ครั้งที่ 11 สัมภาษณ์พ่อยาเสพติตในอเวจี

370 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 25 มีนาคม 2527

จงหนีห่าง ให้ไกล ยาเสพติด
อย่าเห็นผิด เป็นชอบ ตื่นเถิดหนา
อย่ามุ่งแต่ ประโยชน์ โลกเงินตรา
ได้ทรัพย์มา ตกอบาย ไม่คุ้มเลย

พระจี้กง: ชาวโลกน่าเวทนาอะไรเช่นนี้ อยู่ดี ๆ มิชอบ กลับชอบตีรันฟันแทง หรือไม่ก็ฉีดสารเสพติดให้พิษยาออก ฤทธิ์ เพื่อให้เกิดความสุขเคลิบเคลิ้มชั่วครู่ยาม การประพฤติ เช่นนี้ เสมือนเป็นการเอาชีวิตตนเองเป็นเครื่องเล่น ทว่าใน โลกนี้ก็ยังมีคนเช่นว่านี้ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ เป็นเรื่องน่า สังเวชใจยิ่งนัก

ชิวเซิง: นั่นซิครับ คนที่ไม่รู้จักรักตน ทำตนให้ผุดผ่อง สุดท้ายย่อมต้องพบกับรสของความเจ็บปวดทรมาน

พระจี้กง: ซิวเวิงพูดถูกแล้ว วันนี้เราทั้งสองก็จะไป สัมภาษณ์คนที่ได้ลิ้มรสของความเจ็บปวดทุกข์ทรมานดังกล่าว

ชิวเซิง: จะไปอเวจีอีกหรือครับ

พระจี้กง: ใช่แล้ว....เราออกเดินทางกันเถอะ

ชิวเซิง: ผมนั่งยานดอกบัวพร้อมแล้ว อาจารย์ไปได้เลย

พระจี้กง: ถึงแล้ว...ชิวเซิงลงได้ เราใช้เดินกันเถอะ

ชิวเซิง: ครับ

พระจี้กง: ทางช่วงนี้ขรุขระ เดินระวังหน่อย

ชิวเซิง: ทำไมวันนี้ไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่ยมเลย

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า รบกวนมาหลายครั้งก็เกรงใจเพราะ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาอย่างเงียบ ๆ สักครั้ง

ชิวเซิง: ดีเหมือนกัน มาอย่างเงียบ ๆ จึงจะได้เห็นภาพ อันแท้จริง ถ้าหากแจ้งก่อนล่วงหน้า ก็อาจได้เห็นแต่รูป ลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

พระจี้กง: เธอก็ฉลาดดีนี่ เปรียบเหมือนกับเวลา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะไปตรวจราชการ ถ้าหากต้องการจะรู้ สภาพความเป็นอยู่แท้จริงของราษฎร ก็ต้องไปถึงจุดหมาย เงียบ ๆ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรู้ ก็จะ เห็นและเข้าใจสภาพอันแท้จริงได้ ถ้าหากว่าก่อนจะไปแจ้งให้ รู้ล่วงหน้าว่าวันนั้นเดือนนั้นจะไปตรวจราชการ ณ ท้องที่นั้น ก็ย่อมจะมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น บางแห่งพยายามกระทำในสิ่งที่ เรียกว่า “ผักชีโรยหน้า” ซึ่งน่าดูแต่เปลือกนอก แท้จริงพอวัน ที่สองก็กลับสู่รูปเดิมอีก

ชิวเซิง: โอ๊ย....บนพื้นมีอะไรนี่ ...ทำให้ผมสะดุดจนหก คะเมน

พระจี้กง: เป็นไรหรือเปล่า?

ชิวเซิง: ไม่เป็นไรครับ แต่มันมืดจัง

พระจี้กง: เดี๋ยว...ให้อาจารย์เอาแก้ววิเศษออกมาก่อน (ตอนนี้ พระจี้กงเอาแก้ววิเศษออกจากกล่องส่องสว่างไสวไป ทั่ว)

ชิวเซิง: โออาจารย์...นั่นเป็นคนนี่ ...ดูซิ...เขากำลังนอน ชักอยู่บนพื้นตัวสั้นเทิ้มไปหมด นํ้าลายไหลย้อย ปากยังร้อง ครวญคราง คล้ายกับคนเป็นโรคลมบ้าหมู อาจารย์ครับ รีบ ช่วยเขาทีเถอะ

พระจี้กง: ชิวเซิง...เขาเป็นโรคลมบ้าหมูแน่หรือ? ดูให้ดี อีกทีซิ

ชิวเซิง: ลักษณะเขาผอมซีด ตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรง ดู คล้ายกับโดนพิษยาเสพติดเล่นงานอย่างหนัก

พระจี้กง: ใช่....เธอทายถูกแล้ว

ชิวเซิง: โอ...อาจารย์....ดูซิเขายื่นมือมาที่เราแล้วไม่รู้ ว่าจะทำอะไร

วิญญาณบาป: โปรดช่วยผม....ผม...ทนไม่ไหว...

ชิวเซิง: นี่คุณ....เป็นไงบ้าง

วิญญาณบาป: ผม...ทนไม่ไหว...โปรดช่วย...ผม

ชิวเซิง: อาจารย์มีอิทธิฤทธ์ิเกรียงไกร ช่วยเขาทีเถอะ ครับ

พระจี้กง: ชิวเซิงเธอทราบมั้ยว่า ทำไมเขาจึงเป็นเช่นนี้

ชิวเซิง: ผมไม่ทราบครับ อาจารย์ช่วยอธิบายได้ไหม ครับ?

พระจี้กง: เมื่อเธอไม่ทราบ อาจารย์ก็จะบอกให้เธอรู้ นั่นเป็นพิษของยาเสพติดได้ออกฤทธิ์ขึ้นมาอีกแล้ว

ชิวเซิง: อ๋อ...อย่างนี้เอง เรื่องนี้ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ อาจารย์หมายความว่า วิญญาณตนนี้ตอนเป็นมนุษย์ได้เสพ ยาเสพติด เมื่อตายแล้วตกนรกอเวจี พิษของยาเสพติดยัง ออกฤทธ์ิได้อีกใช่ไหมครับ?

พระจี้กง: ชิวเซิง...เธอยังไม่เข้าใจ เขาไม่เพียงแต่เสพ ยาเสพติดอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเอายาเสพติดขายให้แก่ผู้ อื่นอีกด้วย นี่ก็คือผลกรรมแห่งการให้ทุกข์ผู้อื่น

ชิวเซิง: อยากขอให้อาจารย์กรุณาใช้อิทธิฤทธิ์ ช่วย ทำให้เขาสามารถพูดจาได้มั้ยครับ?

พระจี้กง: ได้ซิ

ชิวเซิง: อิทธิฤทธิ์ของอาจารย์ช่างเกรียงไกรจริงเขาพูด ได้แล้วครับ

วิญญาณบาป: โอ...ค่อยยังชั่วหน่อยขอบคุณอาจารย์ ท่านนี้ คิดไม่ถึงว่าเพียงแต่ท่านใช้พัดอันนี้โบก 2-3 ทีเท่านั้น ยังดีกว่าฉีดยา “สบายไว” เสียอีก

พระจี้กง: ยา “สบายไว” อะไรกัน นั่นเป็นยา “ตายไว” ต่างหาก เมื่อแปลผิด ๆ ก็ตีความหมายผิดไปด้วย ผลจึงต้อง ลงเอยด้วยสภาพเช่นนี้

ชิวเซิง: อาจารย์พูดคล้ายกับมีความหมายอะไรสักอย่าง

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า พวกมารปีศาจตั้งชื่อ ยาเสพติดว่า ยา “สบายไว” แต่ในสายตาของเทพพรหมยาเสพติดคือห้วงเหว ที่ทำให้คนตายเร็วขึ้น

ชิวเซิง: อ๋อ...อย่างนี้เอง นี่คุณ...รีบเล่าถึงการก่อกรรม ชั่วต่าง ๆ ครั้งเป็นมนุษย์มาโดยละเอียดให้เราบันทึกลงใน หนังสือ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจแก่เพื่อนมนุษย์ วิญญาณบาป: โอ...เรื่องชั่วร้ายครั้งเป็นมนุษย์ ยังจะ พูดถึงมันอีกทำไม

ชิวเซิง: เธอเพียงแต่เล่าลงในหนังสือศักดิ์สิทธิ์ อัน เป็นการเตือนสติผู้คน ก็จะสามารถไถ่โทษของเธอได้บ้าง

วิญญาณบาป: เรอ....ถ้าได้เช่นนั้นจริง ผมก็จะเล่า ความชั่วต่าง ๆ ครั้งเป็นมนุษย์อย่างคร่าว ๆ เมื่อตอนผมยัง หนุ่มแน่นได้เป็นคนคุมบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง ต่อมาผมเห็นว่าเป็นคนคุมบ่อนต้องคลุกคลีกับพวกนักเลงอันธพาล ต้องใจ เหี้ยม และมักเกิดต่อสู้วิวาทกันเสมอ การอยู่ท่ามกลางมีด ดาบควันปืนนั้นเสี่ยงอันตรายมาก ดังนั้นผมจึงได้เปลี่ยนหา งานที่สบายและรายได้ดีกว่า ในที่สุดผมก็พุ่งความคิดไปที่ พวกวัยรุ่นที่มีความกดดันจากสภาพแวดล้อม ขั้นแรกผมทำที ตีสนิทคลุกคลีกับพวกเขา โดยพูดชักชวนด้วยกลอุบาย สารพัดแล้วเอายาเสพติดที่เตรียมไว้ ให้พวกเขาเสพฟรี ๆเพื่อ ให้ติดยา เมื่อพิษของสารเสพติดออกฤทธ์ิ พวกเขาก็จะเกิด ความอยากกระหายจนทนไม่ได้ จากนั้นผมก็จะขายให้พวก เขาด้วยราคาสู่งลิ่ว พวกวัยรุ่นเหล่านั้น เมื่อยิ่งติดก็ยิ่งมีความ กระหายเพิ่มขึ้น ผมก็ยิ่งมีกำไรมากขึ้น เป็นวงจรอยู่เช่นนี้จน เมื่อพวกเขาไม่มีเงินให้ผมรีดอีกต่อไป ผมจึงตีจาก แล้วไป หากลุ่มอื่นต่อไป

ชิวเซิง: โอ....ร้ายกาจจริง

วิญญาณบาป: ตอนนี้ผมรู้สึกสำนึกแล้ว ท่านอาจารย์ โปรดเมตตาสงสารช่วยผมด้วยเถิดครับ

พระจี้กง: ตอนนี้เพิ่งจะรู้สึกสำนึก มันช้าเกินไปแล้วแต่ เอาเถอะไหน ๆ เธอก็ได้เล่าเรื่องราวครั้งเป็นมนุษย์อย่างไม่ ปิดบัง เราจะเรียนเรื่องนี้ผ่านไปยังท่านยมบาล ให้ลดโทษของ เธอลงบ้าง

วิญญาณบาป: ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ขอบพระคุณ ครับ

พระจี้กง: เอาละ...วันนี้ก็ยุติลงเพียงเท่านี้ก่อน ชิวเซิง รีบขึ้นดอกบัว เตรียมตัวกลับสำนัก

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์กลับได้

พระจี้กง: ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ชิวเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง