เกริ่นนำ

731 Views

ตั้งแต่เบิกฟ้าเบิกดินมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีการโปรดฉุดช่วย ครั้งใหญ่เหมือนครั้งนี้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ผ่านมา ฉุดช่วย เฉพาะกายเนื้อ ดังนั้นจิตญาณที่เป็นสายสัมพันธ์ทางเครือญาติ ทุกข์อยู่ในนรกเช่นไรในอดีตก็ทุกข์อยู่เช่นนั้น โปรดครั้งนี้กายเนื้อสร้างบุญทำความดี กระทบถึงจิตญาณสายโลหิตในนรก

1.1.ช่วยอะไรบ้าง?

ช่วยญาณคนเดิมที่มาจากนิพพานในครั้งต้นกัป และมา หลงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ทั้งที่อยู่ในนรก อยู่ในโลกมนุษย์ อยู่บนฟากฟ้าเป็นเทวดา-พรหม ในโลกียภูมิให้เข้าสู่โลกุตตรภูมิ ให้กลับบ้านเดิมแดนนิพพาน

1.2.ทำไมต้องช่วย?

เพราะความหลงความยึดติดในวัตถุทั้งหลาย ของจิตญาณ ทั้งที่อยู่ในกายมนุษย์และสัตว์ ในกายมนุษย์เพราะหลง ในกาย เดรัจฉานก็เพราะหลง แต่หลงกันคนละแบบ และวิญญาณที่อยู่ นอกกายสังขารทั้งมนุษย์และวิญญาณเดรัจฉาน ถ้าไม่ช่วยก็ต้องหลงอยู่เช่นนี้ ไม่มีวันสิ้นสุด สิ้นดินสิ้นฟ้าก็ยังต้องตกทุกข์ทรมาน

1.3.ช่วยใครบ้าง?

1.3.1.ฉุดช่วยมนุษย์กายเนื้อ ให้รับรู้หนทางพระนิพพาน ในตน รู้วิถีจิต(ทางของจิต) รู้จักตนแท้ หลังจากรู้ทางแล้ว ปฏิบัติ เดินตามทางนั้นอย่างตั้งใจมั่นไม่หวั่นไหว สิ้นชาตินี้ก็กลับนิพพาน ไม่ต้องมาเกิดในชาติไหนๆ อีกเลย

1.3.2.ฉุดช่วยวิญญาณผีในนรก โดยอาศัยลูกหลานกาย เนื้อรับวิถีธรรม บำเพ็ญธรรมบุญก็ส่งถึง เมื่อกายเนื้อบำเพ็ญ จนเข้านิพพาน บรรพชน 7 ชั้น วิญญาณลูกหลานอีก 9 ชั้น ก็กลับนิพพานด้วยกัน

1.3.3.ฉุดช่วยวิญญาณทั่วไป ทั้งเทวดา และสัตว์เดรัจฉาน ให้ขึ้นไปกล่อมเกลาบนลานธรรมพระศรีอาริย์ จนญาณใสได้ระดับ เดรัจฉานได้กลับกลายเป็นญาณมนุษย์ แล้วส่งลงมาเกิดกายเนื้อ ฟังธรรมจากพระศรีอาริย์แล้วสำเร็จธรรม นี่คือวิธีลัดของปลายกัป ไม่เคยมีมาก่อน

2.การโปรดสามโลกคืออะไร? การโปรดสามโลกคือ การที่พระวิสุทธิอาจารย์ทั้งสอง (คือ พระอาจารย์จี้กง และพระโพธิสัตว์จันทรปัญญา) ได้รับพระโองการ ประกาศิตจากพระอนุตตรธรรมมารดา ให้มาทำหน้าที่ฉุดช่วย จิตญาณของเวไนยสัตว์ให้กลับสู่แหล่งเดิมของจิตญาณ คือเมืองพระนิพพานด้วยวิธีลัดตรงในปลายกัป เมื่อโลกเข้าสู่ยุคภัยพิบัติ เช่นทุกวันนี้ โลกทั้งสามที่พระอาจารย์ทั้งสองได้โปรดฉุดช่วยได้แก่

2.1.โปรดโลกมนุษย์ที่ครองกายเนื้อ ซึ่งเป็นโลกที่มีความ เหมาะพร้อมแก่การฉุดช่วยกว่าโลกอื่นๆ เพียงอาศัยบุญที่ได้สั่ง สมมาไม่น้อยกว่าสามชาติ และบรรพบุรุษได้เคยสั่งสมคุณ ความดีไว้บ้าง เรามีบุญสัมพันธ์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดองค์หนึ่งเมื่อ ได้รับการเปิดประตูจิตแล้ว ตั้งใจบำเพ็ญอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ก็จะหลุดพ้นจากการเวียนเกิดเวียนตายในสังสารวัฏได้ ขณะบำเพ็ญชีวิตก็มีความสุขจนลมหายใจสุดท้าย เพราะว่าได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง จึงทำให้ครอบครัวรู้ปรองดองเป็นสุขยิ่งขึ้น ชะตาชีวิต เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี พ้นจากเคราะห์ร้ายภัยพิบัติ ลบล้างหนี้เวรกรรมได้ เพราะได้ชดใช้ถ่ายถอนหนี้เวรกรรมบางส่วนจากเจ้ากรรมนายเวร ในขณะรับการถ่ายทอดวิถีจิต เปลี่ยนแปลงนิสัย ความเคยชินที่ไม่ดีได้ง่ายขึ้น เพราะปัญญาได้เปิดออก ทำให้อายุ ยืนแข็งแรง เพราะรู้คุณค่าของชีวิต รู้ถนอมชีวิต บำเพ็ญธรรม ได้ในขณะที่ครองเรือน ในขณะที่ยังประกอบกิจการงาน อีกทั้ง บรรพบุรุษ 7 ชั้น ลูกหลาน 9 ชั้น ได้รับผลบุญด้วย

2.2.โปรดโลกวิญญาณชั้นล่าง ได้แก่บรรดาผีทั้งหลายใน เมืองนรกที่เกี่ยวข้องเป็นบรรพบุรุษของเราถึง 7 ชั้น ลูกหลานอีก 9 ชั้น นับได้ประมาณร้อยวิญญาณต่อเราหนึ่งชีวิต จะได้รับการ เปลี่ยนแปลงเป็นวิญญาณระดับสามทันที ที่เรารับวิถีธรรมไม่ว่าวิญญาณทั้งหลายที่เกี่ยวข้องเหล่านั้น จะอยู่ในระดับไหนในเมืองนรก แล้ววิญญาณเหล่านั้นจะได้รับดอกบัวสีขาวจากพญายมติดไว้ที่ปกเสื้อ คอยว่าเมื่อไรลูกหลานได้ไปร่วมประชุมชั้นฟื้นฟูจิต เดิมแท้ตั้งแต่สองวันขึ้นไป วิญญาณเหล่านั้นก็มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมธรรมะด้วย แต่ถ้าเราไม่ประชุม รับธรรมะแล้วอยู่เฉยๆกับบ้าน ไม่ว่างจะมาประชุม วิญญาณบรรพบุรุษและลูกหลานก็ไม่มีสิทธิ์ เข้าร่วมประชุมธรรมะ ไม่มีโอกาสได้รับความสุข จะต้องทนทุกข์ จากการถูกทรมานอยู่ในนรกตลอดกาลนานอย่างน่าเวทนา และท่านเหล่านั้นจะเสียใจมาก ที่ลูกหลานไม่ยอมสละเวลาสร้างกุศลเพื่อท่าน แสดงถึงว่าไม่มีความรักความกตัญญูต่อท่าน

แม้ตัวเราเอง เมื่อผ่านพิธีถ่ายทอดวิถีจิตแล้ว จะได้รับ การถอนชื่อจากเมืองนรกไปประดิษฐานไว้บนสวรรค์ ณ ด่านตรี เทพพิทักษ์มหาราช พ้นจากหน้าที่ควบคุมของพญายมทั้งสิบขุม เมื่อตัวเราได้ประชุมธรรมะ 2-3 วัน จนครบทุกหัวข้อ ในชั่วโมง สุดท้ายของวันสุดท้าย จะได้ถวายปณิธานอีกสองข้อเพื่อย้ายชื่อ จากด่านตรีเทพพิทักษ์มหาราชบนสวรรค์ชั้นต้นไปอยู่ ณ แดน พุทธาลัย(สวรรค์ที่สูงขึ้นไปอีก)วิญญาณบรรพบุรุษก็จะได้รับการ เลื่อนชั้นเป็นวิญญาณระดับสองมีสิทธิ์ไปคุกเข่าฟังธรรมที่สำนัก ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์(พระมาลัย) เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ โทษบาปจะได้เบาบางลง

ครั้นเราเข้าใจธรรมะดี รู้คุณวิเศษของธรรมนี้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ปลายกัปที่เบื้องบนประทานโอกาสให้เพียงครั้งเดียว ในเวลาสั้น อันนับได้ว่าแสนปีมีโอกาสดีอย่างนี้ครั้งเดียว เราจึงสละเวลาออก มาช่วยงานโปรดสามโลกของฟ้าเบื้องบนอย่างจริงจัง และตั้งใจ ด้วยศรัทธาจะชำระปณิธานให้หมดสิ้น ตั้งใจออกฉุดช่วย ชักชวน ผู้อื่นให้ได้รับธรรมวิเศษนี้ วิญญาณบรรพบุรุษลูกหลาน จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นวิญญาณชั้นหนึ่ง มีสิทธิ์ไปนั่งฟังธรรมบนเก้าอี้ ที่สำนักพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์(พระมาลัย)

ครั้นเราตั้งใจช่วยงานฟ้าโปรดใหญ่ครั้งนี้ ได้ชักชวนผู้คนให้มารับธรรมะได้จำนวนหนึ่งแล้ว ทำปากให้บริสุทธิ์ตั้งใจถือศีลกินเจ ถวายปณิธานการกินเจแล้ว เราสามารถฉุดช่วยวิญญาณบรรพบุรุษลูกหลานให้หลุดจากนรกได้ เรียกว่า การฉุดช่วยวิญญาณ หรือการโปรดโลกที่สอง อันเป็นวิญญาณผีในเมืองนรก ซึ่งทำได้ เฉพาะในการโปรดสามโลกนี้เท่านั้น

2.3.โปรดโลกวิญญาณชั้นบน อันได้แก่เทวดาบนสวรรค์ ให้หลุดพ้นจากวงเวียนกรรมได้ และต้องอาศัยลูกหลานที่เป็น มนุษย์เช่นเดียวกัน ส่วนกรรมวิธีสลับซับซ้อนกว่า นี้เรียกว่าการโปรดสามโลก เป็นการโปรดครั้งใหญ่ปลายกัป ในธรรมกาลก่อนๆ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอริยะพระศาสดา ทั้งหลายโปรดฉุดช่วยได้แต่เพียงโลกมนุษย์เท่านั้น ครั้งนี้จึงเป็น ครั้งประวัติศาสตร์ของจักรวาล ที่องค์ธรรมมารดาอนุญาตเป็น กรณีพิเศษ

ในครั้งนี้ พระอนุตตรธรรมมารดาได้โปรดเมตตา นิรโทษกรรมแก่มนุษย์กายเนื้อที่ได้รับการถ่ายทอดวิถีจิตแห่งธรรมกาล ยุคขาวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผู้รับการถ่ายทอดวิถีธรรมแล้ว ออกแรงบำเพ็ญเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็สำเร็จธรรมกลับ คืนนิพพานบ้านเดิม ไปอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุขตลอดกาลยาว นานไม่มีครั้งไหนอีกแล้วบำเพ็ญได้ง่ายอย่างครั้งนี้ ชีวิตมนุษย์ทั้งหลายอยู่ภายใต้การควบคุมของฟ้าเบื้องบน เราเป็นผลิตผลของเบื้องบน ดวงญาณของเราแยกมาจากพระแม่องค์ธรรม เราคือลูกของท่าน

พระอนุตตรธรรมมารดา หรือพระอนุตตรธรรมเจ้า หรือพระแม่องค์ธรรม คือพระแม่ผู้ให้กำเนิดดวงญาณทั้งหลาย ที่มาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฎสงสารนี้ ญาณทั้งหลาย คือพลังงานชนิดหนึ่ง อันประกอบขึ้นด้วยคลื่นความถี่หลายๆ ความถี่ ซึ่งคลื่นความถี่นั้นเป็นอนุภาคของปรมาณูที่เล็กละเอียด ของแสงหลายๆสเปคตรัมมารวมตัวกันอย่างลงตัว จนก่อให้เกิด คุณสมบัติใหม่ที่มีความรู้คิดในตนเอง และพลังนี้เป็นพลังชีวิต เป็นพลังรู้ พลังเป็นที่ไม่เคยตาย เมื่อหลง จึงเวียนวน แหวกว่าย เข้าร่างโน้นออกร่างนี้มิรู้จบสิ้น และรับกับความทุกข์จากการ เวียนเกิดเวียนตายตลอดไป ตราบใดที่ยังไม่สามารถเวียนกลับสู่ แหล่งเดิมหรือบ้านเดิม คือแดนนิพพานได้

ณ ที่แดนนิพพานบ้านเดิมของดวงญาณทั้งหลายนั้น เป็น แหล่งบรมสุข ไม่มีทุกข์จากการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย ไม่มีร้อน ไม่มีหนาว ไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน มีแต่ความสว่างไสวตลอด นิรันดร์กาล ไม่มีการแก่งแย่ง ไม่มีฆ่าฟันจี้ปล้น ไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีปัดแข้งปัดขา ไม่มีอิจฉาตาร้อน ไม่มีความทุกข์ยากลำบาก มีแต่ความบันเทิงสุขสถานเดียว ณ ที่แห่งนั้น บัดนี้ พระแม่ผู้ ให้กำเนิดเราทั้งหลาย พระองค์ท่านคอยเราอยู่ด้วยความคิดถึง ร้องเรียกเพรียกหาเรา หวังให้เรากลับไปสู่อ้อมอกอันอบอุ่นในเร็ววัน พระองค์ทรงกำสรวลร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด คิดถึงลูกที่จากมาเป็นเวลาอันยาวนาน ในอดีตก่อนจะมีการโปรดสามโลก เราจะกลับไปหาพระองค์ ท่านได้ก็ต่อเมื่อเราเบื่อหน่ายที่จะเดินทางไกลอันไม่จบสิ้นนี้ ตั้งใจทำความสะอาดดวงญาณให้หมดจดเสียก่อน หยุดมองรอบข้าง แล้วหันมาดูตัวเอง ว่าเรามาจากไหน เรามาอยู่ที่โลกนานแล้ว และ ตั้งใจปฏิบัติบำเพ็ญธรรมในวิถีใดวิถีหนึ่ง แต่ต้องผ่านกาลเวลา หลายภพชาติด้วยใจมั่นต่อเนื่อง จนกุศลเต็มร้อย ละสังโยชน์ เครื่องร้อยรัดออกหมดสิ้น ค้นหาจิตตนพบแล้ว จิตปราศจาก มลทินเครื่องเศร้าหมองแล้ว ชำระหนี้สินเวรกรรม ละลายวิบาก กรรมหมดแล้ว จิตถึงพุทธภาวะแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ จึงได้นำพาไปเปิดประตูจิตกลับพระนิพพานทันที แต่วิธีนั้น ต้องผ่านภพชาติการเกิดตายมาบำเพ็ญต่อเนื่องหลาย ชาติกว่ากุศลเต็มร้อย และบททดสอบรุนแรงมาก และต้องผจญ มารอยู่เพียงผู้เดียวตามป่าเขา เกือบตายหลายครั้งไม่มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเหมือนการบำเพ็ญในยุคขาวนี้

บัดนี้ได้เวลาที่จะกลับบ้านเดิมของเราแล้ว เราหลงทางมานาน บัดนี้แม่ผู้มีแต่ความรัก ความหวังดี ต้องการให้เรากลับคืน สู่บ้านด้วยวิธีลัดฉับพลัน จึงส่งเส้นทางสายด่วนพิเศษนี้ลงมา ให้เราได้จับยึดสายทองนี้กลับขึ้นไปกราบพระบาทองค์มารดา ในชาตินี้ที่รับรู้วิถีจิตในตนเอง คืออนุตตรวิถี หนทางแห่งจิตญาณ เมื่อรับรู้แล้ว ต้องศึกษาวิธีเดินตามหนทางนั้น ด้วยการหมั่นไป ศึกษาที่พุทธสถานตามลำดับหัวข้อ เมื่อเข้าใจแล้วก็ปฏิบัติตามไปเรื่อยๆ ทั้งที่ยังครองเรือน ก็สามารถสำเร็จธรรมได้เพียงชาติเดียวนี้ เป็นครั้งแรกในรอบกัป

ความเกี่ยวข้องระหว่างกายเนื้อกับจิตญาณทั้งหลาย ใน เครือข่าย 7 ชั้นระดับบน และ 9 ชั้นระดับล่าง ที่จะเกี่ยวก้อยขึ้น แดนนิพพานในยุคโปรดสามโลก ครั้งแรกของกัปจะมีลักษณะดังนี้ เมื่อกายเนื้อรับวิถีธรรม จิตญาณทั้งที่เป็นผีอยู่ในนรก และ เป็นเทพเทวาอยู่บนสวรรค์ ทั้งสองประเภทจะได้รับผลทันที

1.ผีนรกเจ็ดชั้นเก้าชั้นได้เลื่อนขึ้น มาตามลำดับของศรัทธา ที่ลูกหลานตั้งใจบำเพ็ญ จนหลุดออกจากนรก ก่อนที่ประตูนรก จะปิด แล้วรับกุศลจากการบำเพ็ญของลูกหลานกายเนื้อเข้าสู่มิติของเทพเทวา ลูกหลานตั้งใจบำเพ็ญมากเพียงใด ตั้งใจช่วยงานฟ้าโปรดสามโลกอย่างขะมักเขม้นเพียงใด ฐานบัวของตระกูลจะใหญ่ และแข็งแกร่งมั่นคงขึ้นเพียงนั้น แต่ถ้าลูกหลานท้อแท้ถดถอย บัวก็จะเหี่ยว และสลายในที่สุด ถ้าลูกหลานทนต่อบททดสอบไม่ ได้แล้วหยุดบำเพ็ญ หรือบำเพ็ญหลงทาง หรือตกเป็นเหยื่อของมาร แยกจริงปลอมไม่เป็น จิตตกไปร่วมกับมาร เดินหนทางผิดๆ จิตญาณเหล่านั้น ก็จะตกกลับลงข้างล่างลึกลงไปตามความผิดที่ กายเนื้อก่อขึ้น เจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสมากขึ้นตามลำดับแห่ง ความผิดของกายเนื้อ เพราะฉะนั้น ลูกหลานกายเนื้อจึงเป็น ความ หวังของจิตญาณที่ไม่อาจสร้างบุญช่วยตัวเองได้ จึงต้องอาศัย เราเพียงอย่างเดียว ถ้ากายเนื้อรับวิถีธรรมแล้ว อยู่เฉยๆ ไม่เชื่อ ไม่มาสถานธรรม ไม่ศึกษาต่อ หยุดเพียงแค่รับวิถีอนุตตรธรรม จิตญาณเหล่านั้นก็ไม่ได้อะไร รับทุกข์ทรมานในนรกไปจนกว่าจะหมดวิบากกรรมที่ได้สร้างไว้ตอนเป็นคน ข้ามกัปยาวนาน

2.เทพเทวาที่เกี่ยวข้องโยงใยเป็นสายสัมพันธ์ในข่าย 7-9 ก็ จะได้รับการเลื่อนอริยฐานะในมิติแห่งพลังงานทันที และเป็นลำ ดับตามระดับศรัทธาของกายเนื้อ เช่นเดียวกับประเภทแรก เมื่อเราบำเพ็ญด้วยความตั้งใจ เขาเหล่านั้น ไม่ต้องทำอะไร รับกุศล แสงธรรม พลังแห่งญาณก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับแห่งศรัทธา เรามีความตั้งใจช่วยงานฟ้ามากเพียงใด มิติญาณแห่งเทพเทวาก็จะ ได้รับผล มีแสงญาณเพิ่มขึ้นเพียงนั้น เมื่อเราสำเร็จเข้านิพพาน เทพเทวาที่เกี่ยวข้องในข่าย 7-9 ก็เข้านิพพานพร้อมกันทั้งหมด ไปกันเป็นตระกูล นี่คือความวิเศษของยุคโปรดสามโลก

3.ในมิติญาณแห่งผีนรกในข่าย 7-9 ข้างล่างที่กำลังเลื่อน ขั้น เพื่อจะหลุดออกจากนรก ถ้ากายเนื้อคิดไม่ดี ท้อแท้ ถดถอย หรือทำไม่ดี ข้างล่างจะถูกเฆี่ยนตีบ้าง ถูกหนามตำบ้าง เจ็บปวด ตามร่างกายบ้าง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็จะหายไป หรือเสื้อผ้าสวยๆ จะกลายเป็นเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นกะรุ่งกะริ่งทันที ถ้ากายเนื้อที่บำ เพ็ญเจริญธรรมขึ้นเรื่อยๆ ข้างล่างก็จะดีขึ้นทันตาเห็น ยิ่งถ้ากาย เนื้อตั้งปณิธานเจ ข้างล่างจะได้รับบุญมาก ถึงกับรำวงกันเป็นคณะ พี่น้องเหล่านั้น ต่างดีใจกันมาก แต่เมื่อลูกหลานผิดปณิธานหันมากินเนื้อสัตว์ ก็จะรับผลแห่งความผิดนั้นตกต่ำลึกลงไปกว่าเก่า ลูกหลานบำเพ็ญผิดสายทอง ไม่เชื่อโองการสวรรค์ ไปเชื่อทางมาร มิติญาณในนรกก็จะเดือดร้อนหนัก กลับตกต่ำลงไปกว่าเดิมอย่างน่าสงสาร

การโปรดสามโลก จึงเป็นการโยงใยในเครือข่ายสามระดับ และอาศัยกายเนื้อเป็นแกนกลางความหวังทั้งสิ้นทั้งปวงของบรรพ ชนในมิติแห่งจิตญาณทั้งหลายอยู่ที่กายเนื้อ ไม่เคยมียุคใดที่ปู่ย่า ตาทวด บรรพชนต้องมากราบกรานลูกหลานกายเนื้อปลกๆ ให้ ช่วยบำเพ็ญเพื่อความสุข และการหลุดพ้นจากความทุกข์ของ พวกเขาเหล่านั้น ตาเนื้อไม่อาจมองเห็นอีกมิติหนึ่งซึ่งเป็นพลังงานคลื่นความถี่ แต่สิ่งนั้นคือชีวิตจริงแท้ เป็นต้นตอเป็นฐานของชีวิต เมื่อทิ้งกายสังขาร ไปอยู่ในมิตินั้นแล้ว จึงจะเห็นชัดเจน แต่ไม่มี โอกาสมาแก้ตัวแล้ว เมื่อเข้าสู่มิตินั้นแล้ว ไม่อาจที่จะออกมาได้แล้ว ในภาวะปกติ เว้นแต่เหตุปัจจัยลงตัว หรือเป็นความปรารถนาของ เบื้องบนที่จะแสดงประจักษ์หลักฐาน ความลับฟ้ามีมากมาย ไม่อาจแพร่งพรายได้ เพราะต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปตาม ธรรมชาติ

เพื่อให้การโปรดสามโลกสมบูรณ์ผล และยุคแห่งดอกบัว บานของพระศรีอาริยเมตไตรย ได้ตั้งขึ้นอย่างสมบูรณ์ตาม เวลาที่กำหนดของฟ้า เบื้องบนจึงได้จัดตั้ง “ลานธรรมของ พระศรีอาริยเมตไตรย” ขึ้นเพื่อรองรับจิตญาณที่ติดค้าง มานานตั้งแต่ต้นกัปเป็นต้นมา ให้ได้ขึ้นไปกล่อมเกลาจิตญาณให้ใสมีแสง ญาณ หลังจากใช้วิบากกรรมมาจนสมควรแก่กาลเวลา กล่าวคือ บางรายใช้วิบากกรรมจนหมดสิ้นแล้ว โดยกฎของฟ้าในเวลาปกติ คือต้องกลับไปหาพญายม เพื่อกำหนดชะตาชีวิตไปสู่การเกิดใหม่ ตามผลของกรรมที่มีอยู่ แต่ในยุคโปรดสามโลก ให้จิตญาณเหล่านั้นขึ้นไปกล่อมเกลาที่ลานธรรม หรือบางประเภทยังใช้กรรมไม่ หมด แต่ผลบุญแห่งอดีตสนับสนุน ได้พบคณะปลดปล่อยวิญญาณ ขึ้นสู่ลานธรรมของพระศรีอาริย์ คณะใดคณะหนึ่งได้ส่งจิตญาณ นั้นขึ้นลานธรรม

การส่งจิตญาณขึ้นลานธรรมนั้น มีสองประเภทใหญ่ คือจิตญาณมนุษย์ และดวงญาณของสัตว์เดรัจฉานทุกประ เภท ระหว่างดวงญาณสองประเภท จะมีกำแพงแก้วกั้นกลาง ระหว่างฟากฝั่งมนุษย์ และฝั่งเดรัจฉาน พระศรีอาริย์และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์นั่งกล่อมเกลาอยู่ในระหว่างกึ่งกลางของญาณสองประ เภท แต่บางครั้งในฝั่งเดรัจฉานมีการทะเลาะเบาะแว้ง ต้องไป จัดการห้ามปราม ผู้ลงไปห้ามบางครั้งก็โดนเขี้ยวเล็บของเดรัจ ฉานบ้าง โดยเฉพาะสุนัขที่รุนแรงกว่าสัตว์เดรัจฉานประเภทอื่นๆ

ฝั่งมนุษย์นั้น นั่งพนมมือฟังธรรมอย่างมีระเบียบเรียบร้อย เป็นแถวๆ จิตญาณใด เมื่อฟังธรรมสำนึกเร็ว ถอนทิฐิออกได้เร็ว ญาณใสได้ระดับตามกำหนดแล้ว ได้เลื่อนจากแถวหลังๆมาอยู่ แถวหน้าจนถึงแถวที่หนึ่ง แล้วส่งไปสู่การเกิดเป็นมนุษย์คอยการ มาโปรดของพระศรีอาริย์ในกายเนื้อ ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าพระ องค์นั้นแล้ว สำเร็จธรรมในชาตินั้น นั้นประเภทหนึ่ง อีกประเภท หนึ่งเมื่อจิตใสได้ระดับที่สูงยิ่ง ถอนมานะทิฐิ ถอนอนุสัยออกได้ตาม อริยฐานะใด ก็เลื่อนระดับขึ้นสู่อริยฐานะนั้นๆ ตามลำดับ จนเข้าสู่ พระนิพพาน ไม่ต้องลงมาเกิดกายอีก

ส่วนมนุษย์ประเภทที่ฟังอย่างไร ความสำนึกก็ยังไม่ถึงที่สุด ยังมีความรู้สึกติดค้างบางอย่างอยู่ ยังมีทิฐิอยู่เพียงเล็กน้อย ก็ต้องลงมาเกิดกายเป็นมนุษย์อีกครั้ง ในยุคที่พระศรีอาริย์ครองกาย เนื้อ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของกัป และจิตญาณเหล่านั้น ในกายมนุษย์เกิด และได้ทันฟังธรรมจากพระโอษฐ์ของพระองค์ ทำให้เกิดสำนึกอย่างแท้จริง หมดสิ้นทิฐิมานะอหังการ์แล้ว จึงสำเร็จธรรมกลับแดนนิพพานในวาระนั้น

สำหรับสัตว์เดรัจฉานที่ฟังธรรมบนลานธรรมแล้ว จิตใสได้ ระดับ สำนึกความผิดบาปของอดีตจนอุปนิสัยสัตว์คลายมาสู่ความเป็นมนุษย์ ก็จะได้ทะลุกำแพงแก้วมาสู่ฝั่งของมนุษย์ ฟังธรรมต่อไปจนจิตใส ภาวะจิตแห่งความเป็นคนสมบูรณ์แล้ว ก็จะต้องลงมาเกิดกายเป็นมนุษย์ เพื่อฟังธรรมจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าศรีอาริย์สถานเดียว และสำเร็จธรรมในชาตินั้นด้วย ไม่มีการเลื่อนอริยฐานะสูงขึ้นจากลานธรรมเหมือนประเภทอื่น

วิญญาณอีกประเภทหนึ่งที่ไม่มีสิทธิ์ขึ้นลานธรรมของพระ ศรีอาริย์ได้แก่ มนุษย์ในชาตินี้ ที่เพิ่งตายลง และยังมีวิบากกรรมที่ จะต้องใช้เสียก่อน คือผู้ที่ยังมีบาปที่ต้องลงไปชำระในนรกก่อน ถ้า หากการฉุดโปรดวิธีนี้ยังมีอยู่ เขาใช้กรรมเร็ว อาจได้ขึ้นมาก่อนประ ตูนรกจะปิด แต่ถ้าหมดวาระ ประตูนรกปิดเสียก่อนแล้วจิตญาณมนุษย์เหล่านั้นก็ต้องค้างอยู่ในนรก และต้องใช้กรรมจนหมดสิ้น จึงจะได้กลับขึ้นมาสู่การเกิดตามการกำหนดชะตากรรมของทาง การยมโลกตามวาระปกติ ตามกฏแห่งกรรมของเบื้องบน

มีวิญญาณของมนุษย์ประเภทหนึ่งที่เพิ่งตายใหม่ๆ ไม่ทำ บาปกรรมที่ต้องไปชดใช้ในนรก ก็มีโอกาสได้ขึ้นลานธรรม กรณีเช่นนี้ มีน้อยมาก

นี้คือการโปรดสามโลก

สมัยก่อนมีการโปรดสามโลก ในเทศกาลรับส่งตายายเดือน สิบ ทางการยมโลกได้นำส่งวิญญาณบรรพบุรุษที่ตกนรกทรมานอยู่ ในยมโลกให้ขึ้นมารับบุญจากลูกหลานเพียง 15 วัน คือในวันแรม 1 ค่ำ ถึงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตามประเพณี เมื่อสิ้นสุดเทศ กาลส่งตายายแล้ว วิญญาณบรรพบุรุษที่ได้ขึ้นมารับบุญชั่วขณะ ก็ต้องถูกส่งลงไปรับโทษตามเดิม จนกว่าจะหมดโทษความผิดบาป ที่ถูกกำหนดโทษไว้ จะยาวนานเท่าใด กี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม จึงจะได้ ขึ้นมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือเป็นมนุษย์ชนชั้นไหนก็ขึ้นอยู่กับผลบาป-บุญที่ทำเอาไว้

ในเทศกาลส่งตายายในยุคโปรดสามโลกของเบื้องบนนั้น วิญ ญาณบรรพบุรุษได้รับผลบุญ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกหลานกายเนื้อ รับรู้วิถีอนุตตรธรรมในตนเอง จากพระวิสุทธิอาจารย์ทั้งสองพระองค์ คือพระอาจารย์จี้กงและพระโพธิสัตว์จันทรปัญญา

3.บรรพชน 7 ชั้นลูกหลาน 9 ชั้น ได้รับประโยชน์จากการ โปรดสามโลกครั้งนี้อย่างมหาศาลอย่างไร

ในวันที่ตัวเราขอรับวิถีอนุตตรธรรม และได้ถวายชื่อขึ้นสู่ สวรรค์ชั้นต้น ณ ด่านตรีเทพพิทักษ์มหาราช เพื่อเลขาของท่าน ตรีเทพฯ จะได้นำรายชื่อของเราลงไปที่สำนักของพญายมที่เมืองนรก และถอนชื่อของเราออกจากบัญชีในเมืองนรก พ้นจากอำนาจ ควบคุมของพญายมทั้งสิบขุม

บรรพบุรุษ 7 ชั้น และลูกหลาน 9 ชั้น ก็จะได้รับผล ดังนี้

1.วิญญาณของบรรพบุรุษ และลูกหลานนับด้วยร้อยวิญ ญาณที่ตกอยู่ในเมืองนรก ไม่ว่าอยู่ในขั้นใดก็ตาม จะได้รับการปลด ปล่อยเป็นวิญญาณระดับสามทันที

2.วิญญาณเหล่านั้น จะได้รับดอกบัวสีขาวจากพญายม ติดไว้ที่หน้าอกเสื้อ และคอยว่าลูกหลานที่รับธรรมะแล้วจะ เข้าร่วมประชุมธรรมชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ 2-3 วันเมื่อใด (ซึ่งการ ประชุมในชั้นนี้เป็นการประชุมร่วมสามโลก คือโลกมนุษย์ วิญญาณผีในเมืองนรก และเทวดาบนสวรรค์) วิญญาณบรรพบุรุษ และวิญญาณลูกหลานที่ทรมานอยู่ในนรกนั้น จะมีสิทธิ์มาเข้าร่วม ประชุมฟังธรรมพร้อมกับเราในโลกมนุษย์ ที่ชั้นประชุมธรรมฟื้นฟูจิตเดิมแท้ และอยู่ได้ตลอดเวลาที่เรานั่งฟังธรรม บางครั้งพญา ยมให้วิญญาณบรรพบุรุษนับร้อยยืนเข้าแถวพนมมือรับ บุญจาก ลูกหลานกายเนื้อที่รับวิถีธรรมเสร็จใหม่ๆ โดยการนำดอกบัวไปจิ้มถ่ายพลังผ่านมือของวิญญาณบรรพบุรุษ วิญญาณเหล่า นั้นจะรู้สึกสดชื่น มีพลัง และสดใสขึ้นหน้าตายิ้มแย้ม เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นก็จะเปลี่ยนเป็นชุดขาว สะอาด ไม่ขาดวิ่น มีความสุข และได้เลื่อนขั้น

3.วิญญาณเหล่านั้น เมื่อได้มาฟังธรรมะในวันประชุมร่วม สามโลกพร้อมกับเราในวันนั้นแล้ว จะได้สำนึกในความผิดพลาด ในอดีต จิตใจก็จะสดใสขึ้น มีความสุขขึ้น และจะได้รับการปลด ปล่อยเป็นวิญญาณชั้นสองทันที หากลูกหลานได้เข้าร่วมประชุม ครบตามกำหนด 2 หรือ 3 วัน และนั่งประชุมครบทุกหัวข้อ

4.เมื่อผ่านการประชุมชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้แล้ว ตัวเรามีจิต ศรัทธา มีความยินดีช่วยงานโปรดสามโลกในครั้งนี้อย่างตั้งใจ วิญญาณบรรพบุรุษ และลูกหลานเหล่านั้น จะได้รับการปลดปล่อย เป็นวิญญาณชั้นหนึ่งทันที และจะได้มีโอกาสไปนั่งฟังธรรมบน เก้าอี้ที่สำนักของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์หรือพระมาลัย

5.เมื่อเราตั้งใจช่วยงานโปรดสามโลก (งานโปรดสามโลกพึ่งมีครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายของปลายกัปนี้) โดยฉุด ช่วยเวไนยฯมารับวิถีธรรม ส่งเสริมญาติธรรมให้เข้าใจธรรมะ และปฏิบัติบำเพ็ญธรรม เราสามารถฉุดช่วยวิญญาณบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เช่น พ่อแม่ ปู่ย่า ฯลฯ เป็นต้น ให้หลุดจากขุมนรกได้ ไม่เคยมีเช่นนี้มาก่อน

6.การรับวิถีธรรมในครั้งนี้ จึงเป็นการช่วยทั้งตัวเราเองและบรรพบุรุษของเราเองด้วย

7.ผู้รับวิถีธรรมแล้ว ตั้งใจบำเพ็ญ และบำเพ็ญอย่างเสมอต้น เสมอปลายต่อเนื่อง สุดท้ายก็จะพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้ กลับคืนดินแดนดั้งเดิมคือนิพพาน.

8.ทุกครั้งที่ลูกหลานกายเนื้อที่รับวิถีธรรมแล้ว ไปเข้าชั้น เรียนฟังธรรมที่สถานธรรมจัดประจำเดือนในเวลาปกติ วิญญาณบรรพบุรุษจะได้รับการปลดปล่อย หยุดการลงโทษที่ทรมานชั่ว คราว ให้ขึ้นมาฟังที่สถานธรรมนั้นๆ แต่มีทหารทางการยมโลกคุมมาให้ฟังธรรมเท่าที่ลูกหลานกายเนื้ออยู่ที่สถานธรรมได้ เมื่อเรา กลับวิญญาณก็กลับลงข้างล่างตามเดิม

9.ในการจัดงาน และมีชั้นเรียนพิเศษในเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ หรือวันส่งตายาย วิญญาณบรรพบุรุษก็จะได้รับการปลดปล่อยเป็นกรณีพิเศษ ถ้าลูกหลานตั้ง ใจบำเพ็ญธรรมอย่างจริงจังแล้ว วิญญาณเหล่านั้นขึ้นมารับบุญ อย่างเต็มที่ ถ้าบาปเหลือน้อยแล้ว แม้จะยังไม่หมด เสร็จงานแล้วก็ได้ถูกส่งขึ้นลานธรรมพระศรีอาริย์ทันที (ไม่ต้องลงข้างล่างอีก)

10.ในการฟังธรรมที่สถานธรรมของลูกหลานกายเนื้อต้องตั้งใจจริง อยู่ในพุทธระเบียบที่เบื้องบนกำหนด ไม่เช่นนั้นก็เดือด ร้อนถึงวิญญาณบรรพบุรุษที่นั่งฟังธรรมอยู่

11.ในเทศกาลเดือนสิบปีนี้ เบื้องบนเมตตาเป็นพิเศษ ได้จัดชั้นเรียนพิเศษของวิญญาณผีในนรก ให้เข้าชั้นเรียนกล่อม เกลาจิตให้งดงามอีกระดับหนึ่งแล้ว จะนำส่งขึ้นไปบำเพ็ญที่ ลานธรรมหลังวันส่งตายายสิ้นสุดลง เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเป็น ต้นมา หลายแห่งเช่นบนสวรรค์ และในศาลาฟังธรรมของพระ มาลัยในนรก บางญาณเมื่อขึ้นมาบนโลกจบชั้นเรียนแล้วก็กลับลง ไปข้างล่างแต่ไม่ต้องถูกลงโทษ แต่ให้ไปนั่งฟังธรรมที่ศาลาพระ มาลัยแทน จนกว่าจะถึงวันงานที่จัดพิเศษ 2 วัน ของลูกหลาน กายเนื้อในเทศกาลนี้ขึ้นมาฟังธรรม จบชั้นเรียนครั้งใหม่นี้แล้ว จึงจะกลับลงไปรับโทษ แต่ก็เบากว่าเดิม และบางส่วนก็ได้ขึ้นลาน ธรรม

วิญญาณบรรพบุรุษที่มารับบุญเดือนสิบ ตามวัดวาอาราม ต่างๆ รับบุญที่วัดเสร็จแล้ว ก็มารับบุญที่สถานธรรมต่อ พร้อมทั้ง มานั่งฟังธรรมในชั้นเรียน วิญญาณที่มาต่างพูดกันว่า “รู้อย่างนี้ มาเสียนานแล้ว” และในชั้นเรียนสำนึกบาปนี้เป็นความเมตตา พิเศษแก่วิญญาณบรรพบุรุษของเบื้องบน