Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ในที่สุดก็ได้เห็นกระจกส่องกรรมที่เล่าลือกันมานาน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ในที่สุดก็ได้เห็นกระจกส่องกรรมที่เล่าลือกันมานาน

284 Views

  – เบื้องหน้ากระจกส่องกรรมไม่มีคนดี

 

        สำนึกคุณพุทธานุภาพปกปักคุ้มครอง ! ขึ้นบัวขาวออกเดินทาง !  อาหมีถัวฝอ !  อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !  “วันนี้อยากเรียนถามผู้พิพากษาว่ากระจกส่องกรรมในตำนานที่เล่าขานต่อๆกันมานั้นเป็นอย่างไร ?   ตอนที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กตัวน้อยๆมักจะได้ยินพวกผู้ใหญ่ภายในบ้านคุยกันเล่นสนุกๆว่าหลังจากที่คนตายแล้วจะต้องไปส่องกระจกส่องกรรมในนรก  ไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ ?  ข้าพเจ้านึกอยากไปเยี่ยมชมดูสักหน่อย”

        ผู้พิพากษาอธิบายว่า : “ กระจกส่องกรรมสร้างขึ้นมาเพื่อคนที่ทำความชั่วโดยเฉพาะ  ข้างในส่วนลึกของจิตใจของทุกๆคนเหมือนกับมีเครื่องบันทึกวีดีโอของกระจกส่องกรรมอยู่เครื่องหนึ่ง  สิ่งที่มนุษย์ทำในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหรือเลวก็ตามล้วนถูกเครื่องบันทึกวีดีโอของกระจกส่องกรรมบันทึกเป็นภาพยนตร์เก็บไว้แล้ว  แถมยังถูกเทพสหเทวาจดบันทึกไว้เป็นข้อๆอย่างลับๆด้วย   วัสดุที่ใช้สร้างกระจกส่องกรรมคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และกระจกแก้วรัตนะที่ได้มาจากบนโลกมนุษย์ รวมเข้ากับพลังวิญญาณธาตุอินและพลังวิญญาณธาตุหยางของฟ้าดินสำเร็จขึ้นกลายเป็นกระจกส่องกรรม  เนื่องจากพลังวิญญาณธาตุอินและพลังวิญญาณธาตุหยางของฟ้าดินนั้น  “หยาง” เป็นตัวแทนของความดีและความสว่าง  คนที่ตลอดชีวิตทำแต่กรรมดี  จิตญาณของเขาก็จะสว่างไสว เมื่อมาอยู่ตรงหน้ากระจกส่องกรรมก็จะมีแต่ความสว่าง ไม่ปรากฏภาพอะไร  ดังนั้นคนดีจึงไม่ต้องมาส่องกระจกส่องกรรม   “อิน” เป็นตัวแทนของความมืด  เงามืดก็คือกรรมชั่ว  ตอนที่มีชีวิตอยู่ขอเพียงทำกรรมชั่ว ไม่ว่ากรรมชั่วนั้นคืออะไร  ไม่ว่ากรรมชั่วนั้นจะเป็นความลับส่วนตัวขนาดไหน  ในใจของตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด  ทั้งหมดจะถูกบันทึกเก็บไว้ในอาลยวิญญาณ  บันทึกเก็บไว้ในกระจกแห่งใจซึ่งอยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจ และจะปรากฏเป็นเงามืดอยู่ภายในใจ

        กระจกส่องกรรมนั้นเดิมทีก็มาจากพลังอินกับพลังหยาง 2 อย่างรวมกัน  เมื่อเจอกับกรรมชั่วของวิญญาณบาป  พลังวิญญาณธาตุด้านลบจะเชื่อมต่อกันและถ่ายโอนข้อมูลให้แก่กัน  กรรมชั่วตลอดทั้งชีวิตของวิญญาณบาปจะถูกฉายภาพออกมาทันที  เรื่องที่ไม่ดีทั้งหมดของวิญญาณบาปจะถูกเปิดโปงออกมา  ไม่มีทางที่จะปกปิดได้เลยแม้แต่น้อย  ดังที่《อวตังสกสูตร》กล่าวไว้ว่า  หากปรารถนาจะล่วงรู้พระพุทธะทั้งปวงในตรีกาล  พึงพิจารณาธรรมธาตุภาวะ  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนก่อเกิดขึ้นจากจิตใจ ก็คือการฉายภาพเงาสะท้อนของจิตใจ  ขอเพียงวิญญาณบาปยืนอยู่ตรงหน้ากระจกส่องกรรม  ความชั่วทั้งหมดตลอดทั้งชีวิตไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่หรือแม้แต่เรื่องที่เป็นความลับ ทั้งหมดจะถูกฉายภาพออกมาเป็นเรื่องๆ  เมื่อกระจกส่องกรรมฉายภาพออกมา  คนอื่นๆที่ยืนอยู่บริเวณรอบๆกระจกส่องกรรมทั้งหมดก็จะสามารถมองเห็นภาพความชั่วที่วิญญาณบาปเคยทำไว้ไปพร้อมๆกันด้วย  วิญญาณบาปมากมายต่างรู้สึกอับอายขายหน้า  รู้สึกเสียใจและรู้สึกหวาดกลัว  แต่ทว่าถึงแม้จะเสียใจอย่างไรก็ช่วยอะไรไม่ได้  มีเพียงแต่จำใจต้องถูกนายนิรยบาลที่โหดร้ายน่ากลัวลากตัวไปรับการลงโทษที่ทุกข์ทรมานในนรกอย่างต่อเนื่องยาวนานอย่างหาที่สุดมิได้

        คนทั่วไปถ้าหากว่าตลอดชีวิตทำความดีสะสมบุญกุศล  ซื่อสัตย์เปิดเผยตรงไปตรงมา  ภายในใจไม่มีเรื่องที่ปกปิดซ่อนเร้นแม้แต่น้อย  เพียบพร้อมด้วยพลังแห่งความดีงามสูงสุดอยู่ในตัว  เมื่อยืนอยู่หน้ากระจกส่องกรรมก็จะมีแต่ความว่างเปล่า คนที่ตลอดชีวิตทำแต่ความดีก็ไม่ต้องมาส่องกระจกส่องกรรม  เมื่อสิ้นอายุขัยก็สามารถไปสู่สวรรค์ได้โดยตรงตามระดับความสว่างไสวแห่งจิตญาณของพวกเขา  จิตญาณยิ่งสว่างไสวยิ่งได้เกิดในสวรรค์ชั้นสูง  บางคนก็ได้ไปเกิดในแดนพุทธภูมิตามเหตุปัจจัยบุญสัมพันธ์ของพวกเขา  บางคนก็มีเทพที่มีบุญบารมีมารับไปเกิดบนสวรรค์  หากเป็นวิญญาณที่ไม่ดีไม่เลว  หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบพิจารณาและตัดสินจากพญายมทั้งสิบขุมแล้ว  ก็จะจัดเตรียมให้ไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์  เกิดเป็นชายหรือหญิง  ร่ำรวยหรือยากจน  สูงศักดิ์หรือต่ำต้อย  อายุยืนหรืออายุสั้น  และอื่นๆตามผลบุญของพวกเขา   คนที่ทำกรรมชั่วจะต้องมาที่หน้ากระจกส่องกรรม  กรรมชั่วที่ทำไว้ตลอดชั่วชีวิตจะปรากฏออกมาให้เห็นทั้งหมด  หลังจากที่ได้รับความอับอายขายหน้าแล้วก็จะถูกนายนิรยบาลนำตัวไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง”

        “อาอวี้ ! ท่านตามเราไปเข้าชมหอกระจกส่องกรรมของยมโลกเถอะ”

        “ค่ะ! ผู้พิพากษา”  ตอนนี้เบื้องหน้ามองเห็นวิญญาณมากมาย  มีกระจกลักษณะกลมรีบานใหญ่อยู่บานหนึ่ง  ผู้พิพากษาบอกว่ากระจกบานนี้ก็คือกระจกส่องกรรม  ด้านบนสุดของกระจกเขียนว่า “เบื้องหน้ากระจกส่องกรรมไม่มีคนดี”   ผู้พิพากษาให้ข้าพเจ้าลองวัดขนาดของกระจกดู  กระจกส่องกรรมนั้นสูงประมาณ 3.3 เมตร  กว้าง 1.8 เมตร  ตัวกระจกมีฐานตั้งเป็นไม้รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแกะสลักเป็นลายนูนสีเขียวแก่  ผิวหน้าของกระจกเป็นกระจกแก้วรัตนะ  กรอบกระจกเป็นกรอบไม้แกะสลักเป็นลายนูนสีเขียวแก่  กระจกแก้วรัตนะก็คือจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพการทำความชั่วของวิญญาณบาป  ลายไม้แกะสลักสีเขียวแก่เปล่งประกายแสงสลัววิบวับ  ประกอบกับนายนิรยบาลหน้าตาดุร้ายน่ากลัวที่อยู่ด้านข้าง  ทำให้วิญญาณบาปหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง  แถมยังมีการฉายภาพยนตร์การทำความชั่วซึ่งเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ของวิญญาณบาปตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่แพร่ภาพอยู่ในกระจกส่องกรรม  ผู้ต้องหาพร้อมของกลางปรากฏอยู่ตรงหน้าแบบคาหนังคาเขา  วิญญาณบาปเห็นแล้วตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ  ก็ยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวอย่างที่สุด !

        วิญญาณบาปในนี้ล้วนเป็นคนที่เพิ่งจะสิ้นอายุขัย  พวกเขาต่างสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของนรก ส่วนใหญ่มีสีหน้าที่กลัดกลุ้มเป็นทุกข์  พอดีข้าพเจ้าได้ยินเสียงวิญญาณชายนายหนึ่งกำลังพูดว่า “ตลอดชีวิตฉันไม่เคยทำเรื่องฆ่าคนวางเพลิง เพราะอะไรต้องลากฉันมาที่นี่ ?  ปล่อยฉันออกไป !”  ข้าพเจ้ามองเห็นนายนิรยบาลที่ดุร้ายน่ากลัว 2 นายกำลังลากวิญญาณชายนายหนึ่งอยู่  แล้วนายนิรยบาลก็ผลักวิญญาณชายนายนั้นเข้าไปที่หน้ากระจกส่องกรรมอย่างแรง  วิญญาณชายถูกบังคับให้คุกเข่าลงเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก  กระจกส่องกรรมบานใหญ่ฉายภาพเรื่องราวในอดีตของวิญญาณชายตอนที่เขากำลังประพฤติผิดในกามออกมาทันที  ผู้หญิงคนเดียวก็ยังไม่พอ  ช่างเป็นภาพลามกที่น่าบัดสีบัดเถลิงไม่น่าดูเอาซะเลย  นี่เรียกว่าเป็นสุดยอดของการประพฤติผิดในกามจริงๆ   ทำให้เมียหลวงกลัดกลุ้มเป็นทุกข์จนต้องนอนให้ออกซิเจนอยู่บนเตียงผู้ป่วยและตายในที่สุด  ดีนะที่สิ่งเหล่านี้ไม่มีผลกระทบต่อข้าพเจ้า  มิฉะนั้นดูเสร็จแล้วคงต้องไปล้างตา !  ตอนนี้วิญญาณบาปเกิดอาการขาสั่นและถูกนายนิรยบาลลากตัวไปแล้ว

        ดูใหม่อีกครั้ง ลำดับต่อไปเป็นวิญญาณหญิงนางหนึ่ง  วิญญาณหญิงนางนี้ดูท่าทางสงบเสงี่ยมและสุภาพเรียบร้อย  หน้าตาธรรมดาๆไม่สวยไม่ขี้เหร่  ไม่รู้ว่านางทำบาปอะไร ?  กระจกส่องกรรมฉายภาพของวิญญาณหญิงออกมา  ที่แท้นางกับเพื่อนร่วมมือกันใส่ร้ายป้ายสีผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งผู้ชายคนนี้เป็นฆราวาสที่ไม่ได้ออกบวชแต่เป็นผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัดและเป็นผู้ที่เผยแผ่พุทธธรรมให้เจริญรุ่งเรือง  ส่วนวิญญาณหญิงนางนี้ก็เป็นผู้ที่ศึกษาพุทธธรรมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนางเองก็มีความรู้ในด้านศาสนาพุทธอย่างกว้างขวาง  แต่น่าเสียดาย  เป็นเพราะว่านางเกิดจิตอิจฉาริษยา  เจตนาใส่ร้ายป้ายสีคฤหัสถ์ชายที่เผยแผ่พุทธธรรมและถือศีลอย่างเคร่งครัดท่านนี้ว่าเคยข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น  เป็นเพราะใส่ร้ายได้สำเร็จจึงทำให้ไม่มีคนฟังธรรมะ  คฤหัสถ์ชายท่านนี้ก็เลยต้องปลีกตัวออกจากสังคมไปบำเพ็ญเพียงลำพัง  ระดับความรุนแรงของบาปกรรมในการใส่ร้ายป้ายสีคฤหัสถ์ชายของวิญญาณหญิงนางนี้เมื่อเทียบกับเพื่อนของนางแล้วยังรุนแรงยิ่งกว่า  เพราะเพื่อนของนางไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งในพุทธธรรมถือว่าเป็นผู้ที่ขาดปัญญา ใครว่าอย่างไรก็ว่าตามเขา เพียงแค่ใส่ร้ายตามคนอื่น  แต่วิญญาณหญิงนางนี้กลับมุ่งคิดทำลายผู้อื่นโดยใช้ทุกวิธีการไปใส่ร้ายป้ายสีคฤหัสถ์ชายท่านนี้  ในที่สุดก็ทำให้คฤหัสถ์ชายท่านนี้ต้องปลีกตัวออกไปบำเพ็ญเพียงลำพัง

        ก็เพราะวิญญาณหญิงนางนี้ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นจึงทำให้ตัวเองเป็นโรคมะเร็งกล่องเสียงและคอหอย ในขณะเดียวกันก็เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน  ปากและจมูกมีหนองไหลเป็นระยะเวลานาน  นอนให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำอยู่ในโรงพยาบาล  ทุกข์ทรมานจนกระทั่งขาดใจตายในที่สุด  ตอนนี้วิญญาณหญิงรู้ว่าเคราะห์กรรมมาถึงตัวแล้วจึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นขอให้ยกโทษให้  นายนิรยบาลใช้หอกง่ามแทงที่ปากของวิญญาณหญิงอย่างโหดเหี้ยมแล้วพูดว่า : “ดูซิต่อไปแกยังจะกล้าให้ร้ายสัมมาธรรม ยังจะกล้าทำให้คนอื่นสูญเสียโอกาสศึกษาพุทธธรรม ยังจะกล้าทำให้คนอื่นถูกตัดขาดจากชีวิตปัญญาญาณอยู่หรือไม่ ? ตอนนี้แกไปพบพญายมเถอะ!”  วิญญาณหญิงน่าสงสารจริงๆ  หากรู้ก่อนตั้งแต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้แล้วไยต้องทำเรื่องพวกนี้ด้วยละ  ทำลายการเผยแผ่สัมมาธรรมก็คือการตัดขาดเวไนยออกจากชีวิตปัญญาญาณ ทำให้เวไนยไม่อาจหลุดพ้น ก็ต้องรับผลกรรมในนรกอย่างรุนแรง  กฎนรกมีการลงโทษต่างๆนานามาลงโทษคนที่ใส่ร้ายป้ายสี  กว่าจะรับผลกรรมในนรกจนหมดก็ไม่รู้ว่าเวลาบนโลกมนุษย์ผ่านไปถึงปีไหนเดือนไหนแล้ว

        ด้านหลังยังมีวิญญาณบาปอีกเป็นจำนวนมากต่อแถวรอกันยาวเหยียดเพื่อมาส่องกระจกส่องกรรม  วิญญาณบาปมากมายซะจนมองไม่เห็นว่าสิ้นสุดลงที่ตรงไหน  คนที่ก่อกรรมทำชั่วบนโลกมนุษย์ช่างมากมายเหลือเกิน  วันนี้เป็นเพราะข้อจำกัดด้านเวลาทำให้ดูได้ไม่มาก  อันที่จริงการดูกระจกส่องกรรมก็มีความยากลำบากอยู่บ้าง เพราะว่าภาพที่ฉายออกมาในกระจกส่องกรรมล้วนเป็นเรื่องที่วิญญาณบาปทำผิดศีล  นอกจากจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กๆเยาวชนแล้ว ยังมีเรื่องที่โหดเหี้ยมน่ากลัวและเต็มไปด้วยคาวเลือดอีกด้วย ก็คือภาพฉากฆ่าคนเลือดสาด  ภาพฉากการสังหารแบบต่างๆ  การต่อสู้วางแผนโค่นล้มซึ่งกันและกัน เป็นต้น  เฮ่อ !!!  เวลาเพียงสั้นๆไม่สามารถดูได้ทั้งหมด  แล้วตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่อยากจะบรรยายให้ละเอียดมากจนเกินไปนัก ถ้าหากบรรยายโดยละเอียด《กฎนรกไร้ความปรานี》เล่มนี้จะต้องเป็นหนังสือสยองขวัญที่น่ากลัวสุดๆอย่างแน่นอน

        พูดจนถึงที่สุดแล้ว  ทุกคนควรจะรักทะนุถนอมกายมนุษย์อันล้ำค่านี้ไว้ให้ดีๆ  รักษาศีลห้าและกุศลกรรมบถสิบ  สะสมบุญกุศลไว้ให้มาก  อย่างน้อยที่สุดจะต้องรักษากายสังขารของมนุษย์เอาไว้  อย่าได้ตกนรก  นรกทุกข์ทรมานจริงๆ  ถึงแม้จะอยู่ในนรกเพียงแค่ครึ่งนาทีก็ยากที่จะทนทรมานได้ 

        ผู้พิพากษาพูดว่า : “วันนี้พอเท่านี้ก่อน  อาอวี้ ท่านกลับไปเขียนหนังสือก่อนเถอะ  เตือนชาวโลกให้หมั่นบำเพ็ญกายบ่มเพาะจิตให้มาก  พยายามทำความดี  อย่าคิดว่าคนไม่รู้ฟ้าไม่รู้แล้วจะทำเรื่องที่ชั่วช้าได้  ต้องรู้ว่าเบื้องหน้ากระจกส่องกรรมไม่ว่าบาปกรรมจะเล็กหรือใหญ่ ภาพกรรมชั่วที่ทำไว้จะปรากฏออกมาทั้งหมด  หวังว่าชาวโลกอย่าได้ทำความชั่ว”

        อาหมีถัวฝอ !  สำนึกคุณผู้พิพากษา ! 

        อาอวี้สิบนิ้วประนมคารวะผู้พิพากษา !  ขึ้นบัวขาวกลับ!

คุณจังไท่เอี๋ยน   อาจารย์ด้านจีนวิทยา 

    ผู้พิพากษาที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของมหาราชตงเอวี้ย