ครั้งที่ 25 เที่ยวแดนขังหนึ่ง

369 Views

“เมืองตายโหงแบ่งหลายชั้น
อาจารย์ศิษย์เล่ารายละเอียด”
องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับ
ทรงกลอนว่า
แต่งหนังสือกล่อมเกลากุศลแรง
ต่างขันแข็งหยุดหมุนเวียนจนสิ้นกรรม
แผ่ส่วนบุญเมืองตายโหงลงโทษทัณฑ์
ต่างก็ทำหน้าที่ตนดีที่สุด

อาจารย์: การทำหนังสือเล่มนี้ ได้เยี่ยมถามผีตายโหง มาพอสมควรแล้ว แต่ที่สำคัญคือเที่ยวทั่วทั้งเมือง เพื่อให้ แต่ละหน่วยงานแนะนำในรายละเอียด อย่างวันนี้จะเที่ยว แดนขังชั้นที่ 1 ศิษย์ลงแรงหน่อยเน้อ

หยงปี่: ศิษย์ออกแรงข้าวต้มหมดแล้ว หากยังไม่พอ ก็ จะเพิ่มกะกลางคืนอีก

อาจารย์: ไม่ได้ทดสอบ และก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรเจ้า สักหน่อย อย่าพูดเหลวไหล ประทานแพรฟ้า ออกเดินทาง เถอะ

หยงปี่: ดีจังเลย! ไม่ต้องหลับตา รู้สึกเบาสบายน่าจะ เป็นอย่างนี้ ตั้งแต่แรก ถูกแล้ว อาจารย์ ผมจำได้ว่าเที่ยวเมือง ตายโหงถึงแดนขังชั้นที่ 1 เราได้ผ่านห้วงแห่งกาลเวลา ผ่านไป นรกมาถึงทางสามแพร่ง แล้วก็ประตูทางเข้าเมือง ผ่านศาล สอบสวนผ่านถนนคมมีด ลานพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แดนวิตก จริตเที่ยวแบบนี้สิ้นเปลืองไม่น้อยไม่รู้ว่าได้เที่ยวเมืองไปกี่ส่วน แล้ว

อาจารย์: คิดเอาคร่าว ๆ ได้เพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น

หยงปี่: ถ้าอย่างงั้นต้องเที่ยวอีกสักครึ่งปีกระมัง

อาจารย์: แม้ไม่ถูกแต่ก็ไม่คาดเคลื่อนนัก เพราะฉะนั้นอาจารย์จึงอยากให้เจ้าลงแรงหน่อย ถึงชั้นที่ 1 แล้วเจ้ามองดู

หยงปี่: ช้าก่อนอาจารย์ ศิษย์ขอถามหน่อย ถนนคมมีด ขึ้นอยู่กับศาลสอบสวน แล้วลานพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินกับแดน วิตกจริตขึ้นอยู่กับอะไร

อาจารย์: สถานที่พิเศษเหล่านี้ก็ควบคุมโดยเมือง ตายโหงที่จัดขึ้นเฉพาะ เหมือนเมื่อคราวก่อนที่เที่ยวชม ทิวทัศน์ “ทะเลไฟ” ก็ไม่ขึ้นอยู่กับชั้นใดเลย

หยงปี่: ทำไมเล่า?

อาจารย์: เพราะว่าต้องขึ้นอยู่กับคดีเฉพาะและความ ต้องการนอกจากแดนขังชั้น 4 ที่สร้างสถานอบรมขึ้น เพื่อ ให้การอบรมก็ไม่ขึ้นอยู่กับชั้นใด พูดง่าย ๆ การอบรมแต่ละ ชั้นแบ่งโดยการกำหนดเวลาโดยไม่เกี่ยวข้องกัน หากแต่เมือง ตายโหงควบคุมทุกแห่ง จึงสามารถใช้ร่วมกันได้

หยงปี่: พูดอย่างนี้ ภายหลังเที่ยวเมืองแล้ว อาจารย์ ต้องอธิบายเพิ่มเติมในแต่ละที่ว่าขึ้นอยู่กับเมืองตายโหง หรือ ขึ้นอยู่กับแดนขังแต่ละชั้นนะ

อาจารย์: ก็ได้ ตอนนี้ก็ผ่านแดนวิตกจริต อันเป็นสถาน ที่พิเศษก็เข้าสู่ชั้น 1 แดนขัง 1 ให้เจ้าดูการอบรมอย่างละเอียด

หยงปี่: ตามที่อาจารย์บอก แดนขัง 1 ควบคุมการฆ่า ตัวตาย แดนขัง 2 ควบคุมฆาตกรรมตาย แดนขัง 3 ควบคุม อุบัติเหตุรถยนต์ แดนขัง 4 ควบคุมการตายจากภัยพิบัติ ธรรมชาติ ถูกหรือเปล่าครับ แต่ละแดนขังแบ่งเป็น 4 ห้อง ห้อง 1 ห้องโทษหนักที่สุด ตามแต่ชนิด

อาจารย์: ไม่ผิด ห้อง 1 ตายเนื่องจากความรักหนัก ที่สุด ห้อง 2 ลดน้อยลง ห้อง 3 ลดน้อยกว่าห้อง2 ห้อง 4 เบา ที่สุด ดังนั้น แต่ละแดนขังแต่ละห้องยังมีรายละเอียด

หยงปี่: แต่แดนขังและห้อง ก็ปาเข้าไปครึ่งปีแล้ว แล้ว ที่อื่นอีกล่ะ

อาจารย์: ไอ้โง่ ยกตัวอย่าง หนึ่งอันก็รวมความไปถึง 3 อันแล้ว เพียงแต่พูดให้กระจ่าง เสร็จแล้วก็เลือกที่เที่ยว ก็จะ ประหยัดเวลาได้

หยงปี่: อย่างนั้นก็โปรดอธิบายมากหน่อย ศิษย์ขอ ขอบคุณล่วงหน้า อ้อ! ที่นี่เหมือนกรงนกพิราบเรียงกันเป็น ห้องเล็ก ๆ เป็นแดนขังหนึ่งใช่ไหมครับ

อาจารย์: ถูกแล้ว

หยงปี่: อย่างนี้จะมีอะไรน่าเที่ยว วันหลังให้ให้ศิษย์พา อาจารย์ไปเที่ยวเมืองไถจง บ้านเลขที่ 4 ถนนซินเซิน ที่นั่นน่า ดูกว่าเแยะเลย

อาจารย์: จองหอง

หยงปี่: ไม่ใช่อย่างนั้น แดนขังบนโลกล้วนเป็นตึกสูงใหญ่ เมืองตายโหงเมืองใหญ่แต่มีแดนขังเล็ก ๆ เหมือนกรงนกพิราบ

อาจารย์: เจ้าพูดเป็นบ้าไปได้ บนโลกพูดถึงสิทธิมนุษย ชน เพราะฉะนั้นนักโทษก็ต้องดูแลเหมือนคน แต่วิญญาณผี ในยมโลกได้ผ่านการทำบาปจากตัวคนมาแล้ว จึงถูกควบคุม ให้ฝึกฝนจิตวิญญาณจะมาพิจารณาอะไรกันมากมาย ถ้า หากวิญญาณผีได้รับการดูแลเหมือนคนในโลกแล้ว ถ้าเช่น นั้นคนจะต้องไปกลัวอะไรกับกฎลงโทษในยมโลกละ แบบนี้ คนตายเป็นผีแล้วก็ยังสามารถเสพสุขได้ แล้วจะตักเตือนคน ได้อย่างไร

หยงปี่: ถูกครับ ทำไมศิษย์คิดไม่ถึง พูดเช่นนั้น หากเรา อาจารย์กับศิษย์มาเที่ยวเมืองตายโหง แล้วเขียนว่าเป็นสถาน ที่น่าเที่ยวมีภูเขานํ้าตกน่าหลบร้อน อะไรอย่างนั้น คงจะมีคน ที่ทนทุกข์ไม่ได้ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็คิดจะมาเที่ยวบ้างโดยไม่ ยอมเสียค่าใช้จ่ายเป็นแน่ ถ้างั้นการที่ศิษย์ไม่ฆ่าคุณลุง คุณ ลุงไม่ตายเพราะผม ตอนกลางคืนคุณลุงก็ฝันร้ายแล้ว

อาจารย์: ปากเสีย! พูดให้ถูกให้ควร นอกจากกรง พิราบเหล่านั้นแล้วเจ้าเห็นอะไรอีก

หยงปี่: นอกจากกรงพิราบแล้วก็มีแต่กรงพิราบ

อาจารย์: เป็นไปได้อย่างไร ยังมีอีกตั้งแยะ.....อ๋อ เข้าใจแล้วเจ้าจะขี้เกียจแล้วใช่ไหมละ ไม่ได้! ต้องเที่ยวให้ทั่วที่ นี่ก่อน

หยงปี่: ก็ได้ ลานกว้างด้านหลังนั้นคืออะไร....เห็นแล้ว ด้านซ้ายของห้องแถวเหมือนกรงนกพิราบ มีตำหนักที่ สวยงามตระการตาอยู่หลังหนึ่ง มีอะไรอยู่ในนั้น

อาจารย์: ได้ฟังร้อยครั้งไม่เท่าตาเห็น อาจารย์จะพา เจ้าไปดู (พูดจบก็ดึงเจ้าหยงปี่ตรงไปยังอาคารหยังใหญ่นั้น)

หยงปี่: อาจารย์ครับ ไม่ต้องดึงก็ได้ ศิษย์จะเดินไป เอง.....เฮ้ ตำหนักซิ่งหง (เป็นตำหนักโบราณที่ให้บัณฑิตเข้า ศึกษาในสมัยนักปราชญ์ขงจื้อ ประมาณ 2,500 กว่าปีมา แล้ว) จะใช้ตำหนักซิ่งหงที่ท่านขงจื้อได้แยกมา ทำไมมาอยู่ที่ เมืองตายโหง

อาจารย์: ช่วยไม่ได้ คนที่ฆ่าตัวตายเพราะไม่เข้าใจ ธรรมของท่านขงจื้อ เพราะฉะนั้นจึงได้เชิญผู้ทรงคุณปัญญา ของท่านขงจื้อมาอธิบายสั่งสอน ถึงว่าความกตัญญูเป็น คุณธรรมอันดับแรกของคุณธรรมทั้งหลาย จะได้ไม่ทำลาย แม้แต่เส้นผมผิวกาย นี่คือหลักธรรม

หยงปี่: เสร็จแล้วก็ต้องไปดูลานกว้างนั้นหน่อย

อาจารย์: ลานกว้างนั้นเป็นลานฝึกอบรมที่ใช้ร่วมกัน ตอนนี้ไม่มีอะไรดู แต่ที่ด้านหลังมีที่หลายแห่งที่ขึ้นกับแดนขัง 1 เป็นสภาพที่อบรมในแต่ละสาขา ต้องไปดูหน่อย วันหลังเจ้า เอาใจใส่หน่อยคืนนี้หยุดเพียงแค่นี้ ข้าจะส่งเจ้ากลับ.....ถึง แล้ว ข้ากลับละ