ครั้งที่ 2 ด่านลงทะเบียน

443 Views

“จดชื่อก่อนบนถนนอินหยาง
ลงทะเบียนเมื่อถึงด่าน”
องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับ
ทรงกลอนว่า
ลงทะเบียนวิญญาณผีเมื่อถึงด่าน
ได้เดินผ่านอินหยางเจวี้ยเศร้าหมองจิต
ไม่เข้าใจกฎสวรรค์ดูถูกชีวิต
ไม่ทันคิดเมืองตายโหงคืนกลับยาก

อาจารย์: ครั้งก่อนได้ไปถึงอินหยางเจวี้ย (แดน ระหว่างมนุษย์กับยมโลก) คราวนี้ไปเที่ยวชมด่านลงทะเบียน

หยงปี่: อาจารย์ครับ! วันนี้พวกเราไปปล่อยสัตว์กันมา ท่านไม่รู้สึกหรือว่าบรรดาศิษย์ต่างเหน็ดเหนื่อย เพราะฉะนั้น อยากขอให้อาจารย์ทำแบบง่าย ๆ รวบรัดจะได้ไหมครับ

อาจารย์: พวกเจ้าเหน็ดเหนื่อยก็จริงอยู่ แต่บุญกุศลก็ มาก คืนนี้ยังต้องแต่งหนังสืออีกตอนหนึ่ง เหมือนการไถหว่าน ส่วนหนึ่งเก็บเกี่ยวผลส่วนหนึ่ง เหนื่อยมากแต่บุญกุศลก็แยะ มิใช่เป็นโอกาสที่ดีหรอกหรือ คนอื่นยังไม่มีใครเหนื่อยจนล้ม มีแต่เจ้าพูดเองเออเอง อย่างอแง อาจารย์จะนำเจ้าออกเดิน ทาง ประทานแพรฟ้าไว้ป้องกันตัว หลับตาลงเสีย

หยงปี่: ครับอาจารย์ ใช่แล้ว อาจารย์บอกว่าที่ด่านลง ทะเบียนเป็นด่านแรกที่เข้าสู่เมืองผีตายโหง พวกวิญญาณผี ต้องมาขึ้นทะเบียนที่นี่

อาจารย์: ถูกแล้ว เจ้าหน้าที่ด่าน มีหน้าที่คอยจดชื่อ ลงทะเบียนพวกวิญญาณผี เพื่อว่าเมืองผีตายโหงจะได้มีหลัก ฐานที่ตรวจค้นได้

หยงปี่: ดังนั้น การแต่งหนังสือครั้งนี้ มีผู้อ่านที่ส่ง จดหมายมาเพื่อฝากสอบถามก็จะรู้ชัด

อาจารย์: ถูกแล้ว แต่ถ้าต้องการค้นหาคนนั้น ต้องเข้า เมืองผีตายโหงเสียก่อน เกี่ยวกับรายชื่อที่ส่งมาสอบถาม เจ้า ก็นำมาเผาส่งไปแล้วให้อาจารย์ติดต่อกับเมืองผีตายโหง เพื่อ ว่าจะได้จัดเรียงเพื่อพิมพ์ลงในหนังสือตอนเยี่ยมเยือน

หยงปี่: ครับ ศิษย์จะจัดเตรียมให้เรียบร้อยแล้วนำขึ้น ถวาย

อาจารย์: ดีแล้ว ผ่านอินหยางเจวี้ยแล้ว ตอนเข้าสู่ทาง เมืองผีตายโหง เจ้าลืมตามองดูรอบ ๆ ได้แล้ว

หยงปี่: (ลืมตาดูไปรอบๆ) อาจารย์! ระหว่างทางทำไม จึงมีพวกยมทูตควบคุมวิญญาณผีมากมายเช่นนี้ ในโลก มนุษย์จะมีคนตายโหงมากมายอย่างนี้หรือ

อาจารย์: เจ้าลองพิจารณาดูให้ละเอียดซิว่าสภาพ ของวิญญาณผีมีอะไรต่างกันบ้าง

หยงปี่: ที่ต่างกันหรือ อ๋อ! มีสีขาว สีดำ แดง และสี นํ้าตาล เป็นผีต่าง ๆ ของแต่ละประเทศบนนี้ ถึงว่าสิจึงมีผี ตายโหงมากมายเช่นนี้ อาจารย์ครับ! ถ้าเป็นอย่างนี้ พวกเขา ก็ต้องใช้ภาษาต่าง ๆ กันไป แต่ละคนก็พูดกันคนละภาษาแน่ เลย เที่ยวหาคนแปลก็ไม่ต้องทำงานกันเลย

อาจารย์: ผิดแล้ว ชีวิตของคนบนโลกนี้ต่างก็มีความ คิดเห็นการกระทำและภาษาต่างกันไป แต่เมื่อตายลงก็มีชนิด เดียวการพูดเพียงอาศัยกระแสจิตไปสัมผัส ฉับพลันความ หมายนั้นก็สื่อกันได้ การแต่งหนังสือด้วยการถ่ายทอดให้เห็น รูปลักษณ์ก็เพื่อสะดวกในการทำความเข้าใจเท่านั้น

หยงปี่: อาจารย์พูดถูก โลกของวิญญาณเป็นโลกที่ ปราศจากภาพมายา อย่างเช่นการบอกเล่าในการแต่ง หนังสือนี้ เช่น การถ่ายทอดสภาพจริงก็ใช้ภาษาที่ใช้กับสภาพ เหตุการณ์ในตอนนั้นใช่ไหมครับ

อาจารย์: ถูกแล้ว เพราะฉะนั้นคนประทับทรงแต่ละ คนจึงถ่ายทอดสภาพจริงออกมาแล้วไม่สู้จะเหมือนกันทีเดียว นี่คือหลักของเหตุผล อ้อ! ใกล้ถึงด่านลงทะเบียนแล้ว เรา ศิษย์กับอาจารย์ลองศึกษาการทำงานของพวกเขาดู

หยงปี่: (เดินตามหลังอาจารย์ไปยังด่าน อันที่จริง เรียกว่าด่าน ดูจะใหญ่เกินไปสักหน่อย เพียงแค่ศาลาพักร้อน กับเก้าอี้ม้ายาวสองตัว อย่างนี้ก็เรียกว่าด่านเสียแล้ว วิญญาณผีเข้าแถวรอกันเป็นคู่ ๆ รอจนกว่าพนักงานในศาลา จะลงชื่อเสร็จ จากนั้นก็ผ่านเข้าไปข้างในห้องของอาคารเรือน แถวยาวหลังหนึ่ง) อาจารย์ครับ ที่นี่คือด่านลงทะเบียนหรือ แล้วอาคารเรือนแถวยาวนั้นคืออะไรกันครับ

อาจารย์: ก็ใช่ ด่านลงทะเบียนก็เพียงทำหน้าที่ทำสมุด ลงทะเบียนให้เข้าไปในเมืองตายโหงเท่านั้นเอง อาคารด้าน หลังนั้นก็เป็นเพียงอาคารที่พักรอของวิญญาณผีที่ลงทะเบียน แล้ว เพื่อรอการมอบเอกสารจากยมบาล เมื่อเรื่องราวเตรียม เสร็จแล้ว ค่อยส่งเข้าไปในเมืองตายโหงเพื่อพิพากษาแยกขัง กันต่อไป

หยงปี่: ขอเรียนถามอาจารย์ มีการแยกขัง ถ้างั้นเมือง ตายโหงก็เหมือนเมืองนรกที่แยกออกเป็นนรกสิบขุมใหญ่และ สิบแปดขุมนรกน้อยใช่ไหม

อาจารย์: ไม่ใช่ ที่ว่าแยกขัง ก็คือการแยกชั้นคุมขัง นี่ เหมือนกับคุกในแดนมนุษย์ โดยใช้โทษตามระยะเวลามาแบ่ง แดนขัง รายละเอียดไว้เข้าไปข้างในแล้วเจ้าก็จะค่อย ๆ เข้าใจ ไปเอง

หยงปี่: ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เราจะไปดูการทำงานของ พวกเขาหรือจะเข้าไปในอาคารหลังนั้นกัน

อาจารย์: ไม่ละ เจ้าไม่เห็นหรอกหรือพวกวิญญาณผี ต่างรอคอยกันเข้าไปในศาลา จะไปรบกวนการทำงานของ พวกเขาทำไมโดยไม่จำเป็น แล้วอาคารหลังนั้นก็เป็นที่ ควบคุมชั่วคราว เพื่อรอคอยการส่งต่อ ไม่มีอะไรน่าดู ตอนนี้ เอกสารจากยมบาลยังส่งมาไม่ถึง พวกวิญญาณผีเหล่านั้นคงจะคำรามใส่เจ้าจนขนลุก ฟังพวกเขาเที่ยวโทษฟ้าโทษดิน ใต้ลิ้นมีดอกบัวขึ้นกระมังจึงพูดเสียจนบุปผาสวรรค์หล่นลง มาเรี่ยราด ทำราวกับว่าพวกเขาควรจะได้ขึ้นสวรรค์ไม่น่าจะ ตกนรกเลย ถ้าหากเจ้าสนใจ ก็เข้าไปคนเดียวก็แล้วกัน

หยงปี่: คิดว่าคงเป็นเช่นนั้น คนที่อยู่ในคุกส่วนใหญ่จะ พูดว่าถูกกลั่นแกล้ง เรื่องนี้ศิษย์เข้าใจ อันที่จริงถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ถูกกลั่นแกล้งพวกเรารู้แก่ใจดี หากไม่ผิดกฎหมาย ตำรวจคงไม่จับ เพราะฉะนั้น ศิษย์ก็ไม่สนใจที่จะเข้าไปดู

อาจารย์: ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เที่ยวมาถึงด่านลงทะเบียน ก็หยุดเพียงเท่านี้ คราวหน้าจะพาเจ้าเที่ยวเมืองตายโหงถึง แดนมอบขัง เอาล่ะ! เจ้าหลับตาเสีย อาจารย์จะพาเจ้ากลับ สถานธรรม

หยงปี่: ครับอาจารย์....ขอกราบส่งอาจารย์กลับสู่ฟ้า