Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตะปูบินตัดลิ้น | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตะปูบินตัดลิ้น

68 Views

            *เนื้อหาในบทต่อไปเกี่ยวข้องกับการพูดส่อเสียด  ก่อนที่จะเริ่มเนื้อหาในบทต่อไป  ผู้แปลอยากให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจความหมายของคำว่าพูดส่อเสียดกันก่อน  เนื่องจากว่าอาจจะยังมีหลายท่านที่เข้าใจความหมายของคำว่าพูดส่อเสียดผิดไป  

             การพูดส่อเสียด  หมายถึง  การพูดยุยงหรือพูดยุแยงให้ผู้อื่นแตกแยกกัน  การพูดส่อเสียดไม่ใช่การพูดเสียดสีหรือการพูดกระแนะกระแหนผู้อื่น  เหน็บแนม  กระทบกระเทียบ  ถากถาง  เย้ยหยันให้ผู้อื่นได้รับความเสียใจ คับแค้นใจ ขุ่นเคืองใจแต่ประการใด

 

             – สำรวจการลงโทษในนรกปิสุณาวาท

             สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !   ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง!  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !  “ผู้พิพากษาคะ  วันนี้อยากถามว่าถ้าหากมนุษย์พูดคำส่อเสียด  ต้องตกนรกรับการลงโทษไหมคะ ?”

             ผู้พิพากษาบอกว่า : “มนุษย์ที่พูดส่อเสียด  หากขั้นรุนแรงจะต้องตกนรกรับการลงโทษ  ที่เรียกว่าพูดส่อเสียดก็คือ  การที่คนๆหนึ่งนำความเรื่องเดียวกันบอกต่อฝ่ายตรงข้ามทั้ง 2 ฝ่าย หรืออาจจะหลายฝ่ายมากกว่านั้นด้วยเนื้อความที่ไม่เหมือนกัน  อันมีเจตนาร้ายยุแยงทำลายมิตรภาพของทุกคนให้แตกคอกัน  ปลุกเร้าให้ทั้ง 2 ฝ่ายทะเลาะกัน หรือบางทีอาจจะมีเจตนาร้ายทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่อสู้กัน  กฎแห่งกรรมของกฎนรกให้ความสำคัญกับความคิดเป็นอันดับแรก  ก็ในเมื่อความคิดยังไม่แสดงออกมาเป็นการกระทำ  ความคิดนี้ก็จะผลักดันให้เกิดคำพูดและการกระทำทั้งหมด  ตอนที่คิดอยากจะพูดส่อเสียดมีเจตนาร้ายอย่างไร  ขอเพียงแค่คิดเท่านั้น ก็ได้ปลูกเพาะเหตุปัจจัยอันหยั่งรากตื้นลงในนรกแล้ว  วาจาส่อเสียดเป็นเพื่อนกันกับสามพิษร้าย ความโลภ โกรธ หลง และมุสาวาท(การพูดเท็จ)

             คนที่พูดส่อเสียดก็มีแบ่งเป็นระดับรุนแรงกับระดับเบา  คนที่พูดส่อเสียดระดับรุนแรง  ก็ในเมื่อทำลายกายใจ ทำลายผลประโยชน์ต่างๆของผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายแล้ว  ย่อมจะต้องตกนรกรับการลงโทษอย่างแน่นอน  คนที่พูดส่อเสียดระดับเบา  หรือบางทีอาจจะเพียงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตรงข้ามทั้ง 2 ฝ่ายโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้ผลประโยชน์อันใด  เพียงแค่มีจิตคิดอยากจะช่วยเหลือผู้อื่น  จึงคล้อยตามอุปนิสัยและอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามทั้ง 2 ฝ่าย  นำความเรื่องเดียวกันพูดต่อฝ่ายตรงข้ามทั้ง 2 ฝ่ายคนละแบบกัน  จุดประสงค์นั้นก็เพื่อให้ทุกคนเกิดความสามัคคีปรองดอง  จึงสวมบทเป็นคนพูดส่อเสียด  ถือว่าเป็นคนที่พูดส่อเสียดระดับเบา

             คนที่พูดส่อเสียดระดับเบาสามารถอาศัยช่วงตอนที่ยังมีชีวิตอยู่  สำนึกขอขมากรรมให้สะอาดหมดจดก็ไม่ต้องตกนรกรับการลงโทษ  สำหรับเนื้อหาในการสำนึกขอขมากรรมก็ได้ให้ไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้  เนื้อหาในการสำนึกขอขมากรรมก็เหมือนกันกับการสำนึกขอขมากรรมจากการโกหกเพื่อความสะดวก  เพียงแต่เอาคำว่า “โกหกเพื่อความสะดวก” เขียนแก้ไขใหม่เป็นคำว่า “พูดส่อเสียด” ส่วนเนื้อหาอื่นๆในการสำนึกขอขมากรรมก็เหมือนกันหมด

             ตอนนี้บนโลกมนุษย์มีคนมากมายที่ละเมิดความผิดข้อนี้  แม้กระทั่งเด็กๆก็ยังพูดส่อเสียดและพูดโกหกตามผู้ใหญ่  นี่คือปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดกระแสนิยมที่ไม่ดีในสังคม  คำพูดเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่สำคัญส่วนหนึ่งของชีวิต  สอนด้วยคำพูดมิสู้สอนด้วยการประพฤติตนให้เห็นเป็นแบบอย่าง  เป็นผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดี  คำพูดและการกระทำต้องสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เด็กๆก็จะค่อยๆเรียนรู้ปฏิบัติตามการอบรมสั่งสอนที่ดีเอง  มนุษย์แรกเริ่มนั้นจิตเดิมแท้ดีงาม  แบบอย่างที่ดีงามเริ่มต้นจากตัวของพวกเราแต่ละคนเอง  ทุกๆคนเคารพกฎหมาย ไม่ละเมิดความผิดบาปตามกฎนรก มนุษยชาติย่อมมีทางรอด  ภัยพิบัติย่อมเลื่อนเวลาออกไปชั่วคราว  ฟ้าเบื้องบนรักทะนุถนอมทุกชีวิต  ย่อมต้องเหลือบันไดแห่งแสงสว่างให้เวไนยที่สำนึกขอขมากรรมด้วยความจริงใจค่อยๆกลับตัวใหม่อย่างแน่นอน  กลัวแต่ว่าเวไนยจะไม่บังเกิดจิตสำนึกขอขมากรรม   อาอวี้ !  ตอนนี้เราจะพาท่านไปเยี่ยมชมนรกของคนที่พูดส่อเสียด”

             เนื่องด้วยเวลาจำกัด  พวกเราเหาะอย่างรวดเร็วมาถึงทางเหนือสุดของเขตนรกมุสาวาท  เหาะลงตรงป้ายแผนที่บอกทางป้ายหนึ่ง  “นรกซ้ายขวาวิ่งห้อตะบึง”ลูกศรชี้ไปทางซ้าย  “นรกเข็มดำแทงลิ้นปิดปาก”ลูกศรชี้ไปทางขวา  จะไปทางซ้ายหรือทางขวาดีนะ ?  อาศัยตาทิพย์จากพุทธานุภาพที่ประทานพรให้  ดูซิว่านรกสองขุมนี้ต่างกันอย่างไร ?  ที่แท้นรกทางซ้ายขนาดค่อนข้างใหญ่หน่อย เวไนยที่รับทุกข์ในนรกขุมนี้ค่อนข้างมากหน่อย  แต่นรกทางขวาค่อนข้างโศกเศร้าน่าเวทนา  งั้นก็ไปทางซ้ายเถอะ!

             ผู้พิพากษาก็อยากให้ข้าพเจ้าไปเยี่ยมชม “นรกซ้ายขวาวิ่งห้อตะบึง” อยู่พอดี  พวกเรามาถึงนรกซ้ายขวาวิ่งห้อตะบึงอย่างรวดเร็ว  ผู้พิพากษาบอกยักษ์หน้าประตูถึงภารกิจของข้าพเจ้า  ประตูเปิดออก  โอ้ ! เป็นนรกอีกขุมหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตมหึมา  ลองมองดูเบื้องหน้ากันก่อนเถอะ!  ในระดับขอบเขตที่สายตามองเห็น แบ่งออกเป็น 2 ส่วนซ้าย-ขวา  ทางซ้ายมีวิญญาณมากมายกำลังวิ่งซ้ายวิ่งขวาอย่างทุกข์ทรมานด้วยความจำใจ  ปากของพวกเขาต่างก็มีเลือดไหล  ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไรก็หนีไม่พ้นการตามแย่งชิงลิ้นของเครื่องคอมพิวเตอร์

             ในนรกมียักษ์ที่ดุร้ายมากๆอยู่เป็นจำนวนมาก  ในมือของยักษ์ถือค้อน  ลูกตุ้ม  ดาบยาว  หอกยาว คอยรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพวกวิญญาณบาป  ไม่ยอมให้พวกวิญญาณบาปออกนอกเขตพื้นที่ในการลงทัณฑ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์  ความจริงแล้ววิญญาณบาปทั้งหลายต่างถูกเครื่องมือทรมานนักโทษที่ปล่อยออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไล่ตามลิ้นของพวกเขาอย่างแม่นยำ  เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะรับผิดชอบหน้าที่ลงโทษวิญญาณบาปหนึ่งตนภายในอาณาเขตที่แน่นอนโดยอัตโนมัติ  ขอเพียงวิญญาณบาปเข้าไปในอาณาเขตของเครื่องคอมพิวเตอร์  เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะปล่อยตะปูใบมีดออกมา 5 ตัว มาตัดลิ้นของวิญญาณบาปให้ขาดโดยใช้ตะปูดึงลิ้นออกมาก่อน

             ลองดูวิญญาณหญิงที่เพิ่งจะกลับเข้ามารับทุกข์ในเขตพื้นที่ลงทัณฑ์นางนี้กันหน่อยเถอะ!  สีหน้านางหวาดกลัว  เท้าทั้งสองข้างไม่มีแรงที่จะเดิน  นางถูกยักษ์ที่โหดร้ายใช้หอกยาวแทงกลับเข้าไปในเขตพื้นที่ลงทัณฑ์  โอ้ !  หลังของนางเลือดยังไหลอยู่เลย เจ็บปวดทรมานมาก  ทันใดนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ส่งเสียง “ปี้ปี้” สองคำ เรียกชื่อของวิญญาณบาปออกมา  ต่อจากนั้นก็ปล่อยตะปูใบมีดออกมาเล็งเป้าไปที่ปากของวิญญาณหญิงทันที  วิญญาณหญิงมองเห็นก็ร้องลั่นฝืนทนความเจ็บหลังพยายามวิ่งหาทางหนีโดยวิ่งไปทางซ้ายบ้างทางขวาบ้าง  ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ถามชื่อของวิญญาณบาปว่าชื่อxxxใช่หรือไม่ ?  วิญญาณหญิงกำลังคิดที่จะตอบ  พออ้าปากตะปูก็เข้าปากของวิญญาณหญิงแล้วดึงลิ้นลากออกมา  วิญญาณหญิงเจ็บปวดทรมานใช้มือไปคว้าจับตะปูไว้  น่าแปลก! ทันใดนั้นตะปูก็อ่อนนุ่มลง  ไม่ทำอันตรายมือของวิญญาณหญิงให้บาดเจ็บ  ครั้นแล้ววิญญาณหญิงก็ปล่อยมือแล้ววิ่งหนีไปทางซ้ายบ้างทางขวาบ้าง วิ่งหนีไปวิ่งหนีมาทั้งสองทาง

             แต่ไม่ว่าวิญญาณหญิงจะวิ่งไปทางซ้ายหรือทางขวา  แต่ละก้าวที่นางวิ่ง  ลิ้นจะถูกตะปู 5 ตัวลากยาวออกมา  ลิ้นส่วนที่ถูกลากยาวออกมาก็จะถูกปลายใบมีดของตะปูหั่นขาดร่วงลงบนพื้น  ความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ทำให้วิญญาณหญิงพยายามวิ่งหนีออกจากอาณาเขตในการลงทัณฑ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสุดความสามารถ  ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้นแล้ววิ่งไปทางซ้ายต่อ   เฮ่อ !  พวกยักษ์ที่โหดร้ายน่ากลัวทั้งสองฝั่งซ้ายขวาจะไม่ยอมปล่อยนางไปอย่างเด็ดขาด  ยักษ์ค้อนเหล็กที่อยู่ทางซ้ายกำลังกริ้วโกรธ ใช้ค้อนเหล็กทุบหัววิญญาณหญิงอย่างโกรธแค้น  ทุบลงไปทีหนึ่งนางก็สลบไปแล้ว  แต่ยักษ์ก็ยังไม่ยอมให้นางสลบ  ครั้นแล้วก็ใช้ตะปูเหล็กเกี่ยวลงไปที่ปากของวิญญาณหญิงอย่างดุดันแล้วตบซ้ำไปอีกหนึ่งทีเลือดก็ไหล  วิญญาณหญิงฟื้นขึ้นมาในสภาพที่มึนหัว  พยุงตัวเองลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปทางขวา  ทางขวาก็มียักษ์น้ำแข็งตัวสีเขียว  ตอนนี้ยักษ์น้ำแข็งตัวสีเขียวก็ปล่อยแก๊สที่หนาวเย็นรวมทั้งก้อนน้ำแข็งส่วนหนึ่งออกมาโจมตีวิญญาณหญิงในทันที  ทันใดนั้นขาของวิญญาณหญิงก็ใช้การไม่ได้  ถูกขู่ให้กลับไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์รับโทษซ้ำใหม่อีกครั้ง  มองดูจนมึนหัวแล้ว  ไม่มีที่ไหนที่จะสามารถหนีออกจากความทุกข์นี้ได้เลย

             ข้าพเจ้าถามยักษ์ : “ขอถามยักษ์ค้อนเหล็ก ท่านสามารถยั้งมือไว้บ้างได้หรือไม่ ?  วิญญาณหญิงนางนี้บาดเจ็บอยู่  นางยังไม่ได้รับการฟื้นฟูกลับคืนเป็นปกติ ท่านก็ตีนางซ้ำซะแล้ว  แค่นี้นางก็น่าเวทนาพอแล้ว  แม้กระทั่งพักสักนิดก็ยังไม่มีโอกาสเลย”

             ยักษ์ค้อนเหล็กพูดว่า : “วิญญาณบาปนางนี้ตอนที่มีชีวิตอยู่ชอบพูดส่อเสียดเป็นอย่างยิ่ง  ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามขอเพียงนางรู้เท่านั้นแหละ  นางก็จะพูดโม้บรรยายเกินความเป็นจริงจนกลายเป็นเรื่องที่ทำลายฝั่งตรงข้ามทั้ง 2 ฝ่าย  มนุษย์สัมพันธ์ของนางที่มีต่อคนอื่นๆก็แย่มากๆ  ไม่ว่านางไปถึงที่ไหนก็แล้วแต่ นางจะผูกพยาบาทกับคนอื่นๆทั่วไปหมด  ทำให้คนอื่นไม่ชอบ  ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือนางทำร้ายแม่สามีของตัวเอง  คุณAสามีของนาง  ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกับนาง คุณAเป็นลูกที่กตัญญูต่อคุณแม่มาก  เพราะตอนที่คุณAอายุ 3 ขวบ คุณแม่ของคุณAครองความเป็นหม้าย เลี้ยงดูคุณAจนเติบใหญ่  สองแม่ลูกประคับประคองพึ่งพาอาศัยกันมาโดยตลอด  ชีวิตมีความสุขดี   นับตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ในบ้านก็เริ่มอิจฉาริษยาแม่สามี  ครั้นแล้วนางก็พูดส่อเสียดไม่หยุด  เจตนาร้ายคิดทำลายความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก  นางยังมีเจตนาใส่ร้ายป้ายสีว่าแม่สามีมีความสัมพันธ์กับผู้ชาย  เป็นเพราะคุณAงานยุ่งและเชื่อคำของภรรยา  ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกเกิดความร้าวฉาน  สุดท้ายแม่ที่รักลูกรู้สึกเป็นทุกข์เกิดความอัดอั้นตันใจและตายจากโลกไป  วิญญาณแม่สามีของนางมาฟ้องร้องในนรกว่าลูกสะใภ้พูดส่อเสียดและใส่ร้ายป้ายสี  เป็นเพราะวิญญาณหญิงนางนี้ตอนที่มีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์พูดส่อเสียด  ดังนั้นตอนนี้ก็จะต้องมารับโทษในนรกปิสุณาวาทซ้ายขวาวิ่งห้อตะบึง  ถูกพวกเราทุบตี  ที่นี่เป็นนรกขุมแรกที่นางต้องรับโทษ  หลังจากที่รับโทษในนรกขุมนี้จนครบกำหนดแล้ว  นางยังต้องไปรับโทษในนรกขุมอื่นๆต่อ” 

             ตอนนี้มียักษ์ที่ดุร้ายน่ากลัวตัวสีเขียวเข้มตนหนึ่งมองมายังพวกเรา

             ผู้พิพากษาพูดว่า : “ยักษ์ค้อนเหล็ก ! จับวิญญาณกลับไปลงโทษต่อเถอะ  ภูติบดีมีเรื่องด่วนรอให้เราไปจัดการ”

             ยักษ์ค้อนเหล็กคารวะผู้พิพากษาแล้วพูดว่า : “ขอเชิญผู้พิพากษามาเยี่ยมชมบ่อยๆ  ยักษ์ค้อนเหล็กขอตัวก่อน”

             ผู้พิพากษาพูดว่า : “อาอวี้ ! วันนี้พวกเราต้องรีบจัดการเรื่องอุบัติเหตุเภทภัยบนโลกมนุษย์หลายเรื่อง  ด้วยเหตุนี้พวกเราต่างก็ทำงานยุ่งกันเป็นอย่างมาก  ยินดีต้อนรับท่าน วันหลังค่อยกลับมาเยี่ยมชมใหม่”

             “อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้คารวะผู้พิพากษา !  ลำบากท่านแล้ว  ขอเชิญท่านทำธุระต่อเถอะ! สำนึกคุณ”  ขึ้นบัวขาวกลับ !