ครั้งที่ 8 สัมภาษณ์พ่อค้าขายคนในอเวจี

408 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 24 มีนาคม 2527

การล่อลวง หญิงบ้านนอก เป็นสินค้า
ประหนึ่งฆ่า อนาคต ของหญิงสาว
กรรมดีชั่ว ย่อมส่งผล มิผิดเงา
อยู่ที่เช้า หรือสาย บ่ พ้นเอย

พระจี้กง: จิตใจคนนั้นช่างน่ากลัว มีทุกรูปแบบ มี กระทั่งคนที่มุ่งหวังเพียงเพื่อบรรลุตัณหาของตน ถึงกับ ค้าขายมนุษย์ โดยล่อลวงเด็กสาวผู้รู้ไม่เท่าทันส่งเข้าซ่อง โสเภณี เพื่อสนองกามตัณหาผู้อื่น โดยหวังได้ทรัพย์อันไม่ ชอบธรรม

ชิวเซิง: คืนนี้อาจารย์ดูเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องการ ค้าขายขาอ่อน

พระจี้กง: ชิวเซิงทายถูกแล้ว การค้าขายมนุษย์เป็น เรื่องที่ทำให้ ผู้เป็นพ่อแม่ปวดร้าวหัวใจที่สุด คืนนี้เราจะไปชม ดูสภาพของคนที่เคยล่อลวงหญิงสาวไปขายซ่องพวกนี้ ชิว เซิงรีบขึ้นดอกบัว

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ไปได้

พระจี้กง: ถึงแล้ว ชิวเซิงรีบลง

ชิวเซิง: อาจารย์ครับ ไฉนจึงพาผมมาที่นี่ เบื้องหน้า เห็นแต่หุบเขาโล่งกว้างสุดสายตาเท่านั้น ไร้ร่องรอยสิ่งมีชีวิต หลงเหลืออยู่เลย รู้สึกเงียบวังเวงอย่างไรชอบกล เหมือนกับ ป่าช้าตอนเที่ยงคืนไม่มีผิด

พระจี้กง: ชิวเซิง...เธอคิดมากไปแล้ว ป่าช้าตอนเที่ยง คืนอะไรกัน หรือว่าเคยไปเดินเล่นแถวป่าช้าตอนเที่ยงคืน

ชิวเซิง: นั่นเป็นเรื่องสมัยผมยังเด็ก ครั้งหนึ่งเคยติดตาม คุณพ่อเดินผ่านป่าช้าที่รกร้างแห่งหนึ่ง เพียงแค่ได้ยินเสียงกิ่ง ไม้ใบไม้ไหว ผมก็สะดุ้งตกใจกลัวแล้ว

พระจี้กง: แล้ววันนี้กลัวอีกมั้ย ?

ชิวเซิง: มีอาจารย์อยู่ข้าง ๆ ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก

พระจี้กง: เอาละ...นรกขุมนี้จัดตั้งขึ้นสำหรับนักโทษอีก แบบหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเดี๋ยวก็รู้เอง

ชิวเซิง: อ๋อ (ขณะนี้ได้ยินเสียงร้องอันโหยหวนแว่วมา แต่ไกล)

พระจี้กง: ชิวเซิง...เธอดูนั่นซิ มีวิญญาณบาปตนหนึ่ง กำลังคืบคลานมาแล้ว

ชิวเซิง: วิญญาณคนนี้ผอมโซเหมือนผีเสียบไม้ นัยน์ตา ถลนออกมานอกเบ้า ดูคล้ายคนบ้า ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าก็ ขาดกระรุ่งกระริ่ง น่าเวทนายิ่งกว่าขอทานในเมืองมนุษย์ซะ อีก ผมพอดีมีเงินติดตัวอยู่ 200 หยวน ให้ทานเขาก็แล้วกันนะ ครับ

พระจี้กง: ชิวเซิง...การที่เธอมีเมตตาจิตนั้นก็ดีอยู่ ทว่า ให้เงินทองเขาก็ไร้ประโยชน์ เขาจะไปซื้อหาอะไรได้ที่ไหนกัน

ชิวเซิง: นั่นซิครับ ถ้าหากให้เป็นของกิน ดูจะเหมาะกว่า

พระจี้กง: ชิวเซิงไม่ต้องหรอก อาจารย์จะเสกนํ้ามนต์ ให้เขาสักหน่อย สติสัมปชัญญะก็จะกลับคืนมา

วิญญาณบาป: ขอบใจพระคุณเจ้า ผมหิวจนยืนไม่ไหว อยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าพอได้กินนํ้ามนต์ของท่าน สติก็ดีขึ้นทันที

ชิวเซิง: นี่คุณ...ผู้ที่ช่วยคุณก็คือท่านพระอาจารย์จี้กง คุณรีบคารวะขอบคุณท่านซิ

วิญญาณบาป: ขอบคุณท่านพระจี้กงที่ให้ความเมตตา ท่านโปรดพาผมออกไปจากที่นี่ได้ไหมครับ?

พระจี้กง: เธอยังชดใช้กรรมไม่หมด อาตมาจะพาเธอ ไปโดยพลการได้อย่างไร?

วิญญาณบาป: ขอแต่เพียงให้ท่านพาผมไปจากที่นี่ได้ เท่านั้น จะให้ผมเป็นควายเป็นม้า ผมยอมทั้งนั้น

พระจี้กง: อาตมาไม่ได้ใช้ทั้งควายและม้า

ชิวเซิง: ประหลาดแท้วิญญาณบาปที่มาถึงอเวจี ต่างก็ ไม่อยากเป็นคน แต่อยากเป็นควายเป็นม้ากัน

พระจี้กง: พวกเขาเหลือแต่คุณสมบัติของควายและม้า ดังนั้นจึงพูดเช่นนี้

ชิวเซิง: นั่นซิครับ

พระจี้กง: เอาละ...เธอสัมภาษณ์เขาได้แล้ว

ชิวเซิง: นี่คุณ....ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ละ?

วิญญาณบาป: ผมถูกส่งมาอยู่ที่หุบเขานี้นานแล้ว สถานที่แห่งนี้แห้งแล้งกันดารมาก นอกจากผมแล้วไม่มีใคร อื่นอีกเลย ต้องอยู่อย่างโดดเด่ยี ว ความเป็นอยู่เช่นนี้น่าสะพรึง กลัวจริง ๆ พวกท่านผู้มีเมตตาจิต โปรดรีบช่วยผมให้ได้ออก ไปจากที่นี่เถิดครับ

ชิวเซิง: เรื่องนี้ผมทำไม่ได้ แต่ถ้าคุณเล่าความจริงถึงส่งิ ที่ได้กระทำครั้งเป็นมนุษย์ให้เราฟัง เชื่อว่าพระอาจารย์จี้กงคง สามารถเรียนท่านยมบาลให้ลดโทษคุณเบาบางลงได้บ้าง

วิญญาณบาป: ขอแต่เพียงช่วยให้ผมได้หลุดพ้นออก ไปจากหุบเขาแห่งนี้ ไม่ว่าจะให้ทำอะไรผมยินดีทั้งนั้น

ชิวเซิง: งั้นเธอก็รีบเล่ามาซิ

วิญญาณบาป: ครับ...ตอนเป็นมนุษย์ ผมเป็นคน เกียจคร้าน เอาแต่กินและเที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา โดยมัก จะไปหาความสุขที่ซ่องนางโลมอยู่เสมอ ดังนั้นจึงได้รู้จักมัก คุ้นกับพวกพ่อเล้าเจ้าของซ่อง โดยเฉพาะพ่อเล้าพวกนี้ มัก จะใช้เงินก้อนโตมาเป็นเหยื่อล่อชักจูงให้ผมไปชนบทหรือถิ่น ชาวเขา ล่อลวงเด็กสาวผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์มาเป็นหญิงบริการ ในซ่อง เนื่องจากผมได้รับผลประโยชน์มาก จากการหลงเชื่อ นี้จึงได้ตกลงรับงานนี้ ดังนั้นผมจึงได้ไปตามชนบทหรือถิ่นที่ อยู่ของพวกชาวเขา ไปชักชวนเด็กสาวพวกที่ใฝ่ฝันอยากจะไปอยู่ในเมืองโดยการหลอกว่าจะหางานดี ๆ ให้ทำ เมื่อหลอก พามาถึงในเมืองแล้ว ก็นำไปขายตามแหล่งโลกีย์ ด้วย สนนราคารายละเป็นเงินหมื่น เงินที่ได้รับมาล้วนแต่ถูกนำไป ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ทางสุรานารีและการพนันจนหมดสิ้น ความคิดของผมนั้น งานแบบนี้ได้เงินคล่องคราวละจำนวน มาก จึงไม่ยอมเลิกรา ยังคงใช้วิธีการเก่า ๆ ไปล่อลวงครั้ง แล้วครั้งเล่า ครั้งหนึ่งเมื่อผมได้เงินก้อนใหญ่มา ก็ไป ภัตตาคารกินดื่มสุราอาหารจนเมามาย ปรากกฏว่าขณะที่ กำลังเดินโซเซจะข้ามสี่แยกอยู่นั้น เนื่องจากเมาประสาท สัมผัสช้าเพียงเผลอสติไปชั่วขณะเดียวเท่านั้น ต่อเมื่อรู้สึกตัว ว่ามีรถยนต์แล่นมาถึงตัว บัดดล...ผมก็ล้มกลิ้งลงไปนอนจม กองเลือดเสียแล้ว และที่ตายของผมก็คือ สถานที่ตรงนั้น นั่นเอง

เมื่อตายแล้วยมทูตขาวดำ ได้จับตัวผมไปที่เมืองนรก เพื่อรับการพิจารณาตัดสินจากยมบาล ขั้นแรกท่านยมบาล ตัดสินให้ผมไปรับโทษอันแสนทุกข์ทรมาน ในนรกอาจมนาน 30 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วก็ตัดสินอีกครั้ง คราวนี้ต้องไปรับ โทษอันทารุณแสนสาหัสที่นรกกระทะนํ้ามันเดือดอีก 10 ปี เมื่อครบกำหนดโทษแล้ว จึงได้ถูกส่งต่อมายังนรกอเวจีนี่นับ ได้ 5-6 ปีแล้ว วัน ๆ ต้องพบกับสภาวะของความว่างเปล่า โดดเดี่ยวเดียวดาย ได้รับความกดดันทางจิตใจอย่างหนักจน สุดทน ผมขอวิงวอนท่านอีกครั้ง ได้โปรดช่วยพาผมไปพร้อม กับท่านด้วยเถิด

พระจี้กง: การค้ามนุษย์เป็นกรรมหนักมีโทษมหันต์นี่ คือผลลงเอยของการ “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตน” จง อยู่ที่นี่ก้มหน้ารับกรรมโดยดีเถิด

ชิวเซิง: กราบเรียนถามอาจารย์ ไหน ๆ เขาก็ได้เล่าถึง กรรมที่ได้ก่อครั้งเป็นมนุษย์ บันทึกในหนังสือศักด์ิสิทธ์ิแล้ว มิ ทราบว่าจะสามารถลดโทษเขาได้บ้างหรือไม่?

พระจี้กง: เรื่องนี้อาจารย์จะแจ้งหัวหน้าแดนให้รายงาน ท่านยมบาลอีกที ส่วนจะลดได้มากน้อยแค่ไหน ก็แล้วแต่ท่าน จะพิจารณา

ชิวเซิง: อย่างนี้ก็ยุติธรรมดี

พระจี้กง: เอาละ..ชิวเซิงรีบขึ้นบนดอกบัว เราเตรียม กลับกันได้แล้ว

ชิวเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์กลับได้

พระจี้กง: ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ชิวเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง