วิญญาณตาพร (บรรพชนของปิยธิดา จันทร์แก้ว)

440 Views

จิตญาณมาแสดงประจักษ์หลักฐาน

ณ มูลนิธิชินบัญชร ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พุทธศักราช 2547 เวลา14.10น.

มีวิญญาณตนหนึ่งมาอาศัยร่างเพื่อจะมาบอกเรื่องราว

หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว เขาว่าให้ช่วยพูด มาถึงพร้อมกับไอ้ตัวเล็กนั่นแหละ มาพร้อมกัน 10 กว่าคน

ตอนนี้ยังอยู่ข้างนอกกันหลายคนลูก ยังไม่ได้ไปไหน

เมื่อตอนเช้าได้กินข้าวแล้วแต่ไม่อร่อยเหมือนกินกับอีหนูนี่

ตามาอยู่ในร่างของอีหนูคนนี้เวลากินอะไรจะอร่อยกว่าตอน เป็นวิญญาณ เมื่อก่อนตาเอาใบเล็บครุฑจิ้มกินกับน้ำพริกแห้ง

ตาเป็นคนปากนคร ตายตอนอายุ 101 ปี แก่ตายอยู่ไป ก็หนักลูกเอ๊ยถือไม้เท้าด้วย ตอนนั้นเป็นยุคสมัยรัชกาลที่ 3 ตา ได้มาเพราะลูกหลานมา ตาเห็นลูกหลานตาสวยเหลือเกิน อีหนู คนนั้นตัวเล็กๆ ไปไหนแล้วล่ะ

ตาชื่อ พร ภรรยาชื่อ ผ่องศรี มีลูก 4-5 คน ตอนนี้ไม่รู้ว่า ลูกยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะไม่พบกันนานแล้ว

ก่อนจะมาที่นี่ตาอยู่ข้างล่าง (นรก) อยู่ขุมที่ 6 ที่มาวันนี้ลูก หลานตามา(เป็นบรรพชนของด.ญ.ปิยธิดา จันทร์แก้ว) ถ้าลูก หลานไม่มาเขาไม่ให้มา อีหนูคนนี้มันเรียบร้อย ตาเป็นบรรพชน รุ่นปลายๆ แล้วลูกเอ๊ย

ตารู้ว่าเขาเป็นลูกหลานตา ตาเห็น เขาก็บอกด้วย คนแก่เขา บอก คนดำๆ(คือญาณพ่อปู่ฤาษีเดินดง) น่ะลูก เขาบอกว่า โน่น! ลูกหลานมา แต่มันมาสาย มาช้าน่ะ

ตามาพร้อมอีตัวเล็กมากัน 10 กว่าคน ตอนนี้ไอ้ตัวเล็กไป ไหน โน่น! มันเล่นอยู่ริมป่าโน่น

เมื่อเช้ามากินน้ำข้าวกัน มันดูดเหมือนดูดนมแม่มันนั่นแหละ

ส่วนคนที่ปากเท่ารูเข็มมันกินเส้นนี่แหละ เขาพลอยกินกับ ตา เขาให้อยู่จนถึงโน่นแหละ วันที่ 14-15 โน่นแหละ

พวกเจ้าทำงานใหญ่นะลูก ลำโพงดังลั่นไปหมดแล้ว ที่เวที หน้าบ้านโน่น

เมื่อก่อนตาหาแต่ปลาในคลอง จับปลาหมอปลาช่อน จับลูก ปลาในแอ่งเล็กๆ เอามาคั่วแห้ง

สมัยนั้นอากาศก็ดี มลภาวะก็ไม่มี สารเคมีก็ไม่มี สบายนะ ตอนนั้น ผักก็สมบูรณ์ เป็นผักปลอดสารพิษ แต่สมัยนี้เขาลำบากนะ เพราะกินสารเคมีเข้าไป ร่างกายแย่หมดแล้ว ขี้โรค เหนื่อยง่าย หอบง่าย ทำอะไรไม่ค่อยเป็นกัน

นานๆ ตาได้มาสักที หลานพามาตาก็ได้บุญ

ในตระกูลได้มาสักคน บรรพบุรุษก็ได้มาด้วย

ข้างล่างเตรียมงานเหมือนงานเดือนสิบเครื่องไฟดังไปทุกทิศ

ในนรกเขาประกาศให้เตรียมตัวให้มารับบุญ ลูกหลานจะ สร้างบุญมาให้ ที่นี่เป็นงานใหญ่ไม่ใช่งานธรรมดา

เขาให้มารับบุญที่นี่ เขาเรียกที่นี่ว่าพุทธสถาน บอกว่า ถ้ามาที่นี่ได้เต็มอิ่ม เขามีอาหารเลี้ยงฟรี เลี้ยงเฉพาะปู่ย่า ตายาย วิญญาณผีก็ได้กิน สัมภเวสีก็ได้กิน สัตว์นรกก็ได้กิน ผีเปรต ทุกวิญญาณเลยลูก เขาบอกว่าเฉพาะที่นี่ที่เดียวที่เขาทำกัน ที่อื่น เขาไม่ทำกัน เพราะเขาไม่เชื่อว่าพวกตาเป็นวิญญาณจะมีจริง เขาไม่เชื่อข้างล่างเขาประกาศกัน นี่คือประจักษ์หลักฐานนะลูก ที่ตาได้มานั่งพูด ตายืมปากแม่หนูนี่พูด ถึงแม้เสียงไม่เพราะไม่ หวานเหมือนวัยรุ่นก็ทนฟังหน่อยนะลูกนะ เป็นวิญญาณผีจริงๆ นะ ตามาแล้วตาได้กินข้าวกับพวกเจ้าด้วย ถ้าตาไม่ได้อาศัยร่าง แม่หนูคนนี้ ตาก็ไม่ได้กินข้าวกับช้อนหรอกลูก

อยู่ข้างนอกไม่มีกายสังขารกินรสชาติน่ะลูก

อร่อยคนละแบบกัน แต่อิ่มเหมือนกันลูก ขอบใจนะลูก ที่ ให้ความหวัง สัมภเวสีทั้งหลาย วิญญาณที่พเนจร บุญที่พวกเจ้า สร้างมันใหญ่หลวงมาก มรรคผลไม่ใช่น้อยๆ ตายังละอายใจที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดสร้างบุญกุศลเหมือนพวกเจ้า ถ้าตาคิดว่านรกมีจริง จะไม่ทำบาปสักนิดเดียว จะทำแต่บุญเหมือนพวกเจ้านี่แหละ ตาไม่อยากไปนรกแล้ว ในนรกมีแต่ความเจ็บปวดทรมาน ตาติด เบ็ด เพราะเมื่อก่อนเคยตกเบ็ด โดนตะขอเกี่ยวคอหอย ตาถูกแขวน คอมาแล้ว เมื่อก่อนตาชอบตกปลาเกี่ยวคอปลาช่อน เขาบอกว่านี่แหละเกี่ยวคอเพื่อนๆ เกี่ยวเราบ้าง ตาไปมาแล้วลูกเอ๊ย เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องโกหก ใครทำอะไรกับเพื่อนไว้ เจ้าก็ได้รับเช่นนั้น แต่นี่ พวกเจ้าโชคดีที่พวกเจ้ามาอยู่กับพระ ที่ตามาวันนี้ตามาขอขมาลาโทษทุกคนที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าหน้าว่าจะมาทานข้าวด้วย

สมัยที่ตามีชีวิต อยู่ปากนคร วัดไม่มีหรอกลูก เวลาจะไปวัด ก็ต้องเดินไปที่ท่าศาลาโน่น จะทำบุญสักทีก็เดินกันไกล เมื่อก่อน วัดไม่ค่อยมี เดินไปทางทิศตะวันตก ทางบางโหนด ออกเดินมาตั้ง แต่ไก่เริ่มขัน ไปถึงวัดก็สว่างแล้ว เดินกันครึ่งวัน

สมัยนั้นทำบุญ เอาข้าวสารมากระป๋องหนึ่งไปถวายพระ ใส่ผ้าขาวม้าผูกเอวมา พระท่านหุงฉันเอง

จะเอาข้าวสุกมาได้อย่างไร กว่าจะถึงวัดบูดหมดพอดี ส่วน คนที่อยู่ใกล้ๆ เขาก็เอาข้าวสุกไป

ทำบุญเสร็จตอนบ่าย ก็เดินทางกลับบ้าน ถึงปากนครตอน มืดๆ วันหนึ่งพอดีนะ

สมัยนั้นเขาทำบุญที่วัดบางโหนด เมื่อก่อนไม่ใช่เป็นวัดเสียทีเดียว อยู่กลางท้องนา มีโบสถ์อย่างเดียว มีพระอยู่ 2 รูป พระ ท่านน่านับถือดูเรียบร้อย พูดจาไพเราะ คนไปทำบุญไม่ค่อยมาก เพราะมันไกล

ไปทำบุญที่วัด ไปในวันธรรมดาบ้าง วันพระบ้าง เวลาเขามี งานใหญ่ก็ไปนอนวัด ไปกวาดลานวัด

บุญที่สร้างไว้ พอลงไปข้างล่างเขามีชื่ออยู่ในบัญชีด้วย

ลูกหลานเอ๋ย นรกมีจริงๆ ไม่ได้โกหก ที่ตาได้มาเร็วเพราะ อะไรล่ะ เพราะตาได้ทำบุญไว้บ้าง

ตอนแรกที่ไปอยู่ข้างล่าง ลงไปอยู่ขุมที่เท่าไม่รู้ มันมืดมอง ไม่เห็น ตอนนี้อยู่ขุมที่ 8

ที่ขุม 8 เขาขานชื่อนามสกุลกัน ขานชื่อเตรียมตัวว่าลูก หลานมา ก็ได้มา เขาดีใจกันใหญ่ ใครบ้างไม่ดีใจ ได้พ้นจากขุม นรกสัก 2 นาทีก็ยังดี ไม่รู้จะพูดคำไหนแล้ว

ช่วงที่อยู่ในนรกถูกทรมานด้วยการถูกมัดแขน มัดมือ มัดขา กางเหมือนไม้กางเขน ถูกตรึงไว้ ที่ตารู้จักไม้กางเขน เพราะคน คริสต์ที่ตายไปอยู่กับตาก็มีก็เลยได้คุยกัน

ความทรมานในขุมนี้ ที่ถูกมัดเพราะเมื่อก่อนตามัดไก่ หาบไก่ไปขาย มึงเข้าใจที่ตาพูดไหม ตอนนี้ยังมีการทรมาน ใครทำ กรรมอะไรก็รับกรรมนั้น

เทศกาลโปรดพิเศษ เรียกว่าโปรดสามโลก พระแม่องค์ธรรม ปรารถนาให้ดวงญาณซึ่งเป็นลูกๆ กลับบ้าน กลับแดนนิพพาน อานิสงส์นี้ได้รับทั่วถึง วิญญาณในนรกที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ใช่ได้รับแต่การทรมาน ทรมานก็น้อยลงไม่เหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้ตัวตาเองรู้สึกว่ามันเบาลง

เขาให้อย่างกว้างขวาง ให้โอกาสดีเพราะเป็นความประสงค์ ของพระแม่องค์ธรรม ต้องการให้ลูกๆ มีความเจ็บปวดน้อยลง ความผิดที่ทำก็ยังต้องได้รับ เพราะว่ามันมีอยู่วิธีหนึ่งจะทำให้เบาบางลงไป ก็คือสำนึกในความผิดของตา

ที่ได้มาที่นี่เพราะสำนึกแล้ว กว่าจะหลุดมาได้ ทีหลังอย่า ดื้อนะลูก ตาลงนรกตั้งนาน เพราะตาดื้อ มีทิฐิ ถือว่าตาไม่ผิด ตาถูก ตาทำชั่วตาก็ว่าตาทำถูก ตาดื้ออย่างเดียวตาไม่ยอม ตาจึง ติดอยู่นาน ต้องถูกทรมาน เจ็บจนไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไรแล้ว ลูก ผลสุดท้ายตาตัดสินใจยอมความ

ตอนที่ตาลงไปถูกทรมานมีแต่ความเจ็บปวด ไม่รู้จะได้กิน ตอนไหน ตาจำไม่ได้

มื้อนี้เป็นมื้อแรกหรือตั้งแต่ตาลงไปข้างล่าง เป็นความรู้สึก วันนี้แหละมีความสุข หมายความว่าเป็นมื้อแรกที่ได้กินข้าว ได้กินอาหาร บางวิญญาณไม่ใช่กินทางกายเนื้อ กินทางวิญญาณ ก็ถือว่าเป็นครั้งแรก สำหรับวิญญาณหลายๆ ดวง ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้

สงสารตายายนะลูก เจ้าเป็นมนุษย์ เจ้ามีข้าวกินทุกวัน บาง ทีตายายเจ้าไม่ได้กินอะไร มัวแต่ร้อง เพราะถูกทรมาน ถูกตีบ้าง ถูกแทงบ้าง ถูกน้ำร้อนลวกบ้าง ถูกสับมือบ้าง ถูกแขวนคอบ้าง พวก เจ้ายังได้กินข้าวทุกวัน แต่พวกเขาไม่ได้กิน เหมือนกับตานี่แหละ ตาถูกทรมานมาแล้ว ไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน (ร้องไห้)

พวกเจ้าอยากกินอะไรก็ยังได้กิน เพราะเจ้ายังมีชีวิต แต่พวก ตากินอะไรไม่ได้ถ้าเขาไม่สร้างบุญส่งไปให้ ถ้าเขาไม่ชวนให้กินก็ ไม่ได้กิน พวกเจ้าจะกินน้ำแข็งสักก้อนก็ได้กิน จะกินข้าวเหนียว ก็ได้กิน อยากกินอะไรก็ได้กินทั้งนั้น ให้นึกถึงปู่ย่าตายายบ้าง นะลูก เขาลำบาก เขาถูกทรมาน ตอนมีชีวิตเพื่อให้พวกเจ้า สบายเขายอมลำบาก บางทีนึกอยากจะกินอะไรสักคำก็กลืนไม่ลง นึกถึงลูกหลาน พอตายลงไป วันนี้ลูกหลานไม่ได้นึกถึงเลย มันนึกจะกินอะไรก็เลี้ยงเพื่อนโน่น มันไม่ได้นึกถึงปู่ย่าตายายเลย แต่ตาก็ไม่ว่าเพราะคนมันลืมง่าย

เขาก็บอกว่าตาถ้าทำตัวดี นิสัยดีเขาก็จะให้มา ผู้คุมอยู่ข้าง นอก อย่าพูดถึงผู้คุมสิลูก เสียวสันหลัง

ตาจะบอกว่า ลูกหลานเอ๋ย บรรพชนผู้ที่มีบุญคุณ ปู่ ย่า ตา ยาย เลี้ยงพ่อแม่เรามาก่อน เราเป็นลูกเป็นหลาน ให้รู้จักบุญ คุณพ่อแม่ ถึงจะไม่รู้จักบุญคุณปู่ยาตายาย แต่กับพ่อแม่อย่าลืม ถ้าไม่มีพ่อแม่เราก็ไม่ได้เกิด ถึงแม้เราจะไม่ได้กินอาหารสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นลูกทุกคนหลานทุกคน มีพ่อมีแม่ให้กตัญญู อย่า อกตัญญูเป็นความผิด ถ้าเรากตัญญู เรามีแต่บุญกุศล แต่ถ้าเรา อกตัญญู เราก็จะได้แต่บาปกรรมติดดวงญาณไป ตาไม่อยากให้ ทุกคนต้องลงไปนรก ตาไม่อยากให้ลูกหลานเหมือนตา ที่ต้องไป ชดใช้นานแสนนานเกือบไม่ได้ขึ้นมา เกือบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ถ้าไม่ มีการโปรดอย่างที่เจ้าพูด ตาก็ไม่ได้มาเห็นหน้าลูกหลาน ตาไม่มี โอกาสจริงๆ

เขาจัดที่ให้ตาอยู่ลูก มีอะไรอีกล่ะ ฝากขอบใจทุกคนนะ ลูกเด็กเล็กแดงด้วย ที่ตาได้มากินข้าว ได้มาพูด ได้มาคุย มาขอบุญ กุศล ตาขอบใจ ตาไม่ลืม วันนี้ตาได้กินข้าว ถ้ามีโอกาสวันหน้าเรา คงได้พบกันอีกในทางบุญนะลูกนะ ขอให้ทุกคนโชคดีมีความสุข สร้าง บุญกุศลให้นึกถึงบรรพบุรุษนะลูก เขารักเรา เราก็ต้องรักตอบ อย่าอกตัญญูนะ ให้เป็นลูกที่กตัญญู

ขอบใจนะลูก ตั้งใจนะ อย่าทำให้พ่อแม่เสียใจ ให้เป็น ลูกกตัญญู รักพ่อแม่ อย่าดื้อนะลูก บุญกุศลก็จะถึง ขอให้โชคดีนะ ลูกหลานทุกคน ไม่รู้โอกาสหน้าจะได้พบกันอีกไหม

วันนี้ตาได้มาพบ ตาดีใจ