Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ครั้งที่ 1 แดนระหว่างเมืองมนุษย์กับยมโลก | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ครั้งที่ 1 แดนระหว่างเมืองมนุษย์กับยมโลก

527 Views

(อินหยางเจวี้ย)

“พอไปแล้วเหลียวหลังดูประตูก็ปิด
ก้าวสู่แดนผู้ตายทุกข์ไม่หยุด”
องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับ
ทรงกลอนว่า
ลมกรรโชกฝนกระหนํ่าภาพพร่ามัว
ไปท่องทั่วเมืองตายโหงสัมผัสผี
ประทับออกสู่ทะเลเขียนคัมภีร์
ภาพทุกที่ดูแจ่มแจ้งสิ้นมืดมน

อาจารย์: บันทึกท่องเมืองตายโหงเริ่มต้นเขียนในวันนี้ ได้รับมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าเหวินฮวง องค์ประธานแห่ง ฟ้าทักษิณ และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ที่ได้ประทานบทนำ สำหรับหนังสือ ข้าพเจ้าก็ได้รับเกียรตินี้ด้วย เนื่องจากการจัด ทำหนังสือเล่มนี้ ท่านองค์ประธานได้ฝากความหวังไว้เป็น อย่างมากเพราะฉะนั้นในการแต่งหนังสือครั้งนี้ จะไม่ใช้ แนวทางเหมือนเมื่อก่อน กล่าวคือ จะไม่พูดจาหยอกล้อเล่น แต่จะดำเนินไปตามหัวข้อ นำเอาแก่นสาระตามสภาพที่ได้ พบเห็นมาบรรยายให้หมดสิ้นโดยไม่ปิดบัง เพื่อผู้อ่านจะได้รู้ กระจ่างชัด จะได้เกรงกลัวแล้วหันไปสู่ความดี

ในวันแรกนี้จะท่องเที่ยวไปถึงทางสามแพร่ง ระหว่าง มนุษยโลก ยมโลก และเมืองตายโหง ทางสามแพร่งนี้ก็เรียก อีกชื่อว่า อินหยางเจวี้ย ข้าฯ จะเอ่ยอ้างถึงบทกลอนบทหนึ่งที่ อยากให้เจ้าพิเคราะห์ให้ละเอียด อย่ากลืนลงไปอย่างลวกๆ โดยไม่ย่อย (คิดครึกตรอง)

หยงปี่: อาจารย์! ข้างนอกฝนตกใหญ่แล้ว ต้องหาที่ หลบก่อน

อาจารย์: แน่นอน การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับงานได้สำเร็จ ไปแล้วครึ่งหนึ่ง วันนี้เป็นวันเริ่มต้นแต่งหนังสือ เราอาจารย์ กับศิษย์ต้องไม่กลัวฝน จึงจะสามารถฝึกฝนจนได้ผลแท้ที่ สดใสรุ่งโรจน์อย่าได้ขี้เกียจ อาจารย์จะประทานผ้าแพรฟ้าให้ไว้ป้องกันตัวระหว่างทางให้ปิดตาเสีย ด้านหน้าเป็นแดน มนุษย์ ไม่มีอะไรน่าดูนัก ไปทางเมืองนรกกันเถอะ......เอาล่ะ ศิษย์ข้าฯ ตอนนี้เจ้าจงเปิดตาได้แล้วจะได้มองดูแดนอินหยาง เจวี้ย

หยงปี่: (ลืมตาขึ้นตามคำสั่งอาจารย์) เห็นกลอนบท หนึ่งเขียนว่า “พอไปแล้วเหลียวหลังดูประตูก็ปิด เข้าสู่แดนผู้ ตายทุกข์ไม่หยุด” อาจารย์ครับ! เมื่อครู่ท่านพูดถึงกลอนบท นี้ใช่ไหมครับ อ้อ! มีเหตุผล ๆ พอก้าวพ้นอินหยางเจวี้ยเพียง ก้าวเดียวหันหลังกลับไปก็ไม่มีประตูเสียแล้ว พอย่างก้าวเข้า ยมโลกก็พบกับความทุกข์เหล่านั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ทราบกันดี ไม่ต้องให้ศิษย์ต้องบรรยายเลย

อาจารย์: คำกลอนข้างหน้าเจ้าเห็นแล้ว ตอนนี้ให้หัน หลังกลับไปดูแดนอินหยางเจวี้ยว่ามีสภาพเช่นไร

หยงปี่: (พอหันหลังกลับมาดู ต้องรีบวิ่งออกมาอีก หลายก้าว พระเจ้าช่วย! ไฟจะไหม้ก้นแล้ว

อาจารย์: ไม่ต้องกลัว มีของวิเศษป้องกันตัวไม่เป็น อันตรายอะไรเลย ให้ใช้พลังสายตามองดูข้างในไฟ

หยงปี่: (สภาพข้างหน้าเหมือนห่อของ) อื้อ! แปลก จริง! เป็นสภาพกำลังประทับทรงของสถานธรรมหมิงเจิ้นถึง แดนอินหยางเจวี้ยก็อยู่ข้างนอกของสถานธรรมนั่นเอง

อาจารย์: ผิดไปแล้ว หยางเจวี้ย (แดนมนุษย์) เป็นภาพ มายาทุกหนแห่งของแดนมนุษย์ก็สามารถเป็นทางเข้าสู่ ยมโลกได้อินเจวี้ย (แดนนรก) เป็นภาพจริง เขตแดนนี้ก็คือ แนวเส้นไฟนรกต่อกับแดนมนุษย์ พูดง่าย ๆ คือ วิญญาณคน ตายสามารถทะลุผ่านจากแดนมนุษย์เข้าสู่แดนนรก ดังนั้น แนวเส้นไฟนรกต่อกับแดนมนุษย์จึงเป็นประตูที่ตัน

หยงปี่: อ้อ! ศิษย์เข้าใจแล้ว ป้ายหินข้างหน้าเป็นป้าย บอกทางสองแพร่ง ทางด้านขวามือเป็นทางกว้างใหญ่ ส่วน ทางด้านซ้ายมือเป็นทางแคบเล็ก ตอนนี้มียมทูตกำลังบังคับ ให้วิญญาณผีเดินแยกไปตามทางทั้งสอง ขอเชิญอาจารย์ช่วย อธิบายสภาพเช่นนี้หน่อยเถอะ

อาจารย์: ทางขวามือเป็นทางไปเมืองนรก ส่วนทาง ซ้ายมือไปเมืองตายโหง

หยงปี่: ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ทำไมจึงไม่ติดตั้งป้ายบอก ทิศทาง เหมือนอย่างในโลกมนุษย์

อาจารย์: ตั้งป้ายบอกทิศทางที่นี่ไม่ได้ เพราะที่แดนอิน หยางเจวี้ยนี้ไม่มีสถานที่กักกัน พูดอีกนัยก็คือถ้าพวก วิญญาณสามารถมาถึงที่ป้ายหินนี้ได้ ก็สามารถที่จะมุดออก มายังแดนมนุษย์ได้เพราะฉะนั้นป้ายบอกทางจึงต้องติดตั้งอยู่ ที่ถนนช่วงกลาง

หยงปี่: ที่แดนอินหยางเจวี้ยนี้ควรจะมียามเฝ้าวิญญาณ จึงจะถูก

อาจารย์: แน่นอน แต่ว่าไม่เก่ยี วข้องกับการแต่งหนังสือ นี้ ดังนั้นอาจารย์เลยไม่ได้ให้เจ้าดู เอาละวันนี้เท่ยี วมาถึงอิน หยางเจวี้ยก็พอแล้ว วันหลังค่อยเข้าไปทางซ้ายมือสู่เมือง ตายโหง เจ้าหลับตาลงเสีย อาจารย์จะนำเจ้ากลับสถานธรรม

หยงปี่: ครับอาจารย์....ขอกราบส่งอาจารย์กลับสู่ฟ้า