Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
หนังสือทวงวิญญาณจากยมโลก | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

หนังสือทวงวิญญาณจากยมโลก

77 Views

    – ยมทูตหน้าวัวหัวม้าพูดถึงขั้นตอนในการจัดการเรื่องราวของชาวโลกที่หมดสิ้นอายุขัย

 

             ระยะนี้รู้สึกว่าในเมืองต่างๆบนโลกมนุษย์มีบรรยากาศที่แปรปรวน  แต่ละวันอากาศเปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแถบชายฝั่งทะเล  เดี๋ยวก็มีแสงแดดส่องจนทำให้เหงื่อไหลไคลย้อย เดี๋ยวก็มีพายุพัด ฝนเทกระหน่ำปานฟ้ารั่ว  เวลาออกไปข้างนอก ร่มกันฝนถูกลมพัดเพียงนิดเดียว ร่มก็พลิกหงาย ทำให้เปียกโชกไปทั้งตัว  ระยะนี้มีอากาศแบบนี้เกิดขึ้นวันละหลายๆครั้ง  หากอยู่บริเวณแถบชายฝั่งคลื่นลมพายุก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น  ถ้าร่างกายมีภูมิต้านทานน้อยก็จะเป็นไข้หวัดได้ง่ายๆ  คนใกล้ตัวข้าพเจ้ามากมายต่างพากันตำหนิกล่าวโทษว่าสภาพอากาศไม่ดี  อากาศร้อนอบอ้าวซึ่งต่างจากสภาพอากาศบริเวณพื้นที่รอบๆ

             เวลาเข้าไปในห้างสรรพสินค้าหรือในอาคารสำนักงานต่างๆ  ในอาคารเหล่านั้นก็เปิดเครื่องปรับอากาศซะจนหนาวมาก  เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว  เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนทำให้คนเกิดความลำบาก  ทุกคนต่างก็หวังว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น  ถึงแม้ทุกคนต่างมีความหวัง  แต่ในความเป็นจริงนั้นสภาพอากาศกลับยังคงเหมือนเดิม  มนุษย์มักจะปรารถนาให้ทุกสิ่งรอบตัวของตัวเองดี  แต่คนส่วนใหญ่ต่างไม่สนใจว่าในยามปกติตัวเองได้ปฏิบัติต่อธรรมชาติอย่างไร  ผลิตภัณฑ์ต่างๆประเภทที่ใช้แล้วทิ้ง  ในแต่ละวันพวกเราใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านี้เป็นจำนวนมาก  เช่น  ตะเกียบ  กระดาษชำระอเนกประสงค์  บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามหลากหลายชนิด  แต่ละวันผลิตสิ่งของที่เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม  พวกเราฟุ่มเฟือยกับของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีความประณีต  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน  เครื่องเฟอร์นิเจอร์  โซฟาหนังแท้  เสื้อหนังแท้  ชุดเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมแท้  สิ่งของตกแต่งต่างๆที่สวยงามหรูหรา  เมื่อลองพิจารณาดูแล้ว  ใช่หรือไม่ว่าพวกเราก็เพียงแค่ใช้เงินทองไปซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้  แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ที่สวยงามหรูหราเหล่านี้มีชีวิตที่น่าสงสารถูกสังเวยไปเป็นจำนวนมาก  หรืออาจจะสิ้นเปลืองแรงงานคนและทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก  จึงสามารถสำเร็จออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประณีตงดงามเหล่านี้ได้  เบื้องหลังของชีวิตที่ถูกสังเวยอย่างไร้ความปรานี  ความจริงอันโหดร้ายเหล่านี้ได้ถูกฝังลงหลุมไปพร้อมกับชีวิตที่ถูกสังเวย  พวกเขายินยอมที่จะพลีชีพเป็นอาหารให้มนุษย์ดื่มกินอย่างนั้นหรือ ?  พวกเขาจะยินยอมให้มนุษย์ถลกหนังไปทำเสื้อผ้าสวมใส่ด้วยความสมัครใจอย่างนั้นหรือ ?  หากลองไปสัมภาษณ์พวกสัตว์เหล่านั้น เชื่อว่าพวกเขาไม่ยอมแน่  นี่ก็คือสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำลายสภาพแวดล้อมให้เกิดมลภาวะ

             ข้อที่ 2 คือความคิดของมนุษย์  ในแต่ละวันพวกเราใช้บริการขนส่งสาธารณะ  หรือบางทีอยู่บนถนนจะเห็นผู้คนมากมาย  อารมณ์ที่แสดงออกมาทางสีหน้าท่าทางของพวกเขาล้วนแสดงถึงความอ่อนล้า  ไม่ร่าเริง  มีความกลัดกลุ้ม  เป็นทุกข์  หวาดกลัว  ความจริงแล้วผู้คนจำนวนมากถูกวิญญาณอื่นมาสิงร่างครอบงำจิตใจ  อยากจะมีชีวิตที่มีความสุข สมมาดปรารถนาก็เป็นเรื่องยาก  ความคิดต่างๆในด้านลบของคนเราส่งพลังในด้านลบกระจายออกมารอบด้าน  สัตว์ที่ถูกฆ่าก็เช่นเดียวกัน  ความเคียดแค้นที่ถูกฆ่าตายส่งพลังความอาฆาตออกมาทำให้เกิดผลสะท้อนไปทั่วทุกที่รอบด้าน  พวกเขาต่างจ้องหาโอกาสที่จะล้างแค้นสร้างภัยพิบัติต่างๆให้แก่มนุษยชาติตลอดเวลา  ความคิดของคนเราแท้จริงแล้วส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในธรรมชาติทั้งหมด  ความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในธรรมชาติที่มาเร่งรัดพวกเราในวันนี้ก็คือผลจากความคิดด้านลบที่พวกเราส่งกระจายออกมาทุกๆวัน  ด้วยเหตุนี้ในคัมภีร์จึงกล่าวว่า : “พึงพิจารณาธรรมธาตุภาวะ  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนก่อเกิดขึ้นจากจิตใจ”

             นาโมอาหมีถัวฝอ !    สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง !   ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !   พอดีมองเห็นยมทูตหน้าวัวหัวม้าอยู่ข้างหน้า  ไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปไหนกัน ?  เดี๋ยวเข้าไปทักทายสักหน่อย ! “อาหมีถัวฝอ !  ไม่ทราบว่าพี่หน้าวัวกับพี่หัวม้ากำลังจะไปไหนกันคะ ?” 

             พี่หน้าวัวพูดว่า : “อ้าว !  อาอวี้ ท่านมาแล้วเหรอ  เขียนหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》เสร็จหรือยัง ?”

             “อาอวี้ละอายใจจังค่ะ!  เห็นทีจะต้องทุ่มเทพลังให้มากยิ่งขึ้น  จะพยายามให้หนังสือเสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ  ขอบคุณพี่ๆทั้งสองที่ใส่ใจเป็นห่วง !  แต่ละครั้งเห็นพี่ๆทั้งสองงานยุ่งมาก  ไม่ทราบว่าปกติเวลาพวกท่านทำงานรู้สึกกดดันบ้างไหม ?  ถ้าสมมติจับผิดตัวจะถูกจ้าวแห่งยมโลกปลดออกจากตำแหน่งหรือไม่ ?  ลักษณะท่าทางของพวกท่านดูดุร้ายขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยิ้มหน่อยละ ?  ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การรักษาสภาพจิตใจให้เบิกบานเป็นประจำเสมอจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและยังสามารถลดความกดดันลงได้ !

             พี่หน้าวัวพูดว่า : “พวกเราหน้าวัวหัวม้าเป็นเจ้าหน้าที่พนักงานแนวหน้าของยมโลก  แต่ละวันจะต้องรับหนังสือแจ้งการสิ้นอายุขัยกองใหญ่จากทางยมโลกเพื่อนำไปจ่าย  ซึ่งก็คือหนังสือทวงวิญญาณจากยมโลกหรือเรียกสั้นๆว่าสารจากยมโลก  หนังสือทวงวิญญาณจากยมโลกแบ่งออกเป็น 2 สี 2 ประเภท : ประเภทแรกคือสีเหลืองอ่อน  อีกประเภทหนึ่งคือสีแดงเข้ม  สารจากยมโลกเล่มสีเหลืองอ่อน จะจ่ายให้ข้าราชการนรกกรมบำเหน็จคุณและกรมลงอาญาเป็นผู้ถือไปต้อนรับวิญญาณของผู้วายชนม์บนโลกมนุษย์มายังยมโลก  มีแต่สารจากยมโลกเล่มสีแดงเข้มเท่านั้นที่พวกเราหน้าวัวหัวม้าเป็นผู้ถือเก็บไว้เอง  สารจากยมโลกเล่มสีเหลืองอ่อนเป็นสัญลักษณ์ของผู้วายชนม์ที่ทำกรรมดีไว้มาก  ส่วนสารจากยมโลกเล่มสีแดงเข้มก็คือสัญลักษณ์ของผู้ที่ก่อกรรมทำชั่วต้องตกนรกรับการลงโทษต่างๆ

             เนื้อหาของหนังสือทวงวิญญาณจากยมโลก  คือ  ชื่ออะไร  ตายที่ไหน  ตายปีไหน  เดือนไหน  วันไหน  เวลาไหน  นาทีไหน  วินาทีที่เท่าไหร่  ตายเพราะสาเหตุใด  ทั้งหมดมีบันทึกไว้อย่างละเอียด  พวกเราจะอยู่ในสถานที่และเวลาที่ถูกต้องแล้วจับวิญญาณกลับมารับโทษในนรกได้อย่างแม่นยำ  หากพบวิญญาณที่ขัดขืน  พวกเราก็จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมทารุณและผลักพวกเขาเข้าไปในนรก  สถานที่ตายรวมถึงสาเหตุการตายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  แต่ส่วนใหญ่จะเจ็บป่วยและนอนตายอยู่ในโรงพยาบาล  ดังนั้นโรงพยาบาลจึงเป็นสถานที่ที่มีคนตายมากมาย  ก็เพราะเหตุนี้พวกเราจึงมักจะไปจับกุมวิญญาณที่โรงพยาบาล

             ส่วนใหญ่พวกเราจะจับไม่ผิดตัว  เพราะว่าในหนังสือทวงวิญญาณจากยมโลกจะมีลำดับเหตุการณ์การตายของชาวโลกปรากฏออกมาให้ทราบก่อนล่วงหน้า  ตอนที่พวกเรารับสารจากยมโลกมา  พวกเราก็จะดูก่อนหนึ่งครั้ง  ชาวโลกทุกคนตอนที่มีชีวิตอยู่ ร่างกายจะแผ่รัศมีกายออกมา  เพียงแต่ระดับความมืด-สว่างของรัศมีกายของแต่ละคนจะแตกต่างกัน  รัศมีกายยิ่งสว่างไสวก็คือสัญลักษณ์ของคนดีมีคุณธรรม  ยิ่งไปกว่านั้นคือสัญลักษณ์ของผู้บำเพ็ญที่วิสุทธิ์สงบ  หากรัศมีที่แผ่ออกมาจากกายของมนุษย์สูญสิ้นหมดไป  แล้วถูกรัศมีสีดำของนรกแผ่ปกคลุม นั่นก็คือวิญญาณที่พวกเราหน้าวัวหัวม้าจะต้องจับกลับไปที่นรกแล้ว  มีสัญลักษณ์ 2 อย่างนี้ปรากฏออกมาให้เห็น  ส่วนใหญ่แล้วจะจับไม่ผิดตัว  ถ้าหากสมมติว่าจับผิดตัวจริงๆ  พวกเราจะรีบนำวิญญาณส่งกลับไปยังโลกมนุษย์  แล้วจ้าวแห่งยมโลกก็จะตรวจสอบหาสาเหตุของเรื่องอย่างละเอียด

             จ้าวแห่งยมโลกจะลงโทษอย่างเฉียบขาดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนทำผิด  แต่ถ้าหากพวกเราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำผิด  จ้าวแห่งยมโลกก็จะให้โอกาสพวกเราแก้ตัวใหม่  เรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเหตุต้นและผลหลังมาประกอบเข้าด้วยกัน  พวกเราจะต้องจัดการเรื่องราวด้วยความระมัดระวัง  มิฉะนั้นหากจับวิญญาณมาผิดตัวบ่อยๆ  จะไม่ทำให้ครอบครัวของคนบนโลกมนุษย์เกิดโศกนาฏกรรมเพราะการทำงานที่สะเพร่าของพวกเราอย่างนั้นหรือ ?  ถึงแม้ว่าจ้าวแห่งยมโลกจะไม่ลงโทษพวกเรา  แต่พวกเราเองก็จะต้องแบกรับหนี้เวรกรรมหนัก  โดยปกติก่อนที่วิญญาณจะสิ้นอายุขัย  พวกเราก็จะไปสังเกตการณ์ยังสถานที่ที่จะเกิดเหตุ  สำรวจสภาพแวดล้อม  ตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์ของวิญญาณเพื่อป้องกันการจับผิดตัว

             ตอนนี้วิญญาณคนตายที่พวกเราจับกลับมาในแต่ละวัน  เกือบจะทั้งหมดคือชาวโลกที่ประพฤติผิดในกาม  วิญญาณที่พวกเราสามารถจับกลับมาในนรกได้  แน่นอนว่าตอนที่มีชีวิตอยู่จะต้องสร้างบาปกรรมต่างๆที่ทำให้ตกนรก  ตอนนี้ชาวโลกบนโลกมนุษย์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนต่างก็ประพฤติผิดในกาม  พลังของสนามแม่เหล็กอัดแน่นไปด้วยบรรยากาศแห่งกามตัณหาราคะของวิญญาณบาปเหล่านี้  พวกเราเห็นแล้วยังจะสามารถยิ้มออกอยู่อีกหรือ ?

             วิญญาณบาปที่ประพฤติผิดในกาม  บางคนถึงแม้จะสิ้นอายุขัยแล้ว แต่ก็ยังส่งกระจายความคิดแห่งกามตัณหาออกมา  นี่คือผลจากความเคยชินจนกลายเป็นเรื่องปกติของพวกเขา  พวกเราจะต้องใช้ลักษณะท่าทางที่โหดเหี้ยมอำมหิตจึงจะสามารถดึงจิตสำนึกของวิญญาณบาปให้กลับคืนมา  ทำให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาใช้บุญวาสนาบนโลกมนุษย์หมดแล้ว  จะต้องสำนึกบาปให้ดีๆ  เตรียมรับการลงโทษในนรก

             ความจริงพวกเราก็อยากจะยิ้ม  แต่มันไม่สามารถยิ้มออกมาได้จริงๆ  นอกจากว่าหนังสือ《กฎนรกไร้ความปรานี》จะออกมาเผยแพร่บนโลกมนุษย์เป็นจำนวนมากๆ  หลังจากที่ทุกๆคนได้อ่านแล้ว  ปฏิบัติตามหลักคุณสัมพันธ์ห้า  ไม่สร้างบาปกรรมให้ตกนรก  นรกทุกขุมว่างเปล่าปราศจากนักโทษ  ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะยิ้มได้อย่างแน่นอน  ตอนนี้ชาวโลกตกนรกกันมากมาย  ปริมาณงานของพวกเรานับวันก็ยิ่งจะมากขึ้นเรื่อยๆ   อาอวี้ ! ท่านต้องรีบเขียน《กฎนรกไร้ความปรานี》ให้เสร็จไวๆหน่อย   หวังว่าหนังสือธรรมะนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนจิตใจผู้คนให้ดีงาม  ให้ภัยพิบัติต่างๆที่จะมาเยือนโลกมนุษย์เบนหัวถอยกลับไป  อาหมีถัวฝอ ! พวกเรายังมีงานค้างอยู่  มีโอกาสค่อยคุยกันใหม่ !  เชิญท่านเยี่ยมชมต่อเถอะ  พวกเราขอตัวก่อน  แล้วพบกันใหม่”

             อาหมีถัวฝอ !  พี่หน้าวัวกับพี่หัวม้าเดินทางจากไปด้วยความเร็วที่รวดเร็วมากเลย  มองไม่เห็นพวกเขาแล้ว !  เจ้าหน้าที่พนักงานในนรกทุกๆท่านถึงแม้จะดูดุร้ายมากๆ  แต่พวกเขาล้วนเปี่ยมไปด้วยความเที่ยงธรรมและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นอย่างมาก  ข้าพเจ้าเองก็ต้องรีบกลับไปเขียนหนังสือต่อให้เสร็จ  นาโม อาหมีถัวฝอ !  ขึ้นบัวขาวกลับ !

             “อันความดีกับความชั่วแต่โบราณ   เหมือนดั่งถ่านกับน้ำแข็งอริกัน   ถูกใส่ร้ายหรือได้รับสรรเสริญนั้น   ล่วงเลยถึงปัจจุบัน  ตัดสินกันจริงหรือปลอม