Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
พูดเพ้อเจ้อโดนลงโทษอย่างเจ็บปวดทรมาน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

พูดเพ้อเจ้อโดนลงโทษอย่างเจ็บปวดทรมาน

261 Views

        – ถูกงูหนามรัดลิ้นจนขาดในนรกคอมพิวเตอร์แก้วผลึก

 

                สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !  ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา ! 

                “ผู้พิพากษาคะ!  วันนี้ข้าพเจ้าเห็นหัวข้อเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพในเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ต  นักโภชนาการท่านนี้ ต่อการบริโภคเอนเอียงไปทางด้านทฤษฎีทางสุขภาพ  มีข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์มากมาย  มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ  เขาเขียนอธิบายเปรียบเทียบว่าจะเอาอาหารเปลี่ยนเป็นอาหารอร่อยที่ทำให้สุขภาพดีมีความสุขได้อย่างไร  ใช้คำที่สั้นกะทัดรัดได้ใจความ  อธิบายได้อย่างมีอรรถรส  มีความคิดที่ดีเป็นอย่างมาก  ความจริงแล้วเป็นข้อมูลที่ดีมาก  สอนให้คนสนใจเรื่องการกินอาหารเพื่อสุขภาพ  แต่เขาเอาขั้นตอนทั้งหมดไปเปรียบเทียบเป็นเรื่องสุขภาพในการร่วมเพศ  ใช้ถ้อยคำโจ่งแจ้ง  ทำให้คนเกิดจินตนาการเพ้อฝันต่างๆ  สูญเสียสัมมาสติ  อ่านบทความนั้นแล้วรู้สึกเสียดายคนที่เขียนบทความนั้นจริงๆ  สิ้นเปลืองเวลามากมายไปศึกษาทฤษฎีต่างๆของอาหารเพื่อสุขภาพ  คาดไม่ถึงกลับเขียนบทความเช่นนี้ออกมาทางเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต”

                อาอวี้อยากถามผู้พิพากษาว่า : “หากมนุษย์ใช้คำพูดประเภทนี้ทำให้คนอื่นเกิดความคิดที่เป็นมิจฉาสังกัปปะ(ความคิดในทางที่ผิด)และทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  ต้องตกนรกรับโทษไหมคะ ?  หากมีนรกขุมนี้ข้าพเจ้าก็อยากไปเยี่ยมชมหน่อยค่ะ”

                ผู้พิพากษาพูดว่า : “หากมนุษย์ใช้คำพูดที่โม้เกินจริง  คำพูดที่เลื่อนลอยทำให้คนอื่นเกิดความคิดที่เป็นมิจฉาสังกัปปะและทำในสิ่งที่ผิด  คำพูดที่เพิ่มความแปดเปื้อนให้จิตญาณมัวหมอง  หรือบางทีอาจจะเป็นคำหวานจอมปลอม  คำพูดที่ไม่จริงซ่อนมีดในรอยยิ้ม  หรือบางทีอาจจะพูดประจบเอาใจผู้อื่น  คำพูดล้อเล่นที่ไม่ใช่เรื่องจริงแต่ฟังแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องจริง  คำพูดหยอกล้อที่ไร้สาระไม่เกิดประโยชน์ทำให้คนอื่นคิดฟุ้งซ่าน  หรือบางทีในชีวิตประจำวันอาจจะพูดเรื่องตลกลามก พูดมุขทะลึ่งๆ ทำให้จิตใจคนรู้สึกสับสน  หลอกล่อชักจูงให้เกิดอารมณ์ทางเพศ  ทำให้จิตเกิดความกำหนัดในกาม  หรือบางทีอาจจะแต่งเพลงที่เพิ่มตัณหาราคะ  หรือนิยายรักโรแมนติก  ภาพยนตร์  โทรทัศน์  ระบำเพลง  ดนตรี  รูปวาด  ฯลฯ  ที่มีเนื้อหาและคำพูดที่ไม่เหมาะสม  ทำให้เด็กวัยรุ่นมากมายมีความโลภ โกรธ หลง เพิ่มมากขึ้น  เข่นฆ่ามากขึ้น  ลักขโมยมากขึ้น  ประพฤติผิดในกามมากขึ้น  โกหกมากขึ้น  ทำให้คนสูญเสียสัมมาสติล้วนถือว่าเป็นวาจาเพ้อเจ้อ(สัมผัปปลาปะ)

                คนที่พูดวาจาเพ้อเจ้อ เมื่อสิ้นอายุขัยจะตก《นรกคอมพิวเตอร์แก้วผลึกนรกคอมพิวเตอร์แก้วผลึกเป็นนรกขุมหนึ่งที่อยู่ในเขตนรกมุสาวาท  วาจาเพ้อเจ้อ(สัมผัปปลาปะ)เป็นเพื่อนกันกับความโลภ โกรธ หลง มานะ(มานะ คือ ความถือตัว)  วาจาเพ้อเจ้อทำให้จิตญาณแปดเปื้อนมลทินโดยไม่รู้ตัว  เนื่องด้วยเวลาจำกัด  ตอนนี้เราจะพาท่านไปเยี่ยมชม”

                “ค่ะ!”  พวกเราข้ามใจกลางของนรกไปอย่างรวดเร็ว  มองเห็นงูใหญ่ 2 ตัวในเขตนรกมุสาวาทอย่างรำไร  เป็นงูใหญ่ 2 ตัวของนรกผรุสวาท(นรกคำหยาบ)  พวกเราเริ่มเหาะลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ  ตอนเหาะลงมองเห็นนรกขุมหนึ่งอย่างชัดเจน  เป็นนรกกระจกแก้วสะท้อนแสงที่ก่อสร้างแบบทันสมัยมาก  รู้สึกว่านรกขุมนี้ล้ำสมัยมาก  แต่ที่ทำให้เสียบรรยากาศก็คือเสียงแก้วที่แสบแก้วหู รวมทั้งเสียงร้องโหยหวนที่ทุกข์ทรมาน  เสียงดังอึกทึกจริงๆ

                ที่หน้าประตูทางเข้าของนรกขุมนี้มองดูแล้วรู้สึกว่าตกแต่งอย่างงดงามอลังการ  สีสันของตัวหนังสือเข้ากันอย่างลงตัวทำให้ไม่รู้สึกหวาดกลัว  ถ้าหากไม่มีเสียงเจ็บปวดทรมานที่แสบแก้วหูรวมถึงบรรยากาศอึมครึมในตัวของมันเอง  ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้านรกขุมนี้ก็ไม่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองยืนอยู่ในนรก  พวกเราตามยักษ์เข้าไปเยี่ยมชมในนรก  ในนรกมีห้องกระจกใสมากมายหลายห้อง  วิญญาณบาปแต่ละตนต่างรับโทษอยู่ในห้องกระจกของตัวเอง  อัตราความเร็วในการรับโทษของแต่ละคนมีความแตกต่างกันบ้าง  เครื่องคอมพิวเตอร์ทางซ้ายส่วนใหญ่เป็นสีแดง วิญญาณบาปจะรับโทษไวหน่อย  ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ทางขวาทั้งหมดเป็นสีดำ อัตราความเร็วจะช้าหน่อย

                ลองดูวิญญาณบาปทางซ้ายกันหน่อย !  มีวิญญาณหญิงอยู่ในห้องกระจกใสกำลังฟื้นฟูสภาพกลับมาอยู่ในสภาพคนแข็งแรงปกติ นางลุกยืนขึ้น  เครื่องคอมพิวเตอร์แก้วผลึกสีแดงเพลิงปล่อยแสงสีเขียวริบหรี่รวมทั้งเสียง “ติ๊ง  ติ๊ง  จิ๊ว  จิ๊ว  กริ๊ง  กริ๊ง” ออกมาดึงดูดให้นางเดินเข้าไปดู  เมื่อนางเข้าไปใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์  ในจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์แก้วผลึกก็ปล่อยงูสีแดงปากแหลมตัวหนึ่งออกมาทันที  งูน้อยตัวสีแดงปากแหลมที่มีหนามเต็มไปหมดทั้งตัวกัดลิ้นของวิญญาณบาป  วิญญาณบาปก็ตื่นกลัวจนร้องลั่น  หลังจากที่ลิ้นถูกกัด  งูน้อยตัวสีแดงก็ใช้หนามบนตัวของมันพันรัดที่ลิ้นของวิญญาณบาป  จนกระทั่งลิ้นของวิญญาณบาปถูกงูน้อยตัวสีแดงพันรัดจนขาดร่วงลงบนพื้น  เลือดสดๆไหลเต็มปากของวิญญาณบาป

                ตอนนี้จู่ๆเครื่องคอมพิวเตอร์แก้วผลึกทั้งหมดก็เกิดการแตกอย่างรุนแรง  เสียงดังคล้ายเสียงกระจกระเบิดแตก เศษชิ้นส่วนที่แตกทั้งหมดของเครื่องคอมพิวเตอร์โจมตีใส่ร่างของวิญญาณบาป  วิญญาณบาปตื่นกลัวพยายามหลบหลีก  แต่ก็จนใจเพราะขนาดพื้นที่ของห้องกระจกเล็กเกินไปไม่สามารถหลบหลีกได้  วิญญาณบาปได้แต่จำใจรับโทษนี้ซ้ำไปซ้ำมาต่อไปเรื่อยๆอย่างทุกข์ทรมาน  สำหรับทางขวาข้าพเจ้ามองเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์สีดำปล่อยแสงสีเทาดำและตะขาบสีดำออกมา  ส่วนการลงโทษอื่นๆก็เหมือนกัน  เพียงแต่ความเร็วค่อนข้างช้าหน่อย

                ผู้พิพากษาสั่งให้ยักษ์นำวิญญาณหญิงมาให้ข้าพเจ้าสอบถาม  วิญญาณหญิงร้องห่มร้องไห้เล่าว่าเป็นเพราะตอนที่นางมีชีวิตอยู่ ตอนที่อยู่ในบริษัทรวมทั้งตอนที่อยู่ต่อหน้าเพื่อนๆ  นางมีนิสัยชอบพูดคุยเรื่องตลกทะลึ่งลามกเหมือนเป็นเรื่องจริงแต่ไม่ใช่เรื่องจริง  เจตนายั่วให้ทุกคนมาอิจฉาเรือนร่างอันงดงามของตัวเอง  นางพูดว่า : “ในบ้านของฉัน ฝาผนังติดกระจกหมดทั้งสี่ด้าน  ไม่ว่าฉันจะอยู่ตรงมุมไหนของบ้านก็จะสามารถมองเห็นเรือนร่างของตัวเอง  ฉันยังมีความเคยชินอีกอย่างหนึ่ง คือ มักจะเปลือยกายล่อนจ้อนเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านเสมอ  บางครั้งก็จะชวนเพื่อนผู้หญิงมารวมตัวกันในบ้าน  ให้พวกเขาชื่นชมร่างอันเปลือยเปล่าของฉัน  ยามปกติฉันก็ชอบเอาเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆมาแต่งเติมพูดให้เกินความจริง  เดิมทีไม่ใช่เรื่องที่น่าหวาดกลัวอะไรมากมาย  แต่ฉันจะพูดโม้เกินจริงให้กลายเป็นเรื่องที่มีความน่ากลัวผสมอยู่  เมื่อฉันเห็นผู้ฟังเกิดความหวาดกลัว  ฉันก็จะบอกเขาว่าฉันแค่พูดเล่นๆกับเธอ  ทำไมถึงขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้  ไม่สนุกเลย

                ฉันชอบใช้ความฉลาดของตัวเองมาแกล้งคนรอบข้างเพื่อความสนุก  เมื่อฉันสิ้นอายุขัยก็ถูกยมทูตหน้าวัวหัวม้าลากลงนรก  พญายมโมโหมาก  บอกว่ายามปกติฉันอยู่ที่บริษัท  พูดเรื่องทะลึ่ง เรื่องตลกลามก  และทำเรื่องทะลึ่งลามก  ทำให้วัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบออกจากโรงเรียนมาทำงานเกิดจิตใจหวั่นไหวแล้วไปทำเรื่องที่ประพฤติผิดในกามอย่างมหันต์  บอกว่าตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่พูดเพ้อเจ้อ  ตัดสิ้นให้อยู่ในนรกสัมผัปปลาปะขุมนี้  รับโทษในนรกคอมพิวเตอร์แก้วผลึก 500 ปี  ฮือ ฮือ ฮือ !  ในตอนนั้นฉันแค่อยากทำให้ทุกคนเกิดความสนุกเบิกบาน  ไม่คิดว่าผลสุดท้ายต้องมาตกนรกรับโทษที่รุนแรงเช่นนี้  ท่านต้องเขียนหนังสือ  ขอให้ท่านบอกกับชาวโลกว่า  อย่าพูดเรื่องทะลึ่ง  อย่าพูดเรื่องตลกลามกเป็นอันขาด  อย่าพูดโม้เกินจริง  ยิ่งห้ามแกล้งคนอื่นเพื่อความบันเทิง  ฮือ ฮือ ฮือ !  ต่อไปฉันก็ไม่กล้าอีกแล้ว  ขอร้องผู้พิพากษาท่านนี้โปรดช่วยฉันด้วย  ปล่อยฉันออกไปที  ฉันอยากออกไปจากที่นี่”

                ผู้พิพากษาพูดว่า : “ตอนที่มีชีวิตอยู่สร้างบาปกรรมไว้อย่างไร  ก็ทำให้ได้รับผลกรรมที่สอดคล้องกันในนรกตอบสนอง  เธอย้อนสำรวจความคิดและการกระทำต่างๆของตัวเองให้ดีๆ  เนื่องด้วยเวลามีจำกัด  วันนี้ก็พอเท่านี้ก่อน”

                ข้าพเจ้าถามผู้พิพากษาว่า : “เพราะเหตุใดเครื่องคอมพิวเตอร์ทางขวาของนรกถึงทำให้วิญญาณบาปรับโทษในอัตราความเร็วที่ช้ากว่าหน่อยล่ะ ?”

                ผู้พิพากษาอธิบายว่า : “เพราะคำพูดที่เป็นวาจาเพ้อเจ้อ บ้างก็ทำลายเวไนยได้รวดเร็วกว่า  บ้างก็จะค่อยๆทำให้จิตที่ดีงามแห่งฟ้าปางก่อนของเวไนยค่อยๆเกิดความหวั่นไหว  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหนีไม่พ้นเหตุต้นผลกรรม  ดังนั้นยามปกติพวกเราจะต้องให้ความสำคัญกับคำพูดและการกระทำของตัวเอง  ที่สำคัญคือ  ตอนที่อยู่คนเดียวตามลำพังยิ่งต้องให้ความสำคัญกับศีลวินัยภายในจิตใจของตัวเองเป็นพิเศษ  จะละเมิดฝ่าฝืนกฎนรกไม่ได้อย่างเด็ดขาด  อาอวี้ ! วันนี้ที่ยมโลกมีการประชุมใหญ่  ยินดีต้อนรับท่านกลับมาใหม่ในวันหลัง”

                อาหมีถัวฝอ !   อาอวี้สิบนิ้วประนม สำนึกคุณผู้พิพากษา ! 

                ขึ้นบัวขาวกลับ !