Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
นรกวิญญาณไร้ญาติตกปลากระโทงดาบเดียวดาย | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

นรกวิญญาณไร้ญาติตกปลากระโทงดาบเดียวดาย

319 Views

        นาโม อาหมีถัวฝอ !  คารวะผู้พิพากษา !

        อาอวี้ : “วันนี้ข้าพเจ้าอยากถามผู้พิพากษาว่า  เวไนยที่ชอบตกปลาจะได้รับผลกรรมอย่างไรคะ ?  ข้าพเจ้าเห็นบนโลกมนุษย์มีบางคนชอบตกปลา  ถือว่าการตกปลาเป็นกิจกรรมเพื่อความสนุก  คนที่ตกปลาก็รู้อยู่ว่าน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งปนเปื้อนสิ่งสกปรกมีโลหะหนักที่เป็นอันตราย  พวกเขาตกปลาขึ้นมาริมฝั่งเพื่อความบันเทิง  บางคนเอาปลาที่ตกได้มาขอดเกล็ดปลาออก  หรือแม้แต่ควักตาปลา  ตัดครีบปลา  ควักเครื่องในปลา เป็นต้น  หลังจากนั้นก็เอาปลาทิ้งกลับลงไปในทะเล  อยากถามว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะต้องตกนรกไหมคะ ?  ถ้าหากมีนรกขุมนี้  อาอวี้อยากไปเยี่ยมชมหน่อยค่ะ”

        ผู้พิพากษาพูดว่า : “การตกปลาเป็นการทำปาณาติบาต(การฆ่าชีวิต)  ไม่ว่าจะตกเพื่อความบันเทิงหรือตกขึ้นมากินเป็นอาหาร  ล้วนถือว่าเป็นกรรมดำของการทำปาณาติบาต  จะต้องตกนรกรับการลงโทษ

         หากคนที่ตกปลาตกปลาเพื่อความบันเทิง  ชีวิตของปลาไม่ได้ประสบกับเคราะห์ภัยร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  ร่างกายของปลาไม่ได้รับความเสียหาย  ปลายังคงสามารถว่ายกลับทะเลใช้ชีวิตตามปกติ  ผลกรรมก็เบาหน่อย  แต่ก็ถือว่าทำร้ายจิตใจของปลา ซึ่งก็คือทำลายขวัญและวิญญาณของปลา  ทำให้ปลาตื่นตระหนกหวาดกลัวและเป็นการผูกกรรมสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับปลาที่ถูกตกได้  ถ้าหากมีเจตนาตกเพื่อความบันเทิงโดยไม่มีจิตคิดฆ่าเลยแม้แต่น้อย   แต่ละครั้งที่ตกปลา  ตกปลาหนึ่งครั้งจะถูกลดบุญวาสนาลง 1 เดือน  ซึ่งครอบคลุมถึงบุญวาสนาในด้านอาหารและการเสพสุขต่างๆด้วย  อย่างเช่น  ถ้าหากคนที่ตกปลาเดิมทีเดือนหน้าจะต้องได้ขึ้นเงินเดือน  แต่ตอนนี้เป็นเพราะแรงกรรมดำของการตกปลาเลยทำให้เงินเดือนไม่ขึ้น  แถมยังถูกเจ้านายอบรมสั่งสอนแบบไม่มีเหตุผล  เพื่อนร่วมงานต่อต้าน  ผู้คนไม่ชอบ  ร่างกายเป็นเพราะถูกแรงกรรมจากการทำร้ายพวกปลาสะท้อนกลับเข้าหาตัว  ทำให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นเองโดยอัตโนมัติอย่างฉับพลันกะทันหัน  ถ้าหากเป็นคนที่ทำธุรกิจ  เดิมทีเดือนหน้ามีลูกค้ารายใหญ่จะต้องบรรลุข้อตกลงที่เจรจาร่วมกัน  อย่างเช่นเดิมทีสามารถหาเงินได้หนึ่งล้าน  บุญวาสนาในส่วนนี้ก็จะลดน้อยลง  ถ้าหากบุญวาสนาที่ทำไว้ในชาติก่อนมีมาก ก็จะถูกอุปสรรคที่ยากลำบากขัดขวางเป็นชั้นๆ หาเงินได้สามแสน เป็นต้น

        หากเพราะความบันเทิง ทำให้ปลาที่ตก ได้รับบาดเจ็บหรือพิการ  จะต้องถูกลดบุญวาสนาลง 1 เดือน รวมถึงร่างกายจะได้รับความเจ็บป่วยต่างๆ  สำหรับสภาพรายละเอียดของความเจ็บป่วยที่ได้รับก็คือ  ทำให้ปลาได้รับบาดเจ็บทรมานแบบไหน  แรงกรรมก็จะสะท้อนกลับไปยังคนที่ตกปลา  คนที่ตกปลาจะปวดหัวเวียนหัว  เป็นโรคต่างๆในช่องปาก  โรคขาดสมาธิ เป็นต้น  คนที่ปากแหว่งมาตั้งแต่กำเนิดก็คือเกิดจากผลกรรมจากการตกปลาในอดีตชาติ  สำหรับจุดที่เจ็บปวดต่างๆของร่างกาย  ก็จะเหมือนแบบเดียวกันกับปลาที่ได้รับบาดเจ็บ  หากตกปลามากิน แต่ละครั้งขั้นต่ำสุดต้องถูกลดอายุขัยลง 7 วัน  ลดบุญวาสนาลง 3 เดือน  หากจำนวนปลาที่ตกมีจำนวนมากรวมถึงปลาที่ตกได้เป็นปลาที่ตั้งท้องมีไข่  ยมโลกก็จะอ้างอิงตามการจดบันทึกอย่างละเอียดของเทพสหเทวาแล้วเพิ่มโทษหนัก  คนที่ตกปลาเป็นประจำ  รัศมีแห่งกายจะเปลี่ยนจากสีแดงค่อยๆกลายเป็นสีเทา  เมื่อรัศมีแห่งกายมืดมัวไม่สว่างไสว  ทำเรื่องอะไรต่างๆก็จะไม่ราบรื่น  นอนหลับไม่สบาย  จิตใจหวาดระแวงและโมโหง่าย

        แต่ละคนตอนแรกเกิด  รัศมีกายจะเป็นวงกลม  สีของรัศมีกายจะอ่อน-เข้มต่างกัน  เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน  รัศมีแห่งกายเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของผลบุญ แรงบุญ แรงบาปของแต่ละคน  คนที่มีรัศมีแห่งกายกลมสมบูรณ์สว่างไสวแผ่ปกคลุมพื้นที่ยิ่งกว้างและมีระยะทางยิ่งไกล  เป็นสัญลักษณ์ว่าคนๆนี้มีกุศลผลบุญมาก  มีคุณธรรมความประพฤติดี  รัศมีกายของพระพุทธะและโพธิสัตว์ทั้งหลายที่เปี่ยมด้วยมหาปัญญาคือรัศมีที่กลมสมบูรณ์ที่สุด   ก่อนหน้านี้เคยบอกไปแล้วว่า  แต่ละคนเกิดมา  ข้างกายก็มีเทพสหเทวา 2 องค์คอยตามประกบติดอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน  ไม่ว่าชาวโลกจะไปที่ไหน  ถึงแม้จะเข้าห้องน้ำ  อาบน้ำ  หรือว่านอนหลับ  ก็จะตามประกบติดตลอดจนกระทั่งชาวโลกสิ้นอายุขัย  เทพสหเทวา 2 องค์  คือ  เทพชาย 1  เทพหญิง 1  เทพสหเทวาชายจะอยู่ข้างกายทางด้านซ้าย มีรัศมีกายสีขาวจางๆ รับผิดชอบหน้าที่จดบันทึกความคิดและการกระทำต่างๆที่เป็นกุศลในแต่ละวันของชาวโลก  ส่วนเทพสหเทวาหญิงมีรัศมีกายสีดำจางๆ จะอยู่ข้างกายทางด้านขวา รับผิดชอบจดบันทึกความคิดและการกระทำต่างๆที่เป็นอกุศลในแต่ละวันของชาวโลก

        เมื่อชาวโลกทำกรรมดำมากเกินไป  เทพสหเทวาหญิงจะโกรธและเตือนสติให้ทราบ  แต่มีชาวโลกน้อยเหลือเกินที่สามารถรับรู้ได้ถึงการแจ้งเตือนอันแผ่วเบานี้  คนส่วนมากต่างไม่รู้สึก   ในแต่ละเดือนเทพสหเทวาทั้งสองจะนำข้อมูลความดีความชั่วที่จดบันทึกไว้รวบรวมส่งให้ทางยมโลก

        หากเป็นคนที่ชั่วมาก เป็นภัยต่อโลกมนุษย์  ถึงแม้คนผู้นี้อายุขัยบนโลกยังไม่หมด  ยมโลกก็จะรีบจัดการอย่างเร่งด่วน  ส่งภัยพิบัติไปเก็บเขา  เอาวิญญาณเขากลับมารับโทษในนรกอย่างรวดเร็ว  ชาวโลกนั้นนอกจากวิบากกรรมของตัวเองที่ถูกลิขิตไว้อย่างแน่นอนแล้ว  คำพูดและการกระทำต่างๆในชาติปัจจุบันก็สามารถสร้างแรงกรรมใหม่ๆออกมาได้  แรงกรรมและบุญวาสนาจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็อยู่ที่พฤติกรรมดีชั่วที่พวกเราปฏิบัติออกมาในแต่ละวัน”

        อาอวี้ : “สำนึกคุณผู้พิพากษาเป็นอย่างยิ่งที่อธิบายอย่างละเอียดแจ่มแจ้ง  อยากถามผู้พิพากษาว่า ตกปลาเพื่อความบันเทิงแค่เพียง 1 ครั้ง  ก็ต้องถูกลดบุญวาสนาลงขนาดนี้   งั้นถ้าหากคนๆหนึ่งที่บุญวาสนาไม่ค่อยดี  ตกปลาบ่อยๆไม่ยิ่งแย่หรอกหรือคะ ?”

        ผู้พิพากษาพูดว่า : “ถูกต้อง !  ปลาหนึ่งตัวก็คือหนึ่งชีวิต  คนที่ตกปลาทำให้ชีวิตของปลาสิ้นสุดลงภายในระยะเวลาอันสั้น  แรงกรรมของการฆ่าประเภทนี้จะสะท้อนกลับมาหาตัวเองอย่างรวดเร็ว  บางคนพูดว่า : “ฉันไม่ได้นับถือศาสนาอะไร  ก็ไม่ต้องรักษาศีลใดๆ  อิสระเสรีเป็นอย่างยิ่ง  แล้วฉันก็ไม่ได้ฆ่าคนวางเพลิง  แค่มีเวลาว่างก็ไปตกปลาเท่านั้นเอง”  ความจริงแล้วความคิดประเภทนี้เป็นความคิดที่ผิด  กฎนรกจะอายัดตัวเวไนยทุกคนไว้อย่างแน่นหนา  ไม่ว่าจะนับถือศาสนาหรือไม่นับถือศาสนา  สุดท้ายคนที่ทำชั่วก็จะต้องรับการลงโทษจากนรกอย่างแน่นอน  ถ้าหากเวไนยที่ถือศีลกลับเป็นผู้ละเมิดศีลซะเอง ก็ต้องเพิ่มโทษขึ้นอีกหนึ่งเท่า  ทั้งๆที่รู้ว่าผิดแต่ยังเจตนาที่จะทำผิด จะต้องเพิ่มโทษหนัก  ถ้าอยากรอดพ้นจากการลงโทษต่างๆของนรก มีเพียงวิธีเดียวก็คือ รักษาศีลห้า บำเพ็ญกุศลกรรมบถสิบ  คนที่รักษาศีลห้าจึงจะสามารถรักษากายสังขารของมนุษย์ไว้ได้  ผู้ที่ประพฤติในกุศลกรรมบถสิบจึงจะสามารถรักษาบุญวาสนาของตัวเองและไม่ทำให้ตัวเองต้องตกต่ำลง  แต่ทุกวันนี้คำพูดและการกระทำของชาวโลกกลับเป็นไปในทางอกุศลกรรมบถสิบได้อย่างง่ายดายมาก  หากต้องการปกป้องรักษาบุญวาสนาของตัวเองไม่ให้ถูกบั่นทอนลง  วิธีที่ได้ผลที่สุดก็คือรักษาศีลและสวดท่องพุทธนาม  ขอเพียงสวดท่องพุทธนามไม่ขาด  ยึดมั่นปฏิบัติเช่นนี้ตลอดไป  ย่อมต้องสามารถทำให้บาปกรรมรวมทั้งอารมณ์เจ็ด(ยินดี  โกรธ  โศกเศร้า  หวาดกลัว  รัก  เกลียดชัง  ปรารถนา)ค่อยๆสูญสลายหมดไป  สามารถฟื้นฟูจิตญาณอันสว่างไสวแห่งฟ้าปางก่อนของพวกเรากลับคืนมา

        ข้างกายของทุกคนต่างมีเจ้ากรรมนายเวรมากมายคอยจ้องหาโอกาสล้างแค้นอยู่  ไม่ว่าใครก็ตามหากทำเรื่องที่ละเมิดฝ่าฝืนขัดต่อกฎนรก  ก็จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ข้างกายสบโอกาสที่จะล้างแค้น  ถึงแม้เทพธรรมบาลก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของกฎแห่งกรรมได้  และยิ่งไม่อาจส่งเสริมให้ท้ายปล่อยให้ทำผิด  เทพธรรมบาลจะใช้จิตที่เมตตาสงสารมาลงโทษและให้รางวัลเวไนยทั้งหมดอย่างยุติธรรมตามกฎนรก  ทุกๆคนเกิดมาต่างมีแรงกรรมทั้งที่เป็นแรงบุญและแรงบาปติดตัวมา  ขอเพียงรักษาศีลห้าและบำเพ็ญกุศลกรรมบถสิบอยู่ตลอดโดยไม่ล่วงละเมิด  ถึงแม้ข้างกายของเวไนยจะมีเจ้ากรรมนายเวรมากมาย  พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่คอยตามประกบ แต่ไม่มีโอกาสแก้แค้น  ถึงแม้ว่าบางคนจะทำเรื่องที่ผิดศีลมากมาย อย่างเช่น  พูดโกหก  ประพฤติผิดในกาม  ทำตัวสำมะเลเทเมา ฯลฯ  ใช้ชีวิตผ่านไปด้วยการละเมิดศีล ทำเรื่องต่างๆที่ละเมิดฝ่าฝืนขัดต่อกฎนรก  แต่ทำไมพวกเขายังคงได้เสวยสุข ร่ำรวยมีฐานะ มีหน้ามีตา  นั่นก็เพราะในอดีตชาติพวกเขาได้สร้างบุญเอาไว้เยอะ  บุญวาสนาของพวกเขายังไม่หมด

        ตอนที่มีบุญมาก  บุญก็จะดึงดูดวาสนาต่างๆเข้ามา  จะทำเรื่องอะไรก็ราบรื่นเบิกบานใจมีความสุข  หากชาวโลกละเมิดศีลอยู่ตลอดแต่ไม่รู้จักทำความดีสะสมบุญกุศล  ได้แต่เสพสุขอยู่ในบุญวาสนาต่อไปเรื่อยๆบุญวาสนาก็จะค่อยๆหมดไป  เมื่อความสุขหมดไปความทุกข์ก็เข้ามาแทนที่  ถ้าหากคนที่ตกปลาไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศลใดๆเลย  และเป็นเพราะชาตินี้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอยู่เสมอจึงทำให้กรรมดำของตัวเองเพิ่มทวีขึ้น บวกกับบาปกรรมในอดีตชาติ  เจ้ากรรมนายเวรและพวกอมนุษย์ที่อยู่ข้างๆกายก็จะสามารถก่อกวนเข้าสิง  สร้างเคราะห์ภัยต่างๆให้เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทวงเอาชีวิต  ตอนนี้เนื่องด้วยเวลามีจำกัด  พูดเพียงเท่านี้ก่อน  อาอวี้ท่านตามเรามาเถอะ!”

        อาอวี้ : “ค่ะ!  ผู้พิพากษา !”

        ผู้พิพากษาพูดว่า : “นรกขุมนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1995 ตามเวลาบนโลกมนุษย์  วิญญาณบาปที่อยู่ในนี้เป็นคนทางตะวันออกซะเยอะ” 

        พวกเราเหาะลงบนเขตพื้นที่ขนาดใหญ่ผืนหนึ่งอย่างรวดเร็ว  รู้สึกคล้ายเขตพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่บนโลกมนุษย์อยู่บ้าง  ต้องมองป้ายบอกทางให้ชัดเจน  มิฉะนั้นแล้วจะหลงทางได้ง่ายๆ  ที่นี่มีประตูมากมาย  ประตูทางเข้าไม่มียักษ์ทวารบาลเฝ้า  ประตูทางเข้าแต่ละประตูมีชื่อของนรกเขียนอยู่  ประตูทั้งหมดใส่กุญแจอย่างแน่นหนา  ที่แท้ที่นี่คือดินแดนใหม่ของนรก  มึนหัวแล้ว !  สรรพสิ่งต่างๆบนโลกมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปมากมายชั่วพริบตา  ตอนนี้แม้แต่นรกก็ยังสร้างขุมใหม่ๆเพิ่มขึ้นตั้งมากมาย  แล้วเมื่อไหร่ถึงจะสามารถเยี่ยมชมได้หมดล่ะ ?

        ผู้พิพากษาพูดว่า : “วันนี้พวกเราเยี่ยมชมหลังที่ 7  ห้องที่ 7 《นรกวิญญาณไร้ญาติตกปลากระโทงดาบเดียวดาย》 เจ้าหน้าที่พนักงานในนรกขาดแคลน  ประตูที่นี่ทั้งหมดไม่มีทวารบาลเฝ้า  พวกเราเข้าไปกดกริ่งหน้าประตูเถอะ!”

        อาอวี้ : “ค่ะ  ผู้พิพากษา !”   ลองหาๆดูซิ !   หลังนี้คือหลังที่ 1,  หลังที่ 2,  หลังที่ 3,  หลังที่ 4,  หลังที่ 5,  หลังที่ 6,  หลังที่ 7   ห้องที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, ห้องที่ 7   เจอแล้ว !  อักษรจีนตัวเต็มของยุคสมัยปัจจุบันเปล่งแสงสีเขียวเข้ม  นรกวิญญาณไร้ญาติตกปลากระโทงดาบเดียวดาย  ข้าพเจ้าเดินเข้าไปกดกริ่งตรงหน้าประตู  ยักษ์เปิดประตูแล้วทำความคารวะผู้พิพากษา  พวกเราเข้าไปข้างใน  นรกขุมนี้เป็นทะเลใหญ่ทะเลหนึ่ง  ในทะเลมีปลากระโทงดาบที่ดุร้ายและคมกริบอยู่มากมายทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก  ที่นี่แบ่งเป็น 2 ข้างซ้ายขวา  วิญญาณบาปทางซ้ายรับโทษโดดเดี่ยวเพียงลำพัง  ส่วนทางขวามีวิญญาณบาป 3 – 5 ตน รับโทษร่วมกันเป็นกลุ่ม  นรกขุมนี้แปลกไม่เหมือนทั่วไป  มียักษ์เพียง 4 ตน  ซ้ายขวาข้างละ 2 ตน  เจ้าหน้าที่พนักงานขาดแคลนอย่างที่ผู้พิพากษาบอกจริงๆ  พวกยักษ์ทั้ง 4 ตนก็เหนื่อยแย่เลย ! 

        นรกขุมนี้ก็ไม่เล็ก  ไม่เหมือนกับทะเลบนโลกมนุษย์  ก้อนหินบริเวณชายฝั่งบนโลกมนุษย์ 1 ก้อนสามารถจุคนได้เพียง 1 – 2 คนเท่านั้น  โดยปกติหาดทรายบนโลกมนุษย์ถ้ามีคนเกินกว่า 500 คนก็เรียกว่าแออัดแล้ว  นรกขุมนี้ในทะเลมีปลากระโทงดาบเหล็กที่กินคนได้  ปลากระโทงดาบเหล็กที่ขนาดใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งมีขนาดยาวประมาณ 10 เมตร  อ้าปากสามารถกินวิญญาณบาปได้ 12 ตนพร้อมกันในคราวเดียว  ปลาที่มีขนาดเล็กหน่อยก็กินได้ทีละคำทีละคำ  ก้อนหินที่นี่ 1 ก้อนคิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถรองรับวิญญาณบาปได้มากมาย  ก้อนหินก้อนขนาดเล็กที่สุดที่อยู่ข้างๆข้าพเจ้าก้อนนี้ก็มีวิญญาณบาปอยู่บนนั้นถึง 45 ตน  ก้อนหินก้อนอื่นๆยิ่งมีวิญญาณบาปเยอะกว่านี้  ส่วนพวกวิญญาณบาปทางซ้ายยืนโดดเดี่ยวเพียงลำพัง  บ้างก็นั่งโดดเดี่ยวเพียงลำพังอยู่บนก้อนหินริมฝั่งทะเล  รับโทษอันทุกข์ทรมานซ้ำไปซ้ำมา ตายแล้วฟื้น ฟื้นแล้วตาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้หยุด  งั้นก็ลองดูวิญญาณบาปชายที่อยู่ข้างๆข้าพเจ้านายนี้ซิว่าเป็นอย่างไร ?  เขากำลังฟื้นคืนสติอยู่พอดี  เขาฟื้นขึ้นมาแล้ว  วิญญาณบาปลุกขึ้นมานั่งบนก้อนหิน  วิญญาณบาปนายนี้เป็นเพราะได้รับบาปกรรมจากการตกปลาตอบสนอง  ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาได้ลืมความเจ็บปวดทรมานเมื่อครู่นี้ไปหมดแล้ว

        ข้าพเจ้ามองเห็นภาพที่ปรากฏขึ้นในความคิดของเขาเป็นภาพปลาต่างๆว่ายอยู่ในทะเล  เขาคิดถึงปลาทะเลเหล่านี้เป็นพิเศษ  แน่นอนว่าเขาจะต้องตกมันให้ได้  หลังจากตกเสร็จก็ขึ้นเรือทันที  ด้านหนึ่งย่างปลามากิน  ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ชื่นชมทิวทัศน์  แววตาของเขาเบิกบานมองปลากระโทงดาบในทะเล  ข้างๆตัวก็มีคันเบ็ดตกปลาไฟฟ้าอัตโนมัติอยู่ 1 คัน  เมื่อมือของเขาสัมผัสกับคันเบ็ดตกปลา  คันเบ็ดตกปลาก็ทำงานอัตโนมัติขึ้นมาทันที  ตะขอเบ็ดเกี่ยวหัวของวิญญาณบาปอย่างแม่นยำและฉับไว  มองดูให้ชัดๆ  คันเบ็ดตกปลามีตะขอเหล็กโค้งครึ่งเสี้ยวที่แหลมคม  ตะขอเกี่ยวหัวของวิญญาณบาปจากปากเข้าไป  ตอนนี้ความคิดในหัวสมองของวิญญาณบาปกลายเป็นความดำมืด  เขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน  เลือดเริ่มไหลออกมาจากปาก  มือและเท้าพยายามดิ้นรน  แต่ยิ่งดิ้นตะขอก็ยิ่งเกี่ยวเข้าไปลึก

        คันเบ็ดตกปลาขว้างวิญญาณบาปไปเป็นเหยื่อให้แก่ปลากระโทงดาบเหล็กตัวเล็กตัวหนึ่งที่อยู่ในทะเลทันที  ปลากระโทงดาบเหล็กตัวเล็กนี้ตัวยาว 2 เมตร  เมื่อคันเบ็ดตกปลาเอาวิญญาณบาปขว้างลงไปในทะเล  วิญญาณบาปก็ไปตกอยู่บนเสาเหล็กที่มีลักษณะแหลมคมต้นหนึ่งซึ่งอยู่ข้างปากปลากระโทงดาบเหล็กพอดี  วิญญาณบาปถูกเสาเหล็กเสียบก็รู้สึกตื่นตระหนกตกใจหวาดผวา  เลือดสดๆพุ่งออกมาทั้งตัว  ปลากระโทงดาบเหล็กส่งเสียงคำรามที่น่ากลัวออกมา  แล้วกัดส่วนหัวของวิญญาณบาปขาดออกจากร่าง  จมูกและตาถูกปลากระโทงดาบเหล็กกินก่อน  คำที่ 2 กินครึ่งล่างของส่วนหัวลงไปถึงลำคอของวิญญาณบาป  วิญญาณบาปเจ็บปวดทรมานจนมือเท้าหดเกร็งและมีอาการสั่น  ปลากระโทงดาบเหล็กใช้ปากอันแหลมคมผ่าท้องของวิญญาณบาปออกแล้วกินเครื่องในทั้งหมดของวิญญาณบาป  จนกระทั้งร่างกายทุกส่วนของวิญญาณบาปถูกกินจนเกลี้ยง  หลังจากกินหมดแล้วปลากระโทงดาบเหล็กก็สำรอกเอาเศษซากทั้งหมดของวิญญาณบาปที่โชกเลือดออกมากองไว้บนก้อนหินก้อนเดิมก้อนเมื่อครู่นี้  หลังจากที่วิญญาณบาปถูกสำรอกออกมากองอยู่บนก้อนหิน  ลมแห่งกรรมก็พัดมาทำให้เศษซากของวิญญาณบาปกลับคืนสู่สภาพเดิม  วิญญาณบาปถูกลมแห่งกรรมนี้พัดทีนึงก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยอัตโนมัติ  รับความทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฮ่อ ! นี่คือความทุกข์ทรมานอันหาที่เปรียบไม่ได้

        ผู้พิพากษาสั่งให้ยักษ์นำวิญญาณบาปตนนี้เข้ามาให้อาอวี้สัมภาษณ์  วิญญาณบาปยังไม่ได้สติ  ถูกยักษ์นำตัวเข้ามาในสภาพที่ยังมึนๆงงๆ  ข้าพเจ้าแสดงความกลัดกลุ้มออกมา  ก็ในเมื่อเขายังไม่ได้สติเลยแล้วจะสัมภาษณ์ได้ยังไงล่ะ ?  ยักษ์อธิบายทันทีว่า เดี๋ยวให้เขาดื่มน้ำขิงฟื้นคืนวิญญาณของยมโลกถ้วยหนึ่งจะช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเขาเพิ่มสูงขึ้นและช่วยฟื้นฟูให้เขาสามารถพูดคุยได้ก็จะสามารถทำการสัมภาษณ์ได้  เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้วค่อยรับโทษจากลมแห่งกรรมต่อ  วิญญาณบาปถูกยักษ์ใช้น้ำเย็นสาดให้หายมึน  เมื่อดื่มน้ำขิงฟื้นคืนวิญญาณแล้วก็เริ่มเป็นปกติ  แต่ยังคงมีลักษณะท่าทางที่เหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลียมาก  ยักษ์สั่งให้เขาเล่าออกมาตามความเป็นจริงว่าเพราะเหตุใดจึงตกนรกรับทุกข์ทรมาน

        วิญญาณบาป : “ตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่  อยู่ที่เมืองxxxทางตะวันออก  ทำธุรกิจขายส่งอาหารทะเลตากแห้ง  สามารถหาเงินได้มากมาย  แต่เพื่อนที่รู้ใจกลับมีน้อยมาก  รู้สึกว่าคนรอบข้างไม่มีใครที่จริงใจกับฉันเลย  ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย  ถึงแม้เพื่อนกินเพื่อนเที่ยวทางธุรกิจจะมีมากมายแต่ก็ไม่ใช่เพื่อนแท้  ต่างฝ่ายต่างใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน  ทุกๆวันยังต้องแสดงสีหน้าที่ยิ้มแย้มให้กับฝ่ายตรงข้าม  ไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย  ฉันเองก็ไม่อยากทำธุรกิจขายส่งอาหารทะเลตากแห้งมาตั้งนานแล้ว  เพียงแต่ว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ดีมาก  ที่ทำธุรกิจนี้ก็เพียงเพื่อหาเงินเท่านั้น  ตั้งแต่เด็กๆฉันก็ชอบตกปลามากเป็นพิเศษ  เป็นสาเหตุหลักที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฉันตกนรกขุมนี้  ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองยังอายุน้อยอย่างนี้  มีเงินทุนมาก  มิสู้ลองมาทำธุรกิจที่ตัวเองชอบจะดีกว่า  ถึงแม้จะขาดทุนก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่  ครั้นแล้วฉันก็เริ่มเสาะหาเครื่องมือตกปลาที่มีความพิเศษเฉพาะสำหรับมืออาชีพจากทั่วทุกมุมโลก  เสาะหาอุปกรณ์  เสื้อผ้าและของใช้ต่างๆที่มีคุณภาพดีเยี่ยมสำหรับนักผจญภัยปีนเขา  เปิดร้านค้าเน้นขายเครื่องมือตกปลาเป็นหลัก และมีอุปกรณ์ผจญภัยปีนเขาขายบ้างนิดหน่อย

        ฉันมีความคิดว่าลองๆทดลองดู  ถึงแม้จะขาดทุนก็ไม่เป็นไร  ที่ไหนได้ ! ธุรกิจร้านขายอุปกรณ์ตกปลาร้านนี้เป็นธุรกิจที่ดีมาก  ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจมากขึ้น  แถมยังได้รู้จักเพื่อนตกปลาที่มีอุดมการณ์เดียวกัน  ครั้นแล้วฉันก็คิดที่จะผลักดันเทคนิคการตกปลาให้เป็นที่แพร่หลายเพื่อเพิ่มยอดขายของบริษัท  หลังจากที่ผลักดันเทคนิคการตกปลาแล้ว  ยอดขายของบริษัทก็เพิ่มขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว  ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีวิธีการลงทุน  ครั้นแล้วก็ยิ่งทุ่มเทพลังไปที่บริษัทนี้  ผลักดันองค์กรเอกชน  จัดงานปาร์ตี้ “ล่องเรือตกปลาสบายใจวันเกิด” ประเภทแพคเกจเหมารวม  ฉันยังช่วยให้คนที่ชื่นชอบการตกปลาเหมือนกันได้เปิดห้องอาหารที่มีบ่อตกปลา  ได้เปิดร้านขายอุปกรณ์ตกปลา เป็นต้น  หลังจากนั้นฉันก็รวบรวมพลังมุ่งคิดวางแผนโครงการดีๆที่จะพัฒนาขยายบริษัทตกปลาต่อไปอีก 

        เป็นเพราะทรัพย์สินเงินทองภายในบ้านมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ฉันจึงเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยยกระดับขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนมีเงิน  ครั้นแล้วพวกเรา 3 คน พ่อ แม่ ลูก ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดหลายพันฟุต  ในบ้านมีคนรับใช้หลายคน  แต่เรื่องดีๆมันอยู่กับเราได้ไม่นาน  พวกเราย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่ได้ยังไม่ถึง 3 เดือน  ลูกชายของฉันก็เริ่มกลายเป็นคนที่มีความรู้สึกไวและกลายเป็นคนที่ขี้ขลาดตาขาว  ตลอดทั้งวันตื่นตระหนกหวาดกลัวพูดว่ามีคนจะตีเขา  แต่ความจริงแล้วในบ้านไม่มีใครที่จะตีเขา  ภรรยาของฉันก็ปวดเอวและเป็นโรควิตกกังวล  ทุกวันเกิดโทสะ ระแวงสงสัยว่าฉันนอกใจไปมีผู้หญิงอื่น เป็นต้น  ส่วนคนรับใช้ในบ้านก็ต้องเปลี่ยนใหม่อยู่ตลอดเรื่อยๆ

        ทั้งภรรยาและลูกชายไปหาจิตแพทย์  กินยาก็แล้ว ฉีดยาก็แล้ว แต่ว่าไม่เพียงอาการไม่ดีขึ้น กลับยิ่งแย่หนัก  หลังจากนั้นถ้าในบ้านเกิดเสียงอะไรขึ้นนิดหน่อยอย่างกะทันหัน  ลูกชายก็จะกลัวจนหาที่หลบซ่อน  เมื่อก่อนนี้เป็นเด็กที่ไร้เดียงสาร่าเริงมีชีวิตชีวา  ตอนนี้พอเห็นแสงสว่างก็จะกลัวมาก  ชอบที่มืดสลัวๆ  เพื่อไม่ให้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในบ้านโดยตรง  หน้าต่างทุกบานในบ้านจึงดึงผ้าม่านปิดหมด  ส่วนฉันเป็นเพราะความรักระหว่างสามีกับภรรยามีให้กันไม่มากพอ  อยู่บ้านก็ถูกด่า  อารมณ์ไม่ดี  เริ่มนัดเพื่อนออกไปดื่มเหล้าร้องคาราโอเกะทุกวันแก้กลุ้ม  อยู่ในร้านคาราโอเกะกับผู้หญิงอื่นมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส  ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ 2 ครั้ง  และยังยุยงส่งเสริมให้ฝ่ายตรงข้ามทำแท้ง  ฉันเริ่มใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมา  บางครั้งแม้แต่บ้านก็ไม่กลับ  แต่ในใจฉันยังคิดถึงลูกชายอยู่  มีครั้งหนึ่งฉันดื่มเหล้าเมา เป็นไข้ตัวร้อนสลบไป ถูกรถพยาบาลนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาล  เข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ตรวจพบมะเร็งตับระยะสุดท้าย  เจ็บปวดทรมานอยู่ 3 เดือนก็จำใจจากโลกมนุษย์มาอย่างทุกข์ทรมาน  ฮือ ฮือ ฮือ  ยมทูตหน้าวัวหัวม้ายังไม่ได้อธิบายให้ฉันเข้าใจเลยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่  พวกเขาก็ใช้โซ่เหล็กลากตัวฉันมาที่นรกแล้ว”

        พญายมจ้าวแห่งยมโลกโมโหมากตบบัลลังก์พิพากษาแล้วพูดว่า : “xxx  เจ้ารู้ความผิดหรือไม่ ?  เจ้านำบุญวาสนาติดตัวไปเกิดบนโลกมนุษย์  แต่เจ้าไม่ใช้บุญวาสนาให้เกิดประโยชน์ในทางที่ดี  ไม่ใช้บุญวาสนาไปทำความดีเพิ่มพูนบุญกุศลให้มากยิ่งขึ้น  เราไม่คิดเลยว่าเจ้ากลับใช้บุญวาสนาอย่างฟุ่มเฟือย  ทำอาชีพที่เป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  แล้วยังส่งเสริมให้ผู้อื่นทำอาชีพที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  ทำลายความคิดทัศนคติของคนอื่นอย่างร้ายแรง  ทำลายจิตเมตตาของผู้อื่นให้ขาดสะบั้นลง  บาปกรรมหนักที่สุดของเจ้าในชาตินี้ก็คือกรรมปาณาติบาตจากการตกปลา  เราขอตัดสินให้คุมตัวเจ้าไปรับโทษในนรกวิญญาณไร้ญาติตกปลากระโทงดาบเดียวดายหนึ่งหมื่นปีก่อน  รอจนกระทั่งร้านตกปลาทั้งหมดบนโลกมนุษย์ที่พวกเขาเปิดกิจการขึ้นเพราะเจ้า  ยุติกิจการลงทั้งหมด  เจ้าจึงสามารถออกมาพบเราแล้วค่อยพิพากษาตัดสินความผิดในคดีอื่นๆใหม่อีกครั้ง”

        ในยามนั้นวิญญาณบาปกลัวจนร้องเสียงหลงขอความเมตตา คุกเข่าเรียนถามพญายมจ้าวแห่งยมโลกว่า : “ร้านขายอุปกรณ์ตกปลาของข้าน้อยเปิดกิจการเพียงแค่ 8 ปี  ทำไมถูกตัดสินรับโทษในนรกนานตั้งหนึ่งหมื่นปีล่ะ ?  แถมยังต้องรอให้ร้านตกปลาทั้งหมดเลิกกิจการลงอีกด้วย  ร้านตกปลาร้านอื่นๆมันเกี่ยวข้องอะไรกับข้าน้อยด้วยล่ะ ?  ข้าน้อยก็ไม่ใช่หุ้นส่วนกิจการซักหน่อย”

        พญายมจ้าวแห่งยมโลกกล่าวต่อไปอย่างโกรธแค้นว่า : “ตอนนี้ ขอเพียงร้านตกปลาบนโลกมนุษย์เหล่านั้นเปิดดำเนินกิจการเพราะได้รับโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเจ้า  เหตุต้นผลกรรมในส่วนนี้เจ้าก็จะต้องร่วมรับผิดชอบแรงกรรมด้วย 5 ส่วน  เจ้าของร้านที่เปิดกิจการก็ต้องรับผิดชอบแรงกรรม 5 ส่วนเช่นเดียวกัน  ถ้าหากเจ้าของร้านที่เปิดกิจการแยกบริษัทออกไปเปิดสาขาที่ 2 ต่อ  เจ้าก็ต้องร่วมรับผิดชอบแรงกรรมด้วย 3 ส่วน  ส่วนเจ้าของร้านที่เปิดกิจการจะต้องรับผิดชอบแรงกรรม 7 ส่วน  ถ้าหากไม่ใช่โฆษณาของเจ้าส่งผลกระทบ  ร้านที่สร้างบาปกรรมปาณาติบาตเหล่านี้ก็จะไม่เปิดกิจการ  ถ้าหากไม่ใช่พวกเขาได้รับโฆษณาของเจ้าดึงดูดให้สนใจเปิดกิจการ  ยมโลกก็จะไม่จดบันทึกแล้วเอามาคิดบัญชีกับเจ้าส่งเดช

        เจ้าหน้าที่พนักงานของทางยมโลกต่างล้วนถือศีลเป็นพื้นฐาน  ผู้ที่ถือศีลมีรัศมีแห่งกาย  คุณธรรมของการรักษาศีลยิ่งมีความสะอาดบริสุทธิ์ตำแหน่งหน้าที่ก็ยิ่งสูง  อันที่จริงแล้วตอนนี้เจ้าควรอยู่บนโลกมนุษย์เป็นคนที่ร่ำรวยและมีเกียรติ  มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีทรัพย์สินเงินทองมั่งคั่ง  ในอดีตชาติของเจ้าเคยมีอยู่ชาติหนึ่งเจ้าเป็นคนที่ดีมาก  ให้ทานสะสมบุญเอาไว้มาก  ชาตินี้กุศลผลบุญถึงวาระสุกงอม  ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะทำอาชีพอะไรก็จะประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรือง  คนที่มีสัมพันธภาพที่ดีกับเจ้าก็จะมารวมตัวกัน  ทรัพย์สมบัติของเจ้าก็จะเป็น 2 เท่าของตอนนี้  คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่เจ้าเกิดมาในชาตินี้เจ้าก็ตกปลาอยู่ตลอด  เรียนจบออกมาก็ยังทำธุรกิจขายส่งอาหารทะเล  เงินที่เจ้าหาได้จากการทำธุรกิจขายส่งอาหารทะเลทั้งหมดคือเงินที่ถูกหักบุญวาสนาลงไปแล้ว  ธุรกิจขายส่งอาหารทะเลทำให้บุญวาสนาครึ่งหนึ่งของเจ้าในชาตินี้ลดลงไปอย่างรวดเร็ว  ยมโลกส่งความฝันไปเตือนเจ้าหลายครั้ง ทำให้เจ้าฝันเห็นตัวเองถูกอาหารทะเลเหล่านั้นกิน ถูกอาหารทะเลเหล่านั้นไล่ฆ่าเจ้า  ความฝันนี้ก็คือการเตือน  เตือนเจ้าว่าจะต้องวางมือ จะต้องทำอาชีพที่ไม่ผิดศีลธรรม  อย่าสิ้นเปลืองบุญวาสนาทำบาปฆ่าสัตว์อีก  แต่เจ้ากลับไม่เคยสังเกตเห็น ไม่เคยย้อนสำรวจตนและไม่มีจิตที่สำนึกขอขมากรรมเลยแม้แต่น้อย  ยิ่งเพิ่มอัตตา(ตัวตน) มานะ(ความถือตัว) โลภะ(โลภ) มากยิ่งขึ้น  เจ้าไม่ทำความดีสะสมบุญกุศล  ซ้ำยังผลักดันส่งเสริมให้ร้านขายอุปกรณ์ตกปลาซึ่งเป็นการฆ่าชีวิตแผ่ขยายออกไป  เจ้าผลักดันอาชีพห้องอาหารที่มีบ่อตกปลาให้พัฒนาแผ่ขยายออกไปบนโลกมนุษย์โดยทางอ้อม  พันธกรณีในการชำระหนี้ในส่วนนี้  เจ้าจะต้องอยู่ในนรกค่อยๆรับทุกข์ชำระหนี้

        ถ้าหากเจ้าอยู่บนโลกมนุษย์ประกอบอาชีพที่ถูกต้องสอดคล้องต่อหลักธรรม  ขอเพียงไม่ทำบาปหนัก  ถึงแม้จะไม่ได้บำเพ็ญธรรม  ไม่ได้ทำบุญสะสมบุญเป็นพิเศษ  ด้วยบุญวาสนาของเจ้า ตอนนี้เจ้าควรจะต้องยังอยู่บนโลกมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  ไม่ต้องตกนรกรับความทุกข์ทรมานอันไร้ขอบเขตประมาณเหมือนกับในขณะนี้”

        พญายมจ้าวแห่งยมโลก : “ยักษ์วิญญาณไร้ญาติ !”

        ยักษ์วิญญาณไร้ญาติ : “ครับ !”

        พญายมจ้าวแห่งยมโลก : “รีบคุมตัวเขาไปรับโทษที่นรกวิญญาณไร้ญาติตกปลากระโทงดาบเดียวดาย  ชดใช้หนี้กรรมให้สะอาดหมดจด !”

        วิญญาณบาป : “ฮือ ฮือ ฮือ  ตอนนี้ฉันเสียใจมากจริงๆ  ตั้งแต่แรกฉันมีจิตที่ละโมบเกินไป  คิดอยากให้ทรัพย์สินเงินทองของตัวเองเพิ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆอยู่ตลอด  แต่วิธีการนั้นเป็นวิธีการที่ผิด  แม่นางท่านนี้ท่านจะต้องเอาเรื่องที่ฉันพูดไปเมื่อครู่ทั้งหมดเขียนออกมา  หวังว่าพวกเพื่อนๆของฉันได้เห็นบทความนี้แล้วจะรีบแก้ไขตัวเองใหม่ให้ถูกต้อง  อย่าได้ตกปลาและอย่าได้ทำกิจการเกี่ยวกับร้านตกปลาอีก  แม่นางท่านนี้ ฉันขอร้องท่านแล้ว !  ขอเพียงท่านเอาสิ่งที่ฉันพูดเมื่อครู่นี้เขียนออกมา  พวกเพื่อนๆของฉันเห็นแล้วจะต้องรู้อย่างแน่นอนว่าคนที่ตกนรกรับทุกข์ทรมานก็คือฉัน  ตอนนั้นพวกเขาต่างก็รู้เรื่องภายในครอบครัวของฉัน แล้วพวกเขาต่างก็รู้ไอเดีย(ความคิด)ของฉัน  พวกเขาจะต้องเชื่อว่าที่ท่านเขียนเป็นความจริงอย่างแน่นอน  เมื่อพวกเขาเห็นบทความนี้แล้วพวกเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างแน่นอน  ขอเพียงพวกเขารีบเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเร็ววัน  ไม่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการตกปลาฆ่าชีวิตอีก  ก็จะสามารถทำให้ช่วงเวลาที่ฉันจะต้องรับความทุกข์อยู่ในนรกลดน้อยลง   ฮือ ฮือ ฮือ  ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องรับความทุกข์อันไม่มีขอบเขตไม่มีประมาณอยู่ในนรกในภายภาคหน้าหรอก  ฮือ ฮือ ฮือ ฉันอยากออกไปจากที่นี่มากจริงๆ  หนึ่งหมื่นปีช่างยาวนานเหลือเกิน ! ฮือ ฮือ ฮือ...”

        อาอวี้ : “ข้าพเจ้ารู้จักเมืองที่คุณพูดถึงนั้น  กรรมปาณาติบาตของเมืองนั้นหนักมาก  ที่แท้คุณก็มีส่วนอยู่เบื้องหลังกรรมดำที่หนักขนาดนี้ด้วย  การเขียนหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》ให้ออกมาดีก็คือหน้าที่ของข้าพเจ้า  เนื้อหาสาระที่คุณได้พูดไปเมื่อครู่นี้  ข้าพเจ้าจะต้องเขียนออกมาให้ครบถ้วนทั้งหมดอย่างแน่นอน   คุณควรจะสวดพุทธนาม  พุทธานุภาพจะเมตตาปกปักคุ้มครองคุณ  ข้าพเจ้าก็จะเอาบุญกุศลจากการเขียนหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》อุทิศให้คุณหลุดพ้นจากความทุกข์ได้รับความสุขในเร็ววัน”

        วิญญาณบาป : “ฮือ ฮือ ฮือ   เหมือนอย่างตอนนี้ที่พวกเราพูดคุยกันอยู่  ถึงแม้ร่างกายจะเจ็บปวดทรมานก็ยังสามารถฝืนทนความเจ็บปวดทรมานสวดพุทธนามได้  แต่ว่าอีกเดี๋ยวก็ต้องกลับไปรับโทษ  ความเจ็บปวดทรมานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่มีขาดตอนเลย  หัวจะมึนงงและสติปัญญาความคิดไม่แจ่มชัด  โดยพื้นฐานทั้งหมดแล้วไม่สามารถที่จะสวดพุทธนามออกมาได้เลย(สวดไม่ออก)  ฮือ ฮือ ฮือ  หวังว่าทุกคนทั่วหล้านี้ไม่ตกต้องปลาอีกตลอดไป  ไม่ต้องตกนรกรับโทษ  ไม่ต้องทุกข์ทรมานเหมือนฉัน  ตายไปแล้วยังต้องรับโทษอยู่ในนรกแบบมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ฮือ ฮือ ฮือ”

        ผู้พิพากษา : “เอาล่ะ!  เวลาจำกัด  เราเห็นว่าวันนี้เธอให้ความร่วมมือดีเป็นอย่างยิ่ง  นำเสนอข้อมูลให้อาอวี้เขียนหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》  และบังเกิดปณิธานที่ดีปรารถนาให้ทุกคนทั่วหล้าไม่ต้องตกปลาอีกตลอดไป  ไม่ต้องตกนรกรับโทษ  งั้นเอาล่ะ!  ตอนนี้เราจดเธอ 1 กุศล  สามารถอนุญาตให้เธอไปฟังเทศน์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ 1 ครั้ง  ได้พักการลงทัณฑ์ชั่วคราว”

        ยักษ์วิญญาณไร้ญาติ : “ครับ ผู้พิพากษา !  จะนำตัวเขาไปเดี๋ยวนี้”

        อาอวี้ : “ขอถามผู้พิพากษา  เพราะเหตุใดผู้ชายคนนี้จึงสามารถไปฟังเทศน์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ในทันที ?  ครั้งก่อนๆที่สัมภาษณ์วิญญาณบาป  วิญญาณบาปเหล่านั้นรับทุกข์ทรมานสาหัสยิ่งกว่าเขา  น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเขา  ทำไมผู้พิพากษาไม่จดให้พวกเขา 1 กุศลล่ะ ?

        ผู้พิพากษา : “อาอวี้ !  นรกนั้นแท้จริงเป็นเพราะคนละเมิดศีล  ทำให้เกิดกรรมดำ  คนตกนรกเพราะถูกการกระทำของตัวเองชักพา  เป็นเพราะว่าอดีตชาติของเขามีอยู่ชาติหนึ่งเคยบำเพ็ญธรรม รักษาศีล  แต่ไม่วิริยะพากเพียรในวิธีสวดพุทธนาม  ในชาตินั้นเพียรบำเพ็ญปฏิบัติในการให้ทานต่างๆ  แต่กลับไม่มีการอุทิศที่สอดคล้องต่อหลักธรรม  ถึงแม้กุศลผลบุญต่างๆที่เพียรบำเพ็ญปฏิบัติจะสุกงอมกลายเป็นความร่ำรวยและมีเกียรติในชาตินี้  แต่จะให้ทำไงได้ในเมื่อเขาไม่รักทะนุถนอมบุญวาสนาของตัวเองไว้ให้ดี  บุญวาสนาถูกหักลงจนหมด ตายตกนรกก่อนกำหนด  ระหว่างท่านกับเขามีบุพเพสัมพันธ์ต่อกัน  เมื่อครู่นี้ที่ท่านสัมภาษณ์เขาก็กระตุ้นให้เขาบังเกิดจิตที่ปรารถนาจะออกห่างจากทะเลทุกข์  ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งแล้วบังเกิดปณิธานที่ดี  ความคิดอันเป็นกุศลของตัวเขาเองที่ช่วยตัวเขาให้ได้รับการจด 1 กุศล  ไม่ใช่เราดูแลใส่ใจเขาเป็นพิเศษ  หากปรารถนาจะล่วงรู้พระพุทธะทั้งปวงในตรีกาล  พึงพิจารณาธรรมธาตุภาวะ  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนก่อเกิดขึ้นจากจิตใจ”  เอาล่ะ!   อาอวี้ !   วันนี้เวลาล่วงเลยมามากแล้ว  บนโลกมนุษย์ก็ผ่านไปคืนนึงเต็มๆแล้ว  เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะ!  ยินดีต้อนรับท่านกลับมาใหม่”

        “อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !  สำนึกคุณผู้พิพากษา !  อาอวี้จะรีบกลับมาใหม่อย่างแน่นอน !”