Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
คำพูดเท็จคำเดียวสามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

คำพูดเท็จคำเดียวสามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่

403 Views

                                        – เยี่ยมชมนรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่าง

 

                สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !  ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง ! อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา ! 

                “อาอวี้ขอเรียนถามผู้พิพากษา  ถ้าหากชาวโลกพูดโกหกจะได้รับผลกรรมในนรกอย่างไร ?  ตอนสมัยเด็กๆเคยได้ยินคุณย่าพูดว่า โกหกต้องตกนรก ถูกทุบตี ฯลฯ  วันนี้อยากให้ผู้พิพากษาพาข้าพเจ้าไปเยี่ยมชมหน่อยค่ะ”

                ผู้พิพากษาพูดว่า : “เกี่ยวกับการพูดโกหก พูดแล้วเรื่องมันยาว  วันนี้เราจะขออธิบายอย่างคร่าวๆซักหน่อย  คำโกหกแท้จริงแล้วส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง  คำโกหกเพียงคำเดียวสามารถทำลายชีวิตคนๆหนึ่งหรือแม้กระทั่งทำลายชีวิตคนจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน  คำพูดโกหกเป็นเพื่อนกันกับจิตละโมบ  ความโกรธแค้น  และความเขลาหลง  ชาวโลกที่พูดคำโกหกจะได้รับผลกรรมในนรก  การโกหกที่สำคัญที่สุดต้องดูว่าคนที่พูดโกหกบังเกิดจิตอย่างไร  ตอนที่พูดโกหกนั้นจิตใจโน้มเอียงไปในทางใด  ระหว่างจิตละโมบ  ความโกรธแค้น  และความเขลาหลง  สามพิษร้ายนี้  จิตใจโน้มเอียงไปทางใดมากกว่ากัน  บางคนมีจิตอย่างใดอย่างหนึ่งในสามพิษร้ายเพียงอย่างเดียว  อย่างเช่น  มีแต่จิตละโมบอย่างเดียวไม่มีอย่างอื่นปน  บางคนมีเพียงความโกรธแค้น  บางคนมีเพียงความเขลาหลง  บางคนมี 2 อย่าง  หรือบางทีอาจจะมีครบทั้ง 3 อย่าง

                การโกหกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โกหกจริงกับโกหกปลอม  การโกหกจริงจะได้รับผลกรรมในนรกในระดับที่แตกต่างกัน  ย่อมต้องดูว่าการโกหกนั้นทำลายผู้อื่นสำเร็จเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ มากำหนดผลกรรมหนักเบาในนรก  สำหรับการโกหกปลอมก็ไม่ต้องรับผลกรรมในนรก  บางคนโกหกปลอมแล้วยังมีบุญกุศล  อย่างไรที่เรียกว่าโกหกปลอม ?  เพื่อฉุดช่วยเวไนย ไม่มีจิตที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย  ทั้งหมดก็เพื่อฉุดช่วยเวไนยจึงพูดโกหก  ก็คือโกหกปลอม  ยังมีการโกหกอีกแบบที่ใกล้เคียงกับการโกหกปลอม  คนบนโลกมากมายมักจะใช้การโกหกแบบนี้

                ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนถามอาอวี้ว่ากินข้าวหรือยัง  อาอวี้เพียงเพื่อไม่อยากให้ฝ่ายตรงข้ามต้องลำบากทำอาหารและกลัวเป็นหนี้บุญคุณฝ่ายตรงข้าม  จึงโกหกว่าตัวเองกินแล้ว  อันนี้เรียกว่า “โกหกเพื่อความสะดวก”

                การโกหกเพื่อความสะดวกนี้ยังมีความคิดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฝงอยู่  ไม่ว่าจะโกหกว่าอะไรก็ตาม ขอเพียงมีความคิดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฝงอยู่ก็จะไม่เรียกว่าโกหกปลอม  ถ้าหากเคยพูดคำโกหกเพื่อความสะดวก  พวกเราสามารถบังเกิดความจริงใจสำนึกขอขมากรรมให้สะอาดหมดจดได้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่  แน่นอนว่าจะต้องสำนึกขอขมากรรม  เพราะการโกหกเพื่อความสะดวกเป็นพฤติกรรมเบื้องต้นของการโกหกจริง  หากพูดโกหกเพื่อความสะดวกเป็นประจำบ่อยๆ จิตธรรมญาณแห่งฟ้าปางก่อนของพวกเราก็จะแปดเปื้อน  ค่อยๆบ่มเพาะความเคยชินจนกลายเป็นการพูดโกหกจริงในที่สุด

                สำหรับการสำนึกขอขมากรรมต่อการพูดโกหกเพื่อความสะดวกนั้น  พวกเราสามารถกราบทูลเรื่องราวต่อหน้าองค์พระพุทธะว่า  เมื่อไหร่ ?  ที่ไหน ?  ที่ตัวเองเคยพูดโกหกเพื่อความสะดวกนั้นโกหกเพื่อเรื่องอะไร ?  บัดนี้เกิดจิตศรัทธาจริงใจสำนึกขอขมากรรมต่อการโกหกเพื่อความสะดวกนี้   ถ้าหากว่าลืมเรื่องราวนั้นไปแล้ว  สามารถบังเกิดจิตศรัทธาจริงใจแก้ไขกลับตัวใหม่อย่างถึงที่สุด  ไม่ทำผิดอีกตลอดไป  จำไว้ว่าถึงแม้กฎนรกจะลงโทษอย่างโหดเหี้ยมเด็ดขาดไร้ความปรานี  แต่สวรรค์เมตตาสงสารเวไนยที่สำนึกผิดอย่างจริงใจตลอดไปชั่วนิรันดร์ สวรรค์ย่อมจะต้องเหลือหนทางให้เวไนยที่สำนึกผิดกลับตัวใหม่อย่างจริงใจค่อยๆก้าวขึ้นสู่บันไดแห่งแสงสว่าง  ฟื้นคืนความสว่างไสวแห่งจิตญาณเดิมเมื่อครั้งสมัยแรกเริ่มที่ลงมายังโลกมนุษย์ของเวไนย   อันดับต่อมาวอนขอให้พุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง  สลายวิบากกรรม  จากนี้ไปบังเกิดจิตศรัทธาสวดท่องพุทธนามปรารถนาไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิ  ถ้าหากในบ้านไม่มีพระพุทธรูปสามารถกราบทูลเรื่องราวขอขมากรรมต่อท้องฟ้า  ขอเพียงสำนึกขอขมากรรมด้วยความจริงใจ  ทุกๆที่ล้วนมีพระพุทธะโพธิสัตว์อยู่  อีกทั้งข้างกายของแต่ละคนก็มีอนิจจังขาว-ดำ(ยมทูตขาว-ดำ)คอยจดบันทึกบุญบาปของทุกคนอยู่ตลอดเวลา

                ปลูกเหตุอันเป็นเท็จ ต้องเจอผลกรรมที่ซับซ้อนวกวน  การพูดโกหกเพื่อความสะดวกจะได้รับผลกรรมของการพูดโกหกตอบสนอง  ดังนั้นการโกหกเพื่อความสะดวกจะต้องสำนึกขอขมากรรมให้สะอาดหมดจด  เหตุอันเป็นเท็จจะต้องอาศัยพลังของจิตศรัทธาจริงใจในการสำนึกขอขมากรรมและพลังแห่งพุทธานุภาพของการสวดพุทธนามมาชำระล้างให้สะอาดหมดจดอย่างถึงที่สุด  มิฉะนั้นก็จะต้องประสบพบเจอกับผลกรรมที่ซับซ้อนวกวน  พูดโกหกเพื่อความสะดวกโดยใช้ความคิดเช่นไร ก็จะทำให้เกิดผลกรรมที่สอดคล้องกันกับตอนที่บังเกิดจิตพูดโกหกนั้นมาตอบสนอง  นรกที่ลงทัณฑ์เกี่ยวกับการพูดโกหกนั้นมีมากมาย  เราจะพาท่านไปเยี่ยมชมนรกมุสาวาทขุมหนึ่งที่ใหม่กว่า  อาอวี้ตามเรามาเถอะ!” 

                “รบกวนผู้พิพากษาด้วยค่ะ!”  ออกเดินทางตามผู้พิพากษาไป  พวกเราเหาะไปถึงเขตนรกเขตหนึ่งอย่างรวดเร็ว  ผู้พิพากษาแนะนำว่า : “นี่คือทางตอนเหนือของนรกของพวกเรา  นรกในเขตภูมิภาคนี้ทั้งหมดจัดอยู่ในกลุ่มประเภทนรกมุสาวาท”    โอ้โห !  เป็นอาณาเขตที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากแห่งหนึ่ง !  ใช้ความสามารถของตัวข้าพเจ้าไปมองดู  ข้าพเจ้าไม่สามารถมองเห็นเลยว่าอาณาเขตนี้สิ้นสุดลงตรงไหน  แล้วนี่ยังมีการสร้างเพิ่มขึ้นอีก  คาดคิดไม่ถึงเลยจริงๆ 

                ผู้พิพากษาพูดว่า : “วันนี้อาอวี้ก็เข้าชมนรกมุสาวาทในเขตภูมิภาคนี้สักขุมหนึ่งก่อนเถอะ! แล้วหลังจากนั้นค่อยจัดหาเวลาที่เหมาะสมมาเยี่ยมชมนรกขุมอื่นๆต่อไป”

                สำนึกคุณผู้พิพากษา !  อุณหภูมิของที่นี่ต่ำเกินไป  หนาวมาก !  ปรับตัวไม่ได้นิดนึง   อยู่บนโลกมนุษย์ถึงแม้ว่าฤดูหนาวของทางตอนเหนือกับทางตอนใต้จะแตกต่างกันมากแต่ก็ยังสามารถปรับตัวได้  ตอนนี้อุณหภูมิของนรกขุมนี้ต่ำเกินไปจริงๆ  หนาวจัง !  ต้องรีบสวดพุทธนามเพื่อปรับพลังจิตให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของนรกที่หนาวเย็นสุดขั้วนี้ !   

                ผู้พิพากษาพูดว่า : “อุณหภูมิของที่นี่ติดลบ 150 องศาเซลเซียส  ในปี ค.ศ. 2000 ตามเวลาของโลกมนุษย์  ได้เริ่มทำการก่อสร้างเขตนรกมุสาวาทเพิ่มขึ้นมาใหม่  ตอนนี้พวกเราอยู่ใน《นรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่าง》ซึ่งเป็นนรกที่ลงโทษหนักที่สุดในเขตนรกมุสาวาท  ที่นี่หนาวอย่างที่สุดและทรมานอย่างที่สุด   นรกทางใต้ในเขตพื้นที่นรก 10 ขุมเก่ามีนรกมุสาวาทขุมเก่าอยู่ขุมหนึ่ง  การลงโทษที่ได้รับในนรกขุมนั้นคือความทุกข์ทรมานระดับที่ 1   

                เฮ่อ !  ปัจจุบันนี้สภาพสังคมตกต่ำเสื่อมทราม  ใจคนเสแสร้งจอมปลอมไม่มีความจริงใจ  ไร้เยื่อใย ขาดความเมตตาปรานี  ที่นี่มีเวไนยมากมายที่พูดโกหกทำให้ผู้อื่นละทิ้งชีวิตอันวิสุทธิ์ผ่องแผ้วเลิกบำเพ็ญกายบ่มเพาะจิตธรรมญาณ  เชื่อในคำโกหกของเขาแสวงหาสิ่งภายนอก  ตกอยู่ในกามคุณห้า  มีชีวิตที่ลุ่มหลงมัวเมา  ทำให้ชีวิตแห่งปัญญาญาณของผู้อื่นถูกตัดขาด  เมื่อสิ้นอายุขัยจึงทำให้ตกนรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่าง  วันนี้อาอวี้ก็เข้าเยี่ยมชมนรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่างขุมนี้ก่อนเถอะ!”

                ถึงข้าพเจ้าไม่บอก ทุกท่านก็รู้  ลักษณะพิเศษเฉพาะของนรกก็คือ  เสียงร้องตะโกนโหยหวน  เสียงเจ็บปวดทรมาน  เสียงกรีดร้องหวาดกลัวที่ยาวนานต่อเนื่องไม่ขาด  แต่รู้สึกว่าความทุกข์ทรมานของที่นี่เหมือนกับเวลาและสถานที่ถูกความหนาวเย็นหน่วงให้ช้าลง  รู้สึกว่าทุกอย่างช้ามาก  ตัวหนังสือสีทองแดงตัวใหญ่คำว่า นรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่าง ส่องประกายเข้าตา  ประตูทางเข้าของนรกขุมนี้ดูทันสมัยมาก  ยักษ์หน้าประตูทางเข้าเห็นพวกเรามา  พวกเขาคารวะผู้พิพากษาและเปิดประตูให้พวกเราเข้าไป

                นรกขุมนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล  ข้าพเจ้าเห็นวิญญาณบาปมากมายนับไม่ถ้วนกำลังรับการลงโทษที่ทุกข์ทรมานอยู่ในนรกขุมนี้  ทางซ้ายมีวิญญาณบาปอยู่ส่วนหนึ่งกำลังรับผลกรรมแทบจะเหมือนกัน  ในนรกมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรมานนักโทษอยู่มากมาย  เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติ  ข้างในเครื่องคอมพิวเตอร์จะปล่อยเครื่องทรมานนักโทษออกมาตามล่าวิญญาณบาป  ถูกเป้าแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีพลาดเป้าแม้แต่รายเดียว  ที่ฝาผนังรวมถึงฝ้าเพดานก็มีกลไกอัตโนมัติปล่อยเครื่องทรมานนักโทษออกมาด้วย  ที่นี่เป็นนรกที่ทันสมัยขุมหนึ่ง

                นอกจากยักษ์จะปฏิบัติต่อวิญญาณบาปที่คิดหลบอย่างโกรธแค้นแล้ว ยักษ์ยังต้องคอยยุ่งอยู่กับการควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์มาลงโทษวิญญาณบาปอีกด้วย  แต่วิญญาณบาปในนี้กลับทุกข์ทรมานอย่างไร้ขอบเขต  เพราะนอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ที่โหดเหี้ยมน่ากลัวอย่างที่สุดแล้ว ยังต้องเผชิญหน้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ทรมานนักโทษที่ไร้ความปรานีอีก  นรกขุมนี้วิญญาณบาปและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรมานทักโทษมีเยอะ  ส่วนยักษ์มีน้อย  ลองดูวิญญาณบาป 2 รายที่อยู่ข้างกำแพงนี้หน่อย  หนึ่งชายหนึ่งหญิงรับผลกรรมเหมือนกัน

                วิญญาณหญิงหนาวจนเริ่มสั่นหน่อยๆแล้ว  นางทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง  เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้ามากๆ  คลานลุกขึ้นจากพื้น  ในที่สุดก็กลับคืนสู่ลักษณะของคนปกติ  ทันใดนั้นวิญญาณหญิงก็ถูกยักษ์ที่ดุร้ายใช้หอกยาวเสียบลงไปที่ส่วนหลัง  วิญญาณหญิงเจ็บปวดร้องลั่นถูกยักษ์เสียบแล้วนำไปที่ข้างเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง  ชั่วพริบตาเดียวในจอคอมพิวเตอร์ก็ปล่อยงูออกมา 2 ตัว  ตัวหนึ่งสีดำ  อีกตัวหนึ่งสีแดง  งูที่ดุร้ายน่ากลัว 2 ตัวพุ่งกระโจนเข้าใส่ปากของวิญญาณบาปอย่างรวดเร็ว  งูสีแดงกัดฉีกที่ปาก  ส่วนงูสีดำกัดลิ้นของวิญญาณบาปดึงออกมาจนขาดแล้วทิ้งลงกับพื้น  คาดไม่ถึงหลังจากนั้นลิ้นสามารถลอยกลับเข้าไปในปากที่ถูกกัดฉีกจนเละเทะของวิญญาณบาปได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

                ในเครื่องคอมพิวเตอร์ยังมีวัตถุปลายแหลมมากมายลักษณะคล้ายมีดที่แหลมคมมาก  คล้ายตะปูพุ่งเป้าเข้าใส่ร่างของวิญญาณบาปอย่างรวดเร็ว  หลังจากที่เครื่องทรมานเหล่านี้ตำใส่ร่างของวิญญาณบาป  วิญญาณหญิงเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุดสลบลงกับพื้น  หลังจากที่สลบไปแล้ว ยังมีหนอนมากมายมากินร่างของนาง  เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว  เลือดที่ไหลลงบนพื้นสุดท้ายก็ถูกหนอนดูดจนแห้ง  สาเหตุอันเนื่องมาจากแรงกรรม  จากนั้นวิญญาณหญิงก็ฟื้นขึ้นมาใหม่  รับโทษซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่หยุด

                วิญญาณชายก็รับผลกรรมแบบเดียวกัน  วิญญาณบาปบางส่วนถูกยักษ์ใช้กระบองเหล็กที่มีตะปูซ้ายขวาทั้ง 2 ข้างทุบปาก  ทุบลงไปหลายครั้งจนปากแหลกเละเลือดไหล  หลังจากทุบเสร็จจึงลากไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์อีกประเภทหนึ่ง  โต๊ะคอมพิวเตอร์มีหนอนคล้ายตะขาบดำที่น่ากลัวมาดูดเลือดที่ปากของวิญญาณบาปจนแห้ง  ในขณะเดียวกันหนอนก็ค่อยๆกินลิ้นของวิญญาณบาป  จากนั้นก็มีเข็มบินพุ่งออกมาเย็บปากของวิญญาณบาป  วิญญาณบาปบางส่วนก็ถูกยักษ์ใช้ตะขอเกี่ยวที่ปากกับส่วนหัวลากไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์  เลือดสดๆจำนวนมากไหลออกมาตลอดไม่หยุด

                ตอนนี้มองเห็นวิญญาณหญิงนางนี้ถูกตะขอเกี่ยวอยู่เจ็บปวดทรมานจนร้องลั่น  เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้แขวนอยู่ที่ฝาผนัง  เครื่องคอมพิวเตอร์ส่งเสียงที่น่ากลัวและไม่น่าฟังอย่างที่สุด  ข้างในปล่อยวัตถุที่มีลักษณะแหลมคมสีแดงเพลิงเล็กๆจำนวนหนึ่งออกมา  ตอนนี้วัตถุนั้นชนกระทบปากของวิญญาณบาปเสียงดัง “ซ่า ซ่า ซ่า”  ปากของวิญญาณบาปละลายลงทันที  เฮ่อ !  น่ากลัวมาก !  เจ็บปวดทรมานมาก !  น่าเวทนา !   ผู้พิพากษาสั่งให้ยักษ์ตนหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลการลงโทษในนี้เข้ามาอธิบายให้ข้าพเจ้าฟังว่าวิญญาณบาปในนรกขุมนี้ทำความผิดอย่างไร จึงตกนรกหนาวเย็นดึงลิ้นทำลายร่างรับการลงโทษในนรกขุมนี้

                กิริยาท่าทางที่ดุร้ายน่ากลัวของยักษ์หายไป  ยักษ์พูดกับข้าพเจ้าว่า : “วิญญาณหญิงนางนั้นที่ท่านอาอวี้เห็นเมื่อครู่  ตอนที่นางมีชีวิตอยู่เป็นเพราะมีจิตที่อิจฉาริษยา  พูดโกหกใส่ร้ายป้ายสีผู้บำเพ็ญธรรมที่รักษาศีลวินัยสะอาดบริสุทธิ์ท่านหนึ่ง  เจตนาทำลายการเผยแพร่สัมมาธรรมของผู้บำเพ็ญท่านนี้  ก็เพราะคำโกหกของนาง ทำให้ผู้คนมากมายหลงเชื่อ  มีคนมากมายที่สูญสิ้นศรัทธาขั้นพื้นฐานในการที่จะศึกษาพุทธธรรม ทำความดี และรักษาศีลวินัย  ก็เพราะนางพูดโกหกเช่นนี้  เมื่อนางสิ้นอายุขัยจึงตกนรกรับการลงโทษ  จ้าวแห่งยมโลกโมโหมากขับไล่นางมาอยู่นรกขุมนี้ 1 กัป  หลังจากที่รับโทษอยู่ในนรกขุมนี้จนครบกำหนดแล้ว  ยังต้องไปรับผลกรรมในนรกขุมอื่นต่อ

                สำหรับวิญญาณชายตนนั้น ก็คือตอนที่เขามีชีวิตอยู่ทำธุรกิจโฆษณารักษาโรค  เป็นเพราะโฆษณาโกหก  เขาสามารถหาเงินที่ไร้มโนธรรมได้อย่างมากมายภายในระยะเวลาสั้นๆ  มีคนจำนวนมากหลงเชื่อโฆษณาโกหกของเขา  ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ทำลายสมรรถภาพของอวัยวะภายในต่างๆ  ที่อาการเบาหน่อยก็ทำให้ทุกข์ทรมานจากโรคอวัยวะภายในเสื่อมสมรรถภาพเรื้อรังตลอดชีวิต  ที่อาการรุนแรงมากก็ทำให้การทำงานของระบบต่างๆในร่างกายทรุดลงอย่างเฉียบพลันภายในระยะเวลาอันสั้นจนถึงขั้นเสียชีวิต  แต่พวกมนุษย์กลับไม่เคยคิดเลยว่าถูกโฆษณารักษาโรคของเขาหลอกลวงให้หลงเชื่อ  วิญญาณชายตนนั้นถูกยมโลกลดบุญวาสนาและอายุขัยลง  เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสิ้นอายุขัยก่อนกำหนด  ตกนรกรับการลงโทษ

                คนที่ตกนรกขุมนี้ทั้งหมดคือคนที่โกหกตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่  ตอนมีชีวิตอยู่พูดโกหกใส่ร้ายป้ายสีคนที่เผยแพร่ประกาศสัมมาธรรม  ตอนที่มีชีวิตอยู่โกหกอย่างน่าทุเรศเพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น  บางคนโกหกเพื่อยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นทำผิดศีลต่างๆ  ตอนที่มีชีวิตอยู่โกหกหลอกขายสินค้าต่างๆที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของผู้อื่น  ตอนที่มีชีวิตอยู่โกหกหลอกลวงทรัพย์สินของผู้อื่น  โกหกหลอกลวงทำลายเกียรติศักดิ์ศรีแห่งพรหมจารีของผู้อื่น  และอื่นๆเป็นต้น  ที่นี่มีเรื่องโกหกของวิญญาณบาปมากมายหลายกรณีจนนับได้ไม่ถ้วน  ที่พูดไปเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่กรณีตัวอย่างของพฤติกรรมชั่วที่ทำให้ตกนรกขุมนี้มากกว่ากรณีอื่นๆในขณะนี้”

                ผู้พิพากษากล่าวต่อไปว่า : “สรุปแล้วคือ  ตอนที่มีชีวิตอยู่เจตนาโกหก  ขอเพียงคำโกหกนั้นเป็นการทำลายร่างกาย จิตใจ ชีวิต สุขภาพ ของผู้อื่น  ล้วนต้องตกนรกรับการลงโทษที่สาสมตามความผิด  หากมีบุญสัมพันธ์ได้เห็นบทความนี้ หวังว่าจะสามารถบังเกิดจิตที่มีความจริงใจเปลี่ยนแปลงแก้ไขความผิดบาปในอดีตอย่างถึงที่สุด  แล้วแนะนำตักเตือนผู้อื่นต่อๆกันไปให้สวดท่องพุทธนาม (อาศัยพุทธานุภาพปกปักคุ้มครองสลายแรงกรรมจากการโกหกที่ทำไว้ในอดีต)  รักษากาย ใจ ความคิด ให้สะอาดบริสุทธิ์ตลอดเวลา  ชี้แนะทุกคนว่าอย่าได้โกหกเป็นอันขาด  แต่ละครั้งที่โกหกความสว่างไสวแห่งจิตญาณเดิมของพวกเราก็จะมืดมัวลงไปส่วนหนึ่ง  หากความสว่างไสวแห่งจิตญาณเดิมของมนุษย์มืดมัวลง ก็ง่ายมากที่จะเกิดเรื่องอันไม่สมมาดปรารถนา  ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ  ถึงขั้นทำให้เกิดภัยพิบัติทยอยกันมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

                เอาล่ะ อาอวี้  วันนี้เยี่ยมชมเท่านี้เถอะ!  เดี๋ยวเราต้องไปประชุม  พรุ่งนี้โอกาสเหมาะค่อยมาใหม่ !”

                “อาหมีถัวฝอ !  สำนึกคุณผู้พิพากษา !  ข้าพเจ้าจะรีบกลับไปเขียนบทความ  เขียนบทนี้เสร็จค่อยมารบกวนผู้พิพากษาใหม่”  ขึ้นบัวขาวกลับ !