Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ครั้งที่ 10 ผู้สมสู่ในหมู่เครือญาติตกอเวจี | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ครั้งที่ 10 ผู้สมสู่ในหมู่เครือญาติตกอเวจี

532 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 27 มีนาคม 2527

การรักใคร่ สมสู่ ในหมู่ญาติ
ศีลก็ขาด จรรยา ธรรมสลาย
ส่งผลร้าย เกียรติตระกูล ถูกทำลาย
ยามชีพวาย ลงนรก ตกอเว

พระจี้กง: ฟ้าดินให้มนุษย์มากำเนิด การหมุนรอบแห่ง พิภพจักรวาลมีวิถีโคจรอันแน่นอน มนุษย์คือหนึ่งในสามสิ่ง ประเสริฐ ตามหลักมนุษย์พึงปฏิบัติไปตามหลักการแห่ง ธรรมชาติ ดังนั้นท่านศาสดาขงจื้อจึงได้บัญญัติคุณธรรม 10 และสายสัมพันธ์หลัก 3 เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้มวลมนุษย์ยึด เป็นแนวปฏิบัติ ถ้าหากผู้คนไม่ปฏิบัติตามหลักใหญ่นี้กำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ย่อมต้องสับสนวุ่นวาย นี่คือสัจธรรมการ สมสู่ในระหว่างหมู่ญาติก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ ระบบสายโลหิตสับสนยุ่งเหยิง อันจะทำให้บุตรหลานรุ่นต่อ ไปไม่กระจ่างว่าตนเป็นเครือญาติระดับใด นี่เป็นเรื่องน่าเศร้า สลดแค่ไหน? เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อย เป็นคนดีไม่ชอบ แต่ชอบผลักตนเองเข้าสู่ประตูนรก

ไช่เซิง: ฮ่าฮ่า อาจารย์พูดตลกได้เก่งจริง มีคนผลักตัว เองเข้านรกด้วยหรือครับ?

พระจี้กง: เรื่องนี้เธอยังไม่เข้าใจ ภาษิตว่า “สวรรค์มี ทางท่านไม่เดิน นรกไร้ประตูต่างรี่เข้าเอง” ดังนั้นผู้ที่ตก นรกต่างรี่ลงไปเองทั้งนั้น

ไช่เซิง: มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือครับ?

พระจี้กง: ทำไมจะไม่มี เธอไม่เห็นหรือบางคนเป็นคนดี ไม่ชอบ แต่กลับคิดอยากเป็นคนชั่ว เสมือนว่าถ้าไม่ได้เป็นคน ชั่วแล้วจะอึดอัดใจ

ไช่เซิง: นั่นซิครับ ดังนั้นคนชนิดนี้ต้องไปดื่มกาแฟใน อเวจี จึงจะรู้สึก

พระจี้กง: เธอคิดว่ากาแฟในอเวจีอร่อยนักหรือ?

ไช่เซิง: โอ....ผมมิได้หมายถึงเช่นนั้น ผมเพียงแต่คิดว่า กาแฟชนิดนี้ควรให้คนชั่วที่กล้าหาญ ไปลองชิมรสชาติดูจะ เหมาะกว่าเท่านั้น ส่วนผมยังไม่กล้าหาญพอ

พระจี้กง: เอาละ....เมื่อเธอกล้าหาญไม่พอ อาจารย์ก็ จะพาเธอไปทัศนา โดยไม่ต้องลองชิม “กาแฟตราอเวจี”

ไช่เซิง: ฮ่าฮ่า “กาแฟตราอเวจี” ผลิตโดยอาจารย์

พระจี้กง: ให้เธอเป็นเอเย่นต์ดีมั้ย ?

ไช่เซิง: ผมเองยังไม่กล้าดื่ม จะขายให้ผู้ใดเล่าครับ?

พระจี้กง: นั่นซิ...กาแฟตราอเวจีไม่มีใครเอา ทว่า “ท่องอเวจี” ก็เป็นอีกอย่าง

ไช่เซิง: เพราะอะไรครับ?

พระจี้กง: เพราะนรกอเวจีเต็มไปด้วยความเร้นลับและ น่าสยดสยองสุดจะบรรยาย ถ้าหากชาวโลกไม่อยากดื่ม “กาแฟตราอเวจี” ก็ต้องอ่าน “ท่องอเวจี” และเพียงแต่ ปฏิบัติตนเป็นคนดีละความชั่ว หมั่นสร้างบุญกุศล ซึ่งไม่เพียง แต่ไม่ต้องดื่ม “กาแฟตราอเวจี” เท่านั้น ยังจะได้ขึ้นสวรรค์ เสวยสุขกับรสของนํ้าอมฤต อันวิเศษสุดอีกด้วย ไช่เซิง: อาจารย์พูดเช่นนี้ ทำให้คนนํ้าลายย้อย

พระจี้กง: ไช่เซิง...เธอไม่ต้องนํ้าลายย้อย สวรรค์เบื้อง บนได้เตรียมหนึ่งถังใหญ่ ชนิดดื่มไม่มีวันหมดไว้สำหรับเธอ แล้ว

ไช่เซิง: งั้นผมจะแบ่งปันความสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ได้ ร่วมดื่มด้วยกัน

พระจี้กง: นํ้าใจงามเช่นนี้หายาก น่าสรรเสริญแท้ เมื่อ หนังสือ “ท่องสุขาวดี” ที่เราทั้งสองกำลังลิขิต อยู่สำเร็จแล้ว คงจะมีคนเป็นอันมากได้ไปลิ้มรสนํ้าทิพย์ ยังแดนสุขาวดี

ไช่เซิง: หวังว่าทุกคนคงสามารถสวดภาวนาพระนาม ของพระพุทธเจ้าอมิตาภะ (คำภาวนาคือ นะโม ออนี้ทอฮุก) เพื่อไปจุติยังสุขาวดี หวังใจว่าโลกมนุษย์ก็คือแดนสวรรค์ พระจี้กง: ความหวังก็คือความหวัง ความจริงก็คือ ความจริง วันนี้อาจารย์จะพาเธอไปท่องอเวจีสักครั้ง

ไช่เซิง: อ้าว! วันนี้ไม่ใช่เป็นวันลิขิตเรื่อง “ท่องสุขาวดี” หรอกหรือ ทำไมจึงเปลี่ยนเป็น “ท่องอเวจี” อย่างกะทันหัน ล่ะครับ?

พระจี้กง: เดิมทีท่านประธานสำนัก ตั้งใจจะแบ่งเรื่อง “ท่องอเวจี” เป็นสองเล่ม แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้ปรึกษาหารือ ตกลงให้พิมพ์รวมเป็นเล่มเดียวจบ ซึ่งดูจะเหมาะสมกว่า

ไช่เซิง: ถ้าจะพิมพ์รวมเป็นเล่มเดียว ก็คงต้องเร่งเครื่อง หน่อย

พระจี้กง: แน่นอน...เพราะฉะนั้นวันนี้จึงได้ใช้ช่วงเวลา ว่างของการลิขิต “ท่องสุขาวดี” มาลิขิตเรื่อง “ท่องอเวจี” แทน

ไช่เซิง: อ๋อ...ที่แท้อย่างนี้นี่เอง

พระจี้กง: เธอรู้สึกกลัวหรือเปล่า?

ไช่เซิง: มีอาจารย์อยู่ด้วยกลัวอะไร

พระจี้กง: แล้วถ้าไม่มีอาจารย์อยู่ด้วยล่ะ?

ไช่เซิง: คงน่าตื่นเต้นไม่น้อย

พระจี้กง: เอาละ...คุยกันนานแล้ว เราออกเดินทางกัน เถอะ

ไช่เซิง: ผมนั่งยานดอกบัวมั่นดีแล้ว อาจารย์ไปได้เลย

พระจี้กง: วันนี้เราทั้งสองจะลงไปนรกอเวจี เพื่อชมดู สภาพของผู้สมสู่ในระหว่างเครือญาติ

ไช่เซิง: คิดไม่ถึงว่าการสมสู่ในระหว่างเครือญาติ ก็ ต้องตกนรกอเวจีด้วย แบบนี้ไม่รุนแรงไปหรือครับ?

พระจี้กง: เธอยังไม่เข้าใจ เพราะการสมสู่ในระหว่าง หมู่ญาตินั้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบถึงคนในรุ่นต่อไปเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามอีกด้วย

ไช่เซิง: เป็นความจริงที่สุด การสมสู่ระหว่างหมู่ญาติ เป็นผลเสียต่อสายโลหิตที่จะเกิดมา ทำให้บุตรธิดารุ่นต่อไป เกิดความอัปยศอดสู เป็นเรื่องน่าเศร้าสลดจริง ๆ

พระจี้กง: ถึงแล้ว...

ไช่เซิง: ที่นี่มืดมิดจนมองไม่เห็นนิ้วมือ รู้สึกวังเวงหดหู่ อย่างไรชอบกล แล้วยังมีกลิ่นศพเน่าลอยมาตามอากาศ เหม็นเหลือร้าย โอย....อาจารย์ครับ...สภาวะเช่นนี้ผมทนไม่ ไหวแล้ว

พระจี้กง: อดทนอีกสักหน่อย การจะเสวยทัศนียภาพ อันวิเศษพิสดารของแดนสุขาวดี ก็ควรจะลองชิมรสของนรก อเวจีดูบ้าง

ไช่เซิง: ครับ...ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากเบื้องหน้าดู เหมือนไม่ค่อยปกติ

พระจี้กง: ไม่ปกติยังไง?

ไช่เซิง: เพราะที่นี่เป็นนรกอเวจี ไม่ใช่สถานบันเทิงไฉน จึงมีเสียงหัวเราะ นี่มิใช่แสดงว่าผิดปกติหรือครับ?

พระจี้กง: เธอพูดถูกแล้ว เสียงหัวเราะเมื่อครู่นี้มาจาก ปากของคนผิดปกติ

ไช่เซิง: โอ.....เสียงแบบนี้ ผมยิ่งฟังยิ่งกลัว เหมือนกับ เสียงหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งของพวกสัตว์ประหลาดในหนัง ไม่มีผิด

พระจี้กง: อาตมาจะเอาแก้ววิเศษออกมาส่องให้เห็น แจ่มแจ้ง จะได้ไม่ต้องเดาสุ่ม

ไช่เซิง: โอ.....อาจารย์ครับ ทำไมพวกนั้นแต่ละคน หน้าตาดูไม่ได้เลย บางคนเต็มไปด้วยแผลเน่าเปื่อย มีนํ้าเลือด นํ้าหนองไหลเยิ้ม แล้วยังใช้ลิ้นไปเลียอีกด้วย คนด้านซ้ายนั่น ยังฉีกเนื้อหนังจากแขนตัวเองออกมาเลือดสด ๆ ไหลนองไป หมด บ้างก็ผมเผ้ายุ่งเหยิงลูกตาถลนออกมานอกเบ้า บ้างก็วเราะตลอดเวลา บ้างทำท่ายกมือไม้แข้งขาแสดงกิริยาบ่ง บอกถึงอาการเสียจริต ดูน่ากลัวจังครับ

พระจี้กง: ไช่เซิงเธอไม่ต้องกลัว หัวหน้าแดนและพัศดี ของที่นี่กำลังเดินมานี่แล้ว รีบไปคารวะ

ไช่เซิง: กระผมขอคารวะท่านหัวหน้าแดนและท่านพัศดี

หัวหน้า: เมื่อครู่นี้เนื่องจากติดธุระ จึงมาช้าไปหน่อย ขออภัยท่านจี้กงด้วย

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไร ความจริงวันนี้เราบุกรุกนรก โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวก่อน ต้องเป็นฝ่ายขออภัยถึงจะถูก

หัวหน้า: บุกรุกอะไรกัน ท่านจี้กงได้รับพระราชโองการ ให้ลิขิตหนังสือ ซึ่งเป็นงานยิ่งใหญ่จะว่าบุกรุกได้อย่างไร

ไช่เซิง: ขอเรียนถามท่านหัวหน้า วิญญาณบาปพวกนี้ ทำไมดูคล้ายเสียจริตเช่นนี้ละครับ?

หัวหน้า: อ๋อ...วิญญาณบาปเหล่านี้ ตอนเป็นมนุษย์ ล้วนแต่เป็นผู้สมสู่ในหมู่เครือญาติ ดังนั้นจึงได้รับผลในสภาพ เช่นนี้ เช่นตอนมีชีวิตกระทำชำเราบุตรสาวหรือบุตรสะใภ้ของ ตนเอง อันทำให้ความเกี่ยวดองของสายโลหิตสับสนซึ่งเป็น เพราะจิตเดิมอันดีงามสูญสลาย ทำให้เด็กน้อยที่จะเกิดมาใน ภายหน้าเกิดปมด้อยสร้างปัญหาให้แก่สังคม เป็นผลจากการ สมสู่ในกลุ่มเครือญาติด้วยกัน

ไช่เซิง: อ๋อ...อย่างนี้เอง แล้วไฉนพวกเขาจึงได้เสียสติ เป็นบ้าล่ะ ?

หัวหน้า: เมื่อพวกเขาได้รู้สึกตัวว่า ได้ก่อบาปกรรม ใหญ่หลวง ก็เสียอกเสียใจ ครั้นมาถึงนรก ยังต้องถูกลงโทษ ทัณฑ์จากนรกขุมต่าง ๆ จึงทำให้กายและใจแตกสลาย เหตุนี้ จึงเสียสติเป็นบ้าไปเลย

ไช่เซิง: ที่แท้อย่างนี้นี่เองช่างน่ากลัว ถ้าผมไม่ได้มาเห็น ด้วยตาตนเอง คงไม่ยอมเชื่อแน่ว่ายังมีโลกอันมืดมิดเช่นนี้อยู่ อีก

พระจี้กง: เอาละ...วันนี้เอาเพียงเท่านี้ก่อน ไช่เซิงรีบ อำลาท่านหัวหน้าแดนได้แล้ว

ไช่เซิง: ผมขอลาท่านหัวหน้าก่อนครับ

หัวหน้า: ขอส่งท่านจี้กงและคุณไช่เซิง

พระจี้กง: ไช่เซิงนั่งดอกบัวให้มั่น เตรียมกลับได้

ไช่เซิง: ผมนั่งมั่นดีแล้ว อาจารย์ไปได้

พระจี้กง: ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ไช่เซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง