ครั้งที่ 21 เสพยาเสพติด

405 Views

“ชีวิตวัยรุ่นจมปรัก
ยาเสพติดเหมือนยาพิษ”
องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับ
ทรงกลอนว่า
ชีวิตวัยรุ่นจมปรักน่าสงสาร
ทำลายกาลอนาคตโดยไม่รู้
ไม่ห่วงใยพ่อแม่ที่เลี้ยงดู
ถึงตายโหงสำนึกรู้ก็สายแล้ว

อาจารย์: น่าสงสาร! สังคมปัจจุบันกดดันไม่สดใส ทำลายจิตใจและกายพวกวัยรุ่น ทำให้หันมาเสพยาเสพติด (ผงขาว ยาม้า ยาขยัน ตลอดจนทินเนอร์) ยาพวกนี้ ทำให้เกิด สภาพจิตหลอนมีความเพ้อฝัน ใจเบาหวิวเหมือนจะลอยได้ ทำให้ลืมความกดดันไปชั่วขณะ พอยาหมดฤทธ์ิ กลับกลาย เป็นผลร้ายที่ร่างกายได้รับ ซึ่งวัยรุ่นรู้ไม่เท่าทันหรือคาดคิด ไม่ถึง

หยงปี่: อาจารย์.....ท่านเข้าใจอย่างละเอียดเช่นนี้ หรือ เป็นเพราะว่าอาจารย์ได้ทดลองเสพมาแล้ว

อาจารย์: อาจารย์ได้เคยทดลองมา แต่น่าเสียดาย พวกยาเหล่านี้กลับไม่เกิดผลอะไรกับอาจารย์ ซึ่งที่จริงแล้ว อาจารย์คิดจะลองดูถึงสรรพคุณของยา เพื่อนำมาพิจารณา ดูว่า เยาวชนปัจจุบันทำไมจึงนิยมชมชอบที่จะเสพยาเสพติด เหล่านี้ ความคาดหวังกลายเป็นความว่างเปล่าเสียแล้ว

หยงปี่: อาจารย์มีนํ้าใจยิ่งนัก! สมกับที่เป็นเทพเซียน ผมไม่เข้าไปเมืองนรกแล้วใครจะเข้า

อาจารย์: ไม่ต้องมายกยอ ให้เจ้าไปทดลองดูว่าเรื่องนี้ เป็นอย่างไรก็ได้

หยงปี่: อมิตตาพุทธ! ศิษย์เป็นปุถุชนไฉนเลยจะไม่ถูก เจ้าผงขาวมอมเมา เพราะฉะนั้น ศิษย์จึงไม่คิดจะเปื้อนเปรอะ มันเข้า มีคำกล่าวว่า “พระโดดกำแพง” หมายถึงความหอม ของเนื้อสุนัขแม้แต่พระได้กลิ่นก็ยังต้องโดดกำแพงมาหา ศิษย์โชคดีที่ไม่ไปแปดเปื้อนมัน ท่านจะลองก็ลองอย่าพาศิษย์ ลงไปลุยนํ้าด้วย

อาจารย์: เจ้าคิดเตลิดไปถึงไหน ที่อาจารย์ต้องการ ให้เจ้าทดลองเพราะคืนนี้ไปเมืองตายโหงก็เพื่อหาคนคนหนึ่ง ที่ติดยาเสพติดจนกลายเป็นวิญญาณผีตายโหง เจ้าเอาใจใส่หน่อยเพื่อให้เขาได้ขุดเอาความลับในตัวของเขาออกมา เพื่อ ส่วนรวมของโลกเพื่อให้ชาวโลกมีความหวาดระแวงกลัวภัย

หยงปี่: ที่แท้คือเช่นนี้เอง เช่นนี้ก็ไม่เป็นไร มีคำถาม หนึ่งที่ค้างในใจผมมานานแล้ว

อาจารย์: ดีแล้ว ประทานผ้าแพรฟ้าปกป้องตัว หลับตา ออกเดินทาง......ตอนนี้เจ้าลองมอง ๆ ดูว่าที่นี้เป็นที่ไหน

หยงปี่: พวกผีเหล่านี้สีหน้ายังกับเปรตใต้ทะเลลึก หน้า เขียวซีดฟันก็แสยะน่าเกลียดน่ากลัวมาก บางตนยังมีเหงื่อ เม็ดเป้ง ๆ เท่าถั่วท่วมหัว นัยน์ตาทั้งสองข้างมีเส้นเลือดแดง ถลนออกมานํ้าลายไหลยืดที่มุมปาก ใบหน้าก็ขาวซีดจนออก เขียว ถ้าพวกเขาอยู่ที่ป่าช้า ไม่ต้องแต่งตัวก็เหมือนผี แล้ว คอยแต่หลอกหลอนคนให้หัวโกร๋น

อาจารย์: เลอะเทอะใหญ่แล้ว พวกเขาก็เป็นผีอยู่แล้ว ตอนนี้จะลองไปถามผีตนหนึ่งที่อยู่ทางขวามือ กำลังนั่งอยู่บน ก้อนหินสีดำ ดูเป็นผีวัยรุ่น

หยงปี่: เฮ้ย! พูดกับพวกผียาเสพติดเหล่านี้ ไม่ชวนคุย เอาเสียเลย พอเห็นหน้าตาพวกเขาขนก็ลุกซู่ขึ้นมาทันที เป็น เพราะคำสั่งอาจารย์ขัดขืนไม่ได้ก็ต้องยอมไปดู....เฮ้ย! น้อง ๆ เรามาคุยกันหน่อย เจ้ากล้ามานั่งที่นี่คนเดียวหรือ

วิญญาณผี: ฉันพอใจที่นั่งอยู่ที่นี่ ท่านมายุ่งทำไม

หยงปี่: เอ้อ! ใจดีไม่เห็นดีด้วย เห็นข้ามาสนใจเจ้าหน่อย

อาจารย์: บุญไม่ถึง เอาความกระด้างใส่เขา ศิษย์โง่ เอ๋ย! อาจารย์เอง ดูอาจารย์เอามือยื่นแล้วเจ้าก็กวักมือ เจ้า เกาซื่อตง อายุยังน้อย ก็เสพยาเสพติดจนประสาทหลอน ตกลงไปตายโหงในคลอง ตอนนี้ก็ยังไม่คิดให้ดี กลับเนื้อกลับ ใจ ยังทำเย่อหยิ่งไม่สุภาพ ให้ฟังปิยวาจาของข้าตักเตือน ให้ ระบายความในใจออกมาจะดีขึ้นหน่อย เท่าที่ข้าตรวจตอนนี้ เจ้ากำลังเสียใจและเจ็บปวดอยู่ ใช่หรือไม่

วิญญาณผี: เฮ้อ! ไม่ใช่ ๆ ผมเองมันไม่ดี แต่ละวัน เอาแต่หาเรื่องเดือดร้อนกดดัน เสพยาฉีดยาให้มึนเมาไปวัน ๆ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ไม่สามารถมีความสงบ ในที่สุด พวกเพื่อน ๆ ก็ตีจากไปไกล คนข้าง ๆ ก็ได้แต่ชี้ ๆ พอตายแล้ว ก็มาที่นี่ วิญญาณก็ยังขุ่น ๆ มัว ๆ ไม่สดใส ผมเองก็ได้แต่ เสียใจ เคียดแค้นอยากจะเอาหัวชนหินตายอีกที

หยงปี่: ไม่ได้ ๆ! คนฆ่าตัวตาย เป็นบาปเพราะอกตัญญู ผีฆ่าตัวตายก็ยิ่งบาปใหญ่ ฟังข้าตักเตือนดีกว่า อดทนหน่อย เผชิญหน้ากับความจริง ข้าคิดว่า ตอนเจ้ามีชีวิตอยู่เป็นเพราะ ไม่กล้าสู้ความจริง จึงเป็นเหตุให้เสพยาเสพติด

วิญญาณผี: ก็ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ว่าก็เป็นสาเหตุอันหนึ่ง แต่ที่สำคัญก็คือ ถูกเพื่อนเลวหลอกลวง จึงได้รับผลอันน่า เวทนาเช่นนี้ รู้ตัวก็สายเสียแล้ว

หยงปี่: ไม่สายถ้าหากเจ้าเอาเรื่องที่ผ่านมาตีแผ่ให้ชาวโลกได้รับรู้ หากสามารถนำมาตักเตือนพวกที่ติดยาเสพติดอยู่ได้กลับเนื้อกลับใจ หรือให้พวกที่ไม่รู้อะไรได้หวาดระแวงกลัวสิ่งที่เจ้าได้รับจะเป็นมหากุศล จะช่วยให้เจ้าได้พ้นทุกข์ในเร็ววัน

วิญญาณผี: ขอบใจที่ชี้แนะ อันที่จริงการเสพยาเสพ ติดเป็นเรื่องของคนโง่กับพวกที่ไม่รู้ แต่ก็เพราะไม่รู้และโง่จึง ได้ไปติดสิ่งเลวร้ายพวกนี้ เท่าที่ผมรู้ พวกเสพยามี 3 ประเภท

1. ถูกพวกวายร้ายต้องการขายยา โฆษณาชวนเชื่อ ใช้มาตรการอันเลวร้ายหลอกลวงคนให้เป็นเหยื่อ เพื่อให้ติด ยา พวกวายร้ายก็จะได้เงินไม่ขาดมือ

2. พวกชอบลองของ อยากลองดูรสชาติของยาเสพ ติดว่าเป็นอย่างไร ในที่สุดก็ตกเป็นทาสของยาเสพติดจนถอน ตัวไม่ขึ้น

3. ถูกเพื่อนเลวชักนำ จับกลุ่มกันเสพเห็นเป็นของ สนุก ด้วยเหตุนี้ยิ่งถลำก็ยิ่งลึก สรุปได้ว่า ถ้าตัดการซื้อขาย อย่างเด็ดขาดได้ ก็สามารถตัดภัยจากยาเสพติดได้

หยงปี่: ก็คงไม่ได้กระมัง! ที่ว่ายาเสพติดบางชนิดต้อง ได้รับการอนุญาตจากนายแพทย์เสียก่อนจึงใช้ได้ อันที่จริง ในวงการแพทย์ ยาเหล่านี้ก็มีความสำคัญไม่น้อยจะห้ามการ ซื้อขายได้อย่างไร

อาจารย์: พวกเธอไม่ต้องเถียงกัน เพราะต่างก็มี เหตุผล ข้าจะสรุปให้ “ยาเสพติด” เป็นยาที่องค์การกระทรวง สาธารณสุขเขาห้ามไม่ให้ประชาชนใช้ได้ด้วยตนเอง เพราะ ฉะนั้นการตัดภัยจากยาเสพติด ขึ้นอยู่กับทุก ๆ คนต้องรักษา สัญญา ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็จะไม่เป็นภัยกับผู้ใด อีกอย่าง หนึ่ง สมาคมของเยาวชนต้องมีสิ่งนันทนาการอย่างถูกต้อง ก็ จะเป็นการเลี่ยงต่อการแปดเปื้อนกับสิ่งไม่ดี ในที่สุดพวกวาย ร้ายขายยาต้องให้หน่วยรักษาความสงบเอาจริงเอาจัง จะได้ ไม่เอาสิ่งนี้เป็นอาชีพ ก็จะสามารถขจัดภัยร้ายให้กับเยาวชนที่ ไม่รู้เหล่านั้นได้

อาจารย์: คืนนี้แต่งหนังสือพอแค่นี้.....ข้าจะนำเจ้า กลับสถานธรรม