ครั้งที่ 6 สัมภาษณ์โจรปล้นฆ่าในอเวจี

399 Views

ประทับทรง วันที่ 10 มีนาคม 2527

เป็นโจรร้าย เที่ยวเบียดเบียน บาปทวี
งานอาชีพ ตรองให้ดี อย่าได้เขลา
อายุคน อยู่ดูโลก สักกี่เพลา
มนุษย์เรา ล้วนก่อเกิด เพราะกรรมนำ

พระจี้กง: มนุษย์มีอายุยืนยาวเพียงไม่กี่ปี แต่ชาวโลก มักจะห่วงกังวลถึงพันปีข้างหน้า ดังนั้นต่างจึงมุ่งแสวงหาทุก วิถีทางเพื่อให้ได้สุขสบายยาวนาน โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นวิธี การทุจริตชั่วช้าผิดมนุษย์ หรือการหลอกต้มคิดมุ่งหวังแต่ เพียงขอให้ได้สิ่งที่ตนปรารถนา โดยเฉพาะมีคนบางจำพวก ถึงกับปล้นสะดม โดยถือว่าเป็นเรื่องสนุกสนานอย่างหนึ่ง หา รู้ไม่ว่าการปล้นสะดม เป็นบาปหนักมีโทษร้ายแรงเพราะ พฤติกรรมเช่นนั้น เป็นการบ่อนทำลายความสงบสุขของ สังคมที่กฎหมายเมืองมนุษย์ไม่อาจละเว้น และบทบัญญัติ เมืองนรกก็ยากจะอภัย

ชิวเซิง: ได้ยินอาจารย์พูดเช่นนี้ ผมก็รู้ว่าวันนี้ เราคงจะ ไปสัมภาษณ์วิญญาณบาปตนหนึ่ง ที่ครั้งเป็นมนุษย์ได้ ประพฤติตนเป็นโจรปล้นจี้ ซึ่งขณะนี้กำลังทนทุกขเวทนาอยู่ที่ นรกอเวจี

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า ดุจดังมีญาณวิเศษ เธอทายถูกต้อง แล้ว

ชิวเซิง: ศิษย์รู้ใจอาจารย์ อาจารย์รู้ใจศิษย์

พระจี้กง: คิดไม่ถึงว่า เดี๋ยวนี้คำพูดของเธอก็แฝงด้วย ความหมายทางกรรมฐาน

ชิวเซิง: เพิ่งจะฝึกฝน อาจารย์คงไม่หัวเราะเยาะ

พระจี้กง: เอาละ...คืนนี้ออกเดินทางเช้าหน่อย อย่าให้ เจ้าหน้าที่ยมต้องรอนาน

ชิวเซิง: ครับ...สัจจะนี่สำคัญ ศิษย์นั่งดอกบัวเรียบร้อย อาจารย์เดินทางได้แล้วครับ

พระจี้กง: ตั้งแต่ลิขิตหนังสือ “ท่องอเวจี” สานุศิษย์ ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย

ชิวเซิง: แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่า

พระจี้กง: อาตมาไม่ใช่หมายถึงเรื่องนี้

ชิวเซิง: แล้วอาจารย์หมายถึงอะไรครับ?

พระจี้กง: เธอไม่เห็นรึ....เดี๋ยวนี้สมาชิกของสำนักเซิ่ง เทียนเพิ่มจำนวนขึ้นเร็วมาก ความจริงผู้ที่สามารถฟันฝ่า อุปสรรคมาได้มีเพียงไม่กี่คน ดังนั้นจะดูความสำเร็จของสำ นักเซิ่งเทียน ต้องรอหลังจากนี้อีก 3 ปี จึงจะรู้แน่นอน

ชิวเซิง: หมายความว่าอย่างไรครับ?

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า ที่จริงนี่เป็นเพียงประสบการณ์ช่วง หนึ่งเท่านั้น เธอไม่ต้องกังวล เหล่าทวยเทพทั้งหลายจะไม่ หยุดส่งเสริมนายไช่เจ้าสำนักหรอก แม้ว่ากายเนื้อจะ ตรากตรำสักหน่อย แต่อาจารย์เชื่อว่าเขาต้องปฏิบัติตามพระ ราชโองการจนสำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน

ชิวเซิง: ทราบได้อย่างไรครับ?

พระจี้กง: ก็เพียงแค่สิ้นปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีแรกที่สำนัก เซิ่งเทียนเปิดสำนักมา ก็สามารถลิขิตหนังสือธรรมะได้ถึง 12 เล่ม นี่ไม่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเป็นเพราะพลังส่งเสริมจากเหล่า ทวยเทพดอกหรือ?

ชิวเซิง: ผมเป็นห่วงว่าพี่ไช่อาจทำไม่สำเร็จ

พระจี้กง: เธอวางใจเถอะ

ชิวเซิง: แล้วทำไมเหล่าทวยเทพไม่ส่งเสริมผมมั่งล่ะ?

พระจี้กง: พลังปณิธานของเธอ ไม่เท่าพลังปณิธาน ของนายไช่ ฉะนั้นจึงย่อมไม่เหมือนกัน

ชิวเซิง: ผมเห็นโรงธรรมบางแห่งมีสมาชิกเป็นจำนวน มาก สถานที่ก็ใหญ่โตกว่าผมชักอิจฉา

พระจี้กง: คิดไม่ถึงว่าเธอก็ยังโง่เขลาเช่นนี้ เธอควรรู้ ว่าบ้านทุกแห่งคือโรงธรรม ดังนั้นการปฏิบัติธรรม คือการ ปฏิบัติในครอบครัวตนเอง เช่น ระหว่างพ่อลูก (กตัญญู) พ่อ แม่ของสามีกับสะใภ้ (กตัญญู) สามีกับภรรยา (รักใคร่ ปรองดอง) ระหว่างสะใภ้ด้วยกัน (สามัคคี) และอาจขยายไป ถึงบริษัทโรงงาน สถานที่สาธารณะต่าง ๆ ทุกแห่งหนก็ปฏิบัติ ธรรมได้ทั้งนั้น มิใช่บำเพ็ญธรรมได้เฉพาะที่โรงธรรมเท่านั้น ชิวเซิง: ศิษย์เข้าใจแล้ว น่าละอายใจจัง แม้แต่เรื่องนี้ก็ ยังโง่อยู่

พระจี้กง: เอาละ...วนเวียนอยู่กลางอากาศตั้งนานแล้ว เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ยมจะรอนาน รีบลงไปหาเถอะ

ชิวเซิง: กระผมขอคารวะท่านหัวหน้าครับ

หัวหน้า: ตามสบาย เชิญเข้าไปพักผ่อนข้างในก่อน

พระจี้กง: ไม่ต้องละ....เราตรงไปที่คุกเลยเถอะ

หัวหน้า: ก็ดีเหมือนกัน งั้นเราไปกันเลย

ชิวเซิง: พอมาถึงที่นี่ไม่ทราบเหตุใดจู่ ๆ ขาผมก็เกิดสั่น ขึ้นมาเฉย ๆ

พระจี้กง: กินยา “สงบจิต” นี่เข้าไป

ชิวเซิง: ขอบพระคุณอาจารย์ โอ...นั่น....วิญญาณบาป คนนั้น ตาทั้งคู่ดูเหมือนบอดเห็นแต่รูโบ๋ลึก ที่หางตามีนํ้า เหลืองไหลออกมาเป็นหยด ๆ ดูน่าสะพรึงกลัว ผมไม่กล้าดู

พระจี้กง: มีอะไรน่ากลัว ตอนนี้เธอก็ลองทำใจให้กล้า หาญเข้าซิ

ชิวเซิง: ครับ..ผมจะลองทำใจกล้าเข้าไปสัมภาษณ์เขา นี่คุณ...เหตุใดคุณจึงตัวสั่นไปหมด ปากก็ยังร้องโอดโอยไม่ หยุด เหมือนกับคนที่พยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้ายก่อน สิ้นใจ เห็นลักษณะท่าทางของคุณ ผมก็ยังขนลุกซู่ไปทั้งตัว คุณบอกผมได้ไหมว่า เพราะเหตุใดจึงต้องรับผลกรรมเช่นนี้ วิญญาณบาป: โอย...ท่าน...นักบุญคนนี้...โปรดรีบ.. ช่วย...ผมที...ผม...ทนไม่ไหวแล้ว

พระจี้กง: ชิวเซิง ....เอายา “สงบจิต” เม็ดนี้ให้เขากินซิ

ชิวเซิง: ได้ครับ...นี่คุณ...รีบเอายาเม็ดนี้กินเข้าไป

วิญญาณบาป: ขอบ...คุณ โอ..ตอนนี้...ดีขึ้นแล้ว

พระจี้กง: เดี๋ยว..อาจารย์จะเพิ่มพลังให้เขาหน่อย

วิญญาณบาป: ขอบคุณพวกท่าน ๆ เป็นคนใจบุญจริง ๆ

ชิวเซิง: คุณรีบเล่าถึงกรรมที่ได้ก่อเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ มาซิ

วิญญาณบาป: คิดถึงตอนผมเป็นมนุษย์ เป็นคนที่ทำ แต่ความชั่วร้าย ยังจะพูดถึงสิ่งเหล่านั้นทำไมอีก

ชิวเซิง: คุณยังไม่เข้าใจ ที่พวกเรามาในวันนี้ ก็เพื่อการ ลิขิตหนังสือเพียงแต่คุณเล่าสิ่งที่ได้กระทำเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ บันทึกลงในหนังสือธรรมะ อันเป็นอุทาหรณ์เตือนสติเหนี่ยว รั้งจิตใจผู้คน ก็อาจจะลดความทุกข์ทรมานของคุณลงได้

วิญญาณบาป: ถ้าได้เช่นนั้น ผมก็ยินดีเล่า ผมเกิดสมัย ราชวงศ์หมิง (พ.ศ. 1911 - 2187) เป็นลูกคนเดียวของตระกูล ปกติเอาแต่เที่ยวเตร่ขี้เกียจทำการงาน วัน ๆ คิดแต่เรื่องการ พนัน กินดื่ม หาความสุข ต่อมาได้ร่วมกับพวกนักเลงหัวไม้ตั้ง เป็นชุมโจรบนเขา กลุ่มของพวกเราอาศัยกำลังวังชาแข็งแรง ปฏิบัติการปล้นฆ่า วางเพลิง ประพฤติแต่ความชั่วช้า ถ้าพบผู้ ใดบังอาจขัดขวางพวกเรา ก็จะเข่นฆ่าไม่เลือกหน้า ถ้าพบ หญิงสาวสวย ก็จะจับตัวนำไปที่ชุมโจรบนเขา ให้หมู่พี่น้อง ของเราผลัดกันข่มขืน ถ้ารายไหนขัดขืนไม่ยินยอมโดยดี เราก็ จะจับบีบคอจนตายคามือ

ชิวเซิง: โอ....เป็นเรื่องน่าหวาดเสียวตื่นเต้นจริง ถาม จริง ๆ เถอะ โหดเหี้ยมอย่างนั้นจริง ๆ หรือ?

วิญญาณบาป: เรื่องที่ผมเล่ามาเป็นความจริงทุกอย่าง

ชิวเซิง: แล้วตอนมีชีวิตเคยได้รับกรรมสนองบ้างไหม?

วิญญาณบาป: เคยครับ...เนื่องจากพวกเราป่าเถื่อน ผิดมนุษย์มนา แต่ละคนเหี้ยมโหดสุดจะเปรียบ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ณ ที่ชุมโจรบนเขา พวกเราได้ดื่มสุรากันจนเมามายขาดสติได้ เกิดการทะเลาะวิวาทเข่นฆ่ากันเอง ผมได้ตายด้วยคมมีดดาบ ในท่ามกลางชุลมุนวุ่นวายนั้นเอง คาดคิดไม่ถึงว่าเมื่อตาย แล้วต้องไปรับโทษหนักต่าง ๆ จากเมืองนรก ทารุณป่าเถื่อน จริง ๆ เมื่อถูกลงโทษทัณฑ์ต่าง ๆ จนครบกำหนดแล้ว ยังได้ นำตัวผมมาจองจำไว้ที่นรกอเวจีแห่งนี้

ชิวเซิง: แล้วทำไมตาทั้งคู่จึงโบ๋ลึกเช่นนี้?

วิญญาณบาป: เนื่องจากผมไม่กล้านอนหลับ

ชิวเซิง: เพราะเหตุใด

วิญญาณบาป: เพราะว่าพอผมหลับตา ก็จะปรากฏ ภาพหลอนของคนที่เคยถูกผมฆ่า หรือข่มขืนจนตายลอยมา อยู่เบื้องหน้า บางทีก็เป็นภาพใบหน้าอันขาวซีด บางทีเป็น ภาพมีเลือดเปรอะเต็มตัว บางทีก็เป็นภาพแลบลิ้นอันเล็กยาว หรือยื่นมือที่มีปลายเล็บอันแหลมคม มาทวงขอชีวิตคืนกับผม ทำให้ผมตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมด

ชิวเซิง: โอช่างน่ากลัว

พระจี้กง: เอาละ..นี่ก็ดึกมากแล้ว วันนี้เอาเพียงเท่านี้ ก่อน รีบอำลาท่านหัวหน้าแดน

ชิวเซิง: ผมขอลาท่านหัวหน้าก่อน

หัวหน้า: ขอส่งท่านจี้กงและชิวเซิง

พระจี้กง: ชิวเซิงรีบขึ้นดอกบัว

ชิวเซิง: ผมขึ้นนั่งเรียบร้อย ไปได้แล้วครับ

พระจี้กง: ถึงสำนักเซิ่งเทียนแล้ว ชิวเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง