Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ผลกรรมของการพูดคำหยาบ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ผลกรรมของการพูดคำหยาบ

5,270 Views

นรกงูพิษตะปูตำไส้ ทุกข์ทรมานอย่างที่สุด

 

              สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !  ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนม ! 

              อาอวี้อยากถามผู้พิพากษาว่า : “ถ้าหากมนุษย์ใช้คำพูดที่เลยเถิด  ใช้คำพูดต่างๆพูดทำลายเกียรติศักดิ์ศรีของผู้อื่น  โกรธแค้นด่าประจานผู้อื่น  ผู้ปกครองด่าตีเด็ก  สามีภรรยาทะเลาะกัน  คำพูดที่ไม่ยอมให้อภัยผู้อื่น  ใช้คำพูดที่เลวร้ายสาปแช่งผู้อื่น  พฤติกรรมเหล่านี้ต้องตกนรกรับการลงโทษหรือไม่ ?”

              ผู้พิพากษาตอบว่า : “หากคนๆหนึ่งพูดคำหยาบเป็นประจำ  จิตใจโกรธแค้นไม่ยอมให้อภัยผู้อื่น  ใช้คำพูดที่เลวร้ายมาทำร้ายผู้อื่น  ด่าประจานผู้อื่น  ถือว่าเป็นคำหยาบ  อย่างเช่นด่าคนว่าเดรัจฉาน  สัตว์  หรือบางทีอาจจะด่าคนว่าไปตายซ่ะ  ด่าคนว่าสิ้นลูกสิ้นหลาน  ด่าคนว่าตายไร้ที่ฝัง  แม้กระทั่งภายในใจของคนๆนี้เองก็ให้ความสำคัญกับคำด่าสาปแช่งเหล่านี้มาก  ยกตัวอย่างเช่น  นายAปรารถนาอยากจะมีลูกชายสักคน  แต่ชาตินี้ภรรยาของเขาไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้อีกแล้ว  เขามีเพียงลูกสาว 5 คน  คนที่พูดคำหยาบก็มีเจตนาใช้คำพูดที่เลวร้ายต่างๆ  เช่น  สิ้นลูกสิ้นหลาน  มีเงินมีบ้านไม่มีคนอยู่ให้ผีมันอยู่ ฯลฯ  ไปด่านายA  อย่างเบาก็อาจจะทำให้นายAรู้สึกแย่ ไม่มีความสุข  อย่างรุนแรงก็อาจจะทำให้ครอบครัวไม่รักใคร่ปรองดองกัน  หรือแม้กระทั่งเกิดการนอกใจไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น  หาหญิงอื่นมาให้กำเนิดบุตรชาย  ถ้าหากแต่ละครอบครัวไม่รักใคร่ปรองดองกันก็จะทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายไม่สงบ  ตอนนี้มีคนบนโลกมากมาย เพราะว่าพูดคำหยาบ  ทำให้ผู้อื่นอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี  บ้างก็อับอายในชีวิตถึงกับคิดสั้นฆ่าตัวตาย  คำพูดที่ไม่ดี ไม่สุภาพ คำพูดที่ร้ายกาจ คำพูดที่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้อื่น คำพูดเหล่านี้ถือว่าเป็นคำหยาบ(คำผรุสวาท)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่ชั่วร้ายต่างๆ

              การพูดคำหยาบจะต้องตกนรกรับการลงโทษ  คำหยาบเป็นวงจรอุบาทว์ของความเคยชินที่ไม่ดีประเภทหนึ่ง  คำหยาบเป็นเพื่อนกันกับความโลภ  โกรธ  หลง  คนที่พูดคำหยาบทุกคนจะมีความโกรธแค้นรวมอยู่ด้วย  เพียงแต่ความน่ารังเกียจรวมถึงแรงกรรมของคนที่พูดคำหยาบแต่ละคนจะหนักเบาแตกต่างกัน

              หากพูดคำหยาบต่ออริยบุคคลผู้ซึ่งบำเพ็ญปฏิบัติธรรมประจักษ์แจ้งในมรรคผล  แม้เพียงคำเดียวเท่านั้น  นั่นก็มากพอที่จะทำให้ผู้พูดคำหยาบนั้นตกนรกรับความทุกข์ทรมานต่างๆอย่างไม่มีขอบเขตประมาณ  ถึงแม้จะรับโทษในนรกจนหมดสิ้นแล้วก็ยังต้องตกสู่เดรัจฉานภูมิเกิดเป็นสัตว์รับความทุกข์ยากลำบากต่างๆ  เมื่อรับผลกรรมในเดรัจฉานภูมิจนหมดสิ้นแล้วจึงได้กลับมาเกิดเป็นคนอีก  แต่ก็จะเกิดเป็นคนต่ำต้อย  จนกระทั่งเศษกรรมจากการพูดคำหยาบนั้นหมดไป  ช่วงเวลาที่ผลกรรมของการพูดคำหยาบสุกงอมนั้นมีระยะเวลาที่ยาวนาน  เพราะทุกข์ยากลำบากมากจึงง่ายมากที่จะสร้างแรงกรรมใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น  ทำให้ยิ่งได้รับความทุกข์ยากลำบากไม่มีที่สิ้นสุด  นอกจากจะพบเจอกับกัลยาณมิตรที่แท้จริงมาโน้มนำให้บังเกิดจิตแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องต่างๆของตัวเอง  ทำความดีสะสมบุญกุศล  จึงมีเหตุปัจจัยที่ดีงามที่จะได้รับการฉุดช่วยให้ออกจากทะเลทุกข์  มิฉะนั้นแล้วทะเลทุกข์กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเหลือประมาณ  หมื่นกัปจมอยู่ในทะเลทุกข์

              คนที่ตกนรกรับการลงโทษ  มีมากมายที่ตอนสมัยมีชีวิตอยู่เป็นสามีภรรยากัน  เป็นเพื่อนกัน  เป็นเพื่อนร่วมงานกัน  เป็นพ่อแม่พี่น้องกัน  ตอนที่อยู่ร่วมกันต่างพูดคำหยาบต่อกัน  ที่มากที่สุดคือระหว่างสามีภรรยา  ก็คือพูดคำหยาบต่อกันง่ายที่สุด  ผู้หญิงจะครองอัตราส่วนมากหน่อย  ตอนนี้เราขอแนะนำผู้หญิงทั้งหลายจะต้องระวังกรรมปากของตัวเองให้ดีๆ  ผู้หญิงมากมายเป็นเพราะกรรมดำของตัวเองหนัก  ถูกกรรมดำที่เคยทำไว้ในอดีตชักนำ  ชีวิตจะประสบพบเจอกับความลำบากใจลำบากกายต่างๆ  มีบางคนก็รู้สึกไม่สบายตอนที่มีประจำเดือนในแต่ละเดือน  แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องใช้คำหยาบต่างๆมาทำร้ายคนรอบข้าง

              นิสัยของมนุษย์ก็คือความเคยชินที่มนุษย์ไปปฏิบัติต่อเรื่องราวต่างๆในแง่มุมที่จะเป็นผลประโยชน์ต่อตัวเอง  ขอเพียงเกิดความติดขัดไม่ราบรื่นแม้เพียงเล็กน้อยก็ตำหนิบ่นว่าผู้คนรอบข้างด้วยความไม่พอใจ  ตำหนิบ่นว่าฟ้าดิน  ตำหนิบ่นว่าสภาพแวดล้อมต่างๆที่ไม่เอื้ออำนวย  ที่ผิดตลอดคือผู้อื่นไม่ใช่ตัวเอง  ตัวเองถูกอยู่คนเดียวเสมอไม่เคยผิดอะไรเลย  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อารมณ์เสีย แล้วใช้คำพูดที่หยาบคายมาทำร้ายผู้อื่น  ถ้าหากปรารถนาที่จะหยุดพูดคำหยาบ  อันดับแรกต้องประคองรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งมั่นคง  ถ้าอยากประคองรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งมั่นคงก็ต้องย้อนมองสำรวจตนก่อน  ทุกๆเวลาพิจารณาใคร่ครวญตัวเองว่าทำผิดตรงไหนหรือว่าใช้คำพูดอะไรผิดไปหรือไม่

              โลกมนุษย์ในขณะนี้อยู่ในช่วงที่กระแสนิยมในสังคมกำลังตกต่ำเสื่อมถอย สภาพสังคมวุ่นวาย  ยากมากที่จะสามารถประคองรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งมั่นคง  อุปสรรคต่างๆภายนอกที่ยั่วยวนล่อลวงใจมีมากมายจริงๆ  แต่ถึงแม้จะยากลำบาก  พวกเราก็จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้  หากไม่ฟันฝ่าอุปสรรค แล้วยังพูดคำหยาบต่างๆออกไป  เมื่อสิ้นอายุขัย  คนที่ตกนรกรับทุกข์ก็คือตัวเองไม่ใช่ใครอื่น

              ในสมัยที่พระพุทธองค์ผู้ทรงเมตตายังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ก็รู้ล่วงหน้าแล้วถึงอุปสรรคต่างๆในการหลุดพ้นออกจากทะเลทุกข์ของเวไนยในธรรมกาลยุคท้าย  ยากมากที่ทุกคนจะสามารถยกระดับสัมมาสติบำเพ็ญธรรมบำเพ็ญปฏิบัติ  ดังนั้นจึงตั้งใจถ่ายทอดวิธีสวดพุทธนามให้เป็นพิเศษ  ทำให้ทุกคนสามารถได้รับการฉุดช่วยโดยง่าย  เพียงแค่สวดพุทธนามสั้นๆง่ายๆ  ทุกๆวันกินเจและสวดท่องพุทธนามไม่ขาด  อาศัยพุทธานุภาพมาทำให้ความคิดและอุปนิสัยค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลง  ค่อยๆชำระล้างกายใจของพวกเราให้สะอาดบริสุทธิ์  ทุกๆวันประคองรักษาความคิดให้สงบนิ่ง  เอาความคิดด้านลบ ความคิดเพ้อเจ้อที่ไม่ถูกต้องในยามปกติของพวกเราเปลี่ยนเป็นความคิดที่ดีงามในการสวดท่องพุทธนามในชั่วพริบตา  จากความคิดที่ดีงามในการสวดท่องพุทธนามนี้บ่มเพาะให้กลายเป็นความเคยชินที่ดีงาม  แล้วเอาความเคยชินที่ดีงามนี้มาทดแทนความเคยชินที่ไม่ดีต่างๆในอดีตของพวกเรา  เช่นนี้ชะตาชีวิตของพวกเราก็จะค่อยๆเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นอนาคตก็จะค่อยๆก้าวสู่แสงสว่าง  ฟื้นฟูความสว่างไสวของจิตญาณแห่งฟ้าปางก่อนของพวกเรากลับคืนมา

              คนที่พูดคำหยาบ ขีดจำกัดที่ต่ำที่สุดของรัศมีกายจะเปลี่ยนเป็นสีแดง  ในกรณีที่รุนแรงจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีแดงเข้ม  หากยังไม่สำนึกกลับตัว ยังคงพูดคำหยาบต่อไปเรื่อยๆก็จะเปลี่ยนจากสีแดงเข้มค่อยๆกลายเป็นสีดำ  สีดำก็คือรุนแรงเกินกว่าปกติ ก็จะทำให้เกิดเรื่องที่ไม่สมมาดปรารถนาต่างๆ  คนที่มีรัศมีกายสีแดงมนุษย์สัมพันธ์จะไม่ค่อยดี  จิตใจกลัดกลุ้มเป็นทุกข์  อารมณ์ฉุนเฉียวโกรธง่าย  ส่วนคนที่มีรัศมีกายสีแดงเข้มจะเชื้อเชิญดึงดูดให้เวไนยที่อยู่ในภพภูมิผีมาเข้าใกล้ตัวได้ง่ายที่สุด  เวไนยในภพภูมิผีมีจิตคะนึงถึงแต่ความโกรธแค้น โมโหง่ายที่สุด  ขอเพียงมนุษย์เกิดความโมโห  ก็จะมีผีขี้โมโหวิ่งปรื๋อเข้ามาตอบรับคำเชิญทันที  ยิ่งทำให้เจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในโลกวิญญาณที่คอยตามประกบติดอยู่ข้างๆกายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง (โดยปกติข้างกายของแต่ละคนต่างมีวิญญาณคอยตามประกบติดอยู่แล้วส่วนหนึ่ง  เพียงแต่จำนวนจะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง) พวกเขาจะอยู่ข้างกายคนที่โมโหคอยเติมเชื้อไฟกระพือลม  ขอเพียงเธอโมโห  ผีขี้โมโหนั้นก็จะอยู่ข้างๆคอยสั่งเธอให้เธอยิ่งโมโหมากยิ่งขึ้น  ยิ่งพูดคำที่เลยเถิดยิ่งขึ้น  ยิ่งเหน็บแนมได้อย่างเจ็บแสบมากยิ่งขึ้น  ทำให้มนุษย์ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้  ไฟโทสะพุ่งออกไปไกล 20 ลี้  พูดคำหยาบคายขนาดนั้น แรงกรรมก็ยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น ลุกลามบานปลายจนไม่สามารถควบคุมได้”

              “สำนึกคุณผู้พิพากษา !  ท่านพูดได้ดีมาก  ในที่สุดข้าพเจ้าก็เข้าใจแล้ว  ตอนที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้ศึกษาพุทธธรรม  ข้าพเจ้าอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวอย่างไม่ค่อยสนิทสนม  ข้าพเจ้ามักจะถูกด่า ถูกควบคุมอย่างไร้เหตุผลอยู่เสมอ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกๆครั้ง จู่ๆคนในครอบครัวก็จะกลายเป็นคนที่ดุร้ายน่ากลัวมากอย่างกะทันหัน  ทำให้ข้าพเจ้ากลัวเป็นอย่างยิ่ง  ความกลัวนี้มีอยู่เรื่อยมา  จนกระทั่งหลังจากที่ข้าพเจ้าศึกษาพุทธธรรมแล้ว  ความกลัวนี้จึงค่อยๆมลายหายไป”

              ผู้พิพากษาพูดว่า : “อืม !  อาอวี้ สภาพเหตุการณ์ของท่านมีส่วนหนึ่งเป็นเช่นนั้น  แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากคนในครอบครัวของท่านคนนั้น นางเป็นมารจากภพมารมาเกิด  ชาตินี้นางมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวก็คือขัดขวางการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของท่าน  ไม่ให้ท่านปฏิบัติภาระหน้าที่ในการปกปักพิทักษ์ธรรม  ท่านจะต้องใช้บุญกุศลมาชำระแค้น  พากเพียรบำเพ็ญปฏิบัติ  ประคองรักษาศีลวินัยให้สะอาดบริสุทธิ์  ค่อยๆมากล่อมเกลานาง  เมื่อพฤติกรรมของนางรุนแรงเกินไป  ท่านสามารถหลบเลี่ยงอย่างเหมาะสม   ก็เพราะว่าพฤติกรรมต่างๆที่รุนแรงของนางเสริมสร้างให้ท่านมีอุปนิสัยที่เข้มแข็งต่างจากคนธรรมดาทั่วไปโดยไม่รู้ตัว  ท่านยังต้องสำนึกคุณนางอยู่เสมอที่ฝึกฝนเคี่ยวกรำให้ท่านมีจิตใจที่แข็งแกร่งในการบำเพ็ญปฏิบัติ  ก็ขึ้นอยู่กับท่านว่าอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก ถึงที่สุดแล้วจะสามารถธำรงรักษาจิตโพธิอันแข็งแกร่งที่หลุดพ้นเกิดตายนี้ไว้ได้หรือไม่”

              “เข้าใจแล้วค่ะ!  สำนึกคุณผู้พิพากษาที่ชี้แนะ  อาอวี้จะจดจำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ผู้พิพากษาสอนสั่ง  ใช้บุญกุศลมาชำระแค้น  พากเพียรบำเพ็ญปฏิบัติ  รักษาศีลวินัย  ค่อยๆกล่อมเกลาคนในครอบครัว  อาอวี้จะต้องนำไปปฏิบัติอย่างแน่นอน”

              ผู้พิพากษาพูดว่า : “พยายามต่อไปนะอาอวี้ !  ตอนนี้เราจะพาท่านไปเยี่ยมชมนรกผรุสวาท  ที่บริเวณใกล้เคียงกับนรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่างยังมีนรกมุสาวาทอีกหลายขุม อุณหภูมิจะสูงกว่านิดหน่อย ไม่หนาวเหมือนกับนรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่าง  แต่ก็ทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่งเหมือนกัน  วันนี้จะพาท่านไปยังส่วนที่ 2 ของเขตนรกมุสาวาท อุณหภูมิก็จะไม่หนาวแล้ว”

              พวกเราเหาะไปใกล้จะถึงแล้ว  ตอนที่พวกเรากำลังจะเหาะลงสู่พื้น  ผู้พิพากษาชี้ไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ข้างหน้านี้แหละ”  ข้าพเจ้าก้มมองดู โอ๊ะ! มีงูใหญ่ที่น่ากลัว 2 ตัวนอนขดอยู่  หัวงู 2 ตัวนี้ใหญ่มากเหลือเกิน  ใหญ่จนน่าสยดสยอง  ดีนะที่พวกมันขยับไม่ได้  ไม่เคยพบเห็นงูที่หัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน  งูตัวหนึ่งสีแดงเข้ม ส่วนงูอีกตัวหนึ่งสีดำ  พวกมันอ้าปากกว้าง  ที่แท้ปากของงูสีแดงหัวใหญ่ที่น่ากลัวตัวนี้ก็คือประตูใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าของนรกขุมนี้  ที่ข้างประตูใหญ่ยังมีงูขนาดเล็กที่น่ากลัวอยู่เป็นจำนวนมาก  อันที่จริงพวกมันก็ไม่เล็กหรอก  เพียงแต่งูใหญ่ 2 ตัวนี้ทำให้รู้สึกว่างูหน้าประตูทางเข้าเหล่านี้เล็กลงไปมากเลยทีเดียว  มีทั้งงูสีแดง สีดำ สีเขียว  นรกขุมนี้ใช้รูปลักษณ์ของงูมาก่อสร้าง 

              ด้านบนของประตูใหญ่เขียนว่า “นรกงูพิษตะปูตำไส้”  โอ๊ะ!  หลังจากโดนพิษแล้วยังต้องถูกตะปูตำไส้อีก  ยักษ์แสดงความคารวะต่อผู้พิพากษาแล้วเปิดประตูพาพวกเราเข้าไปด้านใน  ยังไม่ทันจะได้เข้าไปก็ได้ยินเสียงที่น่าหวาดผวาเป็นอย่างยิ่ง  เสียง “ฉื่อฉื่อ  อาอา  ขะฉะ” เหมือนเสียงกัดอะไรสักอย่าง  เสียงลมที่โศกเศร้าและยาวนาน  รู้สึกว่าที่นี่มีเสียงที่น่าหวาดกลัวหลายอย่างผสมปนเปกันมั่วไปหมด  เป็นเสียงที่หนวกหูอย่างที่สุด  ยากที่จะทนฟังได้

              พวกเราเข้าไปในปากของงูหัวใหญ่ที่น่ากลัว  มียักษ์ตนหนึ่งกำชับกับข้าพเจ้าว่าอย่าเข้าใกล้ด้านในมากเกินไป ให้ยืนชมอยู่ด้านข้าง  เพราะว่าด้านในมีกลไกเยอะ  นรกขุมนี้มีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่มากมายหลายเครื่อง  พวกยักษ์ที่ดุร้ายต่างก็ทำงานกันอย่างหนัก  ต้องควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากด้วยความรวดเร็วเพื่อมาลงโทษพวกวิญญาณบาป  เห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่ของที่นี่มีไม่เพียงพอ  กิริยาท่าทางของพวกยักษ์มีความคล่องแคล้วว่องไวมาก  ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยความชำนาญ  หากไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วย  พวกยักษ์จะต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน  เป็นความจริงอย่างที่ผู้พิพากษาพูดไว้เมื่อครู่นี้  นรกผรุสวาทมีวิญญาณหญิงอยู่เยอะกว่า  มาที่นรกขุมนี้รู้สึกว่าหัวของข้าพเจ้ารวมทั้งจิตใจของข้าพเจ้าเกิดแรงกดดันมากเป็นพิเศษ  รู้สึกปวดหัวและไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก  ไปเยี่ยมชมกันต่อเถอะ!  เมื่อมองเห็นพวกวิญญาณบาปที่ทุกข์ยาก  อาการเหล่านี้ของข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าควรที่จะให้กล่าวถึงเลย

              ที่นี่มีวิญญาณบาปมากมายต่างถูกเครื่องคอมพิวเตอร์ปล่อยงูพิษตัวสีแดงเข้มออกมากัดปากและลิ้นของพวกเขา  เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะปล่อยเสียงที่น่ากลัวออกมา  เป็นเสียงที่ไม่น่าฟังอย่างที่สุด  เมื่อวิญญาณบาปถูกงูพิษกัดปากและลิ้น  พิษก็จะกระจายไปทั่วร่าง  ผมสีดำเปลี่ยนเป็นสีม่วง  เจ็บปวดทรมานล้มลงกับพื้น  บางคนร้องเสียงดังลั่น  บางคนไม่ได้ร้องออกมา เพียงแค่ล้มลงกับพื้นแล้วสลบไป  ตอนนี้งูพิษจะส่งเสียงต่างๆที่น่ากลัวใส่หูของวิญญาณบาปทำให้พวกเขาฟื้น  เมื่อวิญญาณบาปฟื้นขึ้นมาแล้ว  ทันใดนั้นบนพื้นก็ปล่อยตะขอเหล็กแหลมที่ร้อนจนกลายเป็นสีแดงฉานจำนวนหนึ่งออกมาเกี่ยวหูทั้งสองข้างของพวกเขา  เสียงดัง “ฉื่อ ฉื่อ ฉื่อ” หูของวิญญาณบาปละลายลงตามเสียงนั้นทันที  ในขณะเดียวกันงูพิษก็ลากเอาลิ้นกับไส้ของวิญญาณบาปออกมากองไว้บนพื้น  หลังจากนั้นน้ำเดือดๆที่มีควันพวยพุ่งก็ทะลักออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ลวกลิ้นกับไส้ของวิญญาณบาปจนสุก  จนกระทั่งลิ้นกับไส้ของวิญญาณบาปหดลงเล็กมาก แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะปล่อยก้อนน้ำแข็งแข็งๆจำนวนหนึ่งออกมาบดขยี้ลิ้นกับไส้ของวิญญาณบาปจนเละเทะ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว  หลังจากที่ลิ้นกับไส้ของวิญญาณบาปถูกน้ำเดือดๆลวกจนสุกและถูกก้อนน้ำแข็งแข็งๆบดขยี้จนเละแล้ว  เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ปล่อยตะปูเหล็กแหลม 2 หัวตัวเล็กๆจำนวนมากออกมาตำลิ้นกับไส้ของวิญญาณบาปอย่างมากมายจนถี่ยิบ  ตอนนี้งูพิษก็งับเอาลิ้นกับไส้ทั้งหมดของวิญญาณบาปยัดกลับเข้าไปในปากของวิญญาณบาป ทำให้พวกเขาเจ็บปวดทรมานจนร้องลั่น  กลิ้งเจ็บปวดครวญครางอยู่บนพื้น  พวกวิญญาณบาปรับโทษเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุดพักเลย  การลงโทษของนรกผรุสวาทขุมนี้ถือว่าเป็นอัตราความเร็วขั้นสูงสุด  ทำให้คนดูตาลายไปหมด  การที่จะใช้ตัวหนังสือมาอธิบายให้เข้าใจนั้นค่อนข้างมีขอบเขตจำกัด  สรุปแล้วอาอวี้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้ทุกๆท่านเข้าใจ  อันที่จริงแล้วภายในสถานที่ที่อาอวี้เข้าเยี่ยมชมยังมีการลงโทษอีกมากมาย  เป็นเพราะเวลามีจำกัดจึงไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นข้อๆได้

              ทันใดนั้นจู่ๆก็มีวิญญาณหญิงนางหนึ่งหันมาทางข้าพเจ้าแล้วคุกเข่าหมอบกราบลงบนพื้นอย่างแรง  แน่นอนว่ายักษ์จะไม่ยอมปล่อยนางแน่  นางถูกยักษ์ที่ดุร้ายถีบนางกลับไปที่ข้างเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว  เฮ่อ !  นรกช่างโหดร้ายไร้มนุษยธรรมจริงๆ !  วิญญาณหญิงช่างน่าสงสารนัก !  ตอนนี้ผู้พิพากษาสั่งให้ยักษ์นำวิญญาณหญิงนางนั้นมาให้ข้าพเจ้าสอบถามเพื่อเขียนบทความ  ยักษ์นำวิญญาณหญิงเข้ามา 

              วิญญาณหญิงคุกเข่าลงตรงหน้าข้าพเจ้าแล้วพูดว่า : “เสี่ยวอวี้จื่อ ช่วยฉันด้วย  เสี่ยวอวี้จื่อช่วยฉันที  ท่านต้องเป็นเสี่ยวอวี้จื่อแน่ๆ !”

              “เสี่ยวอวี้จื่อ”  ชื่อนี้เป็นชื่อในวัยเด็กของข้าพเจ้า  ตอนที่ข้าพเจ้าอยู่บ้านคุณย่า  ทุกคนจะเรียกชื่อนี้จนเคยชิน  ข้าพเจ้าย้ายออกจากเมืองนั้นมา 20 กว่าปีแล้ว  ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าข้าพเจ้านี้คือใครกันนะ ?  จะต้องเป็นเพื่อนบ้านในสมัยเด็กของข้าพเจ้าอย่างแน่นอน  ในขณะที่ข้าพเจ้ายังงงๆอยู่ข้าพเจ้าพูดว่า : “ขอโทษค่ะ!  สมัยก่อนพวกเราคงจะต้องเคยเจอกัน  ไม่ทราบว่าคุณใช่เพื่อนของคุณย่าข้าพเจ้าหรือป่าวค่ะ ?  เพราะนานมากแล้วที่ข้าพเจ้าไม่ได้ยินผู้ใหญ่เรียกข้าพเจ้าแบบนี้  ไม่ทราบว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรคะ ?”

              เมื่อคุณย่าของข้าพเจ้าถึงแก่กรรม  ท่านก็นำชื่อนี้กลับไปด้วย  คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้อยู่ในนรกจะได้ยินใครเรียกข้าพเจ้าแบบนี้อีกครั้ง  ความทรงจำในอดีตคล้ายกับว่าวันเวลาได้หวนกลับ  ชั่วพริบตาเดียวจู่ๆความเศร้าอาดูรก็พรั่งพรูอยู่ภายในจิตใจ

              วิญญาณหญิงพูดว่า : “เสี่ยวอวี้จื่อ !  เป็นเรื่องธรรมดาที่ท่านจะจำฉันไม่ได้  ฉันกับย่าของท่านไปมาหาสู่กันน้อยมาก  บ้านเราอยู่ห่างกันไม่ไกล  แต่บ้านของฉันเป็นทางที่ทุกคนจะต้องผ่าน  ตอนที่ท่านเป็นเด็กมักจะชอบเดินกระโดดอย่างร่าเริงมีชีวิตชีวา  เพียงแค่ท่านเดินผ่าน  พอฉันฟังเสียงฝีเท้าก็รู้ว่าเป็นท่าน  ท่านมักจะเดินผ่านบ้านฉันบ่อยๆ  ฉันทำงานอยู่ในห้องรับแขกจะมองเห็นด้านข้างของท่าน  ในตอนนั้นลูกสาว 2 คนของฉันมักจะถามว่าเพราะอะไรเสี่ยวอวี้จื่อสามารถเที่ยวเล่นได้ทุกวัน  ส่วนพวกเราต้องทำงานบ้านมากมายทุกวันไม่ได้หยุด ?  แต่ฉันกลับพูดคำหยาบด่าลูกสาวทั้ง 2 คนว่า : “ใครใช้ให้พวกแกมีชะตาชีวิตต่ำต้อยถ่อยสถุลล่ะ  เกิดมาในบ้านคนจน  อยู่บ้านหลังเล็กๆ  อีพวกห่าราก  พวกแกก็ไม่เอาการเอางาน  เกิดเป็นลูกสาว  ถ้าหากพวกแกเป็นลูกชาย  ฉันถึงจะยอมให้พวกแกออกไปเที่ยวเล่นทุกวัน  ยังไม่รีบทำงานอีก  เสี่ยวอวี้จื่อมีอะไรน่าอิจฉา  บ้านของเสี่ยวอวี้จื่อก็แค่มีเงินเหม็นๆอยู่หน่อยนึง  บ้านใหญ่โตมีประโยชน์อะไร ไม่มีคนอยู่  ถึงเขาจะได้ออกไปเที่ยวเล่นทุกวันแล้ววิเศษตรงไหน  ก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงเหมือนพวกแกอยู่ดีนั่นแหละ  ไม่กลายเป็นเด็กผู้ชายไปได้หรอก”  

              ย่าของท่านเป็นคนซื่อตรงที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของพวกเราที่นั่น  นางยินดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่น  ขอเพียงนางมีของอะไร  แน่นอนว่านางจะให้ทุกคนยืมใช้  ยืมแล้วไม่คืนก็ยังได้เลย  แต่ว่าหลังจากที่ลูกสะใภ้ของนางทยอยกันเข้ามาอยู่ในบ้าน  เวลาจะให้ใครยืมของอะไรก็ต้องแอบๆไม่ให้ลูกสะใภ้รู้  นางมักจะถูกลูกสะใภ้ด่า  นางทนถูกลูกสะใภ้รังแกต่างๆนานา  ในเวลานั้นฉันมักจะคิดว่าเป็นเพราะย่าของท่านเป็นคนที่ซื่อตรงจึงถูกพวกลูกสะใภ้หลายคนในบ้านรังแกเป็นเวลานาน  ด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องเพิ่มความดุร้ายยิ่งขึ้น  ไม่ยอมให้ใครไม่ว่าหน้าไหนก็ตามมารังแกฉัน  ย่าของท่านพูดว่านับตั้งแต่ท่านเกิดมา  นางก็มีความสุขมาก  นางยังมักจะพูดให้ใครต่อใครฟังอยู่เสมอว่าท่านมีนิสัยที่เข้มแข็งมากเป็นพิเศษเหมือนกับเด็กผู้ชาย   เมื่อครู่นี้ฉันอาศัยว่ามองท่านจากทางด้านข้างก็รู้สึกทันทีว่าท่านคือเสี่ยวอวี้จื่อ  ท่านยังจำเรื่องลูกสะใภ้กัดนิ้วมือแม่สามีขาดที่บ้านเกิดของท่านเมื่อ 20 กว่าปีก่อนได้หรือไม่ ?”

              อาอวี้ : “อ๋อ !  ข้าพเจ้านึกออกแล้ว  ที่แท้คุณน้าคนนั้นก็คือคุณนี่เอง  เรื่องนี้ดังมากเลย  เคยได้ยินข่าวแต่ก็ไม่รู้ว่าคือใคร  ในเวลานั้นข้าพเจ้ายังเด็กไม่เข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่  ได้ยินคุณย่าบอกว่าพวกคุณ 2 คน แม่สามีกับลูกสะใภ้ไม่มีความรักใคร่ปรองดองกัน  ดูเหมือนว่าแม่สามีของคุณอยากอุ้มหลานชาย  แต่คุณกลับให้กำเนิดลูกสาว 2 คนติดต่อกัน  ยังได้ยินอีกว่าพวกคุณ 2 คน แม่สามีกับลูกสะใภ้ทะเลาะกันเป็นประจำ  แต่คุณน้าอายุก็ยังไม่แก่มาก  ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นรกนี่ไวนัก ?”

              วิญญาณหญิงร้องไห้โศกเศร้าเสียใจกล่าวว่า : “เพราะว่าตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ ฉันเป็นคนที่นิสัยเลวมาก  พูดคำหยาบด่าคนทุกวัน  ไม่ว่าใครหน้าไหนฉันก็ด่าหมด  ขอเพียงไม่ถูกใจอะไรนิดหน่อย แน่นอนว่าฉันจะใช้คำพูดที่เจ็บแสบด่าเสียงดังๆด้วยความโกรธ  ถ้าอากาศไม่ดีส่งผลกระทบต่องานที่ฉันทำ  ฉันก็จะด่าว่า “ไอ้ฟ้าบ้าแกมันสมควรตาย  ไอ้ฝนเฮงซวยมาตกอะไรที่นี่  เบื่อฉิบหาย”  แม่สามีกับลูกสาวของฉันยิ่งแล้วใหญ่  ถูกฉันด่าทุกวัน  ตอนที่ท่านยังอยู่ที่บ้านเกิด  ฉันเพิ่งจะแต่งงานเข้ามาได้ไม่นาน  แม่สามียังสาวก็ถูกฉันกัดนิ้วมือจนขาดซะแล้ว 

              ต่อมาเป็นเพราะฉันไม่สามารถมีลูกได้อีก  อารมณ์และนิสัยของฉันก็ยิ่งเลวลงมากยิ่งขึ้น  แม่สามีย่อมไม่ใช่คู่ปรับของฉันอยู่แล้ว  ทุกวันฉันด่าแม่สามีว่า “อีแก่หนังเหนียว”  เวลาแม่สามีจะออกนอกบ้านฉันก็จะด่าแม่สามีว่า “นางโสเภณีเฒ่า  นางปีศาจเฒ่า  แกออกไปหาผู้ชาย  ถ้าแกตายอยู่นอกบ้านฉันไม่ช่วยแกเก็บศพนะ”  แม่สามีมักจะโกรธ ด่ากลับมาไม่กี่คำแล้วจึงออกไป  แม่สามีพ่ายแพ้ให้ฉันทุกครั้ง  แน่นอนว่าฉันชนะแม่สามี  บางครั้งแม่สามีก็ถูกฉันตีจนหัวแตกเลือดไหล  ตอนที่ฉันกัดนิ้วมือแม่สามีขาดคือตอนที่ฉันเพิ่งจะแต่งงานเข้ามา  ฉันก็แสดงความร้ายกาจให้แม่สามียอมสยบ

              ฉันเป็นโรคตับอักเสบตายอยู่ในบ้าน  ยมทูตหน้าวัวหัวม้าลากฉันลงมาในนรก  พญายมโกรธมาก  บอกว่าตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ใช้คำพูดที่หยาบคายทำร้ายผู้อื่น  ด่าว่าทุบตีแม่สามี  ด่าว่าฟ้าดินด้วยความโกรธ  แล้วก็ไม่มีความกตัญญู  ไม่มีมโนธรรม  ไม่ซื่อสัตย์  ไม่มีความละอาย  ไม่มีจริยะมารยาท  ไม่มีความเคารพ  ตัดสินให้ฉันรับโทษอยู่ในนรกงูพิษตะปูตำไส้ 400 ปี  อยู่ที่นี่ฉันรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน  ที่นี่ทุกข์ทรมานที่สุดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยจริงๆ  ตอนที่มีชีวิตอยู่ฉันเข้าใจมาตลอดว่าขอเพียงเสียงดังหน่อย ดุร้ายหน่อย ก็สามารถเอาชนะคนรอบข้างได้  ในที่สุดตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าฉันผิด  “ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ” ทุกข์ทรมานมากจริงๆ  เสี่ยวอวี้จื่อ ! ท่านมาที่นรกนี้ได้อย่างไรกัน ?  ขอร้องท่านช่วยฉันออกไปที !”

              ตอนนี้ยักษ์ที่ดุร้ายน่ากลัวพูดเสียงดังว่า : “ห้ามพูดไร้สาระ!  รีบกลับไปรับโทษซะ!  อาอวี้มาเยี่ยมชมนรกกำลังยุ่งอยู่  ต้องเขียนหนังสือเพื่อฉุดช่วยกล่อมเกลาชาวโลก  ไม่มีเวลาฟังแกพูดเรื่องไร้สาระ  ยังไม่รีบออกไปอีก”   ยักษ์ใช้เหล็กง่ามฟาดลงไปทันที  ในใจของข้าพเจ้าเกิดความไม่สบายใจ  ผู้พิพากษาเห็นข้าพเจ้ามีสีหน้าเศร้าสลดจึงสั่งยักษ์ว่า “ให้วิญญาณบาปพูดต่อไปอีกสักครู่เถอะ!  ดูซิว่าวิญญาณบาปยังอยากจะพูดอะไร”

              วิญญาณหญิงตัวสั่นเทิ้ม ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน พูดว่า : “เสี่ยวอวี้จื่อ  ท่านพาฉันไปเขียนหนังสือด้วยได้ไหม ?  ที่บ้านเกิดของพวกเรา  ทุกคนต่างก็รู้ว่า  ท่านอยู่ภายใต้การกล่อมเกลาสั่งสอนของคุณย่ามาตั้งแต่เด็ก  มีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น  ฉันเชื่อว่าเสี่ยวอวี้จื่อจะต้องช่วยฉันอย่างแน่นอน  ท่านไม่ใช่คนที่เห็นผู้อื่นกำลังจะตายแล้วไม่ช่วยเหลือ  ถึงแม้พวกเราจะไปมาหาสู่กันน้อยมาก  แต่ก็นับว่าเคยเป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อน  ท่านก็พาฉันไปด้วย ไปเขียนหนังสือกล่อมเกลาชาวโลกด้วยกัน เตือนชาวโลกว่าอย่าพูดคำหยาบ  ฉันจะเป็นประจักษ์พยานยืนยันให้ท่านอย่างแน่นอนว่าฉันพูดคำหยาบต่างๆอย่างไร  แล้วตกนรกรับทุกข์ทรมานต่างๆอย่างไร  ฉันจะช่วยท่านชักจูงโน้มน้าวทุกคนว่าอย่าพูดคำหยาบ  ขอร้องท่านช่วยพาฉันออกไปเถอะ!”

              อาอวี้ : “คุณน้า  อาหมีถัวฝอ !  เห็นคุณตกนรก  ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน  ข้าพเจ้าก็อยากจะช่วยคุณออกไปให้เร็วที่สุด  แต่ข้าพเจ้าไม่มีพลังพอที่จะพาคุณออกไปได้  ข้าพเจ้าอาศัยพลังปกปักคุ้มครองของพระพุทธะมาเยี่ยมชมนรกเพื่อเขียนหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》 สำหรับคนที่เขียนหนังสือนั้น  พระพุทธะเป็นผู้คัดเลือก  ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจในการจัดการเรื่องนี้เองโดยไม่ได้รับอนุญาต   ข้าพเจ้าเป็นศิษย์สาวกของพระพุทธศาสนา  รักษาศีลห้า  สวดพุทธนาม  กินเจสะอาดบริสุทธิ์  คุณน้าก็เริ่มต้นบังเกิดจิตสำนึกขอขมากรรมและสวดท่องพุทธนามเถอะนะ!  ข้าพเจ้าจะเอาบุญกุศลในการเขียนหนังสืออุทิศให้คุณสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้รับความสุข  ได้ไปเกิดในปทุมทิพย์แดนสุขาวดีในเร็ววัน  ข้าพเจ้าจะลองช่วยคุณขอร้องต่อผู้พิพากษาท่านนี้  หวังว่าจะสามารถช่วยคุณได้ !”

              เวลานี้วิญญาณหญิงพูดว่า : “ขอร้องผู้พิพากษา  ขอร้องผู้พิพากษา  ฉันก้มกราบท่านแล้ว  ฉันมันสมควรตาย !  ฉันมันสมควรตาย !  ตอนที่มีชีวิตอยู่ไม่ได้ทำเรื่องที่ดีเลยสักเรื่องเดียว  ตอนนี้หวังว่าจะสามารถได้ทำเรื่องที่ดีเพื่อมหาชนทั้งหลายเหมือนแบบเดียวกันกับเสี่ยวอวี้จื่อ  ได้โปรดช่วยฉันด้วย  ฉันรู้ผิดแล้วจริงๆ !”

              ผู้พิพากษาพูดว่า : “ตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ชอบพูดคำหยาบทำร้ายผู้อื่น  ดุด่าทุบตีเหยียดหยามแม่สามี  ก็คือละเมิดมหาอกตัญญูของกฎนรก  กฎนรกจะต้องลงโทษอย่างโหดเหี้ยมทารุณ  ขอเพียงสร้างบาปกรรมที่ทำให้ตกนรก  นรกก็จะกักขังเธอไว้อย่างแน่นหนา  จนกระทั่งบาปกรรมทั้งหมดค่อยๆสลายไป  จึงจะสามารถออกจากนรกได้  กฎของยมโลกนรกไม่ใช่เป็นเพราะว่าเธอรู้จักกับเจ้าหน้าที่พนักงานในนี้แล้วจะสามารถอาศัยมิตรภาพลดหย่อนโทษให้เบาลงได้  ถึงแม้จะเป็นพ่อลูกผูกพันกันทางสายเลือด หรือว่าเป็นญาติพี่น้องเกี่ยวดองกันอย่างไรก็ตาม  คนที่ละเมิดฝ่าฝืนกฎของยมโลกนรกก็จะต้องรับการลงโทษอย่างเฉียบขาด  ถึงแม้ว่าเจ้าทุกข์ที่ถูกทำร้ายจะยอมยกโทษให้อภัย  ถึงแม้แม่สามีของเธอจะไม่ติดใจเอาความและให้อภัยที่เธอไม่กตัญญู  แต่กฎนรกอันเที่ยงตรงยุติธรรมก็จะไม่ปล่อยเธอไป

              กฎแห่งกรรมของยมโลกนรกจะรอจนกระทั่งบุญวาสนาและอายุขัยบนโลกมนุษย์ของเธอหมดลง  ยมทูตหน้าวัวหัวม้าก็จะจับเธอมารับโทษในนรกอย่างไร้ความปรานี  ตอนนี้เธอบังเกิดจิตที่สำนึกผิด  เราก็สัมผัสได้  วันนี้เธอก็ให้ความร่วมมือดีเป็นพิเศษ  เราจะสั่งให้ยักษ์ช่วยจดบันทึกว่าเธอเคยให้ความร่วมมือและสำนึกผิด 1 ครั้ง เทียบเท่ากับการได้สดับฟังพระธรรมในนรก 1 ครั้ง   เนื่องจากตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ไม่กตัญญูกตเวทีจึงทำให้ตอนนี้ลูกหลานของเธอไม่มีใครทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้  ระหว่างเธอกับอาอวี้ก็คือในอดีตชาติเคยเป็นญาติสายเลือดห่างๆกัน  เมื่อเหตุปัจจัยสุกงอมจึงทำให้วันนี้มีโอกาสได้พบกัน  หวังว่าเธอจะรักถนอมบุญสัมพันธ์อันไม่จีรังนี้ไว้ให้ดี

              ยมโลกให้โอกาสผู้ที่สำนึกผิดอย่างจริงใจสามารถได้สดับฟังพระธรรมหลุดพ้นจากความทุกข์  แต่เงื่อนไขอันดับแรกจะต้องอาศัยความคิดสำนึกขอขมากรรมของตัวเธอเองยกระดับขึ้นจนแสงสว่างของจิตญาณมีความมั่นคง  เมื่อยักษ์มองเห็นแล้วก็จะพาเธอไปสดับฟังพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แสดงธรรม  เหตุปัจจัยอันประเสริฐในการสดับฟังพระธรรมนี้  ทุกๆคนมีสิทธิ์ได้รับเท่าเทียมกัน  ขอเพียงเธอบังเกิดจิตสำนึกขอขมากรรมอย่างจริงใจและมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง  ยักษ์ย่อมที่จะหยุดพักการลงโทษลงชั่วคราวแล้วพาเธอไปสดับฟังพระธรรมเอง  ทุกครั้งที่สดับฟังพระธรรมยักษ์จะจดบันทึกไว้  แต่ละครั้งที่สดับฟังพระธรรมจิตญาณของเธอก็จะได้รับการชำระล้าง  ได้รับการกล่อมเกลาสั่งสอน  ได้รับการประทานพรจากเสียงพระธรรมอันเมตตากรุณาของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์  ตอนนี้จิตสำนึกขอขมากรรมของเธอยังมีแสงสว่างไม่เพียงพอ  กลับไปก่อน  ค่อยๆสลายแรงกรรมให้ดี”

              ยักษ์พูดกับวิญญาณหญิงอย่างดุร้ายอีกครั้ง : “วันนี้สบายแกเลยสิ !  ได้พบผู้พิพากษาอธิบายหลักธรรมมากมายให้แกฟัง  รีบกลับไปรับโทษซะ!”  ว่าแล้วก็ใช้ตีนถีบวิญญาณหญิงไปหนึ่งที  อุ๊ย !  ยักษ์หนอ !  ยักษ์หนอ !  มักจะดุร้ายอย่างนี้เสมอ  หยาบคายอะไรเช่นนี้ !  ยักษ์แต่ละตนที่นี่ดุร้ายมากๆ  เฮ่อ !  จะตกนรกไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ทุกๆที่ในนี้ล้วนน่าเวทนา ! 

              เวลานี้ผู้พิพากษาพูดต่อไปว่า : “หากชาวโลกที่เคยพูดคำหยาบได้เห็นบทความนี้แล้วอยากหลีกเลี่ยงไม่ต้องตกนรกรับทุกข์ทรมาน  ตอนที่มีชีวิตอยู่สามารถสำนึกขอขมากรรมต่อแรงกรรมจากการพูดคำหยาบนี้ได้  แน่นอนว่าจะต้องดูลักษณะความรุนแรงของแรงกรรมจากการพูดคำหยาบว่าเป็นการทำร้ายชีวิตของผู้อื่นหรือไม่ เป็นต้น  หากแรงกรรมรุนแรง ถึงแม้จะสำนึกขอขมากรรมแล้วก็ยังต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง  ถ้าหากเป็นแรงกรรมจากการพูดคำหยาบธรรมดาๆทั่วไป  ก็สามารถสำนึกขอขมากรรมให้สะอาดหมดจดได้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่  วิธีการสำนึกขอขมากรรมก็เหมือนกับวิธีการสำนึกขอขมากรรมจากการพูดโกหก  เพียงแค่เอาคำว่า “พูดโกหก” เปลี่ยนเป็นคำว่า “พูดคำหยาบ” ก็ใช้ได้แล้ว  อย่างเช่น  ข้าพเจ้านาย.........  เมื่อไหร่   ที่ไหน   เคยพูดคำหยาบเรื่องอะไร  เอาคำว่า “พูดโกหก” เปลี่ยนเป็น “พูดคำหยาบ” เช่นนี้ก็ใช้ได้แล้ว

              จำไว้ !  จะต้องสำนึกขอขมากรรมด้วยความจริงใจ  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก  หนึ่งความคิดที่จริงใจทั้งสามโลกต่างรับรู้  หนึ่งความคิดที่จริงใจเพียงพอที่จะค่อยๆสลายบาปกรรมได้อย่างมากมายสุดประมาณ  หนึ่งความคิดที่จริงใจสามารถสื่อตรงถึงฟ้าดินและกฎนรก  เอาวิธีสำนึกขอขมากรรมด้วยความจริงใจในหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》ไปเผยแพร่บอกต่อ  จะต้องสามารถสลายบาปกรรมในอดีตได้อย่างแน่นอน  ยมโลกนั้นจดบันทึกกรรมดีกรรมชั่วต่างๆของชาวโลกแต่ละคนไว้อย่างละเอียด  อย่าคิดว่าเป็นความดีเพียงเล็กๆน้อยๆแล้วไม่ทำ  ผลบุญอันยิ่งใหญ่แท้จริงแล้วก็มาจากความดีเล็กๆน้อยๆรวมถึงการรักษาศีลวินัยอย่างประณีตเคร่งครัด  ขอให้จำเอาไว้  ไม่ใช่ว่าอ่านบทความสำนึกขอขมากรรมนี้จบแล้ว  ในใจคิดว่ามีวิธีสำนึกขอขมากรรมแล้วสามารถพูดโกหกได้ตามอำเภอใจ  ก็เลยทำผิดซ้ำ  แล้วค่อยมาสำนึกขอขมากรรมใหม่เรื่อยๆครั้งแล้วครั้งเล่า  เจตนาทำผิดทั้งๆที่รู้  คนที่เจตนาทำผิดทั้งๆที่รู้ต้องเพิ่มโทษหนึ่งเท่า

              อาอวี้ !  นรกผรุสวาทวันนี้ก็เยี่ยมชมเพียงเท่านี้เถอะ!  ยินดีต้อนรับท่านจัดเวลากลับมาใหม่ !  เราต้องไปทำงานราชการก่อน”

              “อาอวี้คารวะผู้พิพากษา !  วันนี้สำนึกคุณผู้พิพากษาเป็นอย่างยิ่งที่ท่านช่วยเหลือคุณน้าคนนั้น”

              ผู้พิพากษาพูดว่า : “ไม่ต้องเกรงใจ  ภายในใจของพวกเรา  วิญญาณบาปทุกตนล้วนเท่าเทียมกัน  ยมโลกของพวกเราต่างหวังว่าวิญญาณบาปทั้งหมดจะสามารถหลุดพ้นออกจากนรกได้ในเร็ววัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือท่านในการเขียนหนังสือก็คือภาระหน้าที่ของเรา  จุดประสงค์ก็เพื่อช่วยให้ชาวโลกมากมายไม่ต้องตกนรกรับความทุกข์ทรมานหลังจากที่สิ้นอายุขัย  แท้ที่จริงก็คือลดปริมาณงานของพวกเราในยมโลกให้เบาลง  เรายังต้องสำนึกขอบคุณท่านอาอวี้ด้วยซ้ำ  ดีที่สุดท่านมาบ่อยๆหน่อย  ตีพิมพ์หนังสือออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้  เอาความทุกข์ยากต่างๆของนรกเผยแพร่ให้ปรากฏบนโลกมนุษย์  กล่อมเกลาชาวโลกให้รักษาศีล  สวดท่องพุทธนาม  ทำความดี  และอย่าอย่างเด็ดขาด คือ อย่าผิดต่อพระคุณของพระพุทธะ  อย่าผิดต่อเง็กเซียนฮ่องเต้รวมทั้งพญายมทั้งหลายที่แพร่งพรายความลับสวรรค์ในครั้งนี้จนหมดสิ้น เปิดเผยความจริงของเมืองยมโลกรวมทั้งการลงโทษต่างๆของนรก เพื่อฉุดช่วยเวไนยชาวโลก

              ปัจจุบันนี้เวไนยบนโลกมนุษย์ทำบาป  ไม่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม  ทำชั่วตามอำเภอใจ  ประพฤติผิดในกาม  เข่นฆ่าชีวิต  ลักขโมย  พูดโกหก  จวนเกือบจะถึงระดับที่ไม่สามารถควบคุมจัดการได้แล้ว  ละเมิดต่อสวรรค์อย่างรุนแรง  ทำให้สัจพลังอันสมดุลของฟ้าดินเกิดความวุ่นวาย  เมื่อหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》ออกมาเผยแพร่  ก็คือความหวังที่จะกอบกู้เวไนยส่วนหนึ่งที่เคยทำบาป แต่จิตมโนธรรมยังไม่สูญสิ้นไป ให้หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ 

              เอาล่ะ!  ท่านรีบกลับไปเขียนบทความเถอะ เราไปทำงานก่อน !”

              “อาหมีถัวฝอ !  สำนึกคุณผู้พิพากษาที่เมตตาให้ความช่วยเหลือแม้จะอยู่ท่ามกลางภารกิจที่ยุ่งมากมาย !   อาอวี้สิบนิ้วประนมสำนึกคุณ !” 

              ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !