Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เยี่ยมวีรบุรุษของชาติขุนพลเอวี้ยเฟย เล่าความหลังครั้งอดีต | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เยี่ยมวีรบุรุษของชาติขุนพลเอวี้ยเฟย เล่าความหลังครั้งอดีต

307 Views

        สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !  ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !  “ผู้พิพากษาคะ!  วันนี้อยากให้พาข้าพเจ้าไปเยี่ยมขุนพลเอวี้ยเฟย(ขุนพลงักฮุย)หน่อยค่ะ  บนโลกมนุษย์มีเรื่องเล่าต่างๆเกี่ยวกับขุนพลเอวี้ยมากมาย  ตอนที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก  อยู่ในโรงเรียนก็เคยได้ยินคุณครูสรรเสริญวีรกรรมของขุนพลเอวี้ย”

        ผู้พิพากษาบอกว่า : “ท่านเอวี้ยเฟยคือขุนพลของยมโลก  อาอวี้ตามเรามาเถอะ  เราจะพาท่านไปที่จวนของท่านขุนพล  ให้ท่านสัมภาษณ์ท่านขุนพลเอวี้ยด้วยตัวเอง”

        ถึงแล้ว !  ทั้งตื่นเต้นและดีใจ !  ข้างหน้ามีอาคารแบบสมัยโบราณลักษณะคล้ายวัด  ตรงกลางของตัวอาคารเขียนว่า “จวนขุนพลเอวี้ยเฟย”  มียักษ์ 4 ตนยืนถืออาวุธอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่สีแดงซึ่งเป็นประตูทางเข้า   1 ในยักษ์ 4 ตนนั้นมองเห็นผู้พิพากษาก็แสดงความคารวะต่อผู้พิพากษา  ผู้พิพากษาสั่งให้ยักษ์ไปรายงานต่อท่านขุนพลว่าขณะนี้มีมนุษย์โลกชื่อซั่งกวนอวี้ฮว๋าที่ทางยมโลกกำหนดให้เป็นผู้เขียนหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》เพื่อชำระล้างกระแสนิยมที่ตกต่ำของสังคมบนโลกมนุษย์และฉุดช่วยชาวโลกที่ลุ่มหลงทำผิดศีล  ต้องการสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลในนรก  ตอนนี้ซั่งกวนอวี้ฮว๋าอยากเยี่ยมคารวะและสัมภาษณ์ท่านขุนพล  โปรดแจ้งให้ท่านขุนพลทราบตามนี้ 

        ยักษ์ตนนั้นเดินนำหน้าเข้าไปในจวนขุนพลก่อนเพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ท่านขุนพลทราบ  ส่วนยักษ์อีกตนหนึ่งก็พาพวกเราเข้าไปในห้องโถงส่วนหน้าของจวนขุนพลให้พวกเรานั่งดื่มชารอสักครู่  ห้องโถงส่วนหน้านี้มีประตูเชื่อมต่อกับด้านใน   สภาพแวดล้อมของที่นี่ไม่เหมือนกับนรก  รู้สึกเหมือนที่พำนักของเจ้าหน้าที่ข้าราชการเป็นอย่างมาก  มียักษ์ลาดตระเวนเข้าเวรทำงาน  ยักษ์หน้าประตูที่เข้าไปรายงานท่านขุนพลเมื่อครู่นี้เดินออกมาแล้ว  เขาบอกว่าเดี๋ยวอีกสักครู่ท่านขุนพลจะมีประชุม  ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นยังพอมีเวลานิดหน่อยสามารถต้อนรับพวกเราได้  ครั้นแล้วยักษ์ตนนั้นก็พาพวกเราเข้าไปในห้องโถงชั้นใน

        ห้องโถงชั้นในมีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องโถงส่วนหน้ามากๆ  ตรงกลางของห้องโถงชั้นในเขียนว่า “จงรักภักดีตอบแทนคุณประเทศชาติ” เป็นตัวหนังสือแบบหวัดแกมบรรจงที่มีพลังสนามแม่เหล็กของการผดุงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรมส่งผ่านออกมา  เป็นตัวหนังสือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาเหมือนดั่งมีชีวิต  ทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความเที่ยงธรรม  ทำให้รู้สึกตื้นตัน  ตรงกลางของห้องโถงใหญ่มีโต๊ะทำงาน  ท่านขุนพลเอวี้ยก็นั่งอยู่ตรงนั้น  ข้าพเจ้าสิบนิ้วประนมคารวะท่านขุนพลเอวี้ยเฟย ! 

        “ข้าพเจ้าซั่งกวนอวี้ฮว๋า ! คารวะท่านขุนพล !”

        ขุนพลเอวี้ยเฟย : “ไม่ต้องมากพิธี !  ซั่งกวนอวี้ฮว๋า ท่านไม่ต้องเกรงใจ  ลุกขึ้นเถอะ!  มีอะไรก็ว่ามา”

        หน้าของท่านเอวี้ยเฟยค่อนข้างดำ  มีลักษณะที่เคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง  แต่ดูแล้วไม่ถึงกับโหดเหี้ยมแบบท่านพญายมทั้งหลาย  รู้สึกว่ามีความเคร่งขรึมและเปี่ยมไปด้วยความเที่ยงธรรม  ท่านขุนพลเอวี้ยสวมเครื่องแบบของขุนนางในนรกเป็นชุดสีเทา

        ขุนพลเอวี้ยเฟย : “ซั่งกวนอวี้ฮว๋า ท่านจะต้องเขียน《กฎนรกไร้ความปรานี》ออกมาให้ดีๆนะ  เพราะถ้ารอจนกระทั่งถึงวันที่เวไนยบนโลกมนุษย์รู้ว่าตัวเองได้ละเมิดความผิดบาปที่ทำให้ตัวเองต้องตกนรกแล้วละก็  ถึงวันนั้นก็เป็นวันที่เวไนยจะต้องตกนรกรับผลกรรมอันทุกข์ทรมานตอบสนองอย่างไม่มีขอบเขตประมาณเสียแล้ว  ตกนรกนั้นง่าย  แต่การจะออกไปจากนรกนั้นยากมาก  ท่านมีอะไรจะถามเราหรือไม่ ?”

        อาอวี้ : “ค่ะ! ท่านขุนพล  บนโลกมนุษย์มีเรื่องเล่าต่างๆเกี่ยวกับท่านขุนพลมากมาย   เช่น  ท่านถูกใครทำร้าย ?  ถูกฉินฮุ่ย(ฉินไคว่)ทำร้ายหรือถูกฮ่องเต้ทำร้ายกันแน่ ?  ตอนนี้ท่านขุนพลปฏิบัติอย่างไรต่อเรื่องที่ถูกทำร้ายในคราวนั้น  แล้วท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ?  ลำนำ《แดงทั่วธารา》ที่ได้รับการยกย่องเล่าขานสืบต่อกันมา  แท้จริงแล้วใช่บทประพันธ์ของท่านขุนพลหรือไม่ ?  แล้วที่เล่าลือต่อๆกันมาว่าท่านขุนพลคือท่านจางเฟย(เตียวหุย)ในสมัยสามก๊กกลับชาติมาเกิด  เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ ?  ข้าพเจ้าอยากเรียนถามคำถามเหล่านี้จากท่านขุนพล  ยังมีอีกค่ะ  ตอนนี้ท่านขุนพลเป็นขุนพลของยมโลก  แล้วฉินฮุ่ยอยู่ที่ไหน ?  รบกวนท่านขุนพลช่วยอธิบายข้อสงสัยของข้าพเจ้าด้วย”

        ขุนพลเอวี้ยเฟย : “เราขุนพลถูกฉินฮุ่ยทำร้าย  ตอนนั้นฉินฮุ่ยอิจฉาริษยาเรามาโดยตลอด  ในตอนแรกก็เพียงแค่อิจฉาริษยาเรา  เขาอิจฉาที่ฮ่องเต้ชื่นชมจิตใจที่รักชาติของเรา  เขามักจะเพ็ดทูลฮ่องเต้หรือบางทีก็ทำเรื่องอะไรที่เป็นการขัดขวางแผนการทำศึกของเรา  และหลายครั้งที่เขาเสนอความเห็นคัดค้านแผนการทำศึกของเราก่อนที่จะเริ่มการทำศึก  เพียงแต่หลายครั้งนั้นเขาทำได้ไม่สำเร็จ

        ตอนนั้นเราขุนพลคิดไม่ถึงเลยว่าเขามีเจตนาที่จะฆ่าเราให้ตาย  เพียงแค่คิดว่าเป็นเพราะฉินฮุ่ยเกิดจิตที่อิจฉาริษยา  วิธีการจัดการเรื่องราวของเขาไม่เหมือนกับเรา  เป็นเพราะเวลาทำงานพวกเรามักจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันทำให้เกิดความขัดแย้งกัน  ความจริงเขาเพียงแค่หวังว่าจะมีสักครั้งที่ตัวเองมีผลงานสามารถทำให้ฮ่องเต้เห็นความสำคัญของเขามากขึ้นกว่าเดิม

        ตอนนี้ดูเหมือนว่าในคราวนั้นเราขุนพลประเมินฉินฮุ่ยผิดไป  เราเพียงแค่เข้าใจว่าวิธีการจัดการเรื่องราวของเขาแตกต่างจากเราเท่านั้น  ทำให้เราไม่ค่อยระมัดระวังในการเตรียมการป้องกันภัยร้ายที่จะเกิดจากฉินฮุ่ย  เรามีเพียงจิตหนึ่งใจเดียวตั้งใจมุ่งมั่นจงรักภักดีตอบแทนคุณประเทศชาติด้วยความจริงใจ  วิธีการจัดการเรื่องราวของพวกเราไม่เหมือนกัน  มีความอดทนซึ่งกันและกันโอนอ่อนผ่อนตามกันสักหน่อยเรื่องราวก็มักจะผ่านพ้นไปได้  เราขุนพลให้ความสำคัญกับเรื่องที่ใหญ่กว่า  นั่นคือจะปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร ?  สำหรับการต่อสู้ด้วยเรื่องบุญคุณความแค้นส่วนตัวเหล่านั้นไม่คุ้มค่าที่จะเก็บมาใส่ใจ  แล้วเราก็ไม่ต้องการทะเลาะกับฉินฮุ่ยด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ  เราขุนพลมีจิตใจที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีไม่ต้องอธิบายอะไร  ชายชาตรีพึงปฏิบัติอย่างแท้จริงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง

        สำหรับเรื่องที่เราถูกทำร้ายในตอนนั้น  ในใจของเราไม่ได้เกิดความอาฆาตแค้น  การแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของนักการทหาร  วันนี้เราชนะ  พรุ่งนี้ถ้าเราแพ้ก็ต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างแน่นอน  เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา  แต่ทว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ไม่สำคัญ  ที่สำคัญที่สุดคือเราขุนพลได้พลีชีพอย่างมีคุณค่า  การตายของเราจะไม่ทำให้ประเทศชาติเกิดความอัปยศอดสู  ในตอนนั้นถึงแม้เราจะถูกใส่ร้ายป้ายสีให้รับโทษถึงตาย แต่ในใจน้อมรับคำสั่งยอมรับความตายโดยไม่ปฏิเสธ  ความตายสำหรับเราแล้วพูดได้ว่าเราไม่มีความหวาดกลัวใดๆ

        ก่อนที่เราจะสิ้นใจ  ในใจของเรายังคงคิดถึงคำสอนของแม่ที่สอนว่าต้องจงรักภักดีตอบแทนคุณประเทศชาติ  เมื่อคิดถึงตรงจุดนี้ก็รู้สึกทอดถอนใจ  เราเป็นลูกแต่ยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณของแม่ที่แม่เลี้ยงดูอบรมสั่งสอน อีกทั้งภาระหน้าที่ในการตอบแทนคุณประเทศชาติด้วยความจงรักภักดีของตัวเองก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายสมดังตั้งใจ  ประเทศชาติก็กำลังจะขาดนักรบที่ปกป้องประเทศด้วยความจริงใจไปอีกหนึ่งคนแล้ว

        ความคิดสุดท้ายของเราคิดว่าหากชาติหน้ามีจริงจะขอจงรักภักดีตอบแทนคุณประเทศชาติอย่างถึงที่สุด  จะปฏิบัติภาระหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น  หลังจากนั้นเราก็ได้รับพระราชทานความตาย  เราขุนพลไม่เคียดแค้นผู้ใด  ไม่เคียดแค้นที่ฉินฮุ่ยวางแผนใส่ร้ายทำร้ายเรา  และไม่เคียดแค้นฮ่องเต้ที่เบาปัญญาพระราชทานความตายแก่เราผู้ซึ่งจงรักภักดี  เรื่องพวกนี้พูดได้ว่าไม่สำคัญกับเราอีกต่อไปแล้ว

        หลังจากที่เราตายแล้ว  วิญญาณมาที่ยมโลกรับการพิจารณาตัดสินคดี  จ้าวแห่งยมโลกเห็นว่าเราถูกทำร้ายแต่กลับไม่มีจิตที่คิดอาฆาตไม่มีจิตที่คิดล้างแค้น  แม้ยามใกล้ตายยังคงดำรงไว้ซึ่งจิตใจที่คิดจะปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง  ดังนั้นจึงแต่งตั้งให้เราเป็นขุนพลของยมโลก  ตอนนี้เราอยู่ในยมโลกทำหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลเรื่องการทหาร  เมื่อบนโลกมนุษย์มีสงคราม  ก่อนที่จะเกิดสงครามบนโลกมนุษย์  พวกเราที่อยู่ในยมโลกจะจัดเตรียมเรื่องการทำศึกล่วงหน้าก่อน 3 เดือน

        เพราะการเกิดสงครามบนโลกมนุษย์แต่ละครั้งนั้น  แท้จริงก็คือวิบากกรรมอันเป็นกรรมร่วมที่มีสาเหตุมาจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตของมนุษยชาติ  สภาพโดยทั่วไปของวิบากกรรมนั้นไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้  ถ้าหากต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวิบากกรรมจริงๆจะต้องมีพลังของกุศลกรรมอันยิ่งใหญ่มาเปลี่ยนแปลง  โดยทั่วไปจะต้องอาศัยพลังแห่งพุทธานุภาพบวกกับพลังของกุศลกรรมอันยิ่งใหญ่จึงมีโอกาสสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขวิบากกรรมได้  แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็เพียงแค่ทำให้พลังทำลายของวิบากกรรมลดลงถึงระดับต่ำสุดเท่านั้น  ในปัจจุบันนี้จิตใจของผู้คนไม่ดีงาม  ยากมากที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขวิบากกรรมได้  ดังนั้นหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》เล่มนี้ตีพิมพ์ออกมา จึงจะสามารถกล่อมเกลาจิตใจของผู้คนให้ดีงามได้

        เมื่อเกิดสงครามบนโลกมนุษย์  กองทัพทหารของยมโลกจะต้องจัดเตรียมรายละเอียดต่างๆในการสู้รบก่อนล่วงหน้า  ยกตัวอย่างเช่น  ใครแพ้ใครชนะ ?  บาดเจ็บเท่าไหร่ ?  ตายเท่าไหร่ ?  พวกเราจะจัดการให้เสร็จเรียบร้อยโดยอิงตามเหตุต้นผลกรรมในอดีตชาติ  ขณะที่บนโลกมนุษย์ยังไม่ได้สู้รบกัน  ผลลัพธ์ในการทำศึกของทางยมโลกก็ได้จัดเตรียมออกมาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว  แล้วเราขุนพลก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่จัดเตรียมกองทัพทหาร  จัดการเรื่องราวต่างๆเวลาที่เกิดศึกสงคราม  สงครามบนโลกมนุษย์กับสงครามของยมโลกไม่เหมือนกัน  บนโลกมนุษย์เกิดสงคราม  ร่างกายของมนุษย์คือร่างกายที่มีเลือดเนื้อ  หากได้รับบาดเจ็บก็จะพิการไปตลอดชีวิตหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต  แต่สงครามของยมโลกคือการรบด้วยอิทธิฤทธิ์พลังจิต  ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิง

        ฉินฮุ่ยเป็นเพราะเขาทุจริตต่อหน้าที่  ทำลายคนที่มีความจงรักภักดี และทำบาปกรรมอื่นๆ  ตอนนี้ก็รับการลงโทษอยู่ในนรกเขาไท่ซัน  หลังจากรับโทษในนรกเขาไท่ซันจนครบกำหนดวาระแล้วยังต้องไปรับโทษในนรกดึงลิ้น  นรกยิงตา  และนรกอื่นๆต่อ  ตอนที่ฉินฮุ่ยมีชีวิตอยู่ได้สร้างบาปกรรมที่ร้ายแรง  กว่าเขาจะสามารถพ้นโทษจากนรก ได้รับอิสระ  คิดว่านั่นเป็นเรื่องในอนาคตอันไกลแสนไกลเหลือเกิน  แต่เราขุนพลก็หวังว่าเขาจะสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ในนรกได้ในเร็ววัน  อันที่จริงแล้วตอนที่มีชีวิตอยู่  พวกเราต่างก็ถวายความจงรักภักดีต่อราชาองค์เดียวกัน  ใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินประเทศเดียวกัน  เพียงแต่ตำแหน่งหน้าที่การงานของพวกเราทั้งสองคนต่างกันเท่านั้นเอง  สำหรับเราแล้วพูดได้ว่าไม่มีอะไรที่ต่างกันเลย

        พวกเราทุกคนต่างทำภาระหน้าที่อันพึงปฏิบัติของตนเองให้ดี  ปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองให้ประชาชนมีชีวิตที่มั่นคงสงบสุขก็พอแล้ว  สำหรับเรื่องความเป็นความตายและความผาสุกส่วนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ  กินก็กินแค่เพียง 3 มื้อ  นอนก็นอนแค่เพียงเตียงเดียวเท่านั้น  ไม่ต้องแสวงหามากมาย  สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ปวงประชาทั่วหล้าได้อย่างกว้างขวางก็พอแล้ว

        ความคิดของคนเรานั้นสำคัญมากขนาดไหน  ตอนนี้เราขุนพลกับฉินฮุ่ยต่างก็อยู่ในยมโลกเหมือนกัน  แต่ชะตากรรมกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน  เราขุนพลทุกๆวันก็ยังคงยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมเรื่องการทหารต่างๆ  ผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนหนึ่งที่สมัยก่อนเคยติดตามเราอยู่บนโลกมนุษย์  หลังจากที่พวกเขาสิ้นอายุขัย  ตอนนี้ก็ยังคงติดตามเราอยู่ในยมโลกต่อ  ตรงกันข้ามกับฉินฮุ่ย  ถึงแม้ฉินฮุ่ยจะอยู่ในยมโลกเหมือนกันแต่ต้องรับโทษอันทุกข์ทรมานอย่างไม่มีขอบเขตประมาณนานชั่วกัปชั่วกัลป์

        เราขุนพลขอแนะนำชาวโลก  คนที่เป็นขุนนางเป็นข้าราชการอย่ารับสินบน  อย่าทุจริตต่อหน้าที่  อย่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  อย่าเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว  อย่าอาศัยตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ส่วนตัว  หากไม่ซื่อสัตย์ต่อภาระหน้าที่  หลอกลวงปกปิดคนในประเทศชาติ  ยักยอกประชาชน  เห็นเรื่องของประชาชนเป็นเรื่องไร้สาระไม่ให้ความสำคัญ  ไม่ทำเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องร่วมชาติ  ถึงแม้ตอนที่มีชีวิตอยู่จะสามารถหนีรอดจากเงื้อมมือของกฎหมายได้  แต่เมื่อตายแล้วก็ยากที่จะหนีรอดจากกฎนรกที่ไร้ความปรานีได้  หากซื่อสัตย์จงรักภักดีปกป้องประเทศชาติ  รักประชาชนดั่งรักลูกน้อย  เห็นความสุขของประชาชนเป็นสำคัญทำเพื่อประชาชนก่อน  แบกรับภาระหน้าที่สำคัญทำให้แผ่นดินประเทศชาติเกิดความสงบสุขร่มเย็น  ไม่โกหกหลอกลวงองค์ราชา  ไม่ทำเรื่องที่ปกปิดซ่อนเร้นในที่ลับตา  พากเพียรบำเพ็ญกุศลธรรม  ต่อไปภายหน้าวิญญาณที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีจะต้องได้ขึ้นสวรรค์เสพสุขชั่วกาลนานอย่างแน่นอน

        ที่ท่านถามถึงลำนำ《แดงทั่วธารา》 นั่นก็คือบทประพันธ์ที่แสดงถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของเราขุนพลในขณะนั้น  สำหรับเรื่องที่เล่าลือต่อๆกันมาว่าเราขุนพลคือจางเฟย(เตียวหุย)ในสมัยสามก๊กกลับชาติมาเกิดนั้น  เรื่องนี้เป็นเพียงคำพูดที่เล่าลือต่อๆกันมา  แต่ความจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่  เราขุนพลจะมีความห้าวหาญอย่างจางเฟยกระนั้นหรือ ?  

        เราขุนพลจะบอกกับท่านว่า  กฎนรกเด็ดขาดเที่ยงธรรมโปร่งใส  จะไม่ตกหล่นผิดพลาดแม้แต่น้อย  ไม่เหมือนกับโลกมนุษย์ที่มีคดีอยุติธรรม  หลอกลวงจับแพะลงโทษผิดคน  คดีที่ไม่ชัดเจนโปร่งใสมากมาย  ยมโลกไม่มีคณะกรรมการอิสระต่อต้านการทุจริตของโลกมนุษย์  ข้าราชการในนรกทุกคนต่างเคารพรักษากฎ  ไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะไม่มีขุนนางข้าราชการที่รับสินบนทุจริตต่อหน้าที่  เมื่อมาถึงยมโลกทุกคนจะเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด  คดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทุกคดีบนโลกมนุษย์เมื่อมาถึงนรก อยู่ต่อหน้ากระจกส่องกรรม ความจริงทุกอย่างจะปรากฏออกมาตามความเป็นจริง  กฎนรกอันไร้ความปรานีสามารถจับกุมได้เฉพาะคนที่ทำบาปแต่ไม่สามารถจับกุมสาธุชนคนดีได้

        ซั่งกวนอวี้ฮว๋า ! ท่านต้องใส่ใจระมัดระวังเขียน《กฎนรกไร้ความปรานี》ให้ดีๆ  เพราะว่าตอนนี้เวไนยตกนรกกันมากมายเหลือเกินจริงๆ  หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะส่งพิมพ์ให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  ให้ประชาชนอ่านแล้วสามารถละบาปบำเพ็ญบุญ  บำเพ็ญตนและส่งเสริมผู้อื่นให้บำเพ็ญไปด้วยกัน  ถึงแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและประเทศชาติไม่มีศึกสงครามก็ตาม  เอาล่ะ!  วันนี้ก็พอเพียงเท่านี้  เราขุนพลยังมีงานราชการต้องทำ  หากมีปัญหาสงสัยยินดีต้อนรับท่านกลับมาใหม่ !”

        อาอวี้สิบนิ้วประนม  สำนึกคุณขุนพลเอวี้ยเฟย !  สำนึกคุณผู้พิพากษา !  สำนึกคุณยักษ์องครักษ์ทุกท่าน !  ขึ้นบัวขาวกลับ !