ครั้งที่ 27 สนามวิ่งแข่ง

352 Views

“กรีฑาวิ่งแข่งกัน
ขจัดความเหี้ยมโหด”
องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับ
ทรงกลอนว่า
ท่องตายโหงไม่ท้อแท้แม้ทุกข์เข็ญ
คืนหนาวเย็นอาจารย์ศิษย์สาวเท้าไว
เฝ้ารอคอยการเผยแผ่ปีถัดไป
สั่งสมไว้บุญกุศลตักเตือนคน

อาจารย์: เที่ยวเมืองตายโหงคราวก่อนมาถึงแดนขัง หนึ่ง ดูแต่ละหน่วยงาน คืนนี้จะเข้าสู่แดนขัง 2 ประทานแพร ฟ้าป้องกันตัว เราออกเดินทางกันเถอะ

หยงปี่: เรียนถามอาจารย์ แดนขังสองเป็นฆาตกรรม ตาย ถ้าอย่างนั้นสถานที่นี้ยมบาลต้องสร้างการลงโทษอย่าง หนัก เพื่อเป็นการฝึกฝนอารมณ์ดุร้ายของวิญญาณผีพวกนี้

อาจารย์: ไม่...เมืองตายโหงไม่สร้างการลงโทษ ได้ บอกไว้แล้วตั้งแต่แรก ถ้าเช่นนั้นการอบรมจะมีผลอย่างไรต่อ ผีตายโหงพวกนี้ เจ้าดูเอาเองก็แล้วกัน

หยงปี่: ศิษย์รู้ว่าเมืองตายโหงไม่สร้างการลงโทษ เพียง แต่แปลกใจว่า จะทำอย่างไรให้พวกตายโหงเหล่านี้ได้ฝึกฝน อารมณ์ความดุร้ายได้

อาจารย์: ตอนนี้ได้ผ่านมาระหว่างแดนหนึ่งกับสอง แล้ว เจ้าลองหาคำตอบเอาเอง

หยงปี่: ศิษย์รู้ว่าได้ผ่านตำหนักซิ่งหง แต่ได้เห็น ลักษณะเหมือนสนามกีฬาในเมืองมนุษย์

อาจารย์: เราสองคนนั่งอยูบ่ นอัฒจันทรค์ อยดูก็แลว้ กัน

หยงปี่: (เดินตามอาจารย์ไปสถานที่เหมือนสนามกีฬา) หรือว่าเมืองตายโหงกำลังมีการแข่งกรีฑากันอยู่ ไม่อย่างนั้น จะมีเสียงดังลั่นมาจากข้างในหรือ อาจารย์ยังจะขึ้นไปนั่งดูบน อัฒจันทร์อีก นับว่าทันสมัยได้ดูการแข่งกีฬาในยมโลก (ตอน นี้กำลังเดินเข้าสู่ประตูและเดินขึ้นบันไดไปที่นั่งของคนดู) ว้าว! เป็นการแข่งกีฬากันจริง ๆ ด้วย อย่างนี้ก็สนุกซิจะได้เห็นว่า ทางยมโลกเขาแข่งกีฬากันอย่างไร

อาจารย์: หยงปี่เจ้าจงตั้งใจดูรายการกีฬาพิเศษนั้น ก็ จะเข้าใจว่า จะเห็นเหล่าวิญญาณดุร้ายได้ฝึกฝนอารมณ์ เหี้ยมโหดอย่างไร

หยงปี่: ครับ! (ทั้งสองขึ้นไปบนอัฒจันทร์แล้วหันไป ทางหอบังคับการ พอดีมีเจ้าหน้าที่มาพาทั้งสองคนเข้าไปยังที่ นั่งแถวหน้า หยงปี่ก็เฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อ ตาจ้องอยู่ที่สนาม) เฮ้ย! นี่ เหมือนสนามกีฬา เท่ากับว่าจะเปลี่ยนเป็นเกมป่า เถื่อนหรือ นั่นลู่วิ่งมีสิ่งกีดขวาง เปลี่ยนเป็นที่ต่ำที่สูง ทำให้ผู้ วิ่งหัวหมุน เปลี่ยนทิศทางเต็มไปหมด (หยงปี่พูดจบลง ก็มี เสียงดังมาจากด้านข้าง) ท่านหยงปี่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว นี่ไม่ใช่ เปลี่ยนเป็นเกมป่าเถื่อน นี่เป็นเกมการวิ่งแข่ง เพียงแต่พวก เราเพิ่มหลุมบ่อให้โดยไม่คาดคิด ที่สำคัญคือต้องการให้ผู้วิ่ง มีสติแน่วแน่ เพิ่มความระมัดระวัง อย่างนี้จึงจะทำให้กายใจ อยู่รวมกัน จะได้ขจัดอารมณ์ดุร้ายได้ ถ้าหากผู้แข่งขันใด ชนะก็จะเป็นการสะสมคะแนนใช้ไปลดวันกำหนดโทษได้ นี่คือ การแข่งขันที่มีรสชาติจะเปลี่ยนเป็นเกมป่าเถื่อนไปได้อย่างไร

อาจารย์: พูดได้น่าฟังมาก แล้วพวกกระโดดสูงนั่น ไม่ ปูเบาะเลยแถมยังเป็นอิฐหินอีกจะให้เห็นดีไปได้อย่างไร ก็มี เสียงพูดต่อไปว่าพวกผีฆาตกรรมตายเหล่านี้เป็นพวกไม่กลัว มีดไม่กลัวปืนแล้วจะไปกลัวอะไรกับก้อนอิฐหินนั่น

หยงปี่: (ตอนนี้รู้สึกว่าเสียงนั้นไม่ใช่ อาจารย์จึงรีบหันไปดูที่แทนผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ คือ ผู้เฒ่าที่ผอมซีดจนเขียว) ท่านเป็นใคร

อาจารย์: ฮาฮ้า! ไอ้โง่ นี่คือผู้อำนวยการกีฬาและก็ เป็นผู้ควบคุมฝ่ายพลาธิการแดนขังสอง

หยงปี่: ที่แท้เป็นแผนการของท่านเอง มิน่าเล่าจึงพูด ได้อย่างน่าฟังนัก

พลาธิการ: ผิดแล้ว งานกีฬานี้แม้จะเป็นแผนการของ ข้าพเจ้าแต่รายการแข่งขันทั้งหมดก็ได้รายงานให้ผู้บังคับข้าง บนอนุญาตก่อน จึงพูดได้ว่าไม่มีการเปลี่ยนเป็นเกมป่าเถื่อน

หยงปี่: ชาวบ้านเขาวิ่งแข่งกันว่าใครเร็วใครมีกำลัง แล้วที่ลู่วิ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะพบกับสิ่งกีดขวางที่สูงหรือตกลง ไปเป็นหลุมลึกท่านควรจะลองไปวิ่งดู

พลาธิการ: ข้าพเจ้าก็ยอมรับว่าข้าพเจ้าก็ทำไม่ได้ แต่ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้มีโทษของยมโลก จึงไม่ต้องรับการทดสอบ อย่างนี้มีประโยชน์ต่อพวกเขาเมื่อร่างวิญญาณได้มีสติ ทั้งจิต และกายจดจ่อ นาน ๆ ไปก็สามารถกลายเป็นตาข่ายต้านทาน จะได้ลดความอยากลงไม้ลงมือด้วยความเหี้ยมโหดได้

หยงปี่: พูดอย่างนี้รายการแข่งขันของท่าน ล้วนมี เจตนาดี

พลาธิการ: แน่นอน วิญญาณผีเหล่านี้ เพราะเป็น พวกที่ชอบรุนแรงจนตายโหง ไม่ว่าตนเองจะให้ร้ายคนอื่นเขา หรือถูกเขาปองร้าย ก็เพราะตนเองมีอารมณ์ที่โหดร้าย และ เมืองนี้ก็ไม่ใช่เมืองนรก ไม่สามารถจะสร้างการลงโทษที่ รุนแรงเพื่อกำราบความโหดเหี้ยม จึงต้องอาศัยชื่อว่าการ กีฬา มีการเพิ่มคะแนนจะได้ลดโทษการคุมขัง ทำให้พวกเขา ได้แข่งขันเหมือนได้คลายแรงกายลง ก็จะเป็นการขจัด อารมณ์ดุร้ายได้

หยงปี่: นี่ก็เป็นความหวังดีอย่างจริงใจ ศิษย์ไร้มารยาท เอ่อ! การแข่งขันนี้ต้องทำกันเป็นประจำหรือไม่

พลาธิการ: ไม่ ปีละครั้ง แต่ว่าแต่ละรายการ ทุกคน ต้องเข้าร่วมมิฉะนั้นก็จะไม่ได้รับการฝึกฝน เมื่อการแข่งขัน สิ้นสุดลง มองดูแล้ว ผู้แข่งขันทุกคนดูน่าสงสาร ที่จริงพวก เขามิเพียงแต่ได้ขจัดเอาอารมณ์แห่งความดุร้ายเท่านั้น ยังลด เวลาการกักขังลงไปด้วย พูดได้ว่าได้ประโยชน์มากมาย

อาจารย์: ขอบใจท่านพลาธิการ ที่ช่วยแนะนำ เราศิษย์ อาจารย์ต้องรีบกลับ รบกวนท่านมากแล้ว ข้าจะส่งเจ้ากลับ สถานธรรม......ถึงแล้ว ข้ากลับละ