ครั้งที่ 3 พระจี้กงนำชิวเซิงท่องอเวจี

391 Views

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2527

อันสมบัติ พัสถาน เป็นล้านล้าน อาจเป็นมาร ขวางนิพพาน อย่าอิจฉา สิ่งเพียรหา สรรพรูป ล้วนมายา มิอาจพา ไปได้ ยามม้วยมรณ์

พระจี้กง: มนุษย์ชาวโลกมักจะดิ้นรน เพื่อแสวงหา ความสุขสบายจากวัตถุธาตุ โดยไม่คำนึงถึงแรงกายแรงใจที่ ต้องสูญเสียไปเพียงเพื่อแสวงหาลาภยศสรรเสริญ หารู้ไม่ว่า ชีวิตคนเราแท้จริงคือความฝันฉากหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นทุกสิ่งพลัน ว่างเปล่า สุดท้ายลาภยศสรรเสริญก็พาไปไม่ได้ พาไปได้แต่ บาปกรรมเต็มตัว เมื่อถึงตอนนั้นจึงจะรู้ว่าหนทางปรภพนั้น เดินลำบาก แต่สำนึกได้ก็สายเสียแล้ว และมีบางคนมุ่งหวัง เพียงเพื่อความสุขเพียงชั่วครู่ แต่เป็นการสร้างกรรมหนักร้าย แรง ทำให้ตนเองต้องถูกจองจำอยู่ในนรกอเวจีตลอดกาล ไม่อาจได้ผุดเกิดอีก

ชิวเซิง: ได้ฟังโอวาทของอาจารย์ศิษย์รู้สึกซาบซึ้งนัก สุภาษิตว่า “ ผู้ไม่คิดการณ์ไกลย่อมประสบทุกข์อันใกล้” จากคำนี้ซึ่งมีความหมายอยู่ในตัวก็จะเข้าใจได้ดี นักปราชญ์ ในสมัยโบราณล้วนแต่มองการณ์ไกล ย่อมไม่มุ่งหวังแต่จะ หาความสุขสบายชั่วยาม แต่เป็นการส่งผลทำลายตนเองใน ภายหลัง ทว่าคนสมัยนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ล้วนแต่เข้าทำนอง “วันนี้มีสุราก็เมาวันนี้” เอาอนาคตของตนเองไปจมปลักอยู่ ในหลุมบ่อแห่ง “รูปธรรม” เสพสุขอย่างเต็มที่ เมื่อใดที่บุญ เสพหมดก็ต้องลิ้มรสแห่งทุกข์ละ

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า ชิวเซิง วันนี้เลือดลมขึ้นสูง จึงได้ ระบายความอัดอั้นออกมา

ชิวเซิง: ผู้คนต่างหลงใหลอยู่กับโลกแห่งแสงสี ละทิ้ง จิตเดิมแท้ ศิษย์เห็นแล้วไม่อาจนิ่งเฉยจริง ๆ

พระจี้กง: เธอพูดได้คติดี ขอให้เมื่อหนังสือเรื่องนี้ลิขิต เสร็จแล้ว คงสามารถปลุกชาวโลกให้ตื่นจากการหลับใหลมา รู้แจ้งว่าชีวิตนี้เป็นของจอมปลอม จิตเดิมจึงเป็นของแท้และ รู้จักอาศัยร่างปลอมนี้ขัดเกลาจิตอันแท้ ละความชั่ว หันมา ทำความดีบำเพ็ญธรรมขัดเกลากิเลส จึงจะไม่เสียแรงเปล่า ที่เราศิษย์อาจารย์ได้อุตส่าห์ลิขิตหนังสือ ด้วยความยาก ลำบาก เอาละ...ชิวเซิงรีบขึ้นดอกบัว

ชิวเซิง: ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์เดินทางได้

พระจี้กง: ชิวเซิง...รีบลง

ชิวเซิง: อาจารย์...เดินช้าหน่อยครับ เดี๋ยวผมตามไม่ทัน ถ้าหากพลัดหลงอยู่ที่นี่ก็แย่เลย

พระจี้กง: ถ้าหากพลัดหลงก็ไปที่บอร์ดปิดประกาศ ของเมืองยม ปิดประกาศคนหายซิ

ชิวเซิง: ผมเป็นคนต่างถิ่น เพิ่งมาถึงเมืองยมไม่รู้จักใคร จะไปหาบอร์ดประกาศได้ที่ไหน

พระจี้กง: ถ้าหาบอร์ดประกาศไม่พบ อีกสักครู่เมื่อพบ เจ้าหน้าที่เมืองยม เธอก็ขึ้นทะเบียนบ้านสัญจรไว้ก่อนซิ เผื่อ เวลาพลัดหลงแล้วหาบอร์ดประกาศไม่พบ

ชิวเซิง: ฮ่าฮ่า...นี่เป็นข่าวแปลกใต้หล้าจริง

พระจี้กง: ไม่ใช่ข่าวแปลกใต้หล้า แต่เป็นข่าวแปลก เมืองยม... เอาละ ถึงที่แล้ว

ชิวเซิง: โอ.... เป็นตำหนักวังที่สง่ารโหฐานจริง มีเจ้า หน้าที่ยมยืนตั้งแถวอย่างองอาจ น่าเกรงขามอยู่สองข้าง อาจารย์....แบบนี้เราจะเข้าไปได้อย่างไรกันนี่

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า.. ไม่เป็นไร เมื่อพวกเขาเห็นหนังสือ พระราชโองการก็จะให้เราผ่านเข้าไปโดยดี

ชิวเซิง: งั้นหรือ... โชคดีที่มีของวิเศษสิ่งนี้ติดตัว

พัศดี: ต้องการหาใครไม่ทราบ มีบัตรผ่านไหม?

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า อาตมาคือพระจี้กง ท่านไม่รู้จักหรือ?

พัศดี: อ๋อ...ที่แท้คือท่านจี้กง กระผมขออภัยครับ

พระจี้กง: นี่คือพระราชโองการให้ลิขิตหนังสือ ท่านรีบ ไปรายงานผู้บังคับบัญชา

พัศดี: ครับผม

พระจี้กง: ฮ่า ฮ่า ... นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของพระราชโองการ

ชิวเซิง: คราวหน้าให้ผมยืมได้ก็ดี

พระจี้กง: ให้เธอยืมหรือ? ถ้าทำหายจะว่าไง

ชิวเซิง: หายแล้วก็หายไปซิ

พระจี้กง: ถ้าหาย...ชีวิตเธอก็ต้องหายด้วย

ชิวเซิง: ร้ายแรงอย่างนั้นเชียวหรือ

พระจี้กง: แล้วเธอคิดว่าสิ่งนี้เป็นของเด็กเล่นหรือ? เธอ ต้องรู้ไว้ เมื่อหนังสือ “ท่องอเวจี” นี้เขียนเสร็จแล้ว พระ ราชโองการนี้ยังจะต้องส่งกลับสวรรค์ เพื่อถวายรายงานพระ เจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้

ชิวเซิง: ที่แท้เป็นเช่นนี้ งั้นศิษย์มิกล้ายืมแล้ว

พระจี้กง: ขณะนี้ท่านยมบาลได้ออกมาต้อนรับแล้ว ชิว เซิง..เธอรีบไปคารวะท่านยมบาลและเจ้าหน้าที่ยมเถอะ

ชิวเซิง: กระผมชิวเซิงขอคารวะท่านยมบาลและทุกท่าน

ยมบาล: ลุกขึ้นเถิด มิต้องเกรงใจ

ชิวเซิง: ขอบพระคุณท่านยมบาล

เลขา: ขอเชิญท่านจี้กง และคุณชิวเซิงเข้ามาพักผ่อน ข้างในก่อน

ชิวเซิง: โอ...คาดไม่ถึงว่าในเมืองยมจะมีตำหนักวังใหญ่ โตเช่นนี้

พระจี้กง: เจ้าศิษย์โง่ นี้เป็นตำหนักเก้า

ชิวเซิง: อ้อ..หรือครับ

ยมบาล: ฮ่าฮ่า คุณชิวเซิงเป็นคนซื่อบริสุทธิ์ไร้มายาจริง ๆ

ชิวเซิง: ขอโทษที่เสียมารยาท

ยมบาล: ฮ่าฮ่า ขอโทษอะไรกัน เชิญเข้ามานั่งข้างในเถอะ

ชิวเซิง: ขอบพระคุณท่านยมบาลที่ให้ความเป็นกันเอง เรียนถามท่านยมบาล เขตของท่านดูแลรับผิดชอบภาระ หน้าที่อะไรบ้างครับ

ยมบาล: เราคืออ๋องเสมอภาคแห่งตำหนักเก้า มีหน้าที่ กำกับดูแลการตัดสินคดีชั้นสุดท้ายของเมืองยมโดยเฉพาะ และทำบันทึกการทำบาปบุญตามเป็นจริงของเหล่าวิญญาณ ครั้งยังมีชีวิต และส่งตัวมอบให้แก่ตำหนักสิบเพื่อจัดการส่ง ไปเกิด แต่คนที่บาปหนักมีโทษมหันต์ก็จะถูกตัดสินให้ไป จองจำในนรกอเวจี ที่อยู่ในความควบคุมดูแลของเรา ซึ่งไม่ อาจได้ผุดได้เกิดอีกตลอดกาล

เลขา: เชิญท่านจี้กงและชิวเซิงดื่มนํ้าชา

ชิวเซิง: ขอบพระคุณท่านยมบาล และท่านเลขาที่ ให้การต้อนรับอย่างดี โอ...เป็นชาที่หอมดีมาก ดื่มแล้วรู้สึก เย็นซาบซ่าและสบายไปทั้งตัว เยี่ยมจริง ๆ

ยมบาล: ชานี้มีสรรพคุณขับความหนาวเย็น ช่วยให้ ประสาทกระชุ่มกระชวย และยังเพิ่มพลังจิตช่วยให้ท่านท่อง นรกอเวจีได้โดยสะดวกราบรื่น

ชิวเซิง: ที่แท้เป็นเช่นนี้ ขอบพระคุณท่านยมบาลที่ให้ ความเอ็นดู หวังว่าท่านคงให้คำชี้แนะอีกเพื่อให้หนังสือท่อง อเวจีนี้สามารถตีพิมพ์ได้โดยเร็ววัน อันเป็นการเตือนสติคน ชั่วให้กลับตัวมาทำความดี

ยมบาล: แน่นอน...เราจะพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อ ช่วยให้หนังสือเรื่องนี้เขียนเสร็จสมบูรณ์ ด้วยความราบรื่น เดี๋ยวเราจะมีคำสั่ง ไปถึงเจ้าหน้าที่นรกต่าง ๆ ให้เอื้ออำนวย ความสะดวกและช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่

พระจี้กง: นี่ก็ได้เวลาแล้ว ขอบคุณท่านยมบาลที่ให้การ ต้อนรับอย่างดี เราทั้งสองจะลงไปในนรกอเวจี โอกาสนี้ขอลา ท่านยมบาลก่อน

ยมบาล: เมื่อเป็นภาระหน้าที่ เราก็มิอาจหน่วงเหนี่ยว ท่านไว้

ชิวเซิง: กระผมขออำลาท่านยมบาลด้วยครับ

พระจี้กง: ชิวเซิง...จงหลับตา อีกสักครู่จะให้เธอดู ทัศนียภาพอันแท้จริงของนรกอเวจีด้วยตาตนเอง

ชิวเซิง: ผมพร้อมแล้ว (ตอนนี้เห็นแต่พระจี้กงเอา พัดโบกหนึ่งที คนทั้งสองก็ดิ่งลงไปสู่เบื้องล่าง)

ชิวเซิง: อุ๊ย! กลิ่นเหม็นแรงจังเลย ผมเกือบจะทนไม่ ไหวอยู่แล้ว

พระจี้กง: รีบเอายาสลายพิษเม็ดนี้กินเข้าไป

ชิวเซิง: ครับ..ครับ...ยาสลายพิษได้ผลดีจริง ตอนนี้ อาการสบายดีแล้ว..อาจารย์ครับ อาจารย์อยู่ไหนผมมองไม่ เห็นอาจารย์เลย (ตอนนี้พระจี้กงได้เอาแก้ววิเศษออกมาจาก กล่องฉับพลันก็สว่างไสวไปทั่ว)

ชิวเซิง: โอ...แก้ววิเศษนี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ อาจารย์ เตรียมมาตั้งแต่เมื่อไรครับ?

พระจี้กง: เมื่อครู่นี้ก่อนจะลิขิตหนังสือ อาตมาได้ไป ขอยืมที่พระโพธิสัตว์กษิติครรภ์

ชิวเซิง: อ๋อ....เช่นนี้เอง ข้างหน้านั่นมีคนมา 4-5 คน แต่ละคนสวมหน้ากาก และมีตะกียงติดอยู่บนหัวด้วยเหมือน กับพวกภูตผี

พระจี้กง: ท่านที่กำลังมาเหล่านี้ เป็นเจ้าหน้าที่ยมที่ ปฏิบัติงานอยู่ที่นี่ เนื่องจากที่นี่มืดมิดไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน และมีอากาศเสีย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ยมเหล่านี้ จึงต้องติด ตะเกียงอยู่บนหัวจึงจะมองเห็น โดยเฉพาะหน้ากากที่สวมใส่ อยู่นั้นใช้สำหรับกันอากาศเหม็นและเป็นพิษ

ชิวเซิง: ที่แท้เช่นนี้เอง ทำให้ผมตกใจ กราบเรียนถาม อาจารย์ ทำไมอากาศที่นี่จึงเหม็นมากเช่นนี้

พระจี้กง: เนื่องจากที่นี่เป็นส่วนลึกที่สุดของนรกชั้นที่ 18 สิ่งสกปรกโสโครกของผู้ต้องโทษที่มีอยู่ จึงไหลเทมารวม อยู่ที่นี่ อากาศจึงย่อมจะเหม็นมาก

พัศดี: นั่นใครบุกรุกเข้ามาถึงที่นี่ ?

พระจี้กง: เราคือพระจี้กง ท่านไม่รู้จักหรือ?

พัศดี: อ้อ...ขออภัย ขอคารวะท่านจี้กง เมื่อครู่นี้ เนื่องจากแก้ววิเศษของท่านสว่างจ้าเกินไป ทำให้พวกเรา ตาพร่ามัว จึงมองดูไม่ถนัด

พระจี้กง: วันนี้เราทั้งสองได้รับพระราชโองการให้ลิขิต หนังสือ และเพื่อบันทึกเก็บทัศนียภาพอันแท้จริง จึงได้พา มนุษย์ปุถุชนมาที่นี่ ท่านต้องอำนวยความสะดวกแก่เราด้วย

พัศดี: ครับผม...เมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว พวกเราก็ได้รับ การแจ้งมา ผู้คุม...เปิดประตูนรกให้มนุษย์ผู้นี้ชมดูสภาพอัน แท้จริงของนรกอเวจี (ตอนนี้ผู้คุมเปิดประตูนรก พระจี้กงเอา แก้ววิเศษส่องดู)

ชิวเซิง: โอย...ผมทนดูไม่ไหวแล้ว ผมไม่กล้าดู อาจารย์ เรากลับกันเถอะครับ

พระจี้กง: อะไรกัน...เพิ่งมาถึงหยก ๆ ก็คิดจะกลับแล้ว ตั้งสติให้ดีไว้

ชิวเซิง: ครับ (ตอนนี้ ชิวเซิงพยายามตั้งสติ มองไปที่ชั้น ลึกที่สุดของนรกอเวจี ภายในขุมนรกระงมไปด้วยเสียงร้อง อันโหยหวนสารรูปพวกสัตว์นรกแทบดูไม่ได้ บ้างก็เต็มไปด้วย แผลเน่าเปื่อย บ้างก็มีเลือดมีหนองไหลเยิ้มเต็มตัว เป็นภาพ น่าสยดสยองยิ่ง)

ชิวเซิง: โอ....มีบางคนเหมือนพวกสัตว์ประหลาด ไม่ เป็นรูปผู้คนเลย เพราะเหตุใดพวกเขาจึงได้กลายสภาพเป็น เช่นนี้

พัศดี: นรกอเวจีเรียกอีกอย่างว่านรก 18 ชั้นชื่อก็บ่ง บอกความหมายอยู่แล้ว คือแบ่งเป็น 18 ชั้น ซึ่งตัดสินตาม ความหนักเบาของบาปกรรม ที่บาปเบากว่าก็ย่อมอยู่ชั้นบนที่ บาปหนักกว่าก็ต้องไปอยู่ชั้นล่างสุด

ชิวเซิง: แล้วทำไมพวกเขาจึงได้มีสภาพเป็นเช่นนี้

พัศดี: ข้อนี้คุณถามได้ดีมาก เนื่องจากวิญญาณบาปที่ ถูกจองจำอยู่ที่ขุมอเวจี ตอนเป็นมนุษย์ล้วนแต่เป็นฆาตกรที่ กระทำความชั่วร้ายแรง เป็นคนมีความสามารถทาง เบียดเบียนผู้คน ดังนั้น เมื่อตกสู่นรกจึงต้องรับโทษทัณฑ์อัน หนักจากนรกขุมต่าง ๆ ขั้นสุดท้ายจึงถูกส่งต่อมาจองจำยัง นรกอเวจีที่นี่

ชิวเซิง: อาจารย์ครับ...ผมทนไม่ไหวแล้ว ที่นี่ทั้งเหม็น สาปและร้อนระอุ เรากลับกันเถอะครับ

พระจี้กง: นี่เป็น “น้ำทิพย์” เธอจงดื่มเข้าไปจะ สามารถคลายความร้อนได้

ชิวเซิง: ครับ... ผมจะดื่มเดี๋ยวนี้ โอ..ดีขึ้นมากแล้ว ขอบพระคุณท่านอาจารย์

พระจี้กง: วันนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว อาตมาว่าเที่ยว หน้าค่อยมาใหม่ดีกว่า

ชิวเซิง: โอ... น่าสยดสยองจริง ๆ

พระจี้กง: ก็ตอนมีชีวิตอยู่ใครใช้ให้พวกเขาอยากก่อ กรรมชั่ว อกตัญญู ไม่ซื่อสัตย์ ไร้เมตตา ไร้ศีล ไร้ธรรม จึง ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ชิวเซิง: กลับไปครั้งนี้ ผมจะหมั่นตักเตือนชี้แนะผู้คนว่า อย่าก่อกรรมทำชั่วอีก มิเช่นนั้น ถ้าเอาแต่แสวงหาความ สุขสมหวังเพียงชั่วครู่ชั่วยาม เมื่อมาถึงนรกอเวจี ก็จะต้องพบ กับความทุกขเวทนาอันแสนสาหัส

พระจี้กง: เอาละ... รีบอำลาท่านพัศดี

ชิวเซิง: วันนี้รบกวนท่านพัศดีมามากแล้ว ขอลาก่อน

พัศดี: ขอส่งท่านจี้กงและชิวเซิง

พระจี้กง: ชิวเซิง..รีบขึ้นดอกบัว

ชิวเซิง: ผมขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้ว เดินทางได้แล้วครับ

พระจี้กง: ถึงสำนักเซิ่งเทียน ชิวเซิง...ลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง

เทพดาวหลิว: คํ่าคืนนี้สานุศิษย์ทุกคนปฏิบัติงานด้วย ความอดทน จะให้บันทึกกุศลไว้คนละหนึ่งกุศลเพื่อเป็นกำลัง ใจ