Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ผลกรรมอันแสนทรมานของการกินทิ้งกินขว้างสิ้นเปลืองอาหาร | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ผลกรรมอันแสนทรมานของการกินทิ้งกินขว้างสิ้นเปลืองอาหาร

494 Views

นรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์

 

        สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !  ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สวัสดีผู้พิพากษา ! 

        “ผู้พิพากษาคะ!  วันนี้อยากถามผู้พิพากษาว่า  การกินทิ้งกินขว้างสิ้นเปลืองอาหารมีผลกรรมอย่างไร ?”

        ผู้พิพากษาพูดว่า : “กินทิ้งกินขว้างสิ้นเปลืองอาหารจะต้องตกนรกรับผลกรรม  เมื่อทุกคนกินอาหาร 1 คำ  ไม่ว่าอาหารนั้นคืออะไรก็ตาม  จะต้องใช้จิตที่มีความสำนึกคุณและจิตที่มีความละอายใจไปกินอาหารนั้น  ต้องสำนึกคุณฟ้าดินที่หล่อเลี้ยงพืชพรรณธัญญาหาร  สำนึกคุณชาวนาที่เหน็ดเหนื่อยตรากตรำ  สำนึกคุณบิดามารดาที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูสั่งสอน  สำนึกคุณตัวของเราเองที่ในอดีตชาติเคยสะสมเสบียงบุญเอาไว้  คนจะดำรงชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยอาหาร  อากาศ  น้ำ  รวมทั้งแสงแดด  เหล่านี้คือเหตุปัจจัยภายนอกส่วนหนึ่ง  ถ้าหากไม่มีเหตุปัจจัยภายนอกเหล่านี้  โลกมนุษย์ก็จะไม่มีอาหารดีๆ  ด้วยเหตุนี้พวกเราต้องสำนึกคุณฟ้าดินเป็นอันดับแรก  ถ้าหากไม่มีอากาศและแสงแดดจากธรรมชาติ  ไม่มีผืนแผ่นดินที่มาโอบอุ้มหล่อเลี้ยง  แล้วพืชพรรณธัญญาหารจะมาจากไหน ?  ปัจจัยทางธรรมชาติสมบูรณ์พร้อมแล้ว  ธัญพืชจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ  ผ่านความเหนื่อยยากของชาวนาที่เหน็ดเหนื่อยคราดไถ  หว่านเพาะเมล็ดพันธุ์  รดน้ำ  เก็บเกี่ยว  บรรจุหีบห่อ  และผ่านขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง  เพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ  เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง  ผ่านฤดูใบไม้ผลิ  ฤดูร้อน  ฤดูใบไม้ร่วง  3 ฤดู  ที่เรียกว่า : ไถนากลางแดดกล้า  เหงื่อหยดลงสู่ดิน  ใครเลยจะรู้ว่าข้าวในจาน  ทุกเมล็ดได้มายากลำบาก !  ชาวนาตากแดดตากฝน  ลำบากขนาดไหน  ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจค่อยๆเพาะปลูกออกมาเป็นเมล็ดข้าว  พวกเราจะต้องสำนึกคุณในความเหนื่อยยากตรากตรำของชาวนา ! 

        ทุกคนมาเกิดเป็นคนบนโลกนี้ล้วนมาจากอสุจิของพ่อกับเซลล์ไข่ของแม่  ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กเวลาอยากได้อะไรพ่อแม่ก็หามาให้  ดังนั้นพวกเราต้องสำนึกบุญคุณของพ่อแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูสั่งสอน  พวกเรายิ่งต้องรักทะนุถนอมบุญวาสนาของตัวเองที่ในอดีตชาติตัวเองเคยทำทาน  รักษาศีล  ทำความดี  ค่อยๆสะสมบุญเก็บเอาไว้  ถ้าหากว่าคนเรามีบุญวาสนาไม่พอ  ก็จะเหมือนกับทวีปแอฟริกา  เอธิโอเปีย  คองโก  หรือเขตพื้นที่ล้าหลังในประเทศจีนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลจากความเจริญมีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง  หรือประเทศที่ยากจนข้นแค้นอื่นๆ  ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง  ผู้ใหญ่และเด็กจำนวนมากต่างหิวตาย  หรือบางทีอาจจะอดอยากหิวโหยจนหน้าเหลืองร่างกายซูบผอม  ขาดอาหารบำรุงอย่างรุนแรง  ต้องรอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่น  บางครั้งความช่วยเหลือของผู้อื่นยังไม่ทันที่จะมาถึงก็หิวตายไปซะก่อนแล้ว ! 

        เมื่อทุกคนมาเกิดบนโลกมนุษย์ จะกินเท่าไหร่  สวมใส่เท่าไหร่  รูปร่างสูง  เตี้ย  อ้วน  ผอม  สูงศักดิ์หรือต่ำต้อย  ทุกข์ภัย  ทรัพย์สินเงินทอง  อายุขัยเท่าไหร่  ฯลฯ  ล้วนถูกกำหนดไว้แล้วล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนที่จะมาเกิด  ดังนั้นอาหารที่พวกเรากินแต่ละคำ  ก็คือบุญวาสนาในชาตินี้ของพวกเราที่ได้ถูกพวกเราใช้ไปแล้ว  บุญวาสนาที่ยังเหลืออยู่ในชีวิตนี้ก็ลดน้อยลงไปอีกหนึ่งครั้ง  คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตที่ถูกกำหนดไว้แล้วได้  มีคนเพียง 2 ประเภทเท่านั้นที่สามารถส่งผลกระทบต่อชะตาชีวิตทำให้ชะตาชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง  ก็คือ “คนที่ดีมาก” กับ “คนที่ชั่วมาก”

        คนที่ดีมากแบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือพระพุทธะโพธิสัตว์ที่เปี่ยมด้วยมหาเมตตามหากรุณาตั้งมหาปณิธานกลับมาเกิดใหม่เพื่อฉุดช่วยกล่อมเกลาเวไนยสรรพสัตว์บนโลกมนุษย์  พระพุทธะโพธิสัตว์สามารถไปมายังโลกมนุษย์ได้อย่างอิสระเสรีโดยไม่ถูกผูกมัดด้วยแรงกรรม  บางครั้งเพื่อที่จะฉุดช่วยเวไนยที่มีบุญสัมพันธ์ในโลกมนุษย์  เจตนาที่จะแสดงนิรมาณกายเป็นผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากต่างๆเพื่อแสดงธรรมฉุดช่วยกล่อมเกลาเวไนยตามเหตุปัจจัย  แท้ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถผูกมัดจิตใจของพระพุทธะโพธิสัตว์ได้เลย  มีแต่ปุถุชนเท่านั้นที่ถูกรูป  เสียง  กลิ่น  รส  สัมผัส  ความกลัดกลุ้มในโลกมนุษย์ทำให้สับสนลุ่มหลงไป

        คนที่ดีมากอีกประเภทหนึ่งก็คือปุถุชนคนทั่วไปแต่มีจิตมหาเมตตา  สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่อย่างลับๆอยู่เสมอไม่ขาด  คนดีประเภทนี้สามารถทำลายโซ่ตรวนของชะตาชีวิตและยกระดับชะตาชีวิตให้ดีขึ้นๆ  อีกประเภทหนึ่งคือคนที่ชั่วมาก  เพราะว่าบาปกรรมหนักมากก็จะจมดิ่งลงสู่นรก  ดังนั้นต้องใช้จิตที่มีความละอายใจมาบริโภคอาหาร  อาหารเพียงแค่ใช้บำรุงหล่อเลี้ยงกายเนื้อของพวกเรา  กายเนื้อเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยให้พวกเราสามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรม  พวกเราอย่าให้ความสำคัญกับอาหารมากจนเกินไป  อย่าตกเป็นทาสของอาหารอร่อย ตกอยู่ในวังวนของอาหารถูกอาหารทำให้เวียนว่าย  และอย่ากินทิ้งกินขว้าง  อย่าเหยียบย่ำทำลายธัญพืช

        สมัยก่อนในนรกมี《นรกหิวโหย》อยู่ขุมหนึ่งซึ่งเป็นนรกขนาดเล็ก  วิญญาณที่รับโทษอยู่ในนรกหิวโหยล้วนเป็นคนที่มีบุญวาสนาค่อนข้างดี  เป็นคนที่ร่ำรวยมีฐานะอยู่บนโลกมนุษย์ในอดีต  บ้างก็เป็นภรรยาของคนที่มีเงิน  บ้างก็เป็นคนที่ทำการค้า  เพราะว่าพวกเขามีบุญวาสนาดีก็เลยทิ้งขว้างเหยียบย่ำทำลายพืชพรรณธัญญาหารตามอำเภอใจ  หลังจากสิ้นอายุขัยจึงตกนรกหิวโหย  บางคนมีเงินแต่ไม่ยอมทำบุญทำทานให้แก่คนขอทานคนยากจน  เมื่อสิ้นอายุขัยก็ต้องตกนรกหิวโหยรับการลงโทษ  ให้วิญญาณบาปรับความทุกข์จากความหิวโหยอย่างเต็มที่จึงสามารถรู้ซึ้งถึงคุณค่าของพืชพรรณธัญญาหารได้ด้วยตัวเอง  ทั้งนี้จะได้ขจัดความโลภและความตระหนี่  ในสมัยก่อนวิญญาณบาปที่ถูกตัดสินให้ตกนรกหิวโหยจะรับโทษในระยะเวลาเพียงสั้นๆตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปี  คนที่ตกนรกหิวโหยมีไม่มาก ส่วนใหญ่คือผู้ใหญ่ที่เป็นคนมีเงิน

        ตอนนี้ในนรกทางทิศใต้มี《เขตพื้นที่นรกจิตธรรมญาณ》  ในเขตพื้นที่นรกจิตธรรมญาณมีมหานรกที่ชื่อว่า《นรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์》  วิญญาณที่รับโทษในนรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยหนุ่มสาวซะเป็นส่วนมาก  อาหารอะไรๆที่เคยกินทิ้งกินขว้างไว้ล้วนมีหมด สะสมไว้มากมายเหมือนดั่งภูเขาที่ทอดแนวยาวต่อเนื่องกันไม่ขาดช่วง  สมัยก่อนเวไนยที่กินทิ้งกินขว้าง หลังจากที่สิ้นอายุขัยแล้วจะถูกนรกตัดสินให้รับโทษในนรกหิวโหย  แต่ตอนนี้ถ้าหากเวไนยกินทิ้งกินขว้าง หลังจากที่สิ้นอายุขัยแล้วจะต้องรับโทษในนรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์   อยู่บนโลกมนุษย์ไม่ว่าอาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เคยกินทิ้งกินขว้าง  ทั้งหมดจะถูกเทพสหเทวาจดบันทึกเอาไว้  เมื่อสิ้นอายุขัยก็ต้องมาที่นรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์  แล้วเอาอาหารทั้งหมดที่กินทิ้งกินขว้างตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่กินต่อให้หมด  มีคนวัยหนุ่มสาวจำนวนมากบนโลกมนุษย์ที่ชอบซื้อของกินมามากมาย  พอกินไม่หมดก็ทิ้ง   กฎนรกต้องการลงโทษให้วิญญาณบาปรู้ว่า ถ้ากินไม่หมดก็ไม่ต้องซื้อมาให้สิ้นเปลือง  ในเมื่อซื้อมาแล้วก็เป็นบุญวาสนาของท่าน  จะต้องกินมันให้หมด  อาอวี้ตามเรามาเถอะตอนนี้เราจะพาท่านไปเข้าชม”

        ได้กลิ่นบูดลอยมาเลย  กลิ่นเหม็นของอาหาร  ยังมีกลิ่นอ้วก  เสียงอ้วก  เสียงไอ  มองเห็นตัวหนังสือตัวใหญ่ “นรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์”  นรกขุมนี้มีขนาดใหญ่โตมหึมา  ข้างในคือธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์จริงๆ  อาหารมากมายซะเหลือเกิน  มองผ่านๆมองได้ไม่ทั่ว  เหมือนภูเขาเหมือนธัญพืช  น่ากลัวมาก !  มีกับข้าวจำนวนนับไม่ถ้วน  ขนมอบกรอบต่างๆทั้งห่อใหญ่ห่อเล็ก  อาหารต่างๆหลากหลายประเภท  เยอะแยะมากมายจนไม่สามารถนับจำนวนได้หมด  ยังมีน้ำและเครื่องดื่มอีกเป็นถังๆบรรจุอยู่  ผู้พิพากษาบอกว่าวิญญาณบาปแต่ละตนต่างมีเขตพื้นที่อาหารของตัวเอง  ในเขตพื้นที่อาหารส่วนตัวของแต่ละคนก็คืออาหารที่วิญญาณบาปกินทิ้งกินขว้างตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่  ไม่มีผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย  ภายในนรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ ข้าพเจ้ามองเห็นหนุ่มสาวมากมาย  ผู้พิพากษาบอกว่า นอกจากพวกเขาจะถูกตัดสินให้รับโทษในนรกขุมนี้แล้ว  พวกเขายังประพฤติผิดในเรื่องกามและยังทำบาปในเรื่องอื่นๆอีกด้วย

        ตอนนี้ลองเดินไปสอบถามวิญญาณหญิงสาวตรงนั้นดูสักหน่อย !  ข้าพเจ้ามองเห็นเขตพื้นที่อาหารอันกว้างใหญ่ของวิญญาณหญิงสาวนางนี้แล้ว  ช่างน่ากลัวเหลือเกิน  ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานกี่ปีกี่เดือนถึงจะกินหมด  ดูไปแล้ววิญญาณหญิงสาวนางนี้ค่อนข้างจะสวยหน่อย  นางกำลังอ้วกอย่างทุกข์ทรมาน !  “อาหมีถัวฝอ !  คุณรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ?  สามารถบอกข้าพเจ้าได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ ?” 

        วิญญาณหญิงสาวบอกว่า : “ลำบากเหลือเกิน  ลำบากเป็นที่สุด  รู้สึกว่าทุกๆวินาทีมันคือความทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง  ฉันอ้วกแตกจนแทบจะตายอยู่แล้ว  ท่านคือใคร ?  ขอให้ท่านโปรดช่วยฉันออกไปได้หรือไม่ ?”  

        ข้าพเจ้าถามซ้ำ : “บอกข้าพเจ้าได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดคุณถึงมาอยู่ที่นี่ ?” 

        วิญญาณหญิงสาวบอกว่า : “ฉันพูด !  ฉันพูด !  ตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ชอบซื้อของกินมามากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งชอบซื้ออาหารอร่อยๆทุกชนิดทุกประเภทกลับมา  แต่ตัวเองก็ไม่ใช่คนที่กินเยอะ เพราะกลัวว่าจะอ้วน  กลัวจะส่งผลกระทบต่อรูปร่าง  แต่ทุกๆวันก็มักจะซื้ออาหารที่ตัวเองชอบกลับมามากมาย   ฉันมีความเคยชินอยู่อย่างหนึ่ง คือ แต่ไหนแต่ไรมาฉันจะไม่กินอาหารเก่า  ฉันจะกินแต่เฉพาะอาหารที่สดใหม่เท่านั้น  ขอเพียงแค่ได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ฉันก็จะซื้อมันอย่างแน่นอน  เมื่อกินไม่หมดก็ทิ้ง  วันแล้ววันเล่าสะสมเป็นเวลานาน  ตอนนี้ถูกลงโทษอยู่ในนรก กลับกลายเป็นว่าของทั้งหมดที่เคยกินทิ้งกินขว้างตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ฉันจะต้องเอากลับมากินต่อให้หมด  น่าเศร้าจริงๆ  ยังมีน้ำอีกมากมายที่ฉันเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลาตอนที่ฉันล้างหน้าแปรงฟัน”   

        วิญญาณหญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอย่างหนัก  มองเห็นอาหารที่บูดเน่าส่งกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยเชื้อราและหนอนตัวใหญ่  ทำให้ไม่เจริญอาหารเลยจริงๆ

        มองดูอีกราย  รายนี้เป็นวิญญาณหญิงที่อายุมากกว่า  เขตพื้นที่อาหารของนางเมื่อเทียบกับวิญญาณหญิงสาวเมื่อครู่นี้แล้วยังใหญ่โตกว่าหลายเท่านัก  ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น !  เขตพื้นที่อาหารของนางไม่เพียงแต่ใหญ่โตเท่านั้น  อาหารยังบูดเน่าน่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่ง  ล้วนเป็นของเสียขึ้นรา  สภาพอาหารเปลี่ยนสีเต็มไปด้วยหนอนและเชื้อแบคทีเรีย  จะกินเข้าไปได้อย่างไรกันล่ะ!  เห็นแล้วหนาวสั่นไปทั้งหัวใจ !  “อาหมีถัวฝอ !  บอกข้าพเจ้าได้หรือไม่ว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?”

        วิญญาณหญิงบอกว่า : “ตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่เป็นแม่บ้านอยู่ในบ้าน แต่ไม่ชอบทำงานบ้าน  เพื่อประหยัดเวลาในการไปซื้อผักก็มักจะซื้อผักกลับมาที่บ้านเป็นจำนวนมาก  แต่เป็นเพราะว่าผักไม่สามารถเก็บไว้นานๆได้  เก็บไว้นานก็เสีย  และเป็นเพราะว่าฉันมักจะทำกับข้าวมากเกินไป  กินไม่หมดก็เททิ้ง  ผักมากมายถูกฉันทิ้งไปเพราะเก็บไว้จนเสีย  สามีของฉันมักจะตำหนิฉันเป็นประจำ  สั่งฉันว่าอย่าใช้น้ำสิ้นเปลือง  อย่าเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้เวลาล้างถ้วยล้างชาม   เวลาที่สามีตำหนิฉัน แน่นอนว่าฉันก็จะโต้ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย  ทะเลาะกันส่งเสียงเอะอะโวยวาย  จนกระทั่งสามีหยุดพูด  เขาสั่งฉันว่าอย่ากินทิ้งกินขว้าง  ไม่เพียงแต่ฉันจะไม่ฟังคำสั่งเท่านั้นฉันยังเจตนาซื้อกลับมาเยอะๆแล้วปล่อยให้มันเน่าเสียจากนั้นก็เอาไปทิ้ง  ผลลัพธ์คือเมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ถูกพญายมตัดสินให้มารับโทษในนรกธัญพืชทั้งห้าเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ กินอาหารทั้งหมดที่เมื่อก่อนฉันทิ้งมัน  ตอนนี้ฉันเสียใจมากที่ไม่ฟังคำพูดของสามี”  

        ตอนนี้นายนิรยบาลก็มาจับตัวนางกลับไปกินอาหารต่อแล้ว 

        อาอวี้อยากถามผู้พิพากษาว่า : “ถ้าหากไม่มีเจตนาที่จะทำให้อาหารเสีย  แล้วอย่างนี้ยังต้องกินอาหารนั้นไหม ?”

        ผู้พิพากษาบอกว่า : “ถ้าหากว่าไม่มีเจตนาที่จะทำให้อาหารเสีย หรือว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าความไม่รู้จึงทำให้อาหารนั้นเสียไป  อย่างนี้ก็ไม่ต้องกินแล้ว  เพราะถ้าหากกินแล้วทำให้ร่างกายเจ็บป่วยหรือเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา  อย่างนี้ก็ได้ไม่คุ้มเสีย  อันดับแรกพวกเราต้องสำนึกผิดที่ทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจและต่อไปจะต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังไม่ทำผิดอีก  อย่าได้ถูกอนิจจังดำ(ยมทูตดำ)จดบันทึกความผิดแล้วทำให้ถูกกฎนรกลงโทษอีก  หลังจากนั้นอาจจะเอาอาหารที่เสียมาสวดพุทธนามหรือสวดมนตร์แล้วจึงนำไปวางไว้ตามป่าหรือตามพุ่มหญ้าเป็นการให้ทานแก่สัตว์เล็กสัตว์น้อย ผูกบุญสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา  หรือบางทีอาจจะทิ้งลงในทะเลเป็นการให้ทานแก่สัตว์น้ำ” 

        “วันนี้ก็พอเท่านี้ก่อน  อาอวี้ท่านกลับไปก่อนเถอะ  หากมีคำถามสงสัย  ยินดีต้อนรับท่านกลับมาใหม่”

        อาหมีถัวฝอ !   สำนึกคุณผู้พิพากษา !   อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !   ขึ้นบัวขาวกลับ !