Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ครั้งที่ 15 สัมภาษณ์โจรเหี้ยมในอเวจี | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ครั้งที่ 15 สัมภาษณ์โจรเหี้ยมในอเวจี

406 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 22 เมษายน 2527

อบรมบุตร ต้องตีเหล็ก เมื่อยังร้อน
อย่ารอสอน ยามไม้แก่ เฉดัดยาก
เดินทางผิด สายเกินแก้ ใครลำบาก
ก่อกรรมมาก ไม่พ้นตก นรกภูมิ

พระจี้กง: กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิทันไรนับแต่ ลิขิตเรื่อง “ท่องอเวจี” เป็นต้นมา ก็ผ่านไปถึง 4 เดือนแล้ว อาตมาเห็นสานุศิษย์ทั้งหลาย ต่างอุทิศตนเพื่อธรรมะอย่าง ทุ่มเทชีวิตจิตใจ รู้สึกชื่นชมปรีดายิ่งนัก เชื่อว่าถ้ายังอยู่ใน เกณฑ์ระดับนี้ไปเรื่อย ๆ อีกไม่นานเกินรอ หนังสือธรรมะของ สำนักเซิ่งเทียนจักต้องเลื่องลือไปไกลแน่

ชิวเซิง: สำนักเซิ่งเทียนได้รับการสนับสนุนจากเทพ เบื้องบนใหญ่หลวงนัก แม้ว่าสานุศิษย์ทั้งหลายในช่วงนี้อาจ ต้องเหน็ดเหนื่อยสักหน่อย ทว่าเมื่อได้เห็นการออกหนังสือ ธรรมะของสำนักนี้กำลังเจริญรุดหน้า ศิษย์รู้สึกว่าเป็นการน่า คุ้มค่ามากทีเดียว ไม่เหมือนผู้คนส่วนมาก ซึ่งตั้งแต่เช้ายันค่ำ วุ่นวายแต่เรื่องการงานไม่หยุด ใจไม่มีความสงบ แม้สักนาที เดียว พอมีเงินก็คิดอยากได้รถเก๋งบ้าง บังกะโลบ้าง มุ่ง แสวงหาการเสพสุขชั้นยอด หารู้ไม่ว่าสรรพสิ่งนอกกาย ล้วน แต่ตอนเกิดมิได้นำมา ตอนตายก็มิอาจพาไปได้ ไฉนต้องมา ทุ่มเทชีวิตและสรรพกำลังเพียงเพื่อกายเนื้ออันจอมปลอมนี้ จนเป็นอันตรายแก่จิตเดิมแท้ ผลสุดท้ายยังอาจต้องไปเดินยํ่า อยู่ในขุมนรกเสียอีกพักใหญ่ ซึ่งไม่คุ้มค่ากันเลย

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า! แล้วถ้าหากเธอมีเงินล่ะ เธอจะใช้มัน อย่างไร?

ชิวเซิง: ฮ่าฮ่า! อาจารย์ถามเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีแล้วเมื่อผม ได้มาจากสังคม ย่อมต้องคืนให้แก่สังคม เช่น บริจาคในการ กุศลช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือพิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นทาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายแห่งชีวิตที่สมบูรณ์

พระจี้กง: เออ ดีมากถ้าหากทุกคนเป็นเช่นเธอได้เหล่า เทพพรหมก็คงไม่ต้องลงมาประทับทรงยังเมืองมนุษย์ครั้ง แล้วครั้งเล่า

ชิวเซิง: นั่นซิครับ

พระจี้กง: เอาละ....ถงึ เวลาท่องอเวจีแล้วขึ้นดอกบัวเร็ว

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ไปได้

พระจี้กง: ตั้งแต่เปิดสำนักเซิ่งเทียนมา สานุศิษย์ทั้ง หลายนับว่าได้ผจญอุปสรรคมาแล้วไม่น้อย

ชิวเซิง: อาจารย์หมายถึงอะไร?

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า จะมีอะไรอีกล่ะ

ชิวเซิง: อาจารย์ตอบแบบนี้ ศิษย์ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

พระจี้กง: เป็นปกติธรรมดาของสำนักทรงทั่วไป ตอน เริ่มเปิดสำนักใหม่ ๆ มักจะเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ดังนั้นเธอ ไม่ต้องวิตกกังวลในเรื่องนี้ ควรจะรู้ว่าการที่สามารถผ่านการ ทดสอบจากคลื่นลมพายุได้ จึงเป็นการแสดงถึงความมั่นคง ถ้าหากตอนเริ่มเปิดสำนักก็ราบรื่น กลับจะทำให้คนลืมตนได้ ง่าย เพราะอนาคตอันยาวไกลของสำนักเซิ่งเทียน ยังจะต้อง ฝ่ามรสุมอีกมากนัก

ชิวเซิง: นั่นซิครับ ขอแต่เพียงเทพพรหมไม่ทอดทิ้งพี่ไช่ เจ้าสำนักเท่านั้น เขาก็คงสามารถนำนาวานี้แล่นไปได้อย่าง ราบรื่นจนบรรลุเป้าหมายเป็นแน่

พระจี้กง: ถึงที่แล้ว ชิวเซิงรีบลงจากดอกบัว

ชิวเซิง: อาจารย์ครับ ไม่ทราบเหตุใดผมรู้สึกหายใจไม่ ค่อยสะดวกอย่างกะทันหัน

พระจี้กง: นั่นเป็นเพราะความลึกของชั้นธรณี อากาศ จึงน้อยกว่าปกติ อดทนหน่อย เดี๋ยวก็หายเอง

ชิวเซิง: ที่นี่ไร้ผู้คน มืดมิดไปหมด รู้สึกเงียบวังเวง อย่างไรชอบกล

พระจี้กง: ที่อาจารย์นำเธอมาในเส้นทางนี้ เพื่อจะ ฝึกฝนความอดทนและหนักแน่นของเธอ รู้สึกว่าเธอก้าวหน้า ขึ้นมาก

ชิวเซิง: นั่นเป็นเพราะการส่งเสริมของอาจารย์โดยแท้

พระจี้กง: เบื้องหน้ามีพัศดียม 2 ท่านกำลังรอเราอยู่ รีบไปคารวะเถิด

ชิวเซิง: โอ! พัศดี 2 ท่านนี้รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดัน น่ากลัวแท้

พระจี้กง: ชิวเซิงอย่าเสียมารยาท รีบไปคารวะท่านซิ

พัศดี: ขอต้อนรับท่านจี้กง และคุณชิวเซิง

ชิวเซิง: กระผมขอคารวะท่านพัศดี

พัศดี: คุณชิวเซิงขอให้ถือเป็นกันเอง รีบตามเราเข้าไป ข้างในเถิด (ชิวเซิงมองไปโดยรอบ ซึ่งล้วนเป็นกำแพงสูงมี เสียงร้องโหยหวนดังมาจากนรกเป็นระยะ ๆ)

พระจี้กง: คืนนี้ต้องขอรบกวนท่านพัศดีหน่อยอาตมามี ธุระสำคัญ จะปรึกษากับท่านพระโพธิสัตว์กษิติครรภ์ราช (พระโพธิสัตว์กษิติครรภ์) จึงต้องขอตัวไปก่อน

ชิวเซิง: อาจารย์ครับ ทำไมท่านไปเองคนเดียว ทิ้งศิษย์ ให้อยู่ในสถานที่เช่นนี้อย่างโดดเดี่ยวน่ากลัวจริงแท้

พระจี้กง: ชิวเซิงไม่ต้องวิตก อาจารย์จะรีบกลับมาโดย เร็วที่สุด

พัศดี: คุณชิวเซิง เบื้องหน้ามีวิญญาณบาปกลุ่มหนึ่ง เธอไปสัมภาษณ์เขาได้เลย (วิญญาณบาปเหล่านี้ รูปร่าง ผอมโซ บ้างตาโบ๋ บ้างก็ตาถลนออกนอกเบ้า เนื้อตัวสกปรก มอมแมมดุจดินโคลน ส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง ชิวเซิงปิดปากจมูกเดิน เข้าไปหา)

วิญญาณบาปพูดพร้อมกัน: ท่านเป็นใคร? แถมเหนือ หัวยังมีรัศมีสีแดงส่งประกายแรงกล้า

ชิวเซิง: ทุกท่านไม่ต้องกลัว ผมคือนายชิวเซิงคนทรงสำ นักเซิ่งเทียน แห่งเมืองไถจุง รัศมีสีแดงเหนือหัวผม ที่ทุกท่าน เห็นอยู่นี้ คือรังสีที่เป็นผลจากการบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญบุญ ที่ ผมได้มาที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่องราวของพวก ท่านครั้งเป็นมนุษย์ และหลังจากตายแล้ว เพื่อบันทึกลงใน หนังสือ “ท่องอเวจี” อันเป็นการเตือนสติชาวโลก

วิญญาณ ก: โอ ที่แท้คือผู้มาโปรด ท่านโปรดช่วยพวก เราก่อนเถิด

ชิวเซิง: เนื่องจากบุญบารมีผมยังไม่ถึงขั้น เรื่องจะช่วย พวกท่านทั้งกลุ่ม ซึ่งเป็นผู้มีบาปกรรมเต็มตัวนั้น ผมจน ปัญญา แต่พวกท่านอาจถือโอกาสนี้ให้ความร่วมมือ การ ลิขิตหนังสือนี้ ก็อาจลดความทุกข์ทรมานลงได้บ้าง หรืออาจ หลุดพ้นจากขุมนรกแห่งนี้ได้

วิญญาณ ก: งั้นก็เยี่ยมซิ ขอแต่เพียงได้พ้นไปจากที่ แห่งนี้เท่านั้น ผมก็จะเผยประวัติโดยย่อครั้งเป็นมนุษย์อย่าง หมดเปลือก สมัยเป็นมนุษย์ผมได้เข้าร่วมกับพวกโจรชุมนุม อยู่บนเขา ตั้งเป็นกองโจรเที่ยวปล้นฆ่าเผาจี้ชิงทรัพย์สินของ ชาวบ้าน และยังฉุดคร่าข่มขืนลูกเมียเจ้าทรัพย์ด้วย ที่สุดก็ถูก ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองโอบล้อมค่าย ผมได้ถูกฆ่าตายด้วย นํ้ามือเจ้าหน้าที่

ชิวเซิง: การที่คุณทำบาปชั่วช้าเช่นนี้ ตอนแรกไม่ได้ คิดถึงเรื่องผลกรรมตามสนองหรอกหรือ?

วิญญาณ ก: ตอนแรกเพราะนึกอยากสนุก จึงถูกเพื่อน ชักจูงไปที่ภูเขา โดยหลอกว่าเรื่องการกิน ดื่ม เล่น หาความ สุขมีทุกอย่าง ต่อเมื่อเข้าร่วมกับพวกเขาแล้ว จึงรู้ว่าเป็นค่าย โจรชื่อดัง จะเลิกก็ไม่ได้

ซิวเซิง: ยิ่งถลำยิ่งลึกโดยแท้ เอาละ...คุณจงเล่า เหตุการณ์หลังจากตายแล้วมาซิ

วิญญาณ ก: พอตายแล้วทำอะไรไม่ถูก ภาพความชั่ว ร้ายต่าง ๆ ที่เคยกระทำครั้งยังมีชีวิต ปรากฏออกมาที่กระจก ส่องบาปจนหมดสิ้น ทำให้ผมตกใจจนตะลึงงัน จากนั้นก็ถูก นำตัวไปลงโทษทัณฑ์ที่ขุมนรกต่าง ๆ อาทิเช่น ผ่าท้องควักไส้ ควักหัวใจ เป็นต้น เมื่อครบกำหนดโทษเหล่านั้นแล้วจึงถูกส่ง ต่อมาจองจำที่นรกอเวจีนี่ได้สองร้อยกว่าปีแล้ว ทุกข์ทรมาน เหลือเกินฮือ ๆ.....

ชิวเซิง: “เดินทางผิด จิตชํ้า ชั่วกัปกัลป์” เธอก็คือบท เรียนที่ดีสุด แล้วเธอคนนั้นล่ะจงเล่าประวัติมาซิ

วิญญาณ ข: ที่จริงผมเป็นลูกเศรษฐีมีเงิน เนื่องจากถูก พ่อแม่รักและตามใจจนเกินไป จึงเกิดเป็นนิสัยเคยตัวชอบ เข้า ๆ ออก ๆ ในโรงนํ้าชาเป็นประจำ ด้วยมาดของอาเส่ยี ใหญ่ เมื่ออยากได้ส่งิ ใด เช่น สาวงาม โบราณวัตถุ หรือเพชรนิล จินดา ย่อมได้สมความปรารถนา หรือแม้แต่ซื้อเจ้าหน้าท่บี าง คนให้ใส่ความคนเข้าคุก หรือบีบคั้นจนต้องฆ่าตัวตายหรือ หลอกพร่าความสาวหญิงชาวบ้าน ทำได้ทุกอย่างไม่คำนึงถึง ความผิดถูก บัดนี้จึงต้องถูกจองจำอยู่ในอเวจีนี้ชั่วกัปกัลป์ ดื่ม กินแต่นํ้าดินโคลน เดือด ๆ เวลาหิวแม้แต่ดินโคลนก็ยังกิน หรือแย่งกันแทะกินซากศพของพวกเพ่อื น ๆ กระดูกที่กองอยู่ ข้าง ๆ นั่นก็คือพวกเพื่อนที่ถูกกินแล้ว

ชิวเซิง: ป่าเถื่อนจริงแท้ มิน่าพวกเธอจึงต้องเป็นเช่นนี้

พัศดี: คุณชิวเซิง...ท่านจี้กงได้รออยู่ที่ปากถํ้าแล้วเรา ออกไปกันเถอะ

พระจี้กง: วันนี้ต้องรบกวนท่านหน่อยนะ

พัศดี: มิเป็นไร

ชิวเซิง: อาจารย์ครับ วิญญาณบาปพวกนี้ช่างป่าเถื่อน จริง แม้แต่ซากศพของพวกเพื่อนก็ยังแทะกินเลย

พระจี้กง: สมกับคำกล่าวที่ว่า “สันดานเดิมเปลี่ยน ยาก” คืนนี้ก็เอาเพียงเท่านี้ก่อน ชิวเซิงกลับสำนักกันเถอะ

ชิวเซิง: ขอลาท่านพัศดีก่อน

พัศดี: ขอส่งท่านจี้กงและคุณชิวเซิง

พระจี้กง: มิต้องหรอก ชิวเซิงขึ้นดอกบัวเร็ว

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์กลับได้

พระจี้กง: ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ชิวเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง