ครั้งที่ 22 เที่ยวเมือง

389 Views

“อาจารย์ศิษย์เล่าถึงสภาพของเมือง
จึงวาดภาพของเมืองทั้งหมด”
องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับ
ทรงกลอนว่า
ลมเมฆเหมาะเจาะเหนือกว่าสติปัญญา
คนตํ่าช้าได้ดีเบียดเสียดกัน
ดำเนินชีวิตสายกลางแจ้งมหาธรรม
บำเพ็ญจิตหลุดพลันพ้นปุถุชน

อาจารย์: ชีวิตท่ปี ระสบเคราะห์กรรม ถึงแม้จะถูก กำหนดไว้แล้ว แต่เวลาและช่องทางท่ใี ห้โอกาสสร้างวีรบุรุษก็ มิใช่ว่าจะไม่มี ในทางกลับกันพวกตํ่าช้าได้ดี มีอำนาจวาสนา การประสบโดยบังเอิญต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ควรจะชอบและอยาก ได้หรือโกรธแค้นพวกเขา การดำเนินชีวิตให้ระมัดระวังอยู่ใน ทางสายกลาง ทำสุดความสามารถของตนเอง ความสำเร็จขึ้น อยู่กับเบื้องบน หากปักใจจะเอาจะกลับเป็นสิ่งที่ไม่ดีงาม ศิษย์ ข้าเตรียมตัวออกเดินทาง ประทานแพรฟ้าปกป้องตัว

หยงปี่: ครับผม

อาจารย์: หยงปี่เอ๋ย! หนังสือเล่มนี้แต่งมาแล้วยี่สิบกว่า ครั้ง ดูเหมือนเจ้ามีความพึงพอใจ แต่ตีกลองเหมือนไม่มีแรง

หยงปี่: ไม่ใช่หรอกครับ ท่ามกลางการดำเนินการแต่ง หนังสือเที่ยวเมืองตายโหงนี้ ศิษย์พูดได้ว่าได้ทำอย่างเต็มที่ แล้ว แต่ว่าหนังสือเล่มนี้ได้ทำความลำบากมาให้ไม่น้อย อย่าง เช่นว่าเมืองตายโหงแห่งเดียว ก็มีอำนาจการควบคุมหลาย แห่ง ศิษย์เลยมีข้อสงสัยอยากจะถามว่า เมืองตายโหงกับ เมืองนรกล้วนก็เป็นยมโลก ทำไมแต่ละแห่งก็ควบคุมกันเอง ตั้งแต่สมัยโบราณมาก็มีบันทึกในหนังสือ แต่ไม่เคยได้ยินว่า เมืองตายโหงได้อยู่เป็นเอกเทศ

อาจารย์: ข้าว่าเจ้าสมองทื่อก็ยังไม่ยอมจำนน เพราะ คนทั้งหลายคิดว่าพอตายแล้วก็ต้องไปยมโลก แต่คนที่มีบุญ กุศลมากก็ขึ้นสวรรค์ไป เจ้าไม่รู้ว่าที่ขึ้นสวรรค์ก็ยังแบ่งเป็น หลายประเภท เพราะฉะนั้นยมโลกก็แบ่งเป็นหลายแห่ง ไม่ เห็นต้องสงสัยเลยแต่เพราะโบราณมา คนก็พูดต่าง ๆ กันมา ว่า เมืองนรกจะควบคุมพวกวิญญาณผีโดยเฉพาะ แต่ไม่ได้ บอกรายละเอียดทั้งหมด

หยงปี่: พูดก็ถูก ถ้าอย่างนั้นคืนนี้อาจารย์จะพาศิษย์ไป ไหน

อาจารย์: ไปวนรอบเมืองตายโหงสักรอบ เจ้าก็เล่าให้ ละเอียดสักหน่อย ไม่แน่ว่าคนที่วาดเก่ง ๆ จะได้วาดเป็นภาพ สักภาพหนึ่ง เหมือนในราชวงศ์หมิงและชิงได้วาดรูปแม่นํ้า ต่าง ๆ ไว้ เก็บไว้ได้นานไม่เน่าเสีย เจ้าก็จะมีบุญกุศลเหลือ คณานับแล้ว

หยงปี่: อาจารย์พูดได้ดี หากมีนักวาดเขียน ก็จะ สามารถทำงานอันนี้ได้ แต่ว่านักวาดคนนี้ก็ได้ตายไปแล้ว อีก คนก็ยังไม่เกิด แต่ศิษย์กำลังคิดอยู่ว่าวันหลังจะหาคนวาดรูป มาเขียนเมืองตายโหง แล้วก็พิมพ์ลงในหนังสือก็จะอยู่ได้นาน ไม่เน่าเสียเช่นกัน

อาจารย์: คิดได้ดี ถ้างั้นเจ้าเอาใจใส่หน่อยก็แล้วกัน

หยงปี่: ขอเชิญอาจารย์นำทาง (พอพูดจบ ยังไม่ทัน ก้าวออกจากสำนัก ก็เหมือนกับได้เข้าสู่หนทางแห่งกาลเวลา หมุนเปลี่ยนแค่พริบตาเดียว ทั้งความคิดและความรู้ของใจ ก็ แปรเปลี่ยนจากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่ง) อาจารย์ครับ! ท่าน ทำมายากลหรือ หรือว่าศิษย์ได้เดินเข้าสู่หนทางแห่งกาล เวลา ทำไมเมื่อครู่ยังคุยอยู่ในสถานธรรม ฉับพลันก็ทะลุผ่าน ห้วงกาลเวลามาถึงยังยมโลก

อาจารย์: อย่างนี้จึงจะสะดวกต่อการเขียนภาพ

หยงปี่: ถ้าอย่างนั้น ข้ามจากถนนนี้ไป ก็ต้องเป็นแนว ไฟนรกของยมโลก จากนั้นก็ถึงทางสามแพร่ง ไปทางซ้ายคือ เมืองตายโหง ไปทางขวาก็เมืองนรก ใช่หรือไม่

อาจารย์: ไม่ผิด เจ้าไม่อธิบายให้ละเอียดหน่อย เขียน วงกลมแทนกาลเวลา เขียนกองไฟแทนแนวไฟนรก จากนั้น เส้นทางที่มืด ๆ ก็แยกเป็น 2 ใช่หรือไม่

หยงปี่: จะสังเขปไปหน่อยแล้วอาจารย์ ศิษย์เรียนมาก็ ไม่มากจะไปบรรยายอย่างไร หากแต่ศิษย์ประทับจดจำไว้ได้ รอให้มีคนจะวาดเมืองตายโหงเสียก่อน ศิษย์ก็จะค่อย ๆ อธิบายรายละเอียดให้ฟัง ก็จะได้ไม่ห่างไกลกันนัก

อาจารย์: เอาเถอะ! ต่อลงไปก็คือด่านหลายด่าน แล้ว ตรงเข้าสู่เมืองตายโหง ตอนนี้จะให้เจ้าเป็นผู้บรรยาย อาจารย์จะรับหน้าที่นำทาง

หยงปี่: ขอไหว้วานอาจารย์หน่อยแล้วกัน (เข้าสู่เมือง ตายโหงก็จะเป็นประตูเมืองที่ใหญ่โต) อ้อ! ใช่แล้ว ปากทาง เข้ามีป้อมยาม เดินไปทางขวามือก็เป็นศาลสอบสวนเป็น อาคารหลังใหญ่ อ้อมไปด้านหลังก็จะมีบ้านหลังเล็ก ๆ เตี้ย ๆ นั้นเป็นที่กักขังชั่วคราว แน่นอนต้องมีพวกผีตายโหงที่หน้านิ่ว คิ้วขมวดอยู่ไม่น้อย และก็มีผีที่ดุร้ายเป็นเจ้าหน้าที่เดินเข้า ๆ ออก ๆ และที่ดูเรียบร้อยสุภาพก็เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ เมื่อผ่านศาลสอบสวนมาแล้ว ก็มีถนนสายหนึ่งซึ่งมีกรวดหิน สีดำที่แหลม ๆ คม ๆ อาจารย์ครับ! ถนนนี้ไว้ทำอะไรกัน ทำไม เหมือนถนนมีดแหลมของเมืองนรก จะเรียกว่าถนนมีดก็ได้

อาจารย์: นี่คือ ที่ลงโทษของศาลสอบสวน

หยงปี่: ที่พูดว่าเมืองตายโหงไม่สร้างที่ลงโทษรุนแรง ทำไมจึงมีสถานที่ลงโทษเช่นนี้

อาจารย์: ศาลสอบสวนจะควบคุมการสอบสวน พวก ที่มาถึงใหม่ ๆ แล้วยังไม่ได้รับการสอบสวนก็ยังเป็นวิญญาณ ยังไม่ขึ้นอยู่กับเมืองตายโหง ก็ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจาก เมืองตายโหง ก็ต้องดำเนินตามการสอบสวนของเมืองนรก

หยงปี่: ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง โอ๊ย! อาจารย์ครับ จะเล่าถึง เมืองตายโหงทั้งหมดไม่ใช่ง่าย ๆ

อาจารย์: เมืองตายโหงจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ ไม่เล็ก หากคิดจะเล่าการท่องเที่ยวทั้งหมดเป็นรูปวาดใบ เดียว ก็ไม่ใช่ง่าย

หยงปี่: ใช่แล้วครับ หากจะแค่พอสังเขป เราอาจารย์ ศิษย์ค่อย ๆ ช้า ๆ จะดีกว่า ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม คืนนี้ถึงแค่นี้ ก็พอกระมังครับ

อาจารย์: คิดจะขี้เกียจล่ะซิ ก็เลยสร้างเหตุผลเสีย ใหญ่โตเช่นนี้ เอาเถอะพูดเข้าท่าดีอาจารย์อนุญาต แต่เจ้า ต้องจำไว้ คราวหน้าจะต่อจากที่นี่