให้ทันที แล้วไม่ทราบว่าที่ดิน แปลงนี้เขาขายเท่าไร พระตอบว่า3,252,000 บาท อาตมาตกลง เขื่อนไขของโยมทุกอย่าง คุณนายตอบตกลงอีก 10 วันทำเรื่อง ซื้อที่ดินทันที แต่การถวายที่ดินไม่ได้เซ็นสัญญามอบถวายเป็น ทางการยังเป็นชื่อของคุณนายทั้งหมด

พอสร้างเสร็จอยู่ได้จนถึง 50ปี กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป ลูกของคุณนายเติบโตขึ้นมา ก็คิดที่จะเอาที่ดินคืน เพื่อที่จะ ให้ลูกๆ สร้างโรงพยาบาล จึงทำให้คุนนายเปลี่ยนใจ จึงเข้ามา คุยกับเจ้าอาวาส คุณนายพูดไปพูดมาก็เสนอขายต่อ แต่เจ้า อาวาสบอกว่าไม่มีเงินหรอก เปลี่ยนเป็นเช่าแทนได้หรือไม่ คุณนายตอบตกลง แต่ต้องส่งค่าเช่าเดือนละ 10,000 บาท พระตอบตกลง เพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว ได้สร้างศาลาเสร็จแล้ว จะรื้อไปสร้างที่ใหม่ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีที่ดิน จึงต้องจำใจเช่าที่ดิน ตรงนี้ เพราะเหตุนี้เอง พอเกิดมาชาตินี้ทรมานและอดอยากมากที่สุด ไม่มีที่อยู่ที่กิน ลูกหลานไม่เอาใจใส่ดูแล ถ้าอยากให้ลูกหลาน บรรพบุรุษ 7 ชั้น 9 ชั้นได้บุญจะต้องทำบุญด้วยความสุข ไม่ว่า จะทำมากหรือน้อยก็ตาม แล้วที่สำคัญจะต้องให้เจ้าหน้าที่ประ กาศชื่อนามสกุลให้ชัดเจน เพราะผู้ประกาศเปรียบเสมือนเทวดา นำข่าวบุญไปประกาศให้ชาวโลกวิญญาณได้รับทราบ แล้วสิ่งศักดิ์สิทธ์จะได้ส่งบุญต่อไปให้กับผู้ล่วงลับ เพราะกายเนื้อไม่มีพลังพอ ต้องอาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นมนุษย์จะต้องทำให้รอบคอบ ละเอียดและถูกต้อง ทำบุญแล้วไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน ถ้าใคร หวังสิ่งตอบแทน บุญที่ทำก็จะตอบสนองแต่ผู้มีกายเนื้อเท่านั้น มันกลายเป็นกิเลส ส่วนบรรพบุรุษลูกหลาน วิญญาณจะไม่ได้ รับบุญนั้นเลย ถึงรับก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้ทำเอาเองหมด การทำบุญหรือถวายอะไรก็แล้วแต่ ผู้นั้นจะต้องนำไปใช้ประ โยชน์ให้มากที่สุด ไม่ใช่เก็บกักตุนเอาไว้ หรือมีการนำไปขายต่อ ถ้ามีอย่างนี้ในโลกมนุษย์ ผู้ทำบุญจะไม่ได้บุญเลย รวมไปถึงบรรพ บุรุษด้วย การทำบุญด้วยสิ่งของอะไรก็แล้วแต่ อย่าคิดว่าเขามีแล้ว และมีพร้อมหมดแล้ว ทำให้เกิดความลังเลสงสัยก็ไม่ได้บุญเช่นกันจำไว้มนุษย์เอย

พระพุทธบรรพาจารย์ทะเลใต้ (พระโพธิสัตว์กวนอิม) ตรัสสอนลูกศิษย์ว่า เราเป็นดวงญาณดวงน้อยๆ ต่างหลงเวียน ว่ายในโลกา หลายหกหมื่นปีแล้ว บัดนี้มีโอกาสรู้จะต้องปลง ให้ได้ว่าโลกนี้ล้วนแล้ว แต่เป็นอนิจจังทั้งสิ้นเมื่อเกิดกายใน โลกนี้ เมธีท่านทั้งหลายกำลังถักทอชีวิตของตนเองมีจิตใจฝัก ใฝ่เพียงใด ทั้งกายและจิตนั้นก็ยังยึดติดอยู่นั้นเอง จึงยังอยู่ในโลกานี้ ยังอยู่กับ การเวียนว่ายยากที่จะหลุดพ้นไปได้จึงวนเวียนอยู่ในโลกนี้ แต่หาก เมธีต้องการที่จะอยู่ในโลกนี้ เพื่อสร้างโลกนี้ก็ต้องศึกษาเรียนรู้ให้ ตนเองเป็นผู้มีคุณธรรม มีจิตใจและกายอันดีงามจึงจะอยู่ในโลก นี้อย่างมีความสุข อย่างสงบสันติได้ ฉะนั้นเมธีท่านก็ต้องศึกษา เรียนรู้เพื่อที่จะให้ตัวเองนั้น มีคุณธรรมเพียงพอที่จะก้าวเดินทาง ไปในหนทางชีวิตของตน เพื่อที่จะสร้างโลกนี้ เพื่อที่จะให้ทุก ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น แต่หากอยู่ในโลกนี้ไม่รู้จักตนเอง ไม่รู้จักที่ปฏิบัติประพฤติในทางชั่ว ประพฤติตนในทางมิชอบ เช่นนี้ เท่ากับว่าก่อกรรมให้กับตนเอง ยิ่งอยู่ยิ่งทุกข์เข็ญ ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญจิตใจของทุกๆท่าน จิตใจตนเองยิ่ง ท่านมุ่งหน้าที่จะก้าวเดิน ก็ต้องมุ่งไปอย่างแท้จริง มิถดถอย มุ่งที่จะฝ่าฝันให้ได้ดี ปฏิบัติตนด้วยความตั้งใจจริง เมธีท่านก็สามารถเป็นแบบอย่าง ที่ดีให้กับผู้คนได้ ในจิตใจนั้นล้วนแล้วแต่มีมิตรสัมพันธ์ที่ดี เมธี ท่านมีจิตใจแห่งธรรม ในวันนี้ออกผูกบุญสัมพันธ์ทั่วหล้า เพื่อ ที่จะฉุดช่วยคน เมธีท่านสามารถที่จะสร้างคนให้มีคุณค่าแห่ง ชีวิตได้ ธรรมก็คือจิตใจของตนเอง รู้จิตใจตนจึงรู้สรรพสิ่ง เข้าใจ ปฏิบัติตนจึงรู้จักจัดการ ปฏิบัติงานให้ถูกต้องเที่ยงตรงได้ หลัก พื้นฐานในการที่จะปฏิบัติตนต้องชัดเจนและถูกต้อง จึงจะมี แนวทางที่ชัดเจนได้ ถ้าเช่นนั้นจะอยู่ในโลกาที่จะฉุดช่วยคนทั่ว หล้า รากฐานที่สำคัญในชีวิตและจิตใจของเมธีท่านพึงจะรู้และ ปฏิบัติให้ได้คือสิ่งใด รากฐานที่สำคัญในชีวิตทุกชีวิตพึงปฏิบัติให้ ได้ ในการที่จะฉุดช่วยคนนั้นคืออะไร เพียงพอหรือไม่กับการที่ จะปฏิบัติฉุดช่วยคน หากมีเมธีท่านมีแต่เพียงความเมตตาเท่านั้นไม่พอ และแต่หากจิตใจไม่ซื่อตรงหวังผลประโยชน์ เช่นนี้ก็เท่า กับว่าเมธีเดินหนทางผิดแล้ว รากฐานคุณธรรมพื้นฐานที่เมธีจะ ต้องมี ก็คือการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา เมธีทราบหรือไม่ หากเมธี ขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็ไม่สามารถเข้าใจหลักธรรมได้อย่างชัดเจน วัน นี้รู้ตื่นมีจิตใจมุ่งมั่นจะอุทิศฉุดช่วยคนทั่วหล้า จะประกอบความดี เพื่อสร้างฐานบุญของตนเอง วันข้างหน้าจึงมีมรรคผลกับตนเอง ได้ ฉะนั้นเราจึงมีจุดยืนของตนเองทุกวันหมั่นย้อนมองส่องตน

ทบทวนกายและใจทุกวันอย่างสม่ำเสมอ มิใช่มุ่งปฏิบัติ ฉุดช่วยคนอื่นแต่ลืมฉุดช่วยตนเอง ถ้าเป็นเช่นก็อาจจะทำให้ ตนเองหลงทางได้ รากฐานของชีวิตจะต้องมีจิตใจซื่อตรงมีวาจา สัตย์และจะต้องมีจิตสำนึกในพระคุณของผู้คนทั้งหลาย สำนึก ในพระคุณของฟ้า พระคุณที่ให้หนึ่งกายชีวิต และพระคุณของผู้ ที่ให้ความรู้ ในวันนี้เมธีทั้งหลายมีชีวิตและจิตใจจนสมบูรณ์ ล้วนแล้ว แต่ต้องขอบคุณทั้งสิ้น แม้แต่ผู้ที่ให้ร้าย หรือผู้ที่สรร เสริญยกย่อง ก็ล้วนแล้วแต่มีจิตสำนึกขอบพระคุณอยู่ตลอด เวลา เป็นการหล่อหลอมจิตใจตน สามารถมีปัญญาล้ำเลิศในวันข้างหน้า ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เมธี ทราบหรือไม่ว่าคือสิ่งใด นั้นก็คือคุณธรรม 4 ประการ ที่เมธีเคยปฏิบัติอยู่ก่อน แรก เริ่มที่ลงสู่กายสังขารท่านต้องเพียรพยายาม และหมั่นประคอง รักษาให้มั่นคง เพื่ออยู่เหนือเหล่ามาร เพื่อมีปัญญาอันสูงส่ง การอุดหนุนให้คนทำความดี ส่งเสริมคน ให้ทำความดี หากท่าน มีความซื่อตรงต่อคุณธรรมและซื่อตรงต่อฟ้า มีพลังอันกล้าแกร่ง ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อเวลาให้ยาวไกล มุ่งไปเดินให้ทันต่อเวลา ในวันนี้มีจิตใจที่จะฉุดช่วยผู้คนทั้งหลาย ตั้งใจที่จะฉุดช่วยใคร จง กล้าที่จะก้าวไปเดินไป เพื่อที่จะฉุดช่วยผู้นั้น กล้าที่จะเผชิญอย่าง แท้จริง เวลาก็ไม่ปล่อยให้ผ่าน ได้ด้วยเปล่าประโยชน์ วันนี้ตั้งใจ มุ่งหน้าปฏิบัติ ย่อมสามารถสำเร็จผล

ท่านหลี่ต้าเซียนตรัสว่า ถ้าจิตพุทธไม่ปรากฏเรื่อง ราวของโลกีย์จะติดท่านไปยาวนาน ระหว่างเส้นทางนรกกับเส้นทางสวรรค์ เส้นทางนิพพาน มีอยู่สามเส้นทาง มีโอกาส ให้เลือกมากในยุคนี้ ท่านทั้งหลายก็จงตรองคิดในตัวเองว่า ท่านจะเลือก นรก สวรรค์ หรือนิพพาน การปฏิบัติไม่ใช่เรียกร้องให้ผู้อื่นบำเพ็ญแทนท่าน แต่ท่านจะต้องเรียกร้องตนเอง คำสอนที่อริยะทั้งหลายก็ให้ได้ กล่าวกันไว้ แต่ที่จะให้ท่านทั้ง หลายรู้ก็คือ จิตญาณที่มีแต่ความว่าง ไม่ใช่ว่างแบบไม่คิด ความว่างก็คือดับกิเลส รู้จักใช้ความสงบมาดับกิเลส แล้วท่านจะ พบซึ่งจิตเดิมแท้ที่มีความใสสะอาดบริสุทธ์มีความสว่างใสในตัว ที่ไม่มีสิ่งใดมาทำลายได้ บางคนคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากสำหรับตนเอง แต่ถ้าเราลองทำดูแล้วมันไม่ยากเลยกับที่คิดไว้เลย ถึงแม้ว่าการ บำเพ็ญมันลำบากมีอุปสรรคมีบททดสอบ และจะต้องเคี่ยวกรำ แต่ถ้ามีความอดทนเข้มแข็ง ต่อสู้ได้และสอบผ่านเราจะเจอกับ ความว่างที่เป็นนิพพาน

พระมหาโพธิสัตว์กษิติครรภ์(พระมาลัย) ตรัสว่างานบุญ กุศลในปีนี้ ในส่วนรวมมีความสุขและความประทับใจน้อยมาก เพราะมีลูกหลานบางกลุ่มมีนิสัยเปลี่ยนแปลงไปมาก มีคำพูดเสียด ทานอยู่บ่อยครั้ง ที่ทำลายจิตใจบรรพชนของตัวเองอยู่ตลอด เวลา จึงทำให้บรรพชนบางดวงญาณไม่อยากไปหาลูกหลาน และ ลูกหลานบางคนไปวัดไม่ได้ไปทำบุญ แต่ไปดูกิจกรรมที่ทางวัดจัด เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเท่านั้นเอง มีคำพูดของลูกหลานว่า ก็จะอดตายอยู่แล้ว ทำไปไม่รู้ว่าบรรพบุรุษจะได้รับหรือเปล่า ที่ เห็นๆ อยู่มีแต่พระที่ได้รับ ถ้าได้รับจริงๆบรรพบุรุษคงมาบอกบ้าง ล่ะ เห็นที่ทำไปหายเงียบทุกที อีกประการหนึ่ง กิจการที่ลูกหลาน ทำอยู่ไม่เห็นที่จะเจริญขึ้นมาเลย ทำบุญไปแล้วไม่เห็นมีเงินทอง ขึ้นมาเลย เวลาทำบุญก็ขอส่วนกุศลให้กับตนเอง จะไม่นึกถึงบรรพ ชนอีกต่อไป เพราะเหตุนี้จึงทำให้บรรพบุรุษมีความเสียอกเสียใจ เป็นอย่างมาก จึงไม่อยากที่จะขึ้นมาเยี่ยมลูกหลานเพราะขึ้นมา แล้วมีคำพูดต่างๆนาๆที่เสียดทานทำร้ายน้ำใจ จึงมีคำพูดหนึ่งมาว่า มีลูกหลานที่ไหนบ้างที่เห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของปู่ย่าตา ยายที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้ามีช่วยบอกด้วย และประเพณีเดือนสิบ ตั้งแต่อดีตกับปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก จนไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้น เป็นการแสดงถึงความกตัญญูหรือไม่