ยมบาลคดีเศรษฐีนักบุญ

409 Views

ยมบาล: เจ้าหน้าที่ยมทุกคนประจำศาล พนักงาน...หามเกี้ยวมาที่ศาล

พนักงาน: กราบเรียนท่านอ๋อง ได้หามเกี้ยวมาที่นี่แล้วครับ

ยมบาล: เจ้าพระภูมิ...เชิญนักบุญที่อยู่ในเกี้ยวออกมาได้

เจ้าพระภูมิ: ครับผม ได้เชิญนักบุญออกมาแล้วครับ

ยมบาล: ขอเชิญท่านนักบุญเขียนหนังสือบนถาดทรายได้

นักบุญ: ขอบพระคุณท่านอ๋อง ขอบพระคุณท่านอ๋องที่เมตตา

ยมบาล: ที่คืนนี้เชิญท่านมาศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อให้เล่าประวัติชีวิตลงในหนังสือธรรมะ เพื่อเป็นแบบอย่างเตือนใจแก่ชาวโลก ตอนท่านอยู่เมืองมนุษย์ ได้สร้างคุณความดีหรือกุศลอันใดและชื่อแซ่อะไร?

นักบุญ: บ้านเดิมผมอยู่อำเภออันกุ้ย แซ่ฝ่า ชื่อเต่อจี มีฐานะค่อนข้างดี ผมกำพร้าบิดาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แม้ผมอายุยังน้อยแต่เฉลียวฉลาดรู้กตัญญู มักจะปลอบใจมารดาอยู่เสมอ เมื่อผมอายุ 14 ขวบ ได้เข้าโรงเรียนเล่าเรียนหนังสือด้วยความขยันหมั่นเพียร จนมีความรู้แตกฉาน ผู้คนต่างยกย่องนับถือผมว่าฉลาดปราดเปรื่อง ไม่เห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ ผมมีอาชีพทำไร่ไถนา มีความมานะอุตสาหะ ปรนนิบัติมารดาด้วยความกตัญญู

ครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ท้องที่อำเภอที่ผมอยู่ ได้เกิดภัยแห้งแล้งฝนไม่ตกติดต่อกัน 3-4 ปี แผ่นดินแตกระแหง ต้นข้าวและพืชผลในไร่นาเหี่ยวแห้งตายหมด แม้แต่ต้นหญ้าก็ไม่ขึ้น มีคนอดอยาก หิวโหยนอนตายกันเกลื่อนตามถนนหนทาง แร้งกาบินว่อนไปทั่ว เห็นแล้วน่าสลดใจมากผมได้เปิดยุ้งฉางนำข้าวสาร พวกธัญญาพืช และเงินทองที่เก็บสะสมออกมาแจกจ่ายสงเคราะห์คนยากไร้ ให้ชาวบ้านที่อดอยากหิวโหยได้มีข้าวกิน ผมได้ช่วยผู้คนให้มีชีวิตรอดนับจำนวนไม่ถ้วน จากวันเป็นเดือน ผมเลยกลายเป็นคนยากจน อาหารที่มารดาได้กินมีแต่ข้าวกับพืชผัก ซึ่งมารดาก็ไม่ว่ากระไร แต่ผมรู้สึกละอายใจตนเอง ต่อมาผมได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เชิงเขาแห่งหนึ่ง ลงมือบุกเบิกไถคราดพลิกแผ่นดิน ปลูกทั้งไม้ผลและธัญญาพืชต่าง ๆ ภายในไม่กี่ปีฟื้นตัวอีกครั้ง มีทรัพย์สมบัติและฐานะเหมือนดังแต่ก่อน ได้อยู่อย่างสุขสงบ

นี่ไม่ใช่เพราะสวรรค์ ท่านไม่ทอดทิ้งคนดีหรอกหรือ ในช่วงระหว่างผมยากจนอยู่นั้น มีบางคนชอบมาพูดเสียดสี ถากถางต่าง ๆ หัวเราะเยาะผมทำนองว่า ทำความดีแต่กลับไม่ได้ดี ต้องกลายเป็นคนยากจน ผมก็อดทนนิ่งเฉยไม่ใส่ใจ ด้วยเชื่อมั่นว่าเมื่อถึงกาลเวลา อันกรรมดีหรือชั่วย่อมส่งผลเสมอ ผมอายุ 78 ปี ก็หมดอายุขัย สิ้นใจอย่างสงบไม่เจ็บป่วยอย่างใด เมื่อวิญญาณถึงยมโลก ท่านอ๋องได้แสดงความชื่นชมยินดีต่อผมและให้นำผมมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อบรรยายถึงกรรมดีที่ได้สร้างครั้งเป็นมนุษย์ บันทึกลงในหนังสือธรรมะเพื่อการโปรดสรรพสัตว์ ผมมีบารมีอะไรนักหนาจะอวดที่ไหนกัน มีก็แต่เพียงจะขอร้องชาวโลกว่า ควรเมตตาจิต ใช้ความดีเป็นหลักนำสร้างสมบุญบารมี เช่น การทำบุญให้ทานเป็นต้น เรื่องที่กระผมจะเล่าในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ครับ

ยมบาล: ท่านนักบุญ เมื่อตอนเป็นมนุษย์รู้จักสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากดีเยี่ยมจริงแท้ สมุห์บัญชี..เปิดบัญชีแดง (บุญ) เทียบดูซิว่าตรงกันมั้ย?

สมุห์บัญชี: ได้ตรวจดูบัญชีแดงแล้ว ทุกอย่างตรงกันครับ

ยมบาล: ท่านนักบุญ ตอนอยู่เมืองมนุษย์ท่านมีสติปัญญา รู้จักปรนนิบัติมารดาด้วยความกตัญญู และในช่วงประสบภัยแล้งยังแสดงความมีเมตตาจิต บริจาคทรัพย์สินและธัญญาหารช่วย ชีวิตผู้คนให้รอดพ้นจากการอดตายจำนวนมากการทำคุณความดีเช่นนี้น่าเลื่อมใสจริงแท้ ท่านนักบุญจงฟังคำตัดสิน

ยมบาล: ท่านไม่มีอะไรจะต้องตัดสินอีก เราพอใจมาก อนุญาตให้ท่านได้ทัศนาขุมนรกจนทั่วตั้งแต่ ขุมที่ 1 จนถึงขุมที่ 10 จากนั้นให้ไปอยู่ที่ศูนย์นักบุญชั่วคราวก่อน เพื่อรอตำแหน่งจากสวรรค์เบื้องบน ซึ่งท่านจะได้ตำแหน่งเทพเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป พนักงานหามเกี้ยว ...นำท่านนักบุญกลับไปที่ศูนย์นักบุญเพื่อรอคำสั่งต่อไป

ยมบาล: ข้อมูลคดีสำหรับคืนนี้ยุติเพียงนี้ เจ้าหน้าที่ยมทุกคนตั้งแถวเตรียมกลับยมโลก