Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ครั้งที่ 16 ชมยมบาลตัดสินคดี | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ครั้งที่ 16 ชมยมบาลตัดสินคดี

593 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 28 เมษายน 2527

ยมบาล ตัดสินตาม กฎบัญญัติ
โทษเคร่งครัด ชำระล้าง จิตหมองศรี
ฆ่าโมหะ เหลือธาตุแท้ ที่โสภี
บำเพ็ญดี ลุมรรคผล นิพพานเอย

พระจี้กง: เมื่อครู่นี้เหล่าเทพพรหม ต่างได้ปรึกษา หารือ เรื่องการโปรดสัตว์โลก บรรยากาศแห่งสิริมงคลพวย พุ่งสู่เบื้องนภา

ชิวเซิง: เรื่องที่อาจารย์หารือกันเกี่ยวกับอะไรครับ?

พระจี้กง: เกี่ยวกับเรื่องหนังสือธรรมะ ว่าจะจ่ายแจก แบบไหน จึงจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

ชิวเซิง: แล้วผลสรุปเป็นอย่างไรครับ?

พระจี้กง: วันหลังท่านบรมครูกวนจะประกาศเองเมื่อ ถึงเวลานั้น สานุศิษย์ทั้งหลายเพียงแต่ปฏิบัติตามอย่างขัน แข็งย่อมจะบรรลุผล

ชิวเซิง: ก็ดีซิครับ การสามารถทำให้หนังสือธรรมะ แพร่หลายไปในสังคมทุกมุมเมือง เป็นหน้าที่ของผู้ใฝ่ธรรมะ อยู่แล้ว โดยเฉพาะหนังสือต่าง ๆ ที่ลิขิตขึ้นโดยสำนักนี้ ล้วน แต่เจียระไนกลั่นกรองจากเทพพรหมทั้งสิ้น

พระจี้กง: สานุศิษย์สำนักเซ่งิ เทียน จะต้องมีความมานะ อดทน จึงจะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย

ชิวเซิง: ใช่ครับ

พระจี้กง: เธอทราบมั้ยว่า ภายในปีแรกที่สำนักเซิ่ง เทียนเปิดสำนักก็จะต้องลิขิตหนังสือถึง 12 เรื่อง

ชิวเซิง: เพราะอะไรจึงต้องให้พวกเราโหมงานแบบนี้ ทั้งที่เพิ่งเปิดสำนักเป็นปีแรกเท่านั้น

พระจี้กง: นี่เป็นเจตจำนงของเหล่าสานุศิษย์เองที่วอน ขอต่อท่านประธานกวน เพื่อให้พวกเธอและเหล่าเทพพรหม ได้ร่วมกันลิขิตหนังสืออันทรงคุณค่าวิเศษนี้ แม้จะเหนี่อยล้า สักหน่อยแต่เมื่อใดวรรณกรรมเหล่านี้ สำเร็จลุล่วงหนังสือ ธรรมของสำนักเซิ่งเทียน ก็จะได้รับการกล่าวขวัญจากผู้คน อย่างกว้างขวาง เมื่อขึ้นปีที่ 2 ก็ต้องพยายามทำให้หนังสือ เหล่านี้ สามารถแพร่หลายไปได้กว้างไกลยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นการ รับใช้สังคมอย่างหนึ่ง

ชิวเซิง: โอ ไฉนต้องเร่งรัดเช่นนั้น?

พระจี้กง: นี่เป็นมหาปณิธานของเจ้าสำนักที่ต้องปฏิบัติ ตามเทวโองการ

ชิวเซิง: อ๋อ ที่แท้อย่างนี้เอง

พระจี้กง: เธอควรรู้ว่าคุณไช่เซิงต้องรับภาระอันหนัก อึ้งในการโปรดสัตว์ ซึ่งมักจะไม่ได้หลับนอนทั้งคืนอยู่บ่อย ๆ ทั้งนี้ล้วนเพื่อเหนี่ยวรั้งใจผู้คนที่กำลังจะจมดิ่งสู่ห้วงทะเลทุกข์ มากขึ้น ดังนั้นเขาจึงต้องแบกภาระทั้งสองสำนัก เรื่องนี้เธอ คงรู้แล้ว

ชิวเซิง: ครับ ความสามารถของเขา ผมเลื่อมใสจริง ๆ ผมยังประหลาดใจอยู่ว่า การศึกษาของพี่ไช่ก็ไม่สูงเท่าไรทั้ง สุขภาพก็ไม่ใช่ว่าสมบูรณ์นัก อาศัยแต่ความมานะอดทนไฉน จึงสามารถเผชิญกับสภาวะอันยากลำบากเช่นนี้ได้ โดยไม่ เคยบ่นย่อท้อเลย

พระจี้กง: ทั้งนี้ก็ด้วยการเพ่มิ พลังทิพย์จากเทพพรหม เขาจึงทนทานต่อสภาวะดังกล่าวได้ แม้จะทุกข์ลำบากมาก หน่อย ทว่า “การกินยอดขมได้ จึงจะเป็นยอดคน” มิใช่หรือ?

ชิวเซิง: ความจริงก็ใช่ ผมขออวยพรให้ท่านผู้อ่านที่ กำลังฝึกฝนธรรมอยู่จงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเพียบพร้อม ด้วยโชคลาภและปัญญา ถ้ามีทุกข์ก็ขอให้พวกเราแบกรับ แทนก็แล้วกัน

พระจี้กง: เธอมีเมตตาจิตเช่นนี้หายากยิ่งนัก

ชิวเซิง: อาจารย์เยินยอไปแล้ว

พระจี้กง: คืนนี้ท่านยมบาลเชิญเราทั้งสองไปชมการ ตัดสินคดีที่เมืองยม เธอรู้สึกอย่างไร?

ชิวเซิง: เป็นการทัศนศึกษา ก็เยี่ยมซิครับ

พระจี้กง: เอาละ...ถึงเวลาเดินทางแล้ว

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ไปได้แล้วครับ

พระจี้กง: คดีที่ท่านยมบาลจะพิจารณาตัดสินในวันนี้ คือ คดีหั่นศพ ซึ่งเป็นคดีครึกโครมในท้องที่แห่งหนึ่ง

ชิวเซิง: ครับ (เมื่อพระจี้กงนำชิวเซิงเข้าไปในห้องโถงได้ เห็นยมบาลกำลังชำระคดีวิญญาณบาปตนหนึ่งอยู่ โดยมี ยมทูตหัววัวและหัวม้ายืนประจำที่อยู่ด้านซ้ายและขวา)

ยมบาล: เจ้าคนบาป เจ้ารู้ความผิดของเจ้ามั้ย?

วิญญาณบาป: ท่านอ๋อง โปรดอภัยโทษให้ผมเถิดครับ ผมไม่กล้าทำอีกแล้ว

ยมบาล: วันนี้สำนักเซิ่งเทียนแห่งเมืองไถจุงได้รับพระ ราชโองการให้ลิขิตหนังสือ โดยท่านจี้กงนำนายชิวเซิงมา เยือนถึงที่นี่ เจ้าจงรีบสารภาพมาตามตรงถึงการทำบาปเมื่อ ครั้งยังเป็นมนุษย์ เพื่อบันทึกลงในหนังสือ

วิญญาณบาป: ผมเป็นคนภาคเหนือ ตั้งแต่เด็กผมมี นิสัยแปลกกว่าคนอื่น ไม่ชอบสุงสิงกับใคร พ่อแม่มักชอบพูด กับผมว่าเป็นผู้ชายต้องเปิดหูเปิดตา ไฉนเอาแต่เก็บตัวอยู่ใน ห้องคนเดียวทั้งวัน ตอนนั้นผมเฉย ๆ ไม่ใส่ใจ จนเมื่อผม แต่งงานมีลูกแล้ว นิสัยเช่นนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับยิ่ง ร้ายกว่าเดิม พอเจอกับเรื่องไม่สบอารมณ์ก็เกิดความไม่ พอใจ โดยเฉพาะถึงกับลงไม้ลงมือทำร้ายคน วันหนึ่ง เนื่องจากร้อนเงิน จึงไปขอยืมกับเพื่อน และเพราะถูกเพื่อนดู หมิ่นดูแคลนโดยมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม หนำซํ้ายัง พูดจาถากถางอีกว่า “แกนี่ไม่ได้ความเลย แม้แต่ลูกเมียก็ยังไร้ปัญญาหาเลี้ยง เป็นลูกผู้ชายแบบไหนกันวะ” เมื่อผมได้ฟัง เช่นนั้นก็บันดาลโทสะสุดขีด จึงพูดอาฆาตใส่หน้าว่า “มึงจำ ไว้เดี๋ยวน่าดู” เนื่องจากขาดสติยั้งคิดไปชั่ววูบ จึงไปหลังบ้าน คว้าเอาขวานอันหนึ่ง ถือโอกาสตอนขณะเผลอ จามไปที่หัว เขาจนสิ้นใจตาย หลังจากนั้นด้วยเกรงคนมาพบเข้า จึงใช้ ขวานหั่นศพเป็น 10-20 ท่อน บรรจุลงในกระสอบปุ๋ย แล้ว เอาเชือกมัดปากถุง ตกดึกก็นำเอาไปทิ้งในที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง โดยคิดว่าคงไม่มีใครรู้ เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนมีคนไปพบเข้า เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการชันสูตรศพหาร่องรอย ในช่วงระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านไป ตอนกลางคืนขณะกำลังนอนรู้สึกคล้าย กับมีพลังลึกลับที่มองไม่เห็นตัวอย่างหนึ่ง เที่ยวมาบีบคั้นอยู่ ตลอดเวลา นับตั้งแต่ได้ฆ่าเพื่อนแล้ว ผมมักจะคิดเสียใจอยู่ เนือง ๆ ว่าผมกับคนผู้นี้ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางรุนแรงอันใด ไม่น่าถึงกับต้องฆ่าเขาอย่างโหดเหี้ยม และยังตัดศพเป็นท่อน อีกด้วย ไม่ควรเลย ในที่สุดด้วยการสืบสวนสอบสวนอย่างได้ ผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมได้ถูกจับกุมไปดำเนินคดี และ ศาลได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิต ให้ตายตกไปตามกัน โดย การยิงเป้าด้วยกระสุน 3 นัดซ้อนตายคาหลักประหาร

ยมบาล: ทำความผิดใด ย่อมต้องรับโทษนั้น แต่นั่นเป็น เพียงการลงโทษจากกฎหมายเมืองมนุษย์เท่านั้น แล้วถูกกฎ บัญญัติเมืองนรกจัดการอย่างไรบ้าง?

วิญญาณบาป: เมื่อผมตายแล้วยมทูตขาวดำได้จับตัว ผมล่ามโซ่ตรวนนำไปที่เมืองนรก ถูกนำไปที่ดงหมาป่าได้ถูก พวกหมาป่ารุมกัดทึ้งจนเป็นแผลเต็มตัว และให้เดินข้าม สะพานมรณะ พอเดินถึงกลางสะพาน ก็ถูกพวกนิรยบาล ผลักตกลงไปใต้สะพานให้พวกงูพิษฉกกัด และเจาะชอนไช ทะลุเข้าไปที่อกบ้าง ที่ท้องบ้าง ชอนไชเข้าชอนไชออกจนทั่ว ร่างกายสุดจะทนไหว แล้วยังต้องถูกลงทัณฑ์จากนรกขุมอื่น อีก เจ็บปวดทรมานจนบรรยายไม่ถูก ท่านอ๋องได้โปรดกรุณา อภัยโทษให้ผมสักครั้งเถิดครับ

ยมบาล: ความจริงเราก็เมตตาอยู่ แต่เจ้าสูญสิ้นซึ่งจิต มนุษย์ ใช้วิธีการอันป่าเถื่อนฆ่าเพื่อนแล้วยังหั่นศพเป็นท่อน เช่นนั้น ทำให้จิตวิญญาณของเขากระจัดกระจาย ความผิด ของเจ้าร้ายแรงเกินกว่าจะอภัยได้ เราขอตัดสินให้เจ้าตกนรก ผึ้งพิษ 30 ปี เมื่อครบกำหนดนี้แล้ว ค่อยพิจารณาโทษอื่นอีก ต่อไป

วิญญาณบาป: ท่านอ๋องได้โปรดอภัยโทษให้ผมเถิด ครับ โปรดให้โอกาสผมได้กลับตัวใหม่อีกสักครั้ง ผมจะ ประพฤติตนให้เป็นพลเมืองดีอย่างแน่นอน โปรดอภัยโทษให้ ผมเถิดครับ โปรดอภัยโทษให้ผมเถิดครับ

ยมบาล: สายเกินไปเสียแล้ว เจ้าจงไปรับโทษโดยดีเถิด การตัดสินคดีในวันนี้ยุติเพียงเท่านี้ เอาตัวจำเลยไปเลิกศาล!

ยมบาล: ท่านจี้กงเชิญนั่งครับ

พระจี้กง: วันนี้ได้นำศิษย์มาชมการตัดสินคดีด้วยต้อง รบกวนหน่อย

ยมบาล: หามิได้ เมื่อครู่นี้เนื่องจากติดหน้าที่ หากมีสิ่ง ใดขาดตกบกพร่อง ขอท่านจี้กงโปรดอภัยด้วย

พระจี้กง: มิเป็นไร มิเป็นไร นี่ก็ดึกแล้ว คงต้องขอตัว กลับก่อน ชิวเซิงรีบอำลาท่านยมบาล

ยมบาล: เจ้าหน้าที่ยมทั้งหลายตั้งแถวส่งแขก

ชิวเซิง: ชิวเซิงรีบขึ้นดอกบัว

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์กลับได้

พระจี้กง: ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ชิวเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง

เทพดาวหลิว: การลิขิตหนังสือในคืนนี้ยุติแล้ว