Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ครั้งที่ 2 พระจี้กงนำชิวเซิงไปชำระกายทิพย์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ครั้งที่ 2 พระจี้กงนำชิวเซิงไปชำระกายทิพย์

425 Views

ประทับทรง วันที่ 24 มกราคม 2527

พระจี้กง: ผู้ที่ชอบก่อกรรมทำชั่ว มักคิดว่าการหลอก ลวงฉ้อโกง เป็นการแสดงถึงความเฉลียวฉลาด คิดว่าการ เบียดเบียนรังแกคนดีเป็นความประพฤติที่มีเกียรติ ดังนั้นจึง ถือเป็นของสนุก มีโอกาสหลอกลวงได้ก็หลอกลวง มีโอกาส รังแกได้ก็รังแก กอ่ กรรมแลว้ ยังไมรู่ส้ กึ สำนกึ ตน ยังเบิกบาน สำราญใจ คิดว่าตนเก่ง ดังนั้นจึงอาศัยอำนาจอิทธิพลและ กำลังอันเหนือกว่าของตน เที่ยวก่อกรรมทำเข็ญอย่างไม่เกรง กลัวเทวดาฟ้าดิน โดยคิดว่าไม่มีใครรู้เห็น บุคคลเช่นนี้ความ จริงไม่รู้จักว่าอะไรคือความเจ็บปวด อะไรเรียกว่าถูกรังแก

ชิวเซิง: อาจารย์ครับ....แบบนี้คนดีก็เสียเปรียบซิครับ

พระจี้กง: ศิษย์โง่....การหลอกลวงคนอาจหลอกได้ เพียงครั้งเดียว แต่ไม่อาจหลอกลวงได้ตลอดไป การรังแกคน อาจรังแกได้เพียงครั้งเดียว แต่ไม่อาจรังแกได้ตลอดไป ดังนั้น จึงเป็นผู้มีความสุขสมใจเพียงชั่วครู่ยาม แต่ผลสุดท้ายก็ต้อง พบกับความเจ็บปวดตามผลแห่งกรรม

ชิวเซิง: ขอให้ได้เป็นเช่นนี้เถอะ มิฉะนั้น คนชั่วก็จะยิ่ง ได้ใจ คนดีก็จะยิ่งเสียเปรียบ

พระจี้กง: ทำดีย่อมเจริญ ที่ทำดีแล้วไม่เจริญ เพราะ ยังมีกรรมของบรรพบุรุษเหลือไว้ เมื่อกรรมหมดย่อมเจริญ ทำชั่วย่อมวิบัติ ที่ทำชั่วแล้วไม่วิบัติ เพราะยังมีบุญของ บรรพบุรุษเหลือไว้ เมื่อบุญหมดย่อมวิบัติ ดังนั้นผู้ทำความดี ดูผิวเผินอาจจะเสียเปรียบ แต่ผลสุดท้ายย่อมได้เปรียบกว่า ผู้ ทำความชั่วผิวเผินอาจจะได้เปรียบ แต่ผลสุดท้ายย่อมต้องได้ รับผลกรรมสนอง

ชิวเซิง: แต่คนยุคปัจจุบันนี้ สนใจแต่สิ่งที่มองเห็นได้ ด้วยตาเท่านั้น

พระจี้กง: ฮ่าฮ่า ทำดีย่อมมีสุข การทำบุญให้ทานเป็น ความสุขใจของผู้ทำความดี ดูผิวเผินเป็นการจ่ายออกแต่ทาง ด้านจิตเป็นการรับ เมื่อถึงตอนกายเนื้อแตกดับยังจะได้รับ การส่งเสริมจากเทพยดา นำทางไปส่งจนถึงแดนสวรรค์ได้ เสวยสุขสำราญอย่างอิสระเสรี ส่วนผู้ทำชั่วก็เป็นอีกอย่างเพราะการทำชั่วรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา จะปรากฏ หน้าตาอันดุร้าย ส่วนจิตใจก็แฝงด้วยรูปลักษณ์ของมาร ปีศาจ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต นี่ก็คือการเริ่มพบกับความเจ็บ ปวดของผู้ทำชั่ว ดังนั้น ผู้ประพฤติชั่วที่สุดเมื่อสิ้นหนทางก็ได้ แต่อาศัยเหล้าแก้กลุ้มหรือเล่นการพนัน ซึ่งเป็นการทำตนให้ ตกต่ำยิ่งขึ้น เมื่อถึงเวลากายเนื้อแตกสลาย ประตูนรกก็จะ เปิดกว้างรอคอยให้คนพวกนี้ล่ามตนเองเข้าสู่ตะแลงแกงลิ้ม รสชาติอันเจ็บปวดของหน้าต่างสายบัว

ชิวเซิง: วันนี้ได้ฟังอาจารย์แสดงธรรม ทำให้กระผม เข้าใจกระจ่างแจ้งยิ่งขึ้น

พระจี้กง: เข้าใจข้อไหน

ชิวเซิง: คือคนดีอะไร ๆ ก็ดี คนชั่วอะไร ๆ ก็แย่

พระจี้กง: เออ....ไม่เลว เช่นเธอนี้ขณะนี้ก็คือคนดี คือ ไม่ได้ทำเพื่อลาภยศสรรเสริญ แต่ทำเพื่อสังคมส่วนรวม ชิวเซิง: ขอบพระคุณอาจารย์ที่เยินยอ

พระจี้กง: เอาละ...เวลาไม่คอยท่าเรารีบเดินทางกันเถิด

ชิวเซิง: ครับ... ผมนั่งยานดอกบัวพร้อมแล้วอาจารย์ไป ได้แล้วครับ

พระจี้กง: ชิวเซิง....ถึงแล้วรีบลง

ชิวเซิง: โอ....ทิวทัศน์ที่นี่สวยเหลือเกิน มีภูเขาและลำนํ้า นํ้าก็ใสแจ๋วจนเห็นก้นสระ ในสระมีคนอยู่หลายคนดูเหมือน กำลังว่ายนํ้า เหนือหัวพวกเขาล้วนมีรังสีเป็นสีทอง สีขาว สี แดง ลักษณะล้วนแต่เป็นผู้บรรลุธรรม อาจารย์ครับทำไม พวกเขาจึงมาอาบนํ้ากันอยู่ที่นี่ ?

พระจี้กง: นี่คือสระนํ้าทิพย์ นํ้าในสระเป็นนํ้าที่ไหลมา จากแม่นํ้าไตรวิสุทธ์ิ บนสวรรค์ชั้นสูง ดังนั้นนํ้านี้จึงใสสะอาด เป็นพิเศษ ผู้ที่จะมาอาบนํ้าที่นี่ได้ จะต้องเป็นเทพหรือพรหมที่ บรรลุธรรม หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าให้มา ดำรงตำแหน่งเจ้าในเมืองมนุษย์ ดังนั้นนํ้าในสระนี้ จึงมี สรรพคุณวิเศษสามารถทำให้คนลืมความห่วงกังวลทั้งปวง และทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยคุณประโยชน์ที่สำคัญที่สุด ก็คือ สามารถชำระล้างความสกปรกของจิต ชิวเซิง...เธอมี บุญแล้ว เพราะเธอได้รับพระราชโองการให้ลิขิตหนังสือ อาจารย์จะให้เธอลงไปชำระกายให้สะอาด

ชิวเซิง: ขอบพระคุณครับ ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้ (ขาดคำ ชิวเซิงก็โดดลงไปในสระ ได้ยินแต่เสียงตูม)

ชิวเซิง: โอ้...เย็นสบายดีจัง ไม่คิดว่าจะได้มาอาบนํ้า แบบนี้ ขอถือโอกาสเล่นนํ้าให้สะใจสักทีเถิด

พระจี้กง: ชิวเซิง สมควรแก่เวลาแล้ว อย่าเล่นจน เพลิน รีบขึ้นมาเถอะ

เทพารักษ์: นมัสการท่านจี้กง มนุษย์ปุถุชนผู้นี้ไฉนจึง มาอาบนํ้าอยู่ที่นี่ ?

พระจี้กง: คนผู้นี้คือ ชิวเซิงคนทรงของสำนักเซิ่งเทียน แห่งเมืองไถจุง เนื่องจากได้รับพระราชโองการให้ลิขิตหนังสือ ดังนั้นอาตมาจึงพามาที่นี่ เพื่อชำระกายทิพย์ให้สะอาดเสีย ก่อน

เทพารักษ์: อ๋อ...ถ้าเช่นนั้น ก็เชิญตามสบายครับ ชิวเซิง: สบายตัวดีจัง

พระจี้กง: ชิวเซิง...รีบคารวะท่านเทพารักษ์

ชิวเซิง: คารวะท่านเทพารักษ์ หากมีที่ไม่สมควรโปรด อภัยด้วยครับ

เทพารักษ์: ไม่เป็นไร ๆ เมื่อมาด้วยพระราชโองการ เรายินดีอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

พระจี้กง: อ้อ... วันนี้ไหน ๆ มาถึงนี่แล้ว เพื่อไม่ให้เสีย เที่ยว ขอถือโอกาสเก็บข้อมูล ดูเหมือนเทวดาที่อยู่กลางสระ คนนั้นเพิ่งจะบรรลุธรรมไม่นาน รบกวนท่านเทพารักษ์ช่วย แจ้งเขาทีว่าเราจะขอสนทนา ด้วย

เทพารักษ์: ได้ครับ

เทวดาจาง: นมัสการพระอาจารย์จี้กง

พระจี้กง: เจริญพร...วันนี้เนื่องจากเกี่ยวกับการลิขิต หนังสือ จึงมีโอกาสได้พบกันที่นี่ ขอให้ท่านกรุณาเล่าเรื่อง การประพฤติปฏิบัติธรรมของท่านครั้งเป็นมนุษย์ ให้ผู้คนได้รู้ บ้าง เพื่อโน้มน้าวให้หันมาทำความดีละชั่วโดยเร็ววัน

เทวดาจาง: ได้ครับ....ข้าพเจ้าเป็นคนชาวเมืองจางฮัว ชื่อจางจื้อตง ครอบครัวทำนาสืบทอดมาแต่สมัยบรรพชน ตอนวัยรุ่นได้ตามบิดาทำไร่ไถนา และใช้เวลาว่างศึกษา หนังสือธรรมะต่าง ๆ ทำให้รู้แจ้งสัจธรรมแห่งชีวิต รู้ว่าชีวิต คนเราแท้จริงเป็นเพียงแค่ความฝันฉากหนึ่ง สรรพสิ่งล้วน แต่เป็นมายา ดังนั้นพวกทรัพย์สินเงินทอง กามคุณ ลาภยศ สรรเสริญทั้งปวง จึงไม่ไปยึดมั่นหรือลุ่มหลงอาลัยอาวรณ์ ปล่อยไปตามบุญกรรม เมื่อการเงินคล่องตัวก็ออกเงินพิมพ์ หนังสอื ธรรมะโปรดผูค้ น และยังไปบรรยายธรรมตามสถาน ที่ต่าง ๆ ชี้แนะให้ผู้คนฝึกฝนปฏิบัติธรรมขัดเกลาตน ตอนที่ ข้าพเจ้าอายุได้ 78 ปี คืนวันหนึ่งเทพเจ้าลือโจ๊ว ได้กล่าว ชมเชยข้าพเจ้าและแจ้งวันเวลา ที่ข้าพเจ้าจะต้องละจากโลก มนุษย์ เมื่อข้าพเจ้าทราบ ดังนั้นจึงสั่งเสียคนในครอบครัว และพูดยํ้ากับทุกคนว่า เกิดเป็นคนต้องกตัญญูรู้คุณคน ซื่อสัตย์สุจริตมือสะอาดไร้มลทิน อย่าทำเรื่องที่เสื่อมเสียแก่ วงศ์ตระกูล ถ้าการเงินอำนวยต้องช่วยเหลือจุนเจือคนยากไร้ อย่าเห็นแก่ตัว เมื่อข้าพเจ้าสั่งเสียเสร็จไม่นาน กุมารทอง กุมารหยกก็มารับข้าพเจ้านำขึ้นสู่สะพานสวรรค์ ได้รับการยกย่องชมเชยจากพระเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ และพระราชทาน ตำแหน่งเจ้าในเมืองมนุษย์ ได้เสวยสุขอย่างอิสระเสรีจนบัดนี้ ทั้งนี้เป็นเพราะตอนเป็นมนุษย์ได้ประกอบคุณความดีไว้ นั่นเอง

ชิวเซิง: ที่แท้ท่านเทวดาเมื่อตอนเป็นมนุษย์ ก็รู้จัก บำเพ็ญธรรมขัดเกลากิเลส หมั่นประกอบกรรมดี น่านับถือ จริงๆ

เทวดาจาง: หลานชาย...เธอโชคดีจริงที่ได้ติดตามพระ อาจารย์จี้กงท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ลิขิตหนังสือสืบไปภาย หน้าจะมีบุญบารมีสูงส่ง

ชิวเซิง: ขอบพระคุณท่านเทวดาที่ให้กำลังใจ

เทวดาจาง: ทุกวันนี้จิตใจผู้คนไม่เหมือนแต่ก่อน ข้าพเจ้า ขอถือโอกาสนี้ ตักเตือนชี้แนะชาวโลกว่าอย่าได้ก่อกรรมทำชั่ว ควรขัดเกลาบำเพ็ญจิต หมั่นสร้างบุญกุศลต่อไปภายหน้าจึงจะ ได้เสวยสุขชั่วนิรันดร์

ชิวเซิง: โอวาทอันลํ้าค่าของท่านเทวดา เชื่อว่าคง สามารถปลุกผู้คนให้ตื่นตัว หันมาฝึกฝนธรรม ขัดเกลาตน

เทวดาจาง: ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด

พระจี้กง: ดึกมากแล้ว เราเตรียมตัวกลับได้แล้ว ชิว เซิง..รีบอำลาท่านเทวดาและท่านเทพารักษ์

ชิวเซิง: ขอขอบคุณท่านเทวดาจางที่ให้โอวาท และท่าน เทพารักษ์ที่ให้ความเอื้อเฟื้อ กระผมจำต้องขอลาก่อน เทวดาจาง เทพารักษ์: ขอส่งท่านจี้กงและชิวเซิง

พระจี้กง: ชิวเซิง...รีบขึ้นยานดอกบัว

ชิวเซิง: ผมได้นั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ไปได้

พระจี้กง: ชิวเซิง...การท่องเที่ยววันนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง

ชิวเซิง: คืนนี้นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาจริง ๆ หวังว่า อาจารย์คงส่งเสริมต่อไป

พระจี้กง: เธอมีวาสนาทางธรรมสูง จึงได้รับเกียรติเช่น นี้ ขอให้มีความมานะบากบั่นต่อไป อย่าได้ทอดทิ้งกลางคัน

ชิวเซิง: โอวาทของอาจารย์ ศิษย์จะจำใส่ใจ

พระจี้กง: สำนักเซิ่งเทียนถึงแล้ว ชิวเซิงลงได้

ชิวเซิง: กระผมขอส่งอาจารย์