วิญญาณเปรตวินจากกาญจนบุรี

396 Views

เปรตตาลุกเป็นไฟซึ่งทางการยมโลกให้ขึ้นมารับบุญ

ณ มูลนิธิชินบัญชร อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ.2546 เวลาประมาณ 13.00 น.เห็นพุทธบริกรท่านหนึ่งนอนเฉยอยู่หน้าพระแท่น และ บอกว่าอึดอัดจนทนไม่ไหวแล้ว สักครู่ก็ร้องครวญคราง แสดงอา การของความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส นอนกลิ้งไปมา ไม่อาจหยุดนิ่งได้ พวกเรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ปล่อยให้ร้อง อยู่พักหนึ่ง จึงไปแตะที่ตัวของร่างพุทธบริกร เขาก็ยิ่งแสดงความเจ็บปวดยิ่งขึ้น และบอกว่าอย่าจับ มันร้อน

โอ๊ยยยยยยๆๆๆๆๆ (ร้องด้วยความเจ็บปวด) อย่าทำ!

โอ๊ย! กลัวแล้ว ข้ากลัวแล้ว โอ๊ย! เจ็บ โอ๊ย! ข้าเจ็บเหลือเกินๆ ช่วยข้าด้วย ข้าเจ็บเหลือเกิน! ข้าเจ็บช่วงท้อง! ข้าเจ็บหน้าอก! ข้าเจ็บทั้งตัว!

ข้าถูกทรมาน! ข้าอยู่ในนรก โอ๊ย! (ร้องตลอดเวลาที่พูด)

ข้างล่างเขาให้ข้าขึ้นมาบอก! ข้าเป็นเปรต! ข้าเจ็บเหลือเกิน ช่วยข้าด้วย! โอ๊ย! ข้าหิว ลูกหลานไม่ส่งบุญไปให้ข้าเลย ข้าหิว! ข้าอยู่ข้างล่างตั้งหลายร้อยปีแล้ว

สมัยเป็นคน ข้ารับจ้างฆ่าหมู! ฆ่าวัวเมื่อ 700 กว่าปี (ร้องโหยหวน)

ตอนที่ตายอายุ 62 ปี! ข้าเป็นผู้ชาย ชื่อ วิน อยู่กาญจนบุรี

หลังจากตายแล้ว ข้าไปชดใช้กรรมที่ไปฆ่าเขา! ข้าไปอยู่ที่ นรก! ไปรับโทษเขาผ่าท้องของข้า เหมือนที่ข้าผ่าท้องของหมู (ร้องด้วยความเจ็บปวด) ไปนรกเสร็จแล้ว เศษกรรมยังมีเหลืออยู่ ไปเป็นเปรตต่อ 300 กว่าปีแล้ว

ทางการยมโลกเขาให้มาบอก เรื่องการสร้างบุญของกายเนื้อมนุษย์ ถ้าใครไม่เชื่อ ต้องลงนรกเหมือนข้า ท่านให้มาบอก เดือนสิบของทุกปี ให้พี่น้องส่งบุญไปให้สัตว์นรกบ้าง พวกสัตว์ นรกกำลังคอยบุญกุศลจากพี่น้องลูกหลานที่เป็นมนุษย์ อย่าทำ เฉยเมยในการสร้างบุญ

เขาให้สร้างบุญที่สะอาด ให้ถึงที่สุด ให้ถึงโดยตรง!

เขาให้ข้ามาพูดกับมนุษย์ผู้มีบุญทั้งหลาย ให้มาสร้างบุญให้ กับสัตว์นรกหรือสัตว์เดรัจฉาน เป็นพวกเปรต วิญญาณพเนจร ไม่มีพี่น้อง มาขอให้ท่านช่วย ให้สร้างบุญให้เร็วที่สุด พวกข้าได้ ขึ้นมาแค่ 15 วันเท่านั้นเอง จะต้องลงไปชดใช้วิบากกรรมในนรกอีก กรรมใดที่ข้าได้ทำไว้ ข้าได้ไปรับใช้วิบากกรรมตรงนั้น แสนสาหัส ข้าเจ็บ ข้าปวด ทรมาน!

15 วันที่ขึ้นมาบนโลก วิญญาณเปรตทั้งหลาย ถูกควบคุม ด้วยการล่ามโซ่ทั้งหมด โซ่เป็นโซ่เพลิง กระดิกตัวไปไหนไม่ได้ แตกแถวไม่ได้ จะถูกสามง่ามเสียบแทงตลอดเวลา ข้าแตกแถว มาไม่ได้

ข้าเพิ่งจะมา! ตอนสิบโมงกว่า ข้ายืนอยู่ข้างนอก

ตอนนั้นพญามัจจุราชยังไม่อนุญาต ให้เข้ามาใช้ร่าง เพราะ ร่างยังไม่พร้อม!

ข้าไปดูที่วัด แต่ไม่มีบุญกุศลให้พวกข้าเลย เห็นเขาทำบุญ กันมาก และบ่อยที่สุดในระยะนี้

พวกกุ้ง หอย ปู ปลา มันยื้อแย่งกันหมด มันว่าเป็นบุญของมัน พวกข้าไม่ได้รับ พวกข้าไม่มีบุญ พวกข้าไม่ได้กุศล ข้าไปตั้งแต่เช้า 8 โมง แต่ข้าไปยืนคอย ข้าหิว เห็นมนุษย์กินกัน ข้าก็หิว

เมื่อ 8 โมงเช้าข้าไปที่วัด เขาให้พวกข้าขึ้นไปดู ให้เข้าแถว โดยมีทหารพญายมคุม 3-4 ชั้น เขาบอกว่าให้ไปยืนดู เผื่อว่าใคร มีลูกหลานไปวัด จะได้บุญบ้าง วัดที่ข้าไปนี่ ไม่เจอลูกหลานเลย ข้าไม่ได้บุญ กุ้ง หอย ปู ปลา มันเอาไปหมด

มันบอกว่าเอาเนื้อของมันมากิน ทุกอย่างต้องเป็นของมัน (หมายถึงบุญกุศล)

ที่วัดมี กุ้ง หอย ปู ปลา เต็มไปหมด ไม่มีที่จะแทรก ไม่มีที่ จะยื้อยุดได้

ผู้รับทานจากชาวบ้านไม่ได้ส่งบุญให้ เพราะมันกินแต่ เนื้อพวกเขาทั้งนั้น(กุ้ง หอย ปู ปลา) มันเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ลิ้นของมันอย่างเดียว มันไม่คิดถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น ไม่คิดถึง ชีวิตของคนอื่น!

พวกเขา(กุ้ง หอย ปู ปลา)เจ็บเหมือนกับข้าเจ็บ มันทุกข์ ทรมาน เวลาเคี้ยวแต่ละคำ มันเจ็บปวดเหลือเกิน

พอ 10 โมง ยมทูตพามาที่นี่ แต่ก็ยังเข้าไม่ได้ เพราะว่า ยังไม่มีความพร้อม พอมีความพร้อมแล้ว มีคนแก่ดำๆ พาข้าเข้ามา เขาใช้ให้เข้ามาที่นี่เร็วที่สุด ก่อนที่ร่างนี้มันจะไหวตัวทัน

สมัยตอนมีชีวิตข้าจบ ป.4 เรียนกับพระอยู่ที่วัด ที่ข้าลงไป นรกเป็นเปรต เพราะข้าชอบขโมยของพระกิน ข้าขี้เกียจ เอาแต่ นอนอย่างเดียว

ข้าเป็นเปรตตาลุกเป็นไฟ ตาห้อยลงมา ตัวข้าสูง มีแต่ หนังหุ้มกระดูก ไม่มีเนื้อหนัง เสื้อผ้าไม่มีใส่ กายสังขารของข้า ก็เจ็บปวดทรมาน! ไอ้นั่นก็ห้อยโตงเตง ข้าเป็นเปรตที่ทางการ ยมโลกกำหนดให้ข้าไปเป็นเปรต ชดใช้หนี้เวรกรรม ที่ขโมย ข้าวของของวัดกิน ไม่ได้สร้างบุญกุศล ทำแต่ความชั่ว ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิตนับร้อยๆ พันๆ ตัว วิบากกรรมอันนี้ ข้าต้องลงไปชดใช้ใน นรกด้วยการถูกแขวนคอ ผ่าร่างแยกออกเป็นชิ้นๆ แขนขาของข้า ก็แหลกเหลวด้วยรถบด ข้าทรมาน เลือดในกายสังขารของข้าก็ ไหลไม่หยุด เพราะข้าได้เสียบแทงหัวใจของหมูทุกๆ ตัว

ข้าฆ่าหมูตั้งแต่อายุ 17 ปี! ตายตอนอายุ 62 ปี ตลอดชีวิต จนถึงวันตาย ฆ่าตลอดเลย ข้าทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เงินมาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อมาซื้อของที่ไม่ดี ข้ากินเหล้าเถื่อน ข้าสูบบุหรี่ บางครั้ง ข้าก็สูบกัญชาด้วย

บุหรี่ที่ข้าลงไปสูบในนรก ตัวใหญ่เท่าต้นแขน ยาวเท่าลำ ไม้ไผ่ มันเป็นแท่งไฟ เวลาที่ถูกลงโทษ ทางการยมโลกพูดว่าการทำ ร้ายกายสังขาร สังขารอยู่ดีๆ ไปทำให้มันเป็นโรค ซูบผอมขึ้นมา ไม่รักกายสังขารตัวเอง ทำลายทุกๆ อย่าง ของที่แม่รัก ของที่แม่ ให้มา เพราะฉะนั้น จึงต้องไปรับกรรม โอ๊ย!

เขาบังคับให้ 2 มือของข้าจับแท่งไฟขึ้นมา ถ้าข้าไม่ทำ ก็โดนเฆี่ยนตี ถูกทิ่มแทง พอบุหรี่เข้าปากแล้ว มันเจ็บปวด เพราะ ข้าต้องกินถ่านไฟร้อนๆ พอใส่เข้าไปแล้วตัวของข้าก็ละลาย เพราะไฟร้อนแรงเหลือเกิน ไฟนรก ไฟโลกันตร์! พอสำนึกได้และ บอกว่าไม่เอาแล้ว เขาจึงให้ไปที่อื่น

ข้าเหนื่อย เหนื่อยกับการถูกทรมานเหลือเกิน ข้าเจ็บ ข้าเจ็บเหลือเกิน มนุษย์เอ๋ย ข้าเจ็บ ข้าปวดทรมานเหลือเกิน นรก มันเป็นที่อยู่สำหรับคนชั่ว มันเป็นที่อยู่สำหรับผู้ที่กระทำผิดศีล ผิดวินัย มันทุกข์ทรมาน เจ็บปวด เจ็บไม่มีที่จะอยู่แล้ว!

วันนี้พวกข้ามากันเยอะ มาขอบุญ ขอกุศล พวกข้าจะมา ตั้งแถวรอบุญ ในวันที่พวกเอ็งช่วยกันส่งบุญ ข้าก็จะขอ.....

ในภพภูมิของเปรต อยู่กันหนาแน่นเหลือเกิน หญิงชาย อยู่รวมกัน ข้ามองไม่รู้ ใครเป็นผู้หญิง ใครเป็นผู้ชาย ข้าอยู่ท่าม กลางเพลิงนรก ไฟนรกติดอยู่ตลอดเวลา อยู่ในหลุมเพลิง พอร้อน พอไหม้ละลายเสร็จแล้วก็ฟื้นขึ้นมาใหม่ พวกข้าละลายด้วยไฟนรก ข้าอยู่ในไฟนรก...

จนถึงวันนี้เป็นร้อยปีแล้ว ข้ารู้สำนึกแล้วว่า สิ่งที่ทำมาใน อดีตมันไม่ดี

แต่ตอนนี้เขายังไม่ปล่อย เพราะไม่มีลูกหลานช่วยดึงข้าขึ้น มาจากนรก ข้าขึ้นมาไม่ได้ ต้องมีลูกหลานสร้างบุญ ช่วยดึงข้าขึ้น มาจากขุมนรก ข้าจึงขึ้นมาได้ ถ้าใครไม่มีลูกหลานสร้างบุญช่วยดึง ขึ้นมา ก็ขึ้นมาไม่ได้

เวลานี้ที่นี่ (มูลนิธิฯ) วิญญาณมาอยู่กันเยอะมาพร้อมข้า แต่โดนคุมทั้งหมด ข้ากินอะไรไม่ได้ ข้าเจ็บจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

เดี๋ยวช่วยไปกรวดน้ำให้พวกข้า เปรตตัวอื่นเขาก็จะคุกเข่า พนมมือขอบุญ ช่วยสงเคราะห์พวกข้าด้วยเถิด ข้าไม่มีญาติพี่น้อง ที่ไหน

ช่วยข้าด้วย ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ข้าด้วย

ตอนที่ท่านกรวดน้ำแล้ว วิญญาณเหล่านั้นเขาร้องไห้ดีใจ เหมือนกับที่ข้ากำลังดีใจ

ตีนของข้าค่อยๆ ลดความร้อนลงมาเรื่อยๆ ค่อยๆ ขึ้นมา ทีละนิด ใกล้จะเต็มตัวของข้าแล้ว ฮือๆๆๆ ขอบใจ ขอบคุณทุกๆ คน ผู้มีบุญทั้งหลาย ข้านายวิน ขอบใจทุกๆ คน ขอบใจทุกท่านที่มีเมตตาแก่วิญญาณของข้า

ข้างนอกเขาร้องไห้ที่ได้บุญกุศล ไม่มีใครเคยให้บุญกับพวก เขามาก่อน เขาไม่เคยมีความสุขเหมือนอย่างวันนี้ เขาไม่เคยสงบ เขาไม่เคยห่างจากความเจ็บปวดทรมานเลย เขาหายจากความเจ็บ ปวดทรมาน เพราะท่านได้เอาน้ำไปลูบกายของเขา จิตวิญญาณ ของเขามีความสุขสดชื่น(เมื่อกรวดน้ำเสร็จ ก็สวดพระคัมภีร์สัจ คาถาพระศรีอริยเมตไตรย)

ข้าสดชื่นๆ ข้ามีความสุขเหลือเกิน ข้าเย็นสบาย ข้าสุขสบาย เหลือเกิน วิญญาณทั้งหลายข้างหน้า เขาก็เหมือนกับข้า มีพลัง ไหลเป็นน้ำลงมาได้อาบน้ำ ข้าเห็นเหมือนฝนตกลงมา เหมือนฝน โปรยเม็ดลงมา เหมือนกับน้ำที่ออกมาจากฝักบัว ราดรดเฉพาะ แถวที่พวกข้าอยู่

ข้าเห็นบรรพชนบางส่วน ใส่เสื้อผ้า ขาดๆ ปอนๆ เห็นนั่งคุก เข่าอยู่ซีกทางนี้ ไม่ได้อยู่กับพวกข้า กลางหลังบางคนใส่เสื้อผ้า ขาดเป็นรูโหว่ ใส่ชุดสีขาวแต่ก็ลำบาก นั่งคุกเข่าก้มหน้าพนมมือ เขาก็กำลังจะรับบุญจากลูกหลาน

ขออนุญาตพระศรีอาริย์ ให้ฝนทิพย์ตกลงที่ฝั่งของบรรพ ชนด้วย ของฝั่งที่เขาต้องการบุญทุกส่วน ให้หมดเลย ให้บุญหมด ทุกส่วน ไม่ว่าวิญญาณอะไร ที่มาที่นี่ เราให้หมด เป็นยังไง

ที่ข้าเห็นมีแต่ฟ้าแปลบปลาบ วิญญาณที่ว่าไม่ใช่เปรตเหล่านั้น เขาสดชื่นขึ้นทีละน้อย หน้าตาก็สดชื่น เหมือนอย่างที่ข้าเป็น เขาขอบใจ

ข้าไม่เคยได้ไปไหนเลย ที่ศาลาของพระมาลัยก็ไม่ได้ไป ข้าอยู่แต่ในขุมนรก

เขาให้ข้ามาบอก เมื่อมีคนขอ ท่านบอกว่า ใครจะมาบอก จะได้บุญกุศล ข้าจึงเสนอตัว เพราะข้าไม่เคยได้รับบุญกุศล เลย ข้าจึงต้องมาบอก ข้าต้องการบุญกุศล ข้าต้องการให้หายจากความเจ็บปวดบ้าง ข้าจะได้สุขสบายบ้าง ไม่ต้องถูกเฆี่ยนตี ทรมานอยู่ในขุมนรก

กลับไปครั้งนี้ ข้ายังไม่รู้ ข้าบอกอะไรท่านไม่ได้ทั้งนั้น เพราะ ข้าไม่ใช่คนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง แต่เป็นทางการยมโลก ที่ท่านจะใช้กฎแห่งกรรม ชำระจิตญาณบาปเช่นข้า

วันนี้ข้าขอบใจ ขอบใจอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ใจบุญ ผู้มีพลังทั้งหลาย ผู้มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว ช่วยให้พวกข้ารอดพ้นในวันนี้ ข้าหาลืมบุญคุณไม่ ข้าจะมาใหม่ในวันที่ 27 ช่วยเอ่ยชื่อให้ข้าด้วย เพื่อข้าจะได้หลุดพ้น มีโอกาสได้มารับบุญอีก ข้าจะคอย ขอบคุณ ขอบใจทุกๆ คนอีกครั้งหนึ่ง

ข้าอยู่ในกองไฟตลอดเวลา เหยียบย่ำอยู่ในกองไฟตลอดเวลา ไฟจะลุกท่วมตัวของข้าตลอดเวลา พอไฟลุกแล้วมันร้อน พอร้อนแล้วร่างก็ละลายแหลกเหลว พวกข้าก็ร้องด้วยความเจ็บ ปวดโหยหวนตลอดเวลา จนกว่าร่างวิญญาณของข้าจะละ ลาย เมื่อละลายหมดวิญญาณของข้าก็จะกองทรุดอยู่กับพื้น แล้วก็จะฟื้นขึ้นมาใหม่ รับวิบากกรรมตรงนั้นต่อไปเรื่อยๆ จนไม่มีที่สิ้นสุดของวิบากกรรมที่ข้าได้สร้างไว้ ฮือๆๆๆ ข้าทรมาน เหลือเกิน ข้าทรมานเหลือเกิน ข้าทรมาน โอ๊ย!!! ช่วยข้าหน่อย ช่วยสงเคราะห์วิญญาณข้าหน่อย อย่าให้เขาทรมานข้าไปมาก กว่านี้เลย

ข้าไม่มีเสื้อผ้าใส่ ข้าเจ็บ โอ๊ย!!! ข้าเจ็บ ข้าเจ็บเหลือเกินๆๆๆ (ร้องให้โหยหวนจนถอนญาณ)