Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ครั้งที่ 13 พระราชินีแห่งราชวงค์ฮั่น | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ครั้งที่ 13 พระราชินีแห่งราชวงค์ฮั่น

440 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 15 เมษายน 2527

เหลิงอำนาจ หลงรูปทรง ซึ่งไม่เที่ยง
มุ่งแต่เพียง ลุโมหะ ริษยา
คดีเศร้า ในอดีต ตีแผ่มา
โอ้ หึงษา เหตุนำ ตำนานเลือด

พระจี้กง: จิตมนุษย์นั้นช่างน่ากลัว จิตริษยา จิต เหี้ยมโหด จิตพยาบาท จิตประทุษร้าย จิตโอหัง จิตไม่เป็นสุข จิตเหล่านี้ล้วนเป็นจิตที่ให้โทษ ในคัมภีร์กล่าวว่า “จิตให้โทษ บุคคลมิพึงมี” ทว่าในโลกนี้ก็ยังมีบุคคลดื้อรั้น ไม่ยอมเชื่อ ฟังโอวาท คิดว่าการให้โทษบุคคลอื่นเป็นเรื่องสนุก ดังนั้นจึง มักก่อเหตุวุ่นวายเป็นเนืองนิจ เช่น ยุยงให้ทำร้ายบุคคลอื่น โดยเฉพาะการวางแผนฆ่าคน

ไช่เซิง: จริงของอาจารย์ จิตมนุษย์นั้นอันตรายจริง ๆ ทว่าไฉนวันนี้อาจารย์ถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

พระจี้กง: ก็วันนี้แหละ ที่อาจารย์จะนำเธอไปดูสภาพ ลงเอยของบุคคลเช่นว่านี้

ไช่เซิง: คงน่าสังเวชไม่น้อย

พระจี้กง: เมื่อเธอเห็นแล้วจะรู้เองตอนนี้ขอปิดไว้ก่อน

ไช่เซิง: ครับ...งั้นผมจะไม่ถามละ

พระจี้กง: เราออกเดินทางกันเถอะ

ไช่เซิง: ครับ...ผมนั่งดอกบัวมั่นดีแล้ว ไปได้แล้วครับ

พระจี้กง: ไช่เซิง...ตั้งแต่เปิดสำนักมา รู้สึกเป็นไงบ้าง?

ไช่เซิง: ศิษย์ปัญญาน้อย ที่ทุกวันนี้สามารถแบกภารกิจ ทางธรรมของทั้งสองแห่งได้ ผมก็ยังประหลาดใจตนเองแต่ เมื่อพิเคราะห์ดูแล้ว ก็คงเป็นเพราะมีเหล่าเทพพรหมคอย ให้การส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผมสามารถฟันฝ่า อุปสรรคต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น ดังนั้น กระผมจึงขอขอบใจ ในความเมตตาการุณย์ของเทพ พรหมทุกท่าน และการ สนับสนุนให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องของสาธุชนผู้เปี่ยมด้วยจิต กุศลทั้งหลายด้วย ผมรู้สึกขอบใจจริง ๆ พระจี้กง: ควรใช้คำว่า “ขอบคุณ” ดีกว่า “ขอบใจ” เพราะว่าหากใครคนหนึ่งจิตใต้สำนึกรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ แล้ว คนนั้นก็จะไม่น้อยเนื้อตํ่าใจ และไม่ว่าจะอยู่ในท่ามกลาง สภาวะแวดล้อมที่ยากลำบากเพียงใด เขาก็ย่อมรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนประสบอยู่ ทว่าบางคนมิเป็นเช่นนั้น ชอบไปโทษฟ้าดิน โดยกล่าวทำนองว่า “สวรรค์เบื้องบนอยุติธรรม” ซึ่งแท้จริง นั้นสวรรค์เบื้องบนยุติธรรมเสมอ

ไช่เซิง: อาจารย์หมายความว่าอย่างไร?

พระจี้กง: เธอลองคิดดูซิ การหมุนรอบตัวเองของโลก การโคจรของดวงจันทร์ อากาศร้อนหรือหนาวของฤดูกาลที่ หมุนเวียน การเวียนเกิดเวียนตาย อายุยืนหรือสั้นของคน เหล่านี้ย่อมเป็นไปตามกำหนด ดังนั้นดวงชะตาของทุกคน ล้วนแต่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นและกำหนดเอง วิบากกรรมของ คนก็เช่นกัน ล้วนแต่ตนเป็นผู้สานก่อขึ้นเองทั้งสิ้นทำดีก็ได้ผล ที่ดีตอบ แต่วิธีการบำเพ็ญธรรมนั้นแตกต่างกัน การบำเพ็ญ ธรรมดุจเรือแพแล่นทวนกระแสนํ้า ดังนั้นจึงจำต้องผ่านการ ทดสอบจากความทุกข์ยากลำบากเสียก่อน

ไช่เซิง: มิน่า...จึงมีบางคนโอดครวญว่า ทำดีไม่ได้รับ ผลดีตอบแทน แท้ที่จริงคนที่มีความเห็นเช่นนี้ เพราะเข้าใจ ความหมายแห่งการบำเพ็ญธรรมคลาดเคลื่อนไปนั่นเอง

พระจี้กง: ใช่แล้ว ...มีนักปฏิบัติธรรมบางคนอาจหลง อยู่ระหว่างทางเสียพักใหญ่ บางคนปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง บางคนก็ละทิ้งเสียกลางคันก็มี

ไช่เซิง: ถ้าละทิ้งกลางคันก็น่าเสียดายมาก

พระจี้กง: นี่แล้วแต่บุพกรรมของตน เช่น สติปัญญาไม่ พอบ้าง หรือมีเจ้ากรรมนายเวรมาก เหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรค แก่การบำเพ็ญธรรม เว้นแต่ผู้มีความเพียรมั่นคงมีใจใฝ่ธรรม ไม่เสื่อมถอย จึงจะสามารถก้าวสู่ภูมิสวรรค์เมืองแมน

ไช่เซิง: ขอให้นักปฏิบัติทั่วหล้า จงมุ่งมั่นสู่ทิศทางนี้ไม่ เปลี่ยนอุดมการณ์

พระจี้กง: เอาละ...หัวหน้าของแดนนี้ได้รออยู่นานแล้ว เราลงไปเถอะ

ไช่เซิง: ครับ...กระผมนายไช่เซิง ขอคารวะท่านหัวหน้า ครับ

หัวหน้า: ไช่เซิง ตามสบาย ...แต่เอ...ลิขิต “ท่องอเวจี” ไม่ใช่คุณชิวเซิงหรือ? ทำไมเปลี่ยนเป็นคุณไช่เซิงล่ะ?

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า เดิมทีหนังสือเรื่องนี้ กะว่าจะแบ่งเป็น 2 เล่ม แต่เพื่อให้ชาวโลกได้อ่านหนังสือ “ท่องอเวจี” อย่าง ต่อเนื่องรวดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงได้เร่งงานมาลิขิตนอกโปรแกรม

หัวหน้า: อ๋อ...อย่างนี้เอง ..เข้าไปพักผ่อน ข้างในก่อน เถอะ

พระจี้กง: อาตมาว่าไม่ต้องหรอก ภารกิจสำคัญกว่า เราตรงเข้าไปดูในคุกเลยดีกว่า

หัวหน้า: ก็ดีเหมือนกัน (ขณะนี้พระจี้กงและหัวหน้าเดิน เข้าไปในคุก ไช่เซิงเดินตามหลัง พระจี้กงเอาดวงแก้ววิเศษ ออกจากกล่องส่องสว่างไสว)

ไช่เซิง: โอ....ช่างน่าสะพรึงกลัว สถานที่เช่นนี้อยู่กันได้ อย่างไร? เอ...นั่นไฉนมีสัตว์รูปร่างกลม ๆ ร้องเสียงอู้อี้

หัวหน้า: นั่นไม่ใช่สัตว์

ไช่เซิง: ไม่ใช่สัตว์แล้วเป็นอะไรครับ?

หัวหน้า: เธอเข้าไปดูใกล้อีกหน่อยจะรู้เอง

ไช่เซิง: ก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นอะไร

พระจี้กง: อาจารย์จะเสกนํ้ามนต์ เดี๋ยวก็รู้เอง

ไช่เซิง: โอ นั่นเป็นคนนี่....เป็นคนที่ไร้แขนขาและตาดู น่าสะพรึงกลัว

พระจี้กง: ไช่เซิงเธอทราบไหมว่าเขาคือใคร ?

ไช่เซิง: เป็นใครครับ?

พระจี้กง: เป็นบุคคลที่มีอำนาจราชศักด์ิสูงส่งคนหนึ่ง

ไช่เซิง: แบบนี้ผมเดาไม่ถูก จะต้องให้ผมเข้าไป สัมภาษณ์ไหมครับ?

พระจี้กง: เขาทั้งหูหนวก ทั้งใบ้ ทั้งตาบอด เธอไม่มีทาง สัมภาษณ์เขาได้หรอก เดี๋ยวให้ท่านหัวหน้าอธิบายดีกว่า (พระจี้กงเรียกหัวหน้าแดน)

หัวหน้า: ท่านจี้กงเรียกผม ไม่ทราบว่ามีอะไรครับ?

พระจี้กง: เนื่องจากวิญญาณบาปคนนี้ ไม่สามารถ พูดจา อยากขอให้ท่านช่วยอธิบายถึงการก่อกรรมชั่วของเขา สมัยเป็นมนุษย์ เพื่อบันทึกลงในหนังสือเป็นอุทาหรณ์แก่ชาว โลก

หัวหน้า: ได้ครับ...พูดถึงคนผู้นี้ เป็นบุคคลสูงศักดิ์ที่ มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์จีน

ไช่เซิง: บุคคลสูงศักดิ์คนไหนครับ?

หัวหน้า: ก็คือ “พระราชินีลื่อ” พระชายาพระเจ้าฮั่น เกาโจว จักรพรรดิผู้สถาปนาราชวงศ์ฮั่น

ไช่เซิง: เมื่อเป็นถึงพระราชินี ไฉนจึงมีสภาพเป็นเช่นนี้?

หัวหน้า: เรื่องนี้เธอคงไม่รู้

ไช่เซิง: ขอรบกวนท่านหัวหน้าช่วยอธิบายให้กระจ่าง ด้วยครับ

หัวหน้า: ย้อนหลังถึงพระเจ้าฮั่นเกาโจวเล่าปัง (หลิวปัง) สมัยยังหนุ่มก็เคยตกอับอยู่ช่วงระยะหน่งึ ตอนนั้นนางล่อื ก็ยัง ติดตามร่วมทุกข์สุขกับเล่าปัง ไปทุกแห่งเพื่อสร้างประเทศ

ไช่เซิง: แล้วเขาสร้างบาปกรรมใด? จึงต้องตกมาอยู่ใน สภาพเช่นนี้

หัวหน้า: เรื่องมีสาเหตุที่มา ที่เขาต้องมีสภาพเช่นทุกวัน นี้คือ ตอนแก่ชรา เนื่องจากอายุมาก สมรรถภาพทางเพศ เสื่อมถอยไปตามวัย และสามีเขาคือพระเจ้าฮั่นเกาโจวเป็นถึง ประมุขของประเทศ ดังนั้นจึงมีนางสนมอยู่ในวังหลังจำนวน มาก ในจำนวนนั้นมีนางสนมคนหนึ่งชื่อ “พระนางเช็ก” ซ่งึ เป็นที่ทรงโปรดปรานมากที่สุด ดังนั้นจึงทำให้ราชินีล่อื เกิด ความหึงหวงริษยา พยายามทุกวิถีทางท่จี ะกำจัดพระนางเช็ก แต่ก็ถูกพระเจ้าฮั่นเกาโจวพยายามปกป้อง จึงได้รอดพ้นภัย ราชินีล่อื เห็นดังนั้น ก็ย่งิ เพิ่มความเคียดแค้นอยู่ในใจดังไฟสุม อก จนเมื่อพระเจ้าฮั่นเกาโจวสวรรคตแล้ว พระราชินีล่อื จึงได้ สั่งให้คนจับพระนางเช็กไปตัดแขนขา ควักดวงตาทั้งสองข้าง ตี แก้วหูจนแตก และตัดลิ้นจนขาด เป็นเหตุให้พระนางเช็กทั้งหู หนวก ทั้งใบ้ ทั้งตาบอด และทั้งเดินเหินไม่ได้ จากนั้นก็นำพระ นางเช็ก ไปขังไว้ในอุโมงค์ของสวนดอกไม้วังหลังขานนามว่า “มนุษย์สุกร” การปฏิบัติดังกล่าวนับว่า เป็นการฆ่าคนที่ ทารุณป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็ว่าได้

ไช่เซิง: โอ เหี้ยมโหดเหลือเชื่อ อย่างนี้แปลว่าผู้ใดสร้าง กรรมใดก็ต้องรับกรรมนั้นทุกกระเบียดนิ้วเลยน่ะซิ

หัวหน้า: แน่นอน...อย่างการกระทำที่โหดเหี้ยมและ จิตใจที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ จะสามารถหนีพ้นเงื้อมมือของกฎแห่ง กรรมได้หรือ?

ไช่เซิง: ดังนั้น ทุกวันนี้จึงต้องรับโทษทัณฑ์อันสุดแสน ทุกข์ทรมานจากขุมนรกจนเขาไม่อาจได้ยิน ไม่อาจพูด ไม่ อาจมองเห็น ไม่อาจเดินเหินไปไหน และมีรูปร่างไม่เหมือน ผู้คนใช่ไหมครับ?

หัวหน้า: ใช่แล้ว นี่คือการส่งผลของกรรมที่ก่อ

ไช่เซิง: นี่เป็นเพราะจิตริษยาในขณะนั้น ที่พลิกผันจน ต้องมีสภาพเป็นเช่นนี้ ซึ่งไม่คุ้มกันเลย

พระจี้กง: ฉะนั้น อย่าคิดว่าจิตริษยาเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเมื่อผลแห่งกรรมชั่วสุกงอมเต็มที่แล้ว ก็ย่อมสามารถ ก่อเป็นเรื่องเศร้าสลดเป็นประวัติการณ์ได้ ผลแห่งกรรมของ ราชินีลื่อ ก็คือตัวอย่างเป็นอุทาหรณ์อย่างดีอันหนึ่ง เอาละ... ดึกมากแล้ว วันนี้ยุติเพียงเท่านี้ก่อน

ไช่เซิง: ขอบพระคุณในความเอื้อเฟื้อของท่านหัวหน้า กระผมขอลาก่อน

หัวหน้า: ขอส่งท่านจี้กงและคุณไช่เซิง

พระจี้กง: ไช่เซิงขึ้นนั่งดอกบัวให้เรียบร้อย

ไช่เซิง: ผมนั่งมั่นดีแล้ว อาจารย์กลับได้

พระจี้กง: ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ไช่เซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง